โครม!!
ลู่จื่อกระเด็นไปชนแผงขายของข้างทางสินค้ากระเด็นกระดอน คนหลับไปแล้ว เหล่าผู้ติดตามเห็นดังนั้นจึงพากันกรูเข้าไปหาอี้เหรินเฟิ่งในทันที
จากนั้นจึงเกิดการต่อสู้ขึ้นกลางถนนพวกผู้ติดตามหาใช่คู่มือของอี้เหรินเฟิ่งไม่เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูปเหล่าผู้ติดตามก็ลงไปนอนร้องโอดโอยกันเต็มถนนแล้ว
อี้เหรินเฟิ่งบอกกับเหล่าผู้ติดตามของลู่จื่อออกไป"บอกเ้านายของพวกเ้าซะ ขืนมาตอแยข้าอีก ข้าจะเลาะฟันหน้าของเขาออกมา"
"น่ารำคานยิ่งเ้าพวกลูกคนรวยนี่"
จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งจึงออกเที่ยวเล่นไปยังที่ต่างๆภายในเมืองต่อไป
เขาเข้าไปเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆมากมาย หาซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็ในการเดินทาง รวมทั้งชุดใหม่มาอีกสิบกว่าชุดผ่านมายังร้านขายของร้านใหญ่ร้านหนึ่งอี้เหรินเฟิ่งเข้าไปเลือกชมเลือกซื้อสิ่งของภายในร้าน
ที่ชั้นที่สามของร้านอี้เหรินเฟิ่งไปเจอเข้ากับกระถางปรุงยาใบหนึ่งอี้เหรินเฟิ่ง้ากระถางใบนี้ยิ่ง มันเป็สิ่งจำเป็มนการศึกษาการกลั่นยาของเขา
อี้เหรินเฟิ่งติดต่อขอซื้อไปยังพนักงานขายทันทีเมื่อพนักงานเดินมายังตู้แสดงสินค้าเขาก็มองมาทางอี้เหรินเฟิ่งแล้วแจ้งกับเขาไปว่า
"ขอประทานอภัยขอรับคุณชายกระถางปรุงยาใบนี้ ทางร้านไม่ได้ขายขอรับแต่ท่านสามารถนำของที่เรา้ามาแลกได้"
"เพียงแค่ท่านมีหญ้าหนวดัอายุสามร้อยปีท่านก็สามารถนำมาแลกกระถางปรุงยาใบนี้ได้เลยขอรับ"
อี้เหรินเฟิ่งนึกถึงสมุนไพรมากมายที่เขามีอยู่ในแหวนมิติเขากวาดตาเข้าไปดูยังแหวนเก็บของๆ เขา ทันไดเข้าก็เจอหญ้าหนวดัอยู่เจ็ดแปดต้นแต่มันไม่ใช่หญ้าหนวดัอายุสามร้อยปีนี่สิ มันเป็หญ้าหนวดัอายุพันปี!!
"ข้า้าคุยกับท่านเป็การส่วนตัว"อี้เหรินเฟิ่งกล่าวกับผู้ดูแล
"เชิญคุณชายทางนี้ขอรับ"ผู้ดูแลเชิญเขาเข้าไปยังห้องรับรองส่วนตัวห้องหนึ่ง
พอเข้าไปถึงภายในห้องอี้เหรินเฟิ่งจึงเปิดปากเอ่อยทันที
"ข้าจะทำการค้านี้กับท่านตัวข้ามีหญ้าหนวดั แต่มันมีอายุมากกว่าสามร้อยปีท่านสามารถตัดสินใจการค้านี้ได้หรือไม่"
"ถ้าไม่อาจจงไปตามผู้ที่ตัดสินใจได้มาหาข้า"
"ทราบแล้วขอรับข้าจะไปตามท่านเ้าของร้านมาตกลงการค้ากับท่านเองขอรับ"
จากนั้นผู้ดูแลก็ออกไป แล้วกลับมาพร้อมกับสาวสวยผู้หนึ่ง
จากนั้นจึงได้ทำการแนะนำไห้อี้เหรินเฟิ่งรู้จักสาวสวยผู้นี้มีนามว่า "ฮวาอี้หรู"เป็เ้าของร้านเรื่อนทองแห่งนี้
อี้เหรินเฟิ่งจึงแนะนำตัวออกไปเช่นกัน
"ได้ยินว่าคุณชายจะทำการค้ากับทางร้านเป็สิ่งของชนิดไดกันหรือเ้าคะ"
อี้เหรินเฟิ่งจึงกว่างกลับไปว่า"ข้าได้ยินว่าหญ้าหนวดัอายุสามร้อยปี หนึ่งต้นสามารถแลกกระถางปรุงโอสถได้"
