[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    94 โดยบังเอิญ

    “จงหู แกหนีออกมาได้ยังไงกัน”


    กระบี่บินถูกปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นจนรับน้ำหนักคนได้ถึง 3 ระหว่างบินไปด้วยความเร็วสูงจงหูก็ตอบเพื่อนของมันทันที


    “มันปล่อยข้าให้หนี น่าจะเพราะกำลังหาทางฆ่าพวกแก แต่ทำไมพวกแกถึงรอดมาได้ล่ะ อีก 3 คนเป็นยังไง”


    “อีกสามคน” จงหูย่นคิ้ว จู่ๆเพื่อนของมันก็เงียบเสียง จึงหันมองไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นมันถึงกลับตะลึงเพราะจู่ๆดาบในมือของเพื่อนมันได้แทงทะลวงท้องน้อยจนมันเสียการควบคุมกระบี่ร่วงหล่นลงไปจากท้องฟ้า


    ตู้ม~!


    “พรวด ทะ ทำไมพวกแกถึง”


    จงหูพยายามพาร่างออกจากหลุม มันต้องหนีจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้ ไม่นานเพื่อนที่แทงข้างหลังก็ลงมาดักหน้าของมัน คนที่สลบต่างก็ลืมตามายืนปิดด้านหลัง ไม่ยอมให้มันคิดหนี


    “พวกแกทำไมถึงทรยศ ตอบสิ ตอบฉันมา~!!!”


    เลือดสีแดงไหลออกมาจากท้องน้อยเป็นจำนวนมาก จงหูจึงรีบนำยาทั้งหมดออกมากรอกปาก มันที่พยายามฟื้นฟูตัวเองเตรียมตัวจะหนีอีกครั้งก็พบว่าเพื่อนอีก 3 ที่มันถามหากระโดดเข้ามาล้อมมันเอาไว้


    “นี่พวกแก หรือว่าพวกแกร่วมมือกับไอ้ตงฟางตั้งแต่แรก ตอบฉัน ตอบฉันมาสิโว๊ย~!!!”


    “พวกเขาไม่ตอบหรอก” ตงฟางเป็นคนตอบ คนทั้ง 5 ที่ยืนอยู่รอบๆจงหูทำเพียงยืนนิ่งมองจ้องจงหูด้วยดวงตาเหม่อลอยไม่ต่างจากคนถูกควบคุม


    “แก แกอยู่ไหน ออกมาซะตงฟาง ออกมา ฉันจะฆ่าแก!!!”


    “เอาตัวแกให้รอดก่อนเถอะ อีกอย่างฉันไม่จำเป็นต้องออกไปดูแกหรอก เพราะฉันไม่อยากเป็นคนที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ การที่พวกแกเป็นศิษย์หลักคงมีของคุ้มครอง หรือไม่การที่ฉันฆ่าแกไป อาจจะมีพลังบางอย่างส่งรูปฉันไปบอกอาจารย์ของแกก็ได้ เพราะงั้น ฉันไม่มีทางออกไปหาแกหรอก คนกระจอกๆแบบแกที่เก่งแค่ในสถาบัน ไม่จำเป็นที่คนอย่างฉันที่ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านสนามรบจะต้องเดินไปดูหน้าแกก่อนตาย”


    “แก~!”


    “ฆ่ามันซะ”


    ตงฟางบอกให้คนทั้ง 5 ฆ่าจงหู พวกเขาก็รับรู้และรับสั่งทำตามอย่างว่าง่าย ด้วยการเปิดใช้งานพลังก่อนจะเสียบอาวุธในมือทำตามคำสั่ง ฆ่าจงหูจนมันตกตายลงไป


    “เอาล่ะ พวกแกก็ด้วย” เปาะ


    ตงฟางดีดนิ้วปลดปล่อยพลังจิตของเขาออกไปจากคนทั้ง 5 แม้เขาจะควบคุมพวกมันได้อย่างสมบูรณ์แต่ก็ต้องแลกมากับพลังมหาศาล การที่เขาเป็นเพียงเลเวล 4 แล้วใช้การสะกดจิตจึงเป็นวิธีทรมานเขาเช่นกัน ตงฟางจึงจะเก็บพลังจิตส่วนสุดท้ายเอาไว้หลบซ่อนตัวในป่าแห่งนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยพวกมันไปในรูปแบบปกติ เพราะเขาได้ใส่ความทรงจำผิดๆจากการกรอกหูเข้าไปด้วย ทำให้พวกมันที่ได้สติ มองหน้ากัน


