ในขณะที่นักฆ่าคนสุดท้ายได้วิ่งตรงเข้ามานั้น ภานุพยายามจะมองหาอาวุธต่างๆ รอบตัวอย่างไรก็ตามเขากับยังไม่พบว่าสิ่งใดสามารถใช้ประโยชน์นอกจากปืนที่อยู่ในมือ
“เอาไงเอากัน! ”
ภานุลุกขึ้นพร้อมกับเปิดใช้งานทักษะเพียงทักษะเดียวของเขาที่สามารถเปิดใช้งานได้นั่นคือทักษะ ‘หนึ่งเดียวกับสายลม’ หลังจากเปิดใช้ทักษะนี้แล้วนั้นภานุรู้สึกได้ในทันทีว่าตอนนี้ร่างกายของตัวเองกำลังมีสายลมอ่อนๆ หมุนเวียนอยู่ หลังจากที่ทดลองใช้มันมาหลายครั้งทำให้ภานุทราบว่าทักษะนี้นั้นจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้ในสถานที่ที่มีลมพัด
ซึ่งบนรถไฟที่หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้หลายบานทำให้มีลมที่รุนแรงอยู่พอสมควร
“ปัง! ”
นักฆ่ายิ่งปืนออกมาเห็นได้ชัดว่ามันนั้นเคยฝึกใช้ปืนมาบ้างแต่มันไม่ได้เป็นนักแม่นปืนที่แท้จริงดังนั้นนัดแรกของมันจึงพลาดเป้าอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากความเร็วที่สูงขึ้นอย่างกะทันหันของภานุ
กระสุนที่ถูกยิงออกมานั้นกระทบเข้ากับกระจกของรถไฟซึ่งมันได้แตกกระจายในทันที ส่งผลให้เกิดเสียงดัง ภานุกำปืนที่ไร้กระสุนที่อยู่ในมือเอาไว้แน่นก่อนที่จะขว้างมันไปที่นักฆ่าอย่างสุดแรง โดยหวังว่ามันจะทำให้นักฆ่านั้นบาดเจ็บได้หรือไม่ก็สังหารนักฆ่าคนนั้นไปเลย
“ปัก! ”
“อ้ากกกกกก”
นักฆ่าร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ปืนถูกเข้าที่ดวงตามันอย่างจัง ปืนนั้นโดยรวมแล้วมันถูกสร้างมาจากเหล็กกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ทำให้น้ำหนักของมันค่อนข้างมากและขว้างค่อนข้างง่าย และด้วยน้ำหนักที่มากของมันและแรงของภานุตอนนี้นั้นทำให้การที่โดนปืนนั้นกระแทกไม่ต่างจากการโดนค้อนทุบเลยแม้แต่น้อย
เลือดไหลออกมาจากบริเวณเปลือกตา นักฆ่าคนนั้นอาจจะไม่สามารถรักษามันได้อีกตลอดชีวิตและอาจจะสูญเสียการมองเห็นไปหากไม่รีบไปโรงพยาบาลในตอนนี้ และตอนนี้นั้นตาข้างขวาของมันนับว่ามืดบอดแล้ว เพราะเมื่อมันพยายามที่จะลืมตาขึ้นครั้งใดมันจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่มันไม่สามารถทนได้ มันจึงเลือกที่จะไม่ลืมตาขึ้นดีกว่า
ในจังหวะเดียวกันนั้นเองภานุก็ได้เข้าประชิดตัวของอีกฝ่ายแล้ว ชายหนุ่มนั้นกระโดดเข่าลอยเข้ามาในทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงก้มหน้าและร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ภานุเชื่อว่าตอนนี้ศัตรูของเขานั้นได้สูญเสียสมาธิในการต่อสู้ไปหมดแล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นมันก็ได้เกิดขึ้นเมื่อนักฆ่าคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองภานุด้วยดวงตาข้างเดียวในขณะที่มือข้างหนึ่งที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดกำลังเกาะกุมดวงตาที่ได้รับบาดแผลอยู่
การเคลื่อนไหวของภานุนั้นเรียบง่ายเกินไปทำให้นักฆ่านั้นสามารถหลบหลีกมันได้เพียงขยับตัวเล็กน้อย ส่งผลให้ร่างของภานุนั้นเกือบจะเสียหลักและล้มลงไปบนพื้น
“ปัก! ”
หลังจากยืนได้อย่างมั่นคงสักพักภานุก็รู้สึกเหมือนกับว่ากลางแผ่นหลังของตนเองนั้นถูกเตะอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามจังหวะนี้ภานุไม่สามารถถอยหนีได้เขาจำเป็นต้องเกร็งร่างกายและรักษาร่างกายให้มั่นคงเอาไว้ไม่ให้กับแรงเตะ เพราะโอกาสที่เขาจะได้เข้าประชิดนักฆ่าอีกนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้หากมันยังยังคงถือปืนอยู่เช่นนี้
