“อาจู อาจู!” เสียงตะโกนเรียกชื่อสาวใช้คนสนิทของซูหนิงดังขึ้นซ้ำนานหลายครั้งแต่กลับไม่มีผู้ใดขานตอบ ด้วยความสงสัยจึงทำให้ซูหนิงลุกขึ้นจากเตียงเพื่อตามหา ซูหนิงเดินหาจนทั่วจวนแต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของสาวใช้ ในหัวเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล
ต้องมีอะไรเกิดขึ้นเป็นแน่? เพราะในฐานะสาวใช้ที่อยู่ข้างกายคุณหนูหยางมาตั้งแต่เล็ก เรียกได้ว่าเปรียบเสมือนน้องสาว หากนางรู้ว่าคุณหนูหายป่วยแล้ว ใยจึงไม่รีบมาหาเล่า?
ในระหว่างที่ซูหนิงกำลังประมวลผลความคิด เบื้องหน้าก็มีสาวใช้อีกคนในจวนเดินผ่านหน้ามาพอดี
“หยุดก่อน!” ซูหนิงเรียกให้สาวใช้คนนั้นหยุดลง ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้น
“เจ้าเห็นอาจูสาวใช้ข้างกายของข้าหรือไม่?” ทันทีที่สาวใช้ได้ยินคำถามของผู้เป็นนายใบหน้าเริ่มแสดงถึงท่าทีที่หนักใจ ปากอ้ำอึ้งไม่กล้าเอ่ย ซูหนิงเมื่อเห็นท่าทีของสาวใช้ก็เริ่มเดาตัวของผู้อยู่เบื้องหลังได้โดยทันที
หยางเล่อ!
“ตอบสิ!” ซูหนิงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน สาวใช้ที่กำลังอ้ำอึ้งอยู่เมื่อถูกน้ำเสียงดุดันของผู้เป็นนายตวาดใส่ก็เริ่มจะปริปากออก แต่ทว่า...
อ๊ากกกกกกก!!!
เสียงร้องอันเจ็บปวดโหยหวนของอาจูดังขึ้นอยู่ภายในจวนของสกุลหยาง แต่ทว่านางหาจนทั่วสกุลหยางแล้วทำไมถึงหาไม่พบ อาจูอยู่ส่วนไหนของจวนกันแน่ เสียงร้องอันเจ็บปวดจากก้นบึ้งหัวใจของสาวใช้ ทำให้ซูหนิงแสดงท่าทีที่เป็นห่วงออกมา นางรีบหันตัวกลับไปหาสาวใช้ก่อนจะใช้น้ำเสียงดุดันเพื่อเข่นถาม
“จะตอบข้าได้รึยัง!” ซูหนิงพูดขู่สาวใช้ให้นางรีบเปิดปากบอกที่ของอยู่อาจู สาวใช้กลัวจนตัวสั่นนางรีบเปิดปากพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว "ห้องใต้ดิน อาจูถูกขังอยู่ห้องใต้ดินเจ้าค่ะ!!"
“นำทางข้าไป!” สิ้นเสียงตวาดของซูหนิง สาวใช้รีบเดินตรงมุ่งหน้านำทางไปยังห้องใต้ดินสกุลหยาง เมื่อถึงหน้าประตูห้อง ซูหนิงพลางได้คาวกลิ่นเลือดที่ลอยเข้าเตะปลายจมูก ในใจคิดได้เลยว่าเกิดเรื่องแล้ว!
ซูหนิงไม่รีรอรีบผลักตัวของสาวใช้หลบไป ก่อนจะรีบเปิดประตู แต่ทว่าประตูนี้นั่นกลับเปิดยากยิ่งนัก ในใจของซูหนิงร้อนรนมาก นางรีบรวบรวมแรงทั้งหมดไปไว้ที่ฝ่าเท้าก่อนจะถีบประตูไม้ที่สุดหนานั้นพังออกจนเข้าไปได้
ทันทีที่ประตูไม้เปิดออกซูหนิงถึงกับเบิกตากว้างเบื้องหน้าของนางคืออาจูที่เปรียบเสมือนน้องสาวแท้ๆกำลังนอนจมกองเลือดที่ไหลนองอาบพื้น มือทั้งสองข้างถูกตัดขาดอย่างน่าสยดสยอง ชิ้นส่วนของมือถูกโยนไปคนละทิศคนละทาง
อาจูที่นอนสลบเพราะพิษบาดแผล ร่างกายสูบผอมเหมือนถูกขังไม่ให้กินอาหารมาหลายวัน ทำให้ซูหนิงรู้สึกปวดใจยิ่งนัก
นางรีบโผตรงเข้าไปหาอาจู สองมือฉีกเสื้อผ้าของตนจนขาดออก ก่อนจะนำผ้ามัดบาดแผลของอาจูจนแน่นเพื่อห้ามเลือด พร้อมกับหันแผ่นหลังเข้าหาร่างของอาจูมือประคองตัวนางอุ้มขึ้นมาไว้บนแผ่นหลังก่อนจะรีบวิ่งเพื่อพานางออกไป ปากตะโกนบอกสาวใช้จนดังสนั่น
“เจ้าไปตามหมอมา!” สาวใช้ที่ช็อกกับภาพตรงหน้า ก็ยืนตัวแข็งทื่อไม่ตอบสนองสิ่งใด ทำให้ซูหนิงพลันตระโกนขึ้นพร้อมกับท่าทีที่ร้อนรนอีกครั้ง
“ข้าบอกให้เจ้าไปตามหมอมา!”
