ปัญหาใหม่และแผนใหม่
เมื่อดินแดนขยายใหญ่ขึ้นทรัพยากรก็ย่อมเพิ่มสูงขึ้นเป็นธรรมดาซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องพบเจอและกัสเองก็รู้อยู่แล้วว่าสักวันหนึ่งมันต้องมาถึง
แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่ามันจะมาเร็วขนาดนี้เช่นกัน
ประสบการณ์จากชีวิตก่อนหน้านี้ของเขาและข้อมูลที่ได้จากการศึกษาผ่านบันทึกโลกวิญญาณล้วนให้คำตอบที่ตรงกันในด้านของทรัพยากรที่เกิดขึ้นในดินแดนแห่งนี้
ทรัพยากรชนิดแรกที่ทุกคนจะได้รับเหมือนๆกันนั้นก็คือป่า เป็นป่ารูปแบบธรรมชาติที่เต็มไปด้วยของป่าชนิดต่างๆ
ส่วนทรัพยากรที่สองนั้นมักจะมาในรูปแบบสุ่มซึ่งจำต้องค้นหาด้วยตัวเองและกัสเองก็ค่อนข้างที่จะโชคดีที่เขาบังเอิญพบแหล่งดินเหนียวพอดีจึงสามารถริเริ่มงานปั้นประเภทเครื่องปั้นดินเผาได้
แต่สิ่งที่กัสคิดไม่ถึงก็คือโชคของเขายังดีขึ้นอย่างต่อเนื่องชนิดที่เขาไม่คิดว่ามันจะดีได้ขนาดนี้เท่านั้น
‘ใครจะไปคิดกันละว่าการขยายดินแดนครั้งแรกจะทำให้บ่อดินขยายใหญ่ขึ้นตามไปด้วย’
กัสยิ้มออกมาแบบฝืนๆโดยไม่รู้ว่าเขาควรจะดีใจหรือเสียใจดีที่บ่อดินมันขยายใหญ่ขึ้นและมีแหล่งกำเนิดดินที่มากกว่าเดิม
หากเปลี่ยนเป็นก่อนที่แท่นบูชาปฐพีจะถูกสร้างขึ้นกัสคงดีใจแต่หลังจากที่แท่นบูชาปฐพีถูกสร้างขึ้นแล้วและยังได้รับทรัพยากรดินเพิ่มขึ้นด้วยแบบนี้
ความดีใจก็กลายเป็นความลำบากใจเพราะเขาไม่มีปัญญาจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดนี้ได้
ขีดจำกัดของอิจิโกะกับน้องคือไห100 ใบ นี่ไม่ใช่ขีดสุดของพวกเธอ แต่เป็นขีดจำกัดที่กัสกำหนดให้หลังจากเฝ้าดูการทำงานของพวกเธอมานานหลายวัน
เขารู้ดีว่าหากต้องการเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นอิจิโกะกับน้องสมควรทำได้อย่างน้อยก็ 150 – 200 ใบ ต่อวันทว่าการทำแบบนั้นมันเป็นการฝืนและจะสร้างปัญหาให้ในระยะยาว
ในตอนนี้อิจิโกะกับน้องยังเด็กอยู่ร่างกายยังแข็งแรงและสามารถทนรับความลำบากได้ทว่าการฝืนตัวเองอย่างมากในตอนเด็กมันจะสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคตซึ่งกัสไม่อยากให้เกิดขึ้นเขาเลยหยุดพวกเธอเอาไว้และพยายามหาวิธีที่ดีที่สุดแทน
ช่วงเวลาที่ผ่านเลยไปการขุดค้นดำเนินไปอย่างช้าๆ พื้นดินที่ขยายตัวออกไปถูกขุดหน้าดินออกไปด้วยการช่วยเหลือของทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน
ท้ายที่สุดก็ค้นพบดินชนิดใหม่อย่างที่อิจิโกะกับน้องคิดดินขาว