    “แก แกฆ่าจงหู”


    “เปล่า ฉันไม่ได้ทำ”


    “เหลวไหล ฉันเห็นมันเป็นคนลงมือฆ่า”


    เสียงร้องตะโกนพร้อมพลังจารึกวิญญาณที่ระเบิดออกจากร่างคนทั้ง 5 ก่อนที่พวกมันจะกระโจนเข้าไปหากันเพื่อทำการฆ่าอีกฝ่าย ตอนนี้พวกมันทั้ง 5 กำลังโทษกันว่าฆ่าจงหูตาย การจะหลุดพ้นจากการใส่ร้ายนี้มีทางเดียวคือต้องฆ่ากัน


    บรึ้ม ตู้ม บรึ้ม บู้ม~!


    ตงฟางค่อยๆนั่งฟื้นฟูพลังจิตไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้ชายทั้ง 5 ฆ่ากันจนกว่าจะเหลือคนสุดท้าย กระทั่งเขามองเห็นแสงในตอนเช้าค่อยๆสว่างขึ้นจากเวลาที่ผ่านพ้นไป ตงฟางก็ลุกออกมาจากกิ่งไม้ มุ่งหน้าไปยังจุดที่กำลังเกิดการต่อสู้อยู่ในตอนนี้ทันที


    “เหลือ 2 สินะ งั้นช่วยหน่อยก็แล้วกัน”

    ฉั๊วะ~!


    ดวงตาของหนึ่งในศิษย์หลักเบิกกว้าง จู่ๆมันก็ไม่สามารถขยับตัวได้จนอีกฝ่ายตัดแขนมันไปข้างหนึ่ง จังหวะที่มันอึ้งตัวของมันก็สามารถกลับมาขยับได้จึงฟันดาบไปยังอีกฝ่ายจนแขนของอีกฝ่ายขาดหายไปเช่นกัน ระหว่างที่พวกมันเหลือแขนคนละข้างพวกมันต่างก็เค้นพลังหวังจะระเบิดพลังก้อนสุดท้าย ฆ่าอีกฝ่ายให้ได้ ก่อนที่มันจะเป็นฝ่ายตาย


    ย๊าก~! บรึ้ม~!!!


    “คงไม่มีใครสาวมาถึงตัวฉันได้หรอกนะ”


    ตงฟางมองไปยังศพของศิษย์หลักทั้ง 5 บนร่างของพวกมันเต็มไปด้วยอาวุธของกันและกัน อีกไม่นานพวกมันคงจะถูกสัตว์อสูรเข้ามากัดกินร่าง ไม่น่าเหลือร่องรอยให้ตรวจสอบ 


    ในขณะที่เขากำลังจะเดินย่องออกไปจากสถานที่แห่งนี้ตงฟางก็พบเข้ากับคนคุ้นเคยที่เดินออกมาเจอเขาด้วยความบังเอิญ ที่ตงฟางคิดว่ามันไม่ได้บังเอิญ


    “อ้าวตงฟาง ทำไมมาอยู่ที่นี่ พวกเราตามเสียงระเบิดมารู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”


    นายน้อยหานและคนอีกราวร้อยกว่าเดินมาดักหน้าของตงฟาง เขาจึงส่ายหน้าด้วยความวิตก แกล้งทำเป็นว่าตัวเองหลบอยู่แถวนี้แล้วจู่ๆก็มีการต่อสู้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน เขาที่เห็นเส้นทางเดินในตอนเช้าจึงจะออกไปให้ไกล


    “นายน้อยหาน ข้าไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้ข้ากำลังหนีเพราะสิ่งที่ระเบิดพลังฆ่ากันตลอดทั้งคืนเป็นถึงระดับจารึก”