สาวใช้ที่ถูกเสียงดังสนั่นตระโกนเรียกถึงสองครั้งก็เรียกสติกลับมา ตัวรีบวิ่งตรงไปตามหมอมาด้วยความรีบเร่ง
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
ซูหนิงที่เห็นท่านหมอเดินออกมาจากห้องรักษา ก็รีบพุ่งตรงเข้าถามอาการของอาจูสาวใช้
“ท่านหมอ นางเป็นอย่างไรบ้าง”
“ร่างกายพ้นขีดอันตราย ยาทาสมานแผลข้าน้อยจะส่งคนให้นำมาให้ แต่ส่วนทางด้านจิตใจ เกรงว่าคงจะต้องให้คุณหนูช่วยประคับประคอง”
ซูหนิงพยักหน้ารับ
“ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยขอตัว...”
ทันทีที่ท่านหมอจากไป ซูหนิงรีบวิ่งตรงไปหาอาจูที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง สายตาจ้องมองอยู่เพียงแขนที่ไร้มือทั้งสองข้างของนาง ในใจรู้สึกเจ็บปวดที่ไม่อาจไปช่วยนางไว้ได้ทัน ขณะที่ซูหนิงกำลังนั่งโทษตัวเองที่ไม่อาจช่วยอาจูที่เปรียบเสมือนน้องสาวได้อยู่นั้น
อาจูก็ตื่นขึ้นเพราะความเจ็บปวดของบาดแผล สายตามองมายังผู้เป็นนาย ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและหมดหวัง จิตใจเมื่อคิดว่าไม่อาจมีมือทั้งสองข้างไว้คอยรับใช้ผู้เป็นนายได้อีก ก็ชวนให้รู้สึกไร้ประโยชน์ ดวงตาหลั่งน้ำใสออกมา นางร้องไห้พร้อมกับท่าทางที่น่าสงสาร ซูหนิงเมื่อเห็นถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสของนางในใจก็รู้สึกแค้นเคืองคนที่กระทำ
ซูหนิงพลางใช้มือสองข้างเช็ดน้ำตาให้อาจูอย่างอ่อนโยน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนพี่ปลอบน้อง
“ไม่เป็นไรนะอาจู ข้าอยู่นี้แล้ว... เจ้าไม่ต้องกลัว”
อาจูที่ถูกกระทำอย่างโหดเหี้ยมทำให้ในใจเกิดบาดแผล ร่างกายสั่นเทาและผวา ร้องไห้ไม่ยอมหยุด
“คุณหนู อาจูพิการแล้ว อาจูไม่มีมือทั้งสองข้างนี้คอยรับใช้คุณหนูอีกแล้ว..” อาจูพูดขึ้นพร้อมกับร้องไห้อย่างน่าสงสาร ซูหนิงเมื่อได้ยินก็พลางลูบหัวของสาวใช้ พร้อมกับเช็ดน้ำตาให้นางอีกครั้ง
“อาจูไม่ร้อง ต่อไปนี้ข้าจะดูแลเจ้าเองและปกป้องเจ้าเอง” ซูหนิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและมั่นคง ในหัวฉุกคิดคำถามขึ้นเพื่อถามย้ำให้แน่ใจ
“อาจูบอกข้าสิ ใครเป็นคนทำร้ายเจ้า”
“สาวใช้ข้างกายของคุณหนูหยางเล่อ อาอี้เจ้าค่ะ” ทันทีเมื่อสิ้นเสียงของอาจู ซูหนิงพลันลุกขึ้น ในใจลุกโชนไปด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะมุ่งตรงไปยังตำหนักของหยางเล่อ
ทันทีที่มาถึงเรือนของคุณหนูใหญ่ ในมือพลางถือมีดเล่มเดิมที่คนของหยางเล่อใช้ตัดมือของอาจู ดวงตาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง ซูหนิงมุ่งตรงเข้าไปในห้องของสาวใช้
ปัง!
เสียงเปิดประตูออกอย่างแรงของซูหนิง ทำให้อาอี้ที่กำลังทำลายหลักฐานโดยการนำชุดที่เปื้อนเลือดของอาจูไปเผาทิ้งหันตัวสะดุ้งขึ้น อาอี้ที่เห็นว่าซูหนิงมาซ้ำในมือยังถือมีดเล่มที่นางใช้ตัดมือของอาจูมาเสียด้วย ดวงตาของอาอี้เบิกกว้างขึ้น ร่างกายเริ่มสั่นเทาเพราะความหวาดกลัว
ซูหนิงเริ่มเดินตรงมาด้วยย่างก้าวที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร นางรีบพุ่งตรงเข้าไปจับแขนของอาอี้พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ชวนขนลุก “จำมีดเล่มนี้ได้หรือไม่”
อาอี้ผวาไม่หยุดร่างกายสั่นมากขึ้นไปอีก ใบหน้าขาวซีดดุจขาดเลือด
“คะ..คุณหนูรองพูดอะไรเจ้าคะ บ่าวไม่เข้าใจ?” คำพูดติดขัดของอาอี้ ชวนให้ซูหนิงรู้สึกสะใจไม่น้อย
“จำไม่ได้แล้วหรือ... เจ้ากล้าดีอย่างไรมาตัดมือทั้งสองข้างของสาวใช้ข้า!”
“ก็คุณหนูหยางเล่อบอกว่านางเป็นคนผลักคุณหนูรองตกน้ำ จึงตัดสองมืออัปมงคลนั้นออกเป็นตัวอย่าง—” อาอี้พูดขึ้นพร้อมกับปัดความผิดเข้าหาผู้เป็นนาย ซูหนิงเมื่อได้ยินดังนั้นก็พลางกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแรงสังหารเริ่มกระซิบพูดขึ้นข้างหูของนาง
“แต่ข้าจำได้ว่าคนที่ผลักข้าตกน้ำคือเจ้า! ดังนั้นมือที่อัปมงคลไม่ใช่มือของสาวใช้ข้า แต่เป็นของเจ้า!” ทันทีที่ซูหนิงพูดจบ นางใช้แรงทั้งหมด รวบจับมือทั้งสองข้างของอาอี้ไว้จนแน่น ก่อนจะยกมีดขึ้นสูงแล้วตัดมันลงอย่างไม่ลังเล
อ๊ากกกกกกกกกก!!!
ชั่วชีวิตนี้ซูหนิงฆ่าคนเพื่อคนคนนั้นมาแล้วมากมาย เพียงแค่ตัดมือของสาวใช้สารเลวคนหนึ่งไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกลังเลหรือกลัวผลที่จะตามมาเลยสักนิด
เสียงกรีดร้องที่โหยหวนและเจ็บปวดของอาอี้ที่ดังลั่นไปทั่วจวน ทำให้หยางเล่อผู้เป็นนายรีบวิ่งตรงเข้ามาในห้องของสาวใช้ ทางอาอี้ที่ตกใจช็อกเพราะถูกตัดมือทั้งสองข้างออกอย่างโหดเหี้ยมก็ทำให้นางหมดสตินอนจมกองเลือดของตนเองไป
หยางเล่อเมื่อเข้ามาแล้วเห็นภาพตรงหน้าก็ตกใจจนหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อขยับไม่ออก
หยางซูหนิงที่ใสซื่อไร้เดียงสา ทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?
เคร้ง!
ซูหนิงพลางโยนมีดลงตรงหน้าของหยางเล่อ พร้อมกับเคลื่อนตัวเข้ากระซิบที่ใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก
“ถ้าหากพี่ยังกล้าแตะต้องคนของข้า— ไม่สิ ข้าต้องพูดว่า หากพี่พรากชีวิตพวกเขา ข้าก็จะพรากชีวิตพวกมัน ถ้าพี่เป็นคนตัดแขนพวกเขา ข้าก็จะเป็นคนตัดแขนพวกมัน ถ้าหากคิดจะทำร้ายข้าก็อย่าเอาคนอื่นมาเกี่ยวข้องและถ้าเกิดพี่ยังเอาพวกเขามาเกี่ยวข้องอีกล่ะก็ ข้าจะกลับมาควักสมองเน่าๆของพี่ไปโยนให้สุนัขจรจัดมันกิน!”
สิ้นประโยคพูดซูหนิงก็เดินจากไปเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น หยางเล่อเองเมื่อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่านี่เป็นการเตือนแบบเชือดไก่ให้ลิงดู นางตัวสั่นจนขาทั้งสองข้างทรุดลงกระเเทกกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างมองไปยังสาวใช้ที่ถูกซูหนิงตัดมือออก ในใจรู้สึกกลัวและผวาจนทำอะไรไม่ถูก
‘นี่มันอะไรกัน สายตานั่นมันอะไรกัน ท่าทางที่เหมือนกับว่า นางสังหารคนมาแมากมายจนชินชานั้นมันอะไร! นางใช่หยางซูหนิงที่อ่อนแอคนนั้นแน่หรือ?’