แม้จะพบเจอในปริมาณที่ไม่มากเท่ากับดินเหนียวที่เจอถึงสามจุดด้วยกันแต่มันก็มีประโยชน์กับพวกเขาเป็นอย่างมากเพราะมันทำให้สูตรดินที่สามารถเลือกได้มีจำนวนที่มากขึ้น
การค้นพบนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับอิจิโกะกับน้องเป็นพิเศษเนื่องจากสูตรดินชนิดใหม่นั้นเป็นสิ่งที่พวกเธออยากได้มาเพื่อศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเองเป็นอย่างมาก
ทางด้านของกัสหลังจากมองเห็นความมุ่งมั่นของอิจิโกะกับน้องก็ยิ่งหนักใจมากขึ้นไปอีกเขาไม่อยากให้ความพยายามของพวกเธอต้องเสียเปล่า
แต่เขาไม่อาจปล่อยให้เด็กสาวกลุ่มนี้พยายามจนร่างกายทรุดโทรมได้เช่นกัน
“บางที..พวกเราอาจจะต้องลดคุณภาพลงบางส่วนเพื่อเน้นปริมาณให้มากขึ้นแทน”
ทางเลือกของกัสมีน้อยจนเกินไปจริงๆ หากจะเลือกคุณภาพของผลผลิตอิจิโกะกับน้องก็ต้องใช้เวลาในการปั้นไหแต่ละใบมาก ซึ่งจะทำให้จำนวนที่ได้ในแต่ละวันถูกจำกัดเอาไว้ในระดับที่ไม่มากพอที่จะใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ถ้าจะลดคุณภาพของผลผลิตลงก็จะทำให้การขายชิ้นงานในแต่ละชิ้นทำรายได้ลดลงตามไปด้วยซึ่งปัญหานี้เองก็เป็นปัญหาที่ใหญ่ไม่แพ้กันซึ่งทำให้กัสรู้สึกลำบากใจ
“ข้าคิดออกแล้ว!! ดินส่วนเกินพวกนั้นเอามาทำอย่างอื่นที่ง่ายกว่าแทนก็สิ้นเรื่อง!!”
หลังจากคิดอยู่นานกัสก็เหลือบไปเห็นกองอิฐที่ถูกทิ้งเอาไว้ที่มุมหนึ่งเขาก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยทำอิฐพวกนี้มาก่อนไม่ใช่หรือ
เมื่อเทียบกับงานปั้นของอิจิโกะกับน้องสาวแล้วการทำอิฐเพียงอาศัยคุณภาพของดินและแม่พิมพ์ที่ทำได้โดยง่ายเท่านั้นลำพังฝีมือของกัสและน้องสาวก็เพียงพอที่จะสร้างอิฐจำนวนมากที่มีคุณภาพในระดับสมบูรณ์ได้โดยง่าย
หากเทียบกับระดับเหนือสมบูรณ์ที่อิจิโกะกับน้องทำได้ในตอนนี้แล้วละก็ความคุ้มค่าของมันคงเทียบกันไม่ได้
แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าปล่อยให้ดินที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันต้องเสียเปล่าทั้งยังเป็นแหล่งรายได้ที่คุ้มค่าต่อการลงแรงอีกด้วย
ในที่สุดกัสก็ตัดสินใจได้และสรุปผลให้อิจิโกะกับน้องฟังในช่วงเย็นของวันตอนที่ทุกคนทานอาหารจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ทว่าทันทีที่กัสพูดออกมาสีหน้าของอิจิโกะกับน้องก็ดูแปลกไปทำให้กัสนึกประหลาดใจไม่น้อยเพราะว่าเขามั่นใจมากว่าความคิดของเขาไม่น่าจะมีปัญหา
“คือว่า..ท่านกัสเจ้าค่ะ ตอนนี้การผลิตดินถึงขีดสุดของโรงปั้นแล้วเจ้าค่ะ..พวกเราไม่สามารถทำการผลิตดินตามสูตรได้มากไปกว่านี้แล้ว”