    “เฮ่ย จริงเหรอ”


    “ใช่ ข้าไปก่อน ข้ากลัว ด้วยพลังของข้าที่เป็นแค่ระดับผสาน ขืนอยู่ต่ออาจจะตายได้”


    “เดี๋ยวก่อนตงฟาง” ตงฟางที่กำลังจะหนีถูกขัดขวางเอาไว้ ทันใดนั้นทางด้านซ้ายก็ปรากฎกลุ่มของนายน้อยลู่เข้ามาปิดทางไม่ให้เขาหนีไป


    “อ้าวนี่มันตงฟาง แล้วนั่นนายน้อยหาน ทำไมข้าต้องเจอเจ้าตลอด”


    “สวัสดีนายน้อยลู่ ที่พวกท่านทั้งสองเจอกันคงเป็นเพราะว่าวาสนาคู่กัน เอาล่ะ ข้าตัวคนเดียวขอกลับไปรวมกลุ่มก่อน”


    ตงฟางก้าวขาไปยังเส้นทางที่ไม่มีใครขวางกั้น คนของทั้งสองกลุ่มก็เข้ามาปิดล้อมเขาไม่ให้เดินทางจากไปไหน


    “เดี๋ยวก่อนตงฟาง”


    “นายน้อยหาน ท่านมีอะไรเหรอ ข้าต้องรีบกลับไปรวมกลุ่ม ก่อนที่ศิษย์พี่ของข้าจะห่วงจนต้องออกตามหาข้า”


    “อย่าพึ่งไปสิตงฟาง” นายน้อยลู่เป็นอีกคนที่เอ่ยออกมา


    “พวกท่านต้องการอะไรกันแน่” ตงฟางพยายามเดินถอยหลัง แกล้งทำเป็นกลัว เขาอยากรู้เช่นกันว่านายน้อยทั้งสองต้องการอะไรจากเขา


    “ทำไมเจ้าถึงทำหน้าตาหวาดวิตกแบบนั้นล่ะ ข้าแค่อยากจะชวนเจ้าเดินทางไปด้วยกันเท่านั้น”


    “ฮะ จริงเหรอนายน้อยหาน”


    “ไม่ ตงฟางต้องไปกับพวกข้า ตอนนี้ข้าไปเจอบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจ มันต้องการพลังของนักยันต์ในการเปิดใช้งาน” นายน้อยลู่รีบพูดแทรก


    “ของข้าก็เช่นกัน”


    “งั้นเราก็ต้องแย่งกันแล้วล่ะ”


    คนของสถาบันดาราและสถาบันชิงอี้ที่มากับนายน้อยทั้งสองชักอาวุธของพวกเขาออกมา โดยมีตงฟางยืนอยู่ใจกลาง เขารู้สึกดีใจมากที่พวกมันทั้งสองไม่ได้มาเพราะเรื่องผลน้ำพุแห่งวิญญาณ


    “เดี๋ยวก่อน พวกท่านจะสู้เพื่อแย่งข้าเนี๊ยนะ พวกท่านก็มีนักยันต์ไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ใช้พวกเขา”


    “ก็เพราะว่าเจ้าดูพิเศษ” เสียงของนายน้อยทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน จนตงฟางชี้หน้าตัวเองเพื่อยืนยันคำพูดของทั้งสอง


    “ข้าเหรอพิเศษ พวกท่านบ้าไปแล้ว”


    “ไม่หรอก การที่เจ้าใช้ยันต์ด้วยวิธีเขียนขั้นสูงได้ เจ้าจะต้องพิเศษ เอาล่ะตามข้ามาซะ”


    “นายน้อยลู่ ข้าเจอเขาก่อน เขาจะต้องไปกับข้านายน้อยหานคนนี้”


    “ไม่ เขาเคยทำงานกับข้ามาก่อน เขาจะต้องไปกับข้านายน้อยลู่คนนี้”


    “เดี๋ยวก่อนพวกท่าน ตอนนี้เป็นช่วงเช้าใช่ไหม ข้าต้องรีบกลับไปรวมกลุ่มในตอนค่ำ เอาแบบนี้ ข้าจะไปกับนายน้อยหานก่อน แล้วค่อยไปกับนายน้อยลู่ เป็นยังไง ไม่ต้องมาตีกันด้วย”


    “ได้~!!!”


    ตงฟางถอยหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แม้เขาอยากจะหนีแต่ก็ต้องหนีแบบมีชั้นเชิงแล้วก็ต้องไม่กระทบคนเหล่านี้ เขายังไม่อยากก่อเรื่องข้ามสถาบัน อีกอย่างเขามีความรู้สึกว่าหากตามนายน้อยทั้งสองไป เขาจะพบเจอกับของดี โดยนำเอาความรู้สึกจากครั้งแรกที่เจอนายน้อยลู่จนไปพบผลน้ำพุแห่งวิญญาณมาตัดสินการเดินทางตามไป ยังไงวันนี้ก็เป็นวันที่ 5 ของการเดินทางในประตูแห่งเทพธิดา


    “ตามมา ข้าจะพาไปยังสถานที่ที่ต้องใช้นักยันต์”


    หูทิตย์ของตงฟางกวาดไปรอบๆฟังเสียงทุกๆอย่าง เขาได้ยินเสียงสัตว์อสูรกำลังเดินทาง จึงรู้ว่าพวกมันที่เขาไล่ไปกลับมาแล้ว และตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังจุดคาวเลือดที่ศิษย์หลักทั้ง 5 คนฆ่ากันตาย


    “ตงฟาง แล้วเข้ามาแบบนี้ลูกเมียของเจ้าไม่เป็นห่วงเหรอ” นายน้อยหามถามด้วยใบหน้าสงสัย ตงฟางจึงยิ้มแล้วตอบ


    “ต้องเป็นห่วงอยู่แล้วสิ หากจะให้เปรียบเทียบ ท่านเคยถามพ่อกับแม่หรือเปล่า ว่าเป็นห่วงท่านมากแค่ไหน หากรู้ว่าสถานที่ท่านเดินทางไปเป็นสถานที่อันตราย”


    “นั่นสินะ เอาล่ะ ใกล้จะถึงแล้ว ถ้ำที่พวกข้าไปเจอ หากเข้าไปข้างในได้เราน่าจะไปเจออะไรดีๆ”


    “ขอให้เจ้าโชคดีก็แล้วกันนายน้อยหาน”


    “เจ้าก็อย่ามาแย่งข้าล่ะ ถ้าข้างในเป็นของดี”


    “เหอะ ถ้าไปถ้ำของข้า เจ้าก็อย่าเข้ามาแย่งเช่นกัน หากว่ามันเป็นของดี”


    ตงฟางมองเห็นออร่าที่พร้อมระเบิดปะทะกันของนายน้อยทั้งสอง เขาจึงพยายามหางทางหยุดการปะทะกัน ด้วยการหาเรื่องมาถามพวกเขา


    “นายน้อยทั้งสอง นี่พวกท่านเป็นศิษย์หลักเลยเหรอ ข้าจำได้ว่าพวกท่านพึ่งเข้าเป็นศิษย์สถาบันดาราและสถาบันชิงอี้เองนะ”


    “ใช่ ข้าได้เป็นศิษย์หลักของสถาบันชิงอี้ มีอาจารย์ท่านหนึ่งเห็นความสามารถการกระบี่ของข้าจึงรับข้าไปสั่งสอน”


    “ข้าก็เช่นกัน อาจารย์เห็นความสามารถของข้าในการใช้ดาบ จึงเลือกข้าไปเป็นศิษย์หลัก”


    “ไม่ใช่พวกท่านมีระดับผสานวิญญาณขั้น 5 ตอนอายุเพียง 15 ใช่ไหม อาจารย์จึงเลือกพวกท่าน”


