
.....หลินเซียนมองต้นไม้เซียนของพ่อถูกฟ้าผ่าจนไหม้เป็นสีดำ ความทรงจำเกี่ยวกับบิดาผู้ปลูกมันเมื่อครั้งอดีดยังคงอบอวลอยู่ในใจ เขาเห็นผลอวิ๋นฮวาลูกสุดท้ายที่สุกงอมร่วงหล่นลงมา ผลนั้นยังคงเปล่งแสงสีขาวนวลไม่ดับสลาย
เขาค่อยๆ หยิบมันขึ้นมา เคี้ยวอย่างช้าๆ ให้รสชาติอันหอมหวานซึมซับเข้าสู่จิตวิญญาณ จากนั้นจึงคายเมล็ดเล็กๆ ออกมา วางลงบนพื้นดิน เขาปลดปล่อยปราณวารีสวรรค์อย่างต่อเนื่องลงสู่เมล็ดนั้น สายน้ำเย็นใสแทรกซึมลงในผืนแผ่นดิน
ข้างกายเขา เสี่ยวหมิงแพนด้าน้อยกระโดดโหยงๆ ดวงตากลมโตส่องประกายแห่งความหวัง มันยิ้มอย่างไร้เดียงสา ยกอุ้งมือน้อยๆ แล้วแผ่กระแสพลังธาตุไม้เขียวสดออกมา ประสานเข้ากับปราณวารีของหลินเซียน กลายเป็นวงแหวนพลังชีวิตที่หมุนวนไปรอบๆ เมล็ด
ไม่นานนัก ดินที่แตกร้าวค่อยๆ สั่นสะเทือนออกมา แล้วหน่ออ่อนสีเขียวอ่อนก็แทงทะลุขึ้น แม้จะเป็นเพียงต้นกล้าเล็กๆ แต่กลับเปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ดั่งหยาดน้ำค้างต้องแสงจันทร์ มีพลังมากกว่าต้นอวิ๋นฮวาต้นเดิมเสียอีก
พลังการบรรลุเซียนของหลินเซียนเป็นพลังวารีสวรรค์อันเกิดจากปราณธาตุน้ำเป็นแก่นแกนและสายฟ้าสวรรค์หลอมรวมกัน จึงทำให้เกิดละอองน้ำปราณจำนวนมากฟุ้งกระจายไปทั่วป่า
ตกใส่ต้นไม้ก็ผลิดอกออกใบ ตกใส่ดอกไม้ก็เบ่งบานสวยงาม ส่งใส่บึงน้ำฝูงปลาและสัตว์น้ำก็สดชื่นแข็งแรง ราชาอสูรปลาแห่งบึงน้ำเองก็รู้สึกยินดีที่หลินเซียนบรรลุได้
"ข้าควรกลับออกไปหาท่านแม่ ท่านควรเป็นคนแรกที่ได้เห็นความสำเร็จของข้า"
ว่าแล้วหลินเซียนก็รีบเดินออกมาจากป่ากลับบ้าน โดยมีเจ้าเสี่ยวหมิงกระโดมาเกาะที่บ่าตามออกมาด้วย
.....เมื่อออกมาจากป่าถึงบ้าน แม้เป็นบ้านหลังเล็กๆก่าๆ แต่ที่นี่ช่างทำให้หัวใจของหลินเซียนอบอุ่น เขาเห็นหญิงชรานั่งอยู่ที่แคร่ไม้ไผ่เก่าๆหน้าบ้าน บัดนี้ท่านแม่ของเขาแก่ชรามากวัยใกล้จะ 80 ปีแล้ว แต่ใบหน้าเธอยังอิ่มเอมมีความสุข เธอกำลังให้อาการไก่ที่มีแม่ไก่และลูกไก่ล้อมรอบ
"ท่านแม่!"
หญิงชราหันหน้าตามเสียงเมื่อเขาเห็นลูกชายสุดที่รัก เธอยิ้มบางๆดีใจ
"กลับมาแล้วหรือลูกรัก..."
หลินเซียนรีบเข้าไปคุกเข่ากอดแม่ผู้ชราภาพ เขามีน้ำตาแห่งความดีใจและคิดถึง
"กินข้าว อาบน้ำอาบท่าก่อนลูก เจ้าเหนื่อยแล้ว..."