อย่างไรก็ตามไม่เคยมีผู้ใดบอกว่าปืนนั้นไม่สามารถใช้ในระยะประชิดได้ นักฆ่าพยายามยกปืนของมันขึ้นเล็งมาที่หัวของชายหนุ่ม
“ปัง! ”
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งเปรียบเสมือนระฆังแห่งความตาย อย่างไรก็ตามในครั้งนี้นั้นภานุยังคงไม่ตกตายเขาโชคดีอย่างมากที่เอียงหัวออกจากกระบอกปืนทันในช่วงสุดท้าย อย่างไรก็ตามเขายังมีความรู้สึกแสบที่บริเวณหูเพราะเหมือนกระสุนจะเฉียดหูเขาไป
ภานุยกกำปั้นขึ้นก่อนที่จะทุบมันลงไปที่ข้อมือของอีกฝ่ายข้างที่ถือปืนอยู่ การจู่โจมของภานุนั้นประสบผลสำเร็จเพราะปืนในตอนนี้ได้ตกและกลิ้งหายไปแล้ว
“ไอเด็กเวร! ”
นักฆ่ากัดฟันด้วยความโกรธ มันคำรามออกมาก่อนที่ภานุจะรู้สึกเหมือนกับหน้าท้องของตัวเองโดนบางอย่างกระแทก มันเป็นหมัดของนักฆ่าคนนั้นซึ่งมีความรุนแรงมากพอที่จะทำให้ภานุคุกเข่าเลยทีเดียว
“ผู้ฝึกตนระดับหนึ่ง! ”
ชายหนุ่มรู้สึกว่าตนเองนั้นค่อนข้างจะโชคร้ายเพราะเพียงแค่วันเดียวเขาซึ่งเป็นเพียงคนธรรมดากลับต้องต่อสู้ตัวต่อตัวกับผู้ฝึกตนถึงสองคนแถมนักฆ่าคนนี้เห็นได้ชัดว่ามันยิ่งเก่งกว่าเจ้าเร็มเสียอีก เพราะขนาดมันได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้มันยังสามารถตอบโต้กลับราวกับว่ามันไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย
เมื่อโดนหมัดแรกเข้าเต็มๆ ลูกเตะอีกลูกก็กระแทกที่หน้าอกของภานุอย่างรุนแรง ยังไม่จบเพียงแค่นั้นนักฆ่าได้เข้ามาเหยียบร่างของชายหนุ่มเอาไว้ในขณะที่ชายหนุ่มนอนหมดสภาพอยู่บนพื้น พร้อมกับใช้สายตาอันอำมหิตของมันจ้องมองมาที่เขา
“ดูซิไอเด็กเวร! แกทำอะไรลงไป! ”
นักฆ่าได้ชี้ไปที่ดวงตาที่เลือดไหลออกมาไม่หยุดให้ภานุดู ภานุรู้สึกว่ามันต้องเอาคืนแน่นอน ซึ่งแน่นอนหากว่ามันต้องการเช่นนั้นภานุก็ไม่สามารถต่อต้านมันได้ ภานุได้แต่เสียใจอยู่เงียบๆ ขอเพียงแค่เขามีทักษะต่อสู้ด้วยมือเปล่าสักนิดเขาจะสามารถได้เปรียบอีกฝ่ายได้ ด้วยความเร็ว พละกำลัง และความอึดของเขาเห็นได้ชัดว่ามันเหนือกว่าอีกฝ่ายเกือบทุกอย่าง
‘ถ้าเรารอดไปได้เราจะฝึกการต่อสู้มือเปล่าให้ตายกันไปข้าง!’
ชายหนุ่มคิดกับตัวเองเงียบๆ โดยไม่รู้เลยว่าตนเองนั้นจะสามารถรอดตายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ที่เสียเปรียบนี้นั้น ภานุได้เหลือบไปมองเห็นบางอย่างกำลังพุ่งมาที่ศีรษะของนักฆ่า หากภานุมองไม่ผิดมันเหมือนจะเป็นหนังสือและเล่มหนามากๆ
“โอ้ยยยย! ”
นักฆ่าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดมันได้หันกลับไปมองและพบว่าสาเหตุของความเจ็บปวดนี้นั้นเป็นเพราะหนังสือเล่มหน้าสีแดง มันมองไปที่คนที่ปาหนังสือนี้มาและพบว่าเป็นหญิงสาวที่ร่างของเธอตอนนี้กำลังสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่ ยังสาวคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นชาร์ลอตต์นั่นเองและเธอยังเป็นเป้าหมายในการสังหารของพวกนักฆ่าด้วย
ราวกับภานุนั้นได้เห็นช่องว่าง มือของเขานั้นไม่ได้โดนล็อกเอาไว้ เขากำหมัดแน่นพร้อมกับตัดสินใจเลือกต่อยไปที่จุดอ่อนไหวของเหล่าชายฉกรรจ์