คำตอบที่ได้รับนั้นทำเอากัสถึงกับอ้าปากค้างไปชั่วขณะก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อตระหนักว่าความคิดของเขาไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ แต่ไม่มีปัญญาทำต่างหาก
“แบบนี้เอง..โรงปั้นพื้นฐานก็คงทำได้เท่านี้สินะหรือว่า..พวกเราควรจะเพิ่มระดับของโรงปั้นดี”
กัสบ่นออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจทว่าอิจิโกะกับน้องสาวที่ได้ยินนั้นถึงกับลืมตาโตด้วยความตื่นเต้นยินดี
ปฏิกิริยาตอบสนองนี้ทำให้น้องสาวทั้งสองของกัสเริ่มมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาบางๆให้กับท่าทางของอิจิโกะกับน้องที่ดูเหมือนจะเสพติดการทำงานหนักมากขึ้นทุกวัน
หากเป็นเด็กสาวคนอื่นๆพวกเธออาจจะดีใจแบบนี้เมื่อได้รับของขวัญ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับหรือของหวาน
แต่อิจิโกะกับน้องกลับมีท่าทีตื่นเต้นยินดีเมื่อรู้ว่ากัสคิดจะเพิ่มระดับให้โรงปั้นของพวกเธอ
เพียงแค่คิดสองพี่น้องก็อดมองหน้ากันด้วยความอ่อนใจไม่ได้พลางคิดในใจว่านิสัยแบบนี้พวกเธอจะไปสู้ได้ยังไงกัน
ความบ้างานของเหล่าผึ้งงานนั้นอยู่เหนือสามัญสำนึกของคนทั่วไปมากจริงๆโดยเฉพาะกับเผ่าอสูรที่พึ่งพาสัญชาตญาณในการคิดและตัดสินใจ
งานสำหรับพวกเธอก็คือสิ่งที่ทำเพื่อให้มีชีวิตรอดการทำงานหนักก็เพื่ออนาคตที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นและต้องทำเพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนที่มากขึ้น
ทว่าความยินดีของพวกเธอก็มักจะมุ่งไปยังผลตอบแทนไม่ใช่ปริมาณงานที่มากขึ้นหรือเครื่องมือชิ้นใหม่ที่ใช้ในการทำงาน
กัสที่คิดอยู่นั้นไม่ทันสังเกตเห็นปฏิกิริยาแปลกๆของน้องสาวทั้งสองและอิจิโกะกับน้องได้เขาเพียงคิดถึงความเหมาะสมและจังหวะเวลาในการเพิ่มระดับของโรงปั้นเท่านั้น
“ดูเหมือนว่ามันจะเป็นทางเลือกเพียงอย่างเดียวสินะช่วยไม่ได้เอาเป็นว่าแผนการขั้นต่อไปคือการเพิ่มระดับของโรงปั้นก็แล้วกัน..แต่ก่อนหน้านั้นพวกเราต้องปลูกผักวิเศษอีกครั้งก่อน”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้สีหน้าของเด็กสาวทุกคนก็เปลี่ยนไปความหวาดกลัวปรากฏขึ้นในดวงตาของเด็กสาวก่อนจะกลายเป็นความมุ่งมั่นที่มากยิ่งกว่าเดิม
กัสเองพอเห็นแบบนั้นก็ยิ้มรับด้วยความพอใจจากนั้นก็เริ่มประกาศแผนการทำงานในวันต่อไปจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปนอน
ในตอนนี้น้องสาวทั้งสองของกัสได้กลับมาพักอยู่กับเขาตามเดิมแล้วส่วนอิจิโกะก็กลับไปพักอยู่ที่บ้านของเธอเช่นเดียวกัน