    “ไม่มีทาง” ตงฟางมองดูนายน้อยทั้งสองปฎิเสธพร้อมกัน สำหรับเขาคิดว่าอาจารย์คงไม่ได้เลือกเพราะนายน้อยทั้งสองเก่งแน่นอน คงจะเป็นเพราะนายน้อยทั้งสองน่าจะมาจากตระกูลใหญ่ มีทรัพยากรมากมาย การจะเติบโตเป็นคนแข็งแกร่งจึงง่ายกว่าคนอื่นๆ อาจารย์จึงเข้ามารับช่วงต่อจากตระกูล จึงเป็นการหนุนเสริมเพื่อให้นายน้อยทั้งสองแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมจนเชิดหน้าชูตาได้


    “ถึงแล้ว ถ้ำนี้แหละที่ข้าเจอ”


    ตงฟางมองไปยังรูเล็กๆบนพื้น รอบๆล้วนเต็มไปด้วยหินมากมาย ถึงอย่างนั้นรูมันกลับไม่ใช่ธรรมดาเพราะเขาเห็นค่ายกลและยันต์มากมายเขียนสลักไว้บนหิน


    “นายน้อยหาน ข้าไม่เคยเรียนค่ายกล แบบนี้ก็ไม่สามารถเข้าไปได้”


    “ไม่สิ นักยันต์ระดับ 3 ของเจ้าจะต้องเข้าไปได้ ตอนนี้เจ้าก็เป็นระดับผสานวิญญาณแล้วต้องใช้ยันต์ระดับ 4 ได้”


    “มันเป็นอย่างที่ท่านพูด ข้าเป็นระดับผสานวิญญาณแล้ว แต่ข้าไม่ได้เข้าสังกัดตึกยันต์ จึงมีความรู้เพียงแค่การใช้ยันต์ การแก้ค่ายกล จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องค่ายกล ของแบบนั้นข้าเรียนไม่ได้”


    “งั้นก็หมายความว่าข้าต้องทิ้งถ้ำนี้ไปสิ”


    “ทำไมท่านไม่ลองทำลายมันล่ะ”


    “ข้าลองแล้ว แม้เราจะรวมพลังกันก็ไม่สามารถทำลายค่ายกลนี้ได้”


    “แล้วนายน้อยลู่ ถ้ำของท่านมีค่ายกลด้วยไหน ถ้ามีข้าขอตัวกลับก่อน”


    “ใช่ ถ้ำของข้ามีค่ายกล แต่เจ้าจะกลับไปไม่ได้ เราพูดกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าเจ้าจะกลับตอนค่ำ ดังนั้นเจ้าจงอยู่ก่อน เราอาจจะเจอถ้ำที่ใช้ยันต์ของเจ้าเปิดได้”


    “ข้าเห็นด้วยกับนายน้อยลู่”


    ตงฟางที่กำลังจะเดินจากไปกลับถูกจับไหล่จากนายน้อยทั้งสองฝั่ง ทำให้เขาต้องยิ้มแห้งแล้วตามไปเช่นเดิม


    “นี่ พวกท่านไม่คิดจะหาค่ายกลวิญญาณเหมือนคนอื่นๆดูดซับเหรอ”


    “พวกข้าก็หา แต่แถวนี้เต็มหมดแล้วล่ะ ต้องเข้าไปลึกกว่านี้”


    “เหรอ แล้วนายน้อยคิดจะไปยังสถานที่ตั้งนิกายโบราณหรือเปล่า”


    “หืม ไม่อ่ะ ที่นั่นอันตรายเกินไป ระดับจารึกยังเกือบตายเพราะงั้นเราจึงเข้ามาเก็บสมุนไพรและดูดซับวิญญาณเท่านั้นแหละ เอาล่ะ เดินทางกัน” นายน้อยหานพูดด้วยท่าทางสบายใจ ต่างจากตงฟาง เขาอยากรีบไปยังนิกายโบราณ เพื่อดักรอเจอน้องสาวของเขา


    “ให้ตายสิ ไอ้พวกเวรนี้ เดี๋ยวพ่อก็ฆ่าทิ้งซะหรอก”


    “ตงฟาง เจ้าพูดอะไร” 


    “เปล่าเลยนายน้อยหาน ข้าแค่บ่นคิดถึงลูกเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรเราเดินทางกันต่อเถอะ”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน