โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 97 สู่ยมโลก

    “ท่านไม่ได้กล่าวว่าเกลียดมนุษย์หรอกเหรอ เหตุใดท่านจึงต้องการช่วยข้ากันล่ะ?”

    เซนกล่าวถามในขณะเดียวกันข้อเสนอของอีกฝ่ายนั้นเขายอมรับมันภายในใจเรียบร้อยแล้ว เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่ต้องการตายโดยที่ไม่ทันได้ทำอะไร

    วิหคอัคคีสวรรค์ไม่ได้กล่าวสิ่งใด มันเพียงเสกเปลวเพลิงออกมารวมที่ข้างหน้าของมัน ก่อนที่เปลวเพลิงนั้นจะก่อตัวและกลายเป็นคัมภีร์เล่มเก่าๆ ไม่หนามากนัก ปกของมันมีสีเทาไม่ได้มีอะไรโดดเด่น เซนเข้าใจได้ทันทีว่านั่นคือคัมภีร์ที่อาจจะช่วยให้เขามีชีวิตรอดได้

    “เจ้าของคัมภีร์นี้กล่าวไว้กับข้าว่ามนุษย์ไม่มีทางฝึกฝนสิ่งที่อยู่ในคัมภีร์เล่มนี้ได้สำเร็จแน่นอน ข้าเองก็อยากจะพิสูจน์เช่นกันว่ามันจริงหรือไม่”

    เมื่อสิ้นสุดคำกล่าวของวิหคอัคคีสวรรค์คัมภีร์เล่มนั้นก็ตกมาเบื้องหน้าเซนทันที ชายหนุ่มรีบยื่นมือไปรับมันอย่างรวดเร็ว

    “หืม?”

    เมื่อมือของเซนสัมผัสกับคัมภีร์เล่มนั้นก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาดบางอย่าง คัมภีร์เล่มนั้นกลายเป็นพลังงานสีดำทอแสงประกายสีแดงออกมาจางๆ และพุ่งเข้าสู่สมองของเซนโดยที่ชายหนุ่มไม่สามารถต่อต้านได้เพราะไม่อาจตอบสนองได้ทัน

    เซนต้องการจะกล่าวถามวิหคอัคคีสวรรค์ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามตัวอักษรมากมายก็ได้ปรากฏขึ้นในหัวของชายหนุ่ม และเขาสามารถทำความเข้าใจมันได้ในทันที

    “ออร่าแห่งหายนะ มันคือสิ่งใดกัน ท่านต้องการให้ข้าฝึกฝนมันหรือ แล้วมันจะช่วยข้าได้จริงๆ อย่างที่ท่านกล่าว?”

    เซนเกิดคำถามมากมายเมื่อเห็นข้อมูลมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา และในที่สุดวิหคเพลิงก็กล่าวตอบคำถามของเขาด้วยน้ำเสียงรำคาญเล็กน้อย

    “ออร่าแห่งหายนะคือออร่าที่แข็งแกร่งที่สุดหากนับในเรื่องการทำลายล้างและการสะกดข่ม ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งในทุกยุคอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าคนที่ฝึกมันได้นั้นมีน้อยมากๆ นอกจากความยากในการฝึกที่จะเปลี่ยนออร่าในร่างทั้งหมดเป็นออร่าแห่งหายนะแล้ว คนที่สามารถฝึกมันได้จะต้องเป็นผู้ที่เกิดมามีออร่าธาตุหลักทั้งสี่ธาตุ ซึ่งมีหนึ่งในพันล้านเท่านั้น และนั่นก็คือตัวเจ้า”

    เซนฟังอย่างตั้งใจอย่างไรก็ตามเขายังไม่พบจุดที่ว่าการฝึกฝนนี้จะทำให้เขาสามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้ เหมือนวิหคอัคคีสวรรค์นั้นจะรับรู้ถึงสิ่งที่เซนคิด ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะชายหนุ่มเอะใจตั้งแต่ที่อีกฝ่ายรู้ว่าเขาครอบครองสมบัติสวรรค์แล้ว บางทีอีกฝ่ายคงจะมีความสามารถในการอ่านใจได้

    “ออร่าแห่งหายนะเป็นออร่าเดียวที่สามารถสะกดข่มปีศาจได้อย่างสมบูรณ์ หากเจ้าฝึกมันสำเร็จข้ารับประกันเลยว่ามันจะไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้อีก”