แต่ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นมาแล้วเมื่อได้ลิ้มลองรสชาติที่หอมหวานมาแล้วครั้งหนึ่งการจะห้ามตัวเองไม่ให้เกิดความต้องการก็ยากลำบากมากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะอิจิโกะที่มีท่าทีที่ยั่วยวนใจเป็นพิเศษทำให้กัสมักจะอดทนไม่ไหวต้องไปหาอิจิโกะยามค่ำคืนอยู่บ่อยครั้ง
ทว่าทั้งสองก็ไม่ได้ทำกันในบ้านแต่เลือกสถานที่เป็นป่าไผ่ที่อยู่ด้านข้างแทนเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนนิโกะกับซันโกะ
ทว่าผลลัพธ์มันก็ดูเหมือนจะตรงกันข้ามกับที่หวังเพราะแทนที่จะทำให้ทั้งสองได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นกลับกลายเป็นการทำให้เด็กสาวทั้งสองรู้สึกอิจฉาและเร่าร้อนจนนอนไม่ค่อยหลับแทน
ในช่วงแรกๆนั้นสองสาวก็ยังพอรับไหว แต่หลังจากผ่านไปได้ระยะหนึ่งมันก็เริ่มที่จะทนไม่ได้และออกอาการจนทำให้อิจิโกะกับกัสสังเกตเห็นเข้าจนได้
สายตาของกัสเปลี่ยนไปเล็กน้อยมีความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจก่อนจะกระซิบบอกอิจิโกะเบาๆแล้วจากไปเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปลูกผักวิเศษในวันพรุ่งนี้
อิจิโกะเองพอได้ยินคำพูดของกัสแล้วใบหน้าของเด็กสาวก็แดงระเรื่อขึ้นมาพลางพยักหน้าน้อยๆด้วยความรู้สึกขอบคุณจากนั้นจึงนำข่าวดีไปบอกนิโกะกับซันโกะที่รอคอยอยู่ในบ้านจนเกิดเป็นเสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความยินดีขึ้นมาก่อนจะเงียบหายไปในที่สุด
ทางด้านของกัสก็เดินกลับเข้าไปที่บ้านของเขาและค่อยๆย่องเข้าไปเพื่อไม่ให้น้องสาวทั้งสองตื่นแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเปิดประตูเข้าไปเห็นเด็กสาวทั้งสองนอนยิ้มหวานอยู่บนเตียง
เมื่อเห็นสภาพนี้แล้วใบหน้าของกัสก็สั่นกระตุกเบาๆพลางคิดในใจด้วยความรู้สึกสิ้นหวัง
‘แล้วพรุ่งนี้ข้าจะมีแรงเหลือไหมเนี่ย!!’
ท้ายที่สุดพายุที่เร่าร้อนก็ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงจนกระทั่งเวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงความร้อนระอุที่หอมหวานถึงได้สงบลงและทำให้กัสซึ่งสูญเสียน้ำไปมากถึงกับหลับเป็นตายจนถึงเช้าของวันต่อมาเลยทีเดียว
รุ่งเช้ากัสตื่นขึ้นมาในสภาพอ่อนเพลียจนต้องเปิดหน้าต่างระบบของดันเจี้ยนออกมาและมองหาของกินบำรุงให้กับตัวเองอย่างเลี่ยงไม่ได้ไม่เช่นนั้นตัวเขาคงไม่มีกำลังมากพอที่จะทำงานตามแผนของวันนี้เป็นแน่
ในขณะที่มองดูของกินกัสก็ยิ้มฝืนๆพลางคิดในใจว่าต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วเพื่อไม่ให้ชีวิตน้อยๆของเขาต้องประสบกับปัญหาแบบนี้อีก
ส่วนน้องสาวตัวน้อยที่แสนน่ารักก็ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใสดูมีน้ำมีนวลมากกว่าปกติชนิดที่แม้กระทั่งน้องสาวคนเล็กก็ยังดูสดชื่นไม่แพ้กันทั้งที่เกมรักของเธอนั้นไม่ได้สมบูรณ์เหมือนพี่สาว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านพี่..วันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ”
คำถามนี้ทำให้กัสเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าต่างระบบด้วยความซาบซึ้งก่อนจะยิ้มฝืนเมื่อเห็นดวงตาที่เร่าร้อนที่ซ่อนอยู่ในดวงตาสีน้ำตาลของน้องสาว
“เออ..อะไรก็ได้ที่อิ่มๆ ฝีมือของเจ้าช้าชอบทั้งนั้น”
ได้ยินกัสพูดแบบนั้นพวงแก้มของเด็กสาวทั้งสองก็แดงระเรื่อขึ้นมารอยยิ้มของสองสาวก็อ่อนหวานมากยิ่งขึ้นก่อนจะพากันวิ่งออกไปจากบ้านเพื่อเตรียมน้ำและอาหารให้กับกัส
หลังจากน้องสาวทั้งสองออกไปจากบ้านกัสก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้งหนึ่งพลางนึกถึงคำสอนของพ่อขึ้นมา
‘ท่านพ่อ..หวังว่าท่านจะไม่โกหกข้านะ’
คิดแล้วกัสก็ยิ้มขมๆความสุขที่มาพร้อมกับความเหนื่อยยากนี้เขาอาจจะชอบมันก็จริงแต่ถ้าต้องทนอยู่กับความสุขที่เหนื่อยยากแบบนี้ทุกวันเขาเองก็ไม่มั่นใจเช่นกันว่าเขาจะทนไหวหรือไม่
สิ่งเดียวที่กัสทำได้มีเพียงเร่งฝึกฝนตัวเองให้เร็วที่สุดโดยเฉพาะเคล็ดวิชาลับประจำตระกูลที่สืบทอดกันเฉพาะในกลุ่มทายาทบุรุษ
‘ต้องรีบแล้ว!!’
ความมุ่งมั่นของกัสพวยพุ่งขึ้นมาราวกับเปลวไฟจากนั้นจึงเลือกเอาอาหารเสริมชุดใหญ่ออกมาจากหน้าต่างของดันเจี้ยนแล้วกินมันลงไปจนหมดทำให้ร่างกายที่อ่อนล้าของเขาฟื้นฟูกำลังกลับมาจนเต็มเปี่ยม
ต่อจากนั้นกัสก็เริ่มทานอาหารเช้าต่อด้วยความสุขสำราญซึ่งนับเป็นข้อดีของเขาที่มีพลังในการกินที่ทำให้เขาสามารถเติมพลังให้ตัวเองได้เร็วกว่าคนทั่วไป
หากเปลี่ยนเป็นคนทั่วไปคงทำอะไรแบบกัสไม่ได้เพราะต่อให้อยากแค่ไหนพวกเขาก็กินได้เท่าที่ร่างกายรับไหว ปริมาณพลังงานที่ได้จากอาหารก็มีจำกัดต่างกับกัสที่ขอเพียงมีของให้กินเขาก็สามารถเติมพลังงานให้ตัวเองได้ในเวลาเพียงอึดใจเดียว
การเตรียมตัวดำเนินไปอย่างช้าๆทุกคนมีความพร้อมที่มากยิ่งกว่าเดิม การเคลื่อนย้ายกระถางต้นไม้ก็เริ่มต้นขึ้น
ดอกไม้สองกลิ่นถูกขนไปวางปิดทางเข้าออกเอาไว้ส่วนตัวกัสก็เริ่มมองดูแปลงผักที่ถูกปลูกผักชนิดใหม่ลงไปเมื่อหลายวันก่อน
งานในส่วนนี้กัสทำมันพร้อมกับการปรับปรุงแปลงผักซึ่งเป็นงานที่เขาทำเพียงคนเดียวทำให้เด็กสาวทั้งห้าไม่ทราบว่าผักชนิดใดที่ถูกปลูกเพิ่มลงไปในแปลงผัก
สิ่งเดียวที่พวกเธอเห็นมีเพียงร่องรอยของการเพาะปลูกที่อยู่ในแปลงผักและคำอธิบายของกัสก่อนที่แผนจะเริ่มเท่านั้นว่าต้องเน้นไปที่พื้นที่ส่วนไหนบ้าง
ต่อจากนั้นไม่นานทุกคนก็เตรียมความพร้อมจนเสร็จจากนั้นกัสก็เดินขึ้นไปบนแท่นสูงที่อยู่ใจกลางแปลงผักซึ่งเป็นส่วนที่ถูกเติมแต่งจากการปรับปรุงแปลงผักของกัส
หลุมจำนวน3 หลุมถูกขุดขึ้นอย่างรวดเร็วตามมาด้วยเมล็ดของหัวผักกาดแก้วมรกตแบบเดียวกับที่เคยปลูกจากนั้นก็กลบฝังและเริ่มรดน้ำ
ช่วงเวลาต่อจากนั้นทุกคนก็เพิ่มความตื่นตัวขึ้นและรับมือกับแมลงที่บุกเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
ชุดแรกผ่านไปชุดที่สองผ่านไปดำเนินไปได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีสะดุดเพราะประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากครั้งก่อนรวมไปถึงความมุ่งมั่นที่มีมากยิ่งกว่าเดิมของทุกคน
“ดี!! ข้าจะเริ่มใส่ปุ๋ยละนะ”
เมื่อเห็นว่าทุกคนพร้อมกว่าครั้งก่อนมากกัสก็ไม่คิดที่จะถ่วงเวลาอีกเขาจัดการใส่ปุ๋ยลงไปยังผักวิเศษทั้งสามต้นทันที ทำให้จำนวนแมลงเพิ่มจาก 3กลายเป็น 6
เมื่อเทียบกับครั้งก่อนระดับความยากง่ายแตกต่างกันมากจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของแปลงผักที่สูงยิ่งกว่าทำให้แมลงที่บุกเข้ามาถูกจำกัดพื้นที่ในการเคลื่อนไหวซึ่งทำให้ทุกคนรับมือได้ง่ายยิ่งกว่าเดิม
ตาข่ายที่ถูกตั้งนั้นอาจจะสร้างปัญหาให้อิจิโกะกับน้องอยู่บ้างเพราะมันทำให้พวกเธอต้องบินสูงขึ้นเมื่อต้องเปลี่ยนตำแหน่งแต่โดยรวมแล้วนับว่าดีขึ้นมากเนื่องจากตาข่ายที่ถูกขึงเอาไว้ตามจุดต่างๆนั้นได้บีบพื้นที่ให้แคบลง ส่งผลให้พื้นที่ไล่ล่าเล็กลงตามไปด้วย
การแบ่งงานเป็นเหมือนครั้งแรกอิจิโกะอยู่นอกสุด ตามมาด้วยนิโกะและซันโกะแล้วค่อยๆสลับกันไปตามช่วงเวลาเพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสพักบ้าง
น้องสาวทั้งสองของกัสก็เช่นเดียวกันด้วยการช่วยเหลือของดอกไม้สองกลิ่นที่หอมหวานแมลงที่บุกเข้ามาเกินกว่าครึ่งก็มักจะถูกดอกไม้ดึงดูดความสนใจเอาไว้ชั่วขณะทำให้พวกเธอสามารถจับแมลงพวกนั้นได้อย่างง่ายดาย
จำนวนของแมลงเพิ่มขึ้นทีละน้อยจำนวนปุ๋ยที่ถูกใส่ลงไปในแปลงผักก็มากขึ้นทุกขณะส่งผลให้ผักชุดใหม่ที่ถูกปลูกลงไปมากกว่าพันต้นค่อยๆปรากฏยอดอ่อนให้เห็นบ้างแล้วบางส่วน
เนื่องจากครั้งนี้กัสไม่ได้ขอให้ใส่ปุ๋ยกับผักทุกชนิดแต่ให้เน้นเฉพาะชนิดที่โตช้าที่สุดเป็นหลักทำให้เห็นพื้นที่ที่กลายเป็นสีเขียวเพียงส่วนเดียวเท่านั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไปจำนวนของแมลงเพิ่มมากขึ้นอัตราการกระจายตัวของสีเขียวก็ขยายตัวกว้างขึ้นตามไปด้วย
ประสิทธิภาพของปุ๋ยแมลงนั้นมีประสิทธิภาพสูงมากกับพืชผักทั่วไปมันช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วซึ่งแตกต่างจากผักวิเศษอยู่มากทีเดียว
ด้วยเหตุนี้หลังจากผ่านไปนานหลายชั่วโมงพื้นที่สีน้ำตาลในแปลงผักก็ค่อยๆ กลายเป็นสีเขียวทีละส่วนๆจนกระทั่งผักทุกต้นที่ถูกปลูกลงไปใหม่เติบโตจนแตกพุ่มออกมาให้เห็นบ้างเล็กน้อย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วอึดใจเดียวก็ผ่านพ้นไปถึง8 ชั่วโมง ทุกคนก็เริ่มอ่อนล้ากันบ้างแล้วแต่ก็ยังสามารถรักษาความแข็งแกร่งของตัวเองเอาไว้ได้เป็นอย่างดี
ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจนี้ทำให้กัสอมยิ้มออกมาด้วยความพอใจเพราะตระหนักว่าทุกคนเปลี่ยนไปมากจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นทักษะการตัดสินใจหรือแม้แต่ร่างกายที่พัฒนาขึ้นจนมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมมากทำให้สามารถรับมือกับฝูงแมลงในครั้งนี้ได้อย่างไม่ลำบากกินแรง
ทุกคนยังเหลือพลังอีกมากการรับมือแมลงแทบไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นเลย แม้ว่าช่วงหลังจะมีจำนวนแมลงที่เพิ่มขึ้นมากจนเริ่มรับมือกันได้ลำบากกินแรงอยู่บ้างแต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกเหนื่อยจนสู้ต่อไปไม่ไหวอีก
“อดทนอีกหน่อย!! ข้าใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้ายลงไปแล้ว!!อีกแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น”
กัสส่งเสียตะโกนบอกทุกคนหลังจากใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้ายลงไปเด็กสาวทั้งห้าก็ส่งเสียงตอบรับกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมุ่งมั่น
หลังจากนั้น1ชั่วโมงก็ผ่านไปก็ยังไม่มีแมลงตัวใดหลุดไปถึงตัวกัสได้ตั้งแต่ต้นจนจบและผักวิเศษทั้งสามต้นก็ถูกดึงขึ้นจากดินก่อนจะใส่มันลงไปในกระเป๋ามิติเป็นการจบสิ้นการปลูกผักวิเศษครั้งที่สองลงอย่างสมบูรณ์
“สำเร็จแล้ว!! ทำได้ดีมากทุกคน!!!”
กัสประกาศออกไปด้วยความชื่นชมจากนั้นก็มองไปรอบๆด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจทำให้ใบหน้าของเด็กสาวทุกคนแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นยินดี
“อ๊า!! พี่กัส!! ทำไมไอ้นี่มันยังอยู่ละ!!”
ท่ามกลางความยินดีของทุกคนน้องสาวคนเล็กที่มีถังใบหนึ่งผูกอยู่ที่เอวนั้นอยู่ๆก็ส่งเสียงตะโกนออกมาด้วยความตกใจเพราะว่าของเหลวสีเขียวข้นที่เกิดจากการหลอมละลายซากแมลงด้วยพลังเวทนั้นยังเหลืออยู่ในถังไม้ของเธอ
เสียงตะโกนนี้ทำให้ทุกคนตื่นตกใจแต่ไม่นานนักก็กลายเป็นความประหลาดใจและสงสัยเมื่อมองเห็นของเหลวสีเขียวข้นที่อยู่ในถังไม้ซึ่งถูกผูกไว้กับเอวของน้องสาวคนเล็ก
“นี่มัน..ปุ๋ยไม่ใช่หรือเจ้าตัวเล็กทำไมถึงมีปุ๋ยอยู่ในถังใบนี้ได้ละ”
ทุกคนเงยหน้ามองหน้าเด็กสาวด้วยความสงสัยเพราะว่าทันทีที่ผักวิเศษถูกเก็บเกี่ยวแมลงทุกตัวก็หายไปจนหมด ไม่ว่าจะเป็นแมลงที่มีชีวิต หรือแมลงที่ตายไปแล้ว
ทั้งที่เป็นแบบนั้นปุ๋ยน้ำสีเขียวนี้กลับยังมีอยู่ทั้งยังอยู่ในปริมาณที่มากไม่ใช่เล่นอีกด้วย
พอถูกถามเข้าแบบนั้นน้องสาวคนเล็กก็เริ่มร้อนรนใบหน้าของเธอแดงขึ้นมานิดหน่อยและมีท่าทีลำบากใจ แต่สุดท้ายเธอก็ยอมสารภาพออกมาในที่สุด
“ก็ข้านะ..ข้าแค่ขี้เกียจเดินบ่อยๆก็เลย..เอาถังมาผูกไว้ข้างเอวจะได้เก็บปุ๋ยไว้ได้เยอะๆทีนี้จะได้ไม่ต้องเดินไปใส่ปุ๋ยบ่อยๆ แล้วแบบว่า..ข้าลืมใส่มันก็เลยเหลือแบบนี้แหละ..”
คำตอบนี้ทำให้กัสยิ้มขำและไม่นึกแปลกใจเลยกับนิสัยของน้องสาวคนเล็กของเขาที่ค่อนข้างจะดื้อและซนเป็นพิเศษ
แต่เขาก็นึกไม่ถึงจริงๆว่าความคิดของเด็กคนนี้จะทำให้เขาค้นพบเคล็ดลับที่ซ่อนอยู่ของผักวิเศษ
“เจ้านี่นะ! นึกไม่ถึงเลยจริงๆ..เอาเถอะลืมก็ช่างมันเรามาทดลองดูกันดีกว่าว่าปุ๋ยตัวนี้ยังใช้ได้อยู่ไหมหลังจากที่เก็บผักวิเศษไปแล้ว”
“อือ! ลองสิ”
หลังจากตอบรับครั้งหนึ่งน้องสาวคนเล็กก็แกะเชือกที่ผูกเอวออกแล้วส่งถังไปให้กัสก่อนจะนำมันไปรดลงที่แปลงผัก
ของเหลวสีเขียวที่มีความข้นกว่าน้ำปกติค่อยๆไหลออกมาจากถังอย่างช้าๆ และตกลงบนแปลงผัก
วินาทีต่อจากนั้นมันก็ไหลไปทั่วพื้นดินและค่อยๆแทรกซึมลงไปในดินแล้วค่อยๆแพร่กระจายแสงสีเขียวออกไปเป็นวงกว้างจนทำให้ผักที่ปลูกอยู่ใกล้ๆกันนั้นถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยแสงสีเขียว
อึดใจต่อมาใบอ่อนก็งอกเงยออกมาและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในระดับที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“อ๊า!! โตแล้วๆ”
พริบตาที่เห็นผลลัพธ์ของปุ๋ยยังคงอยู่ดวงตาของกัสก็ทอประกายขึ้นมาวูบหนึ่งความคิดบางอย่างก็เกิดขึ้นในใจพร้อมกับแผนการใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
‘แบบนี้ก็ไม่เลว..’