ตอนที่ 6 : งานกับความรู้สึก
เย็นวันพุธ เจเดินผลักประตูเข้ามาในสำนักพิมพ์ด้วยสีหน้าล่องลอยเหมือนคนไร้ิญญา ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ดังตุ้บ
“เป็อะไร” หนิงชะโงกหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ถามทันที
“พี่หนิง…หนูยื่นใบลาออกแล้วค่ะ”
หนิงตาโตเป็ไข่ห่าน “จริงดิ! ไวปานจรวด”
เจพยักหน้าช้าๆ จิตใจยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“หัวหน้าด่ากราดเลยค่ะ บอกว่าหนูคิดสั้น เด็กสมัยนี้ไม่อดทน บลาๆๆ”
“แล้วเธอว่าไง”
“หนูก็บอกไปตรงๆ ว่า…หนูแค่อยากลองใช้ชีวิตในแบบของตัวเองดูบ้าง”
หนิงยิ้มกว้าง “ดีแล้ว เอากระเช้าไปไหว้หัวหน้าซะ ขอบคุณที่ชี้ทางสว่างให้”
เจหัวเราะแห้ง ท่าทางประหม่า
“ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ก็ประชดแรงนะ…ตอนนี้หนูโคตรกลัวเลยค่ะ” ????
“กลัวก็ถูกแล้ว” เสียงเรียบสนิทดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง
เจสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมอง ปราณยืนอยู่ตรงนั้นในชุดเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ
(เจคิด: มาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย!)
“พี่…ชอบมาจังหวะซิทคอมตลอดเลยนะคะ ฮ่าฮ่า”
เจหัวเราะเจื่อนๆ กลบเกลื่อนความใ
ปราณเดินเข้ามา วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ
“การเริ่มต้นใหม่มันน่ากลัวเสมอ” เธอมองเจด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“แต่เดี๋ยวเธอจะชิน”
เจยิ้มบางๆ “พี่พูดเหมือนผ่านมาหลายรอบแล้วงั้นแหละ”
“อืม” ปราณหันไปมองหนิง” เรซูเม่ผู้ช่วยมีคนซ้ำมาสองคน คนที่เหลือก็ไม่ผ่าน”
หนิงลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าสตางค์
“โอเค เดี๋ยวหาให้ใหม่ ฉันไปซื้อกาแฟร้านข้างล่างแป๊บนะ เอาอะไรกันไหม”
เธอชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ห้องตกอยู่ในความเงียบ เจกับปราณเหลือกันอยู่สองคน ความเงียบโรยตัวลงมาตามธรรมชาติ แต่คราวนี้เจรู้สึกว่ามันมีมวลอะไรบางอย่างลอยวนอยู่ เจหมุนปากกาในมือไปมา พยายามรวบรวมความกล้า
“พี่ปราณ…”
“หืม” ปราณเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสาร
“คือ…หนูว่างแล้วนะ”
ปราณเลิกคิ้วเล็กน้อย
“หมายความว่าไง”
“ก็หมายถึง…หนูลาออกแล้วไงคะ ว่างงานแล้ว แท๊แด๊น…”
เจชูแขนสองข้างขึ้นโชว์ตัว แต่ใจเต้นตึกตัก
“อืม แล้วยังไง”
“ก็…ถ้าพี่้าผู้ช่วย…หนูช่วยได้นะคะ”
พูดจบเจก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเอง หน้าแดงวาบขึ้นมาลามไปถึงใบหู เธอก้มหน้ามองปลายเท้า เอาหัวรองเท้าผ้าใบเขี่ยพื้นแก้เขิน
“เอ่อ…หนูไม่ได้ออกตัวแรงนะคะ! แค่…พี่งานยุ่ง แล้วหนูก็ว่างพอดี—”
“ฉันมาตรฐานสูงนะ”
คำตอบเรียบๆ นั้นทำให้เจหยุดกึก เงยหน้าขึ้นมองตาโต ปราณประสานมือวางบนโต๊ะ จ้องมองเจด้วยสายตาจริงจังแบบที่ใช้ประเมินเนื้องาน
“ฉันเกลียดความไม่ตรงต่อเวลา ไม่ชอบคนทำงานหยาบ และที่สำคัญ…ฉัน้าความเงียบเวลาคิดงาน เธอทำได้เหรอ”
เจลอบกลืนน้ำลาย แววตาขี้เล่นเปลี่ยนเป็มุ่งมั่น
“หนูทำได้ค่ะ หนูอาจจะพูดเยอะ แต่ตอนทำงานหนูจริงจังนะ ให้หนูทดลองงานก่อนก็ได้ ถ้าหนูทำพี่รำคาญ พี่ไล่หนูออกได้เลย…หนูทำได้ทุกอย่างค่ะ!”
ปราณมองสบตากับเจอยู่อึดใจหนึ่ง ราวกับกำลังค้นหาความลังเลในนั้น
“ฉันรู้”
จริง ๆ แล้วปราณก็สังเกตเจมาตลอดและรู้ว่าเจเป็นักอ่านคนหนึ่ง ตอนที่เจเสนอให้แบ่งเล่มเป็สามพาร์ท ตอนนั้นก็รู้แล้วว่าเธอมองงานเป็
น้ำเสียงนั้นนิ่ง แต่เจกลับรู้สึกว่าปลายเสียงมันมีความอ่อนโยนเจืออยู่บางเบา
หนิงผลักประตูเข้ามาพอดีพร้อมแก้วกาแฟ
“คุยอะไรกันอยู่ หน้าเครียดเชียว”
“หนูจะเป็ผู้ช่วยพี่ปราณค่ะ” เจหันไปประกาศด้วยความภูมิใจ
หนิงเลิกคิ้วสูง หันไปมองปราณ
“เร็วดีนะ ยอมรับเด็กนี่ทำงานแล้วเหรอ”
???? เจหัวเราะร่า “ก็หนูว่างแล้วนี่คะ แล้วหนูก็เก่งด้วย!” เก๊กหน้าภูมิใจ
ปราณไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำแซวของหนิง เธอหยิบแฟ้มบางๆ สีดำออกมาจากกระเป๋า
“ฉันมีบทหนัง” เธอวางมันลงบนโต๊ะตรงหน้าเจ “อาฉันเพิ่งส่งมาเมื่อเช้า”
เจด้วยความตื่นเต้น รีบโน้มตัวข้ามโต๊ะไปดูใกล้ๆ จังหวะนั้นเองที่…
ปึก
ไหล่ของเจเผลอชนเข้ากับไหล่ของปราณเต็มๆ ทั้งคู่ชะงักงันไปพร้อมกัน
เจรีบเด้งตัวกลับมานั่งตัวตรงทันที “ขะ…ขอโทษค่ะ!”
(เจ:น้ำหอมพี่เขาหอมชะมัด บ้าเอ๊ย ใจเต้นทำไมเนี่ย!)
ปราณนิ่งไปครู่หนึ่ง กลิ่นแชมพูเด็กอ่อนๆ จากตัวเจลอยมาแตะจมูก
“ไม่เป็ไร”
ปราณตอบเสียงเบากว่าปกติ พยายามปรับโฟกัสสายตากลับมาที่กระดาษ
“พวกเธอคุยกันไปนะ นักวาดจะส่งภาพร่างปกมาให้ดูพรุ่งนี้ จะต้องไปแล้ว”
หนิงวางพวกเครื่องดื่มกับขนมไว้ให้ทั้งคู่ แล้วออกไป
“เื่เกี่ยวกับอะไรคะ” เจรีบเปลี่ยนเื่ ถามรัวๆ
“การเดินทาง… การค้นหาตัวเอง”
“โห… เหมือนสถานการณ์ของหนูตอนนี้เลย”
ปราณเปิดหน้าแรกของบท
“ฉันต้องออกไปหาบรรยากาศก่อนแต่งเพลง ฉันเขียนเพลงในห้องสี่เหลี่ยมไม่ได้”
เจยิ้มกว้างทันที “งั้นก็ต้องออกทริปแล้วสิคะ!”
ปราณช้อนสายตามองเจ “เธออยากไป?”
“อยากสิคะ! ไปทะเลหรือูเาคะ นั่งรถไฟหรือเครื่องบิน”
“ฉันมีรถบ้าน”
เจเบิกตาโต “จริงเหรอคะ!”
“อืม”
“โห… เท่มาก อย่างเจ๋งอะพี่!”
ด้วยความลืมตัวและตื่นเต้นสุดขีด เจเผลอยื่นมือไปจับท่อนแขนของปราณเขย่าเบาๆ แล้วก็ชะงักกึก เมื่อััได้ถึงกล้ามเนื้อใต้ผิวผ้าไหม
“เอ่อ…” เจค่อยๆ ปล่อยมือออกเหมือนโดนของร้อน หน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม
???? “ขอโทษค่ะ… หนูตื่นเต้นไปหน่อย”
ปราณก้มมองมือตัวเองที่เพิ่งถูกจับ ส่ายหัวเบาๆ
“ไม่เป็ไร” น้ำเสียงนั้นยังคงนิ่ง แต่สายตาที่มองหน้าเจกลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
...
ค่ำนั้น ทั้งสองช่วยกันเก็บกวาดเอกสารบนโต๊ะ เจยืนจดรายการของในสมุดโน้ต
“พี่ปราณอยากไปที่ไหนคะ ทริปแรก”
“ูเา…หรือทะเล” ปราณตอบเรียบๆ
“หนูชอบทั้งสองเลยค่ะ ูเาก็ดี ทะเลก็ฟิน”
“งั้นเธอเลือก”
เจเงยหน้าขึ้นจากสมุดทันที “หนูเลือกได้เหรอคะ!”
“อืม”
“งั้น… ูเาก่อนดีไหมคะ อากาศน่าจะเย็นสบายกว่า”
“ได้”
“เดี๋ยวหนูจะลิสต์รายการของใช้แล้วจัดการเตรียมให้หมดเลยค่ะ พี่แค่เตรียมตัวขับรถก็พอ”
ปราณมองเด็กสาวที่กำลังขะมักเขม้นจดโน้ตยิกๆ “เธอเอาจริงเอาจังดีนะ”
เจเงยหน้าขึ้นมายิ้มแป้น “หนูทำอะไรจริงจังหมดแหละค่ะ โดยเฉพาะเื่เที่ยว!”
ก่อนแยกย้ายกันกลับ เจเดินไปส่งปราณที่รถ เธอยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเรียกเบาๆ “พี่ปราณ…”
“หืม” ปราณเปิดประตูรถค้างไว้ หันมามอง
“หนู…ดีใจนะคะที่ตัวเองตัดสินใจลาออก”
“ทำไมล่ะ”
“เพราะ…” เจสูดหายใจลึก ยิ้มกว้างขวาง “หนูถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้ไงคะ”
ปราณชะงัก มือที่จับขอบประตูรถเกร็งขึ้นเล็กน้อย หัวใจที่เต้นเป็จังหวะเนิบนาบสม่ำเสมอมาตลอดของปราณ... จู่ๆ ก็เต้นผิดจังหวะไปหนึ่งบีท
“อย่าเพิ่งดีใจเร็วไป ฉันทำงานแค่ไม่กี่เดือน และเปลี่ยนผู้ช่วยทุกครั้ง”
จบตอน.