นางไม่ได้ถามแม้ความสำเร็จของหลินเซียน นางเพียงดีใจที่ได้เห็นหน้าลูกชายในบั้นปลายสุดท้ายของชีวิต
หลินเซียนพยักหน้า เขารีบเข้าไปในบ้านเปลี่ยนชุดเซียนสีขาวออกเป็นชุดชาวบ้านสีเทาธรรมดาๆดังแต่ก่อนสมัยที่เขายังไม่ได้ไปฝึกเซียน
เขาอาบน้ำและรีบหุงข้าวแล้วต้มน้ำอุ่นใส่ถังเล็กๆออกมาหน้าบ้านเพื่อล้างเท้าให้แม่ของเขาอย่างตั้งใจทำ
....ก่อนที่หลินเซียนจะถามถึงคุณหนูร้านน้ำชา ก็มีชาย 2 คนขี่กระบี่ร่อนลงตรงหน้าเขาและแม่
"พวกเจ้า! เห็นท่านเซียนที่อยู่ป่าด้านหลังของเจ้าหรือไม่?" ทั้งสองพูดด้วยท่าทางหยิ่งยโส
หลินเซียนพยักหน้าแล้วชี้ไปที่ป่า ชายทั้งสองไม่ขอบคุณรีบกระโจนขึ้นกระบี่
"ไปเร็ว! เผื่อจะได้ฝากตัวเป็นศิษย์ท่านเซียน"
หลินเซียนมองชายทั้งสองขี่กระบี่ไปไกลเขาส่ายหน้า และกำลังจะพุดถามเรื่องคุณหนูร้านน้ำชากับแม่อีกครั้ง
แต่ก็มีชายร่างใหญ่เคราเฟิ้มหน้าตาดุดันอีกคนขี่น้ำเต้าลงมาจอดตรงหน้าเขาอีกแล้ว
"เหอะ! สงสัยข้าจะหลงทาง มีแต่ชาวนาจนๆกับยายแก่ใกล้ตาย" พูดแล้วมองรอบๆทำจมูกฟุดฟิตอยู่ 2-3 ทีแล้วก็ขึ้นน้ำเต้าบินไปเลย
หลินเซียนทำหน้าเหนื่อยๆ จนเขาลืมเรื่องคุณหนูร้านน้ำชาไป
2 สัปดาห์นี้มีแต่พวกเซียนมาถามถึงท่านเซียนที่บรรลุในป่า แต่ไม่มีใครสนใจสองแม่ลูกชาวบ้านยากจนตรงหน้าเลย แค่คำว่าขอบคุณสักคำก็แทบจะหาไม่ได้จากเซียนพวกนี้
มีรายหนึ่งโชว์เปล่งพลังปราณธาตุไฟจนไหม้ขนหางแม่ไก่ ถูกแม่ไก่วิ่งไล่จิกจนต้องรีบหนีไปก็มี ทิ้งไว้แต่เสียงหัวเราะของหลินเซียน
....แต่แล้ววันนี้ก็มีคุณชายคนหนึ่งเดินมา เขามีทหารองครักษ์เดินตามมาด้วยอีก 2-3 คน แม้จะแต่งกายดูเรียบง่าย แต่พัดที่ถือนั่นไม่ใช่เศรษฐีธรรมดาจะมีได้
เมื่อเขามาถึงหน้าบ้านของหลินเซียน ซึ่งหลินเซียนกำลังล้างเท้าให้แม่เขาอยู่ คุณชายน้อยก็ก้มศรีษะเล็กน้อยทำความเคารพ
"คาราวะท่านเซียน ข้าพเจ้าชื่อจ้าวหานเฟิง องค์ชายลำดับที่ 13 แห่งแคว้นจ้าว แม้ชื่อข้าพเจ้าจะแปลว่าเยือกเย็น แต่ตัวข้าพเจ้าเป็นคนสดใสร่าเริงและชอบคบหามิตรหาย"
หลินเซียนประหลาดใจ เพราะขณะนี้เขาแต่งกายชุดชาวบ้านธรรมดาที่เก่ามากๆมีรอยปะชุนเต็มชุดของเขา บ้านของเขาก็เป็นเพียงบ้านชาวบ้านยากจนที่เก่าโทรม ไม่มีสิ่งใดเลยที่องค์ชายน้อยผู้นี้จะดูออกว่าเขาคือเซียน
"ท...ท่าน ดูผิดแล้วขอรับ ท่านเซียนผู้บรรลุอยู่ในป่าด้านหลังบ้านข้าขอรับ" หลินเซียนแก้เก้อ
องค์ชายยิ้มแววตาแสดงความชาญฉลาด
"ท่านอาจารย์อย่าถ่อมตัวเลย ทองแท้ แม้ถูกผ้าขี้ริ้วปิดบัง ก็ยังส่องประกาย เห็นข้าพเจ้าเป็นเด็กเช่นนี้ แต่ข้าพเจ้าก็มีเสด็จพ่อเสด็จแม่สอนสั่งอบรมมาดี"
องค์ชายคุกเข่า และคำนับหลินเซียน
"ศิษย์คำนับท่านอาจารย์"