"แต่ข้ามีหญ้าหนวดัอายุพันปีอยู่หนึ่งต้นไม่ทราบว่าข้าสามารถแลกของสิ่งไดเพิ่มเติมได้บ้าง"
เมื่อเ้าของร้านได้ยินดังนั้นก็ใยิ่งหญ้าหนวดัอายุสามร้อยปีก็หายากมากแล้ว แต่นี่หญ้าหนวดัอายุพันปีนี่เป็สมุนไพรหายากในหมู่สมุนไพรหายากก็ว่าได้
หญิงสาวจังตอบกลับไปว่า
"หญ้าหนวดัของคุณชายทางเราจะขอรับไว้ โดยแลกกับกระถางปรุงยากระดับสูงหนึ่งใบเป็ยังไงเ้าคะ"
ต้องบอกก่อนว่ากระถางที่โชว์ในตู้ใบนั้นเป็เพียงกระถางปรุงยาระดับกลางเท่านั้นแต่นี่เป็กระถางปรุงยาระดับสูงแน่นอนว่ามูลค่าของมันจึงสูงกว่าใบก่อนอย่างเทียบไม่ติด
บัดนี้อี้เหรินเฟิ่งใจเต้นรัวแล้วแต่เขาก็ไม่แสดงออกทางสีหน้าไดๆ สมุนไพรต่างๆ ในแหวนมิติของเขาถ้านำออกมาทั้งหมดคาดว่าจะะเืไปทั้งแดนมารแล้ว
เขากล่าวออกไปว่า
"ได้เพียงกระถางระดับสูงใบเดียวเช่นนั้นหรือ"
ด้วยความที่กลัวจะพลาดสมุนไพรหายากต้นนั้นเ้าของร้านจึงรีบกล่าวออกไปว่า
"ทางเราจะแถมป้ายลูกค้าพิเศษของทางร้านไห้กับคุณชายด้วยป้ายอันนี้ใช้ได้กับร้านของเราทุกสาขาในแดนมารมันสามารถใช้เป็ส่วนลดสินค้าไห้กับคุณชายเมื่อซื้อสินค้าภายในร้านของเรา 3 ส่วนและท่านสามารถใช้เข้าไปยังงานประมูลของทางร้านที่จัดขึ้นทั่วแดนมารได้เลยเ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้นอี้เหรินเฟิ่งก็แอบยิ้มมุมปากเขาตอบตกลงในที่สุด หลังจากการซื้อขายจบลงอี้เหรินเฟิ่งได้สอบถามถึงงานประมูลที่กล่าวมาข้างต้น
เขาจึงได้ทราบว่างานประมูลจะจัดขึ้นที่ร้านสาขาทั่วทั้งแดนมารบางเมืองก็จัดขึ้นปีละครั้ง บางเมืองก็จัดขึ้นปีละสามครั้งต้องสอบถามกับทางร้านสาขานั้นๆ หรือต้องรอทางร้านประกาศออกมา
ในส่วนของเมืองนี้การประมูลได้จบลงไปเมือสองเดือนก่อนเรียบร้อยแล้วจากนั้นอี้เหรินเฟิ่งได้เดินทางกลับที่พักในทันได เขา้าทดลองปรุงยาเนื่องจากก่อนหน้านี้อี้เหรินเฟิ่งไม่มีกระถางปรุงยาเขาจึงไม่สามารถปรุงยาระดับสูงได้ ทำได้เพียงสกัดและผสมแบบลวกๆ เท่านั้น
แต่จากนี้เขาจะเริ่มทดลองปรุงยางวิเศษระดับสูงแล้วอี้เหรินเฟิ่งพอกลับถึงที่พักก็บอกกับจินฉานว่าเขาจะเริ่มปรุงยาสักสองสามชนิด
ไห้จินฉานนั้นช่วยเขาเฝ้าหน้าห้องอย่าไห้ใครมารบกวนใน่นี้จากนั้นจึงปิดประตูขังตัวเองอยู่ในห้อง
หลังจากอยู่เพียงลำพังอี้เหรินเฟิ่งได้นำกระถางปรุงยาออกมา เขาเริ่มนึกย้อนถึงสูตรยาต่างๆรวมทั้งสมุนไพรที่จำเป็ต้องใช้ อี้เหรินเฟิ่งค่อยๆนำสมุนไพรออกมาวางเรียงรายกันไว้
เมื่อสมุนไพรครบถ้วนแล้วเขาก็ทวนสูตรยาอีกครั่งเขาจะปรุงเม็ดยาัเหินออกมา ยาชนิดนี้ช่วยในการฝึกฝน กินหนึ่งเม็ดประหนึ่งกินัเข้าไปทั้งตัวตัวยาจะเสริมพลังปราณภายในร่างทั้งยังช่วยขัดเกลาร่างกายไห้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นยาชนิดนี้จำเป็ต่อเขาระดับหนึ่ง เขาจำต้องแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
เขาไม่ทราบว่าจะเจออะไรบ้างในภายหน้าเขาต้องทำตัวเองไห้แข็งแร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาถึงจะสามารถดูแลตัวเองได้ในภายภาคหน้า
อี้เหรินเฟิ่งเริ่มการปรุงยาแล้วเราค่อยๆ ควบคุมเปลวเพลิงของเขาเข้าไปห่อหุ้มสมุนไพรชนิดต่างที่วางเรียงไว้ทำการใช้ไฟหลอมสิ่งเจือปนต่างๆ ออกไปจนเหลือแต่ตัวยาบริสุทธิ์
จากนั้นจึงนำตัวยาชนิดต่างๆเข้าไปยังกระถางปรุงยา เขาเรียงตามลำดับ ค่อยๆ ผสมตัวยาไปทีละอย่างสองอย่างอย่างเป็ขั้นตอน
ภายในกระถางปรุงยาค่อยๆควบรวมน้ำสมุนไพรเข้าด้วยกัน พลังงานเริ่มปะทุอยู่ด้านในกระถางปรุงยาอี้เหรินเฟิ่งใช่ิญญาเพลิงของเขาใส่ลงไปในกระถางปรุงยา ใช้มันค่อยๆเคี่ยวหลอมตัวยาช้าๆ ผ่านไปสามวัน ในที่สุดก็เข้าสู่ขั้นตอนการกลั่นยาไห้เป็เม็ด
อี้เหรินเฟิ่งใช้พลังปราณควบรวมบีบอัดเม็ดยาภายในกระถางปรุงยาตามที่ได้ศึกษามาแล้วขั้นตอนนี้ต้องใช้สมาธิเป็อย่างมาก ทั้งต้องควบคุมพลังเพลิง และควบคุมพลังปราณ
ตัวยาภายในกระถางปรุงยาบัดนี้ค่อยๆควบรวมกันเป็ก้อน หมอกไอพวยพุ่ง กลิ่นหอมของเม็ดยากระจายเต็มห้องแรงกดดันภายในกระถางปรุงยาเพิ่มสูงขึ้นจนแทบจะระเปิด
หากว่าเป็กระถางปรุงยาระดับกลางใบนั้นเห็นทีต้องะเิเป็จุลไปแล้วแน่ๆ บัดนี้เม็ดยาค่อยเป็รูปเป็ร่างขึ้นมาแล้ว
กลังความร้อนเพิ่มสูงขึ้นกระถางปรุงยาสั่นสะท้าน อี้เหรินเฟิ่งเริ่มจะไม่ไหวแล้วกว่าสามวันที่ผ่านมาเขาแทบจะไม่ได้พักเลยก็ว่าได้ทันไดนั้นกระถางปรุงยาสั่นสะท้านเริ่มมีกลิ่นเหม็นไหม้ออกมาจากกระถาง จะเสร็จแล้วๆอี้เหรินเฟิ่งคิดในใจ
จากนั้นทั้งห้องก็เงียบสงบลงกระถางปรุงยามีทั้งกลิ่นหอมของยาวิเศษลอยมา รวมไปถึงกลิ่นไหม้รุนแรง
อี้เหรินเฟิ่งนับสามในใจอย่างตื่นเต้นค่อยๆ เปิดฝากระถางปรุงยาออกมาช้าๆ ควันขาวพวยพุ่งเขาแทบจะสำลักควัน
อี้เหรินเฟิ่งใช้ปากเป่าไล่ควันออกไปเพื่อที่จะสำรวจดูด้านในเมื่อเขาเห็นด้านในก็เหงื่อตก เม็ดยาไหม้ดำปี๋กว่าแปดเม็ดกองเต็มก้นกระถางปรุงยาเขาเอามือโกยพวกมันออกมาด้านนอก
" ฟู่... เกือบไปแล้วยังดีที่สำเร็จ"
จากเม็ดยาสิบเม็ดปัดนี้มีเม็ดยาที่ไหม้ดำไปซะ 7 เม็ดโชคยังดีที่ยังเหลือเม็ดยาที่สมบูรณ์อีกสามเม็ดเท่านี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากแล้วสำหรับนักปรุงยามือใหม่อย่างเขาอี้เหรินเฟิ่งเก็บเม็ดยาใส่ขวดไว้จากนั้นจึงเรียกจินฉานเข้ามาแจ้งว่าเขาปรุงยาสำเร็จแล้ว
หลังจากชำระล้างร่างกายอี้เหรินเฟิ่งจึงสลบไปในที่สุด