    เมื่อได้ฟังดังนั้นมันไม่ได้ช่วยให้เซนเบาใจลงเลยแม้แต่น้อยเพราะหากอิงตามที่วิหคอัคคีได้กล่าวก่อนหน้านี้เวลาของเซนอาจจะเหลือไม่ถึงครึ่งชั่วยามแล้ว การฝึกฝนใช้ออร่าธาตุเดียวแบบธรรมดาๆ นั้นเซนใช้เวลาหลายเดือนยังไม่สามารถทำมันสำเร็จได้ ชายหนุ่มคิดว่าตนเองไร้พรสวรรค์ในด้านนี้อย่างสิ้นเชิง ไม่ต้องกล่าวถึงออร่าแห่งหายนะที่เกิดจากการหลอมรวมของออร่าทั้งสี่ธาตุหลัก ซึ่งฝึกยากกว่าร้อยเท่าเขาคงไม่มีวันทำสำเร็จ

    “คงไม่มีความหวัง ข้าเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วยาม ขอบคุณท่านมากอย่างน้อยข้าก็ยังต้องการลองพยายามทำมันดู”

    เซนกล่าวพร้อมกับนั่งลงและเตรียมพร้อมที่จะฝึกตามขั้นตอนที่อยู่ในหัวของเขา อย่างไรก็ตามในเวลานั้นวิหคอัคคีสวรรค์ก็ได้กล่าวบางอย่างขึ้นทำให้ชายหนุ่มหยุดสิ่งที่เขากำลังจะทำ

    “ไม่มีทางที่เจ้าจะฝึกมันสำเร็จด้วยเวลาเท่านี้อยู่แล้ว และต่อให้เจ้ามีเวลาเป็นร้อยปีบางทีอาจจะไม่สำเร็จด้วยซ้ำ แต่ไม่ต้องห่วงข้ามีสถานที่หนึ่งให้เจ้าไปอยู่ที่นั่น มิติเวลาของที่นั่นนับว่ายาวนานกว่าที่นี่หลายเท่า หากอยู่ที่นั่นเจ้าจะมีชีวิตอยู่ได้เป็นพันปีและมีเวลาในการฝึกเหลือเฟือ แต่ต้องแลกมากับการทรมานแสนสาหัส เจ้ายินดีจะไปที่นั่นหรือไม่?”

    แน่นอนว่าเซนนั้นย่อมต้องตอบไปโดยไม่ต้องคิดเขาไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ความทรมาน? เซนคิดว่าตนเองนั้นพบเจอมันมามากพอแล้วตั้งแต่ตอนอยู่ใต้ทะเลลึก และไม่คิดว่าจะมีอะไรทรมานไปกว่าสิ่งที่เขาพบเจอมา

    “ข้ามีชีวิตอยู่ที่นั่นได้เป็นพันปีจริงๆ? แล้วข้าจะไม่ตายใช่หรือไม่?”

    “เจ้านี่ถามมากจริงๆ ข้าว่าอย่างไรมันก็ต้องเป็นเช่นนั้น ในโลกที่ข้ากล่าวถึงเวลาครึ่งชั่วยามที่เจ้าเหลืออยู่ในโลกนี้ คงอยู่ที่นั่นได้พันปีพอดี กฎของเวลาที่นั่นมันผิดเพี้ยนที่สุดแล้ว”

    วิหคอัคคียังคงพยายามอธิบายให้เซนได้กระจ่าง ชายหนุ่มนั้นมีคำถามมากมายแต่เมื่อเห็นอาการหงุดหงิดของวิหคอัคคีเขาจึงตัดสินใจจะถามคำถามนี้เป็นคำถามสุดท้าย

    “คำถามสุดท้าย สถานที่นั้นมันคือที่ใด?”

    วิหคอัคคีจ้องมองที่เซนด้วยสายตาที่ดูจริงจัง ก่อนที่มันจะกล่าวคำพูดออกมาชัดๆ และสั้นๆ ว่า

    “ยมโลก”

    “…..”

    เมื่อเซนได้ยินคำตอบชายหนุ่มก็นึกถึงเรื่องประตูสีดำที่มารีนบอกเล่าให้เขาฟังว่ามันคือประตูแห่งยมโลก และมีจอมเวทสามารถใช้เวทมนตร์ต้องห้ามในการเรียกมันมาและอัญเชิญสัมภเวสีมาช่วยต่อสู้ได้ อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดเลยว่าตัวเขาจะต้องไปที่นั่นเร็วๆ นี้

    “เจ้าไม่ต้องถามอะไรอีกแล้วยิ่งเจ้าเสียเวลาที่นี่มากเท่าไหร่ ชีวิตของเจ้าก็ยิ่งสั้นลงเท่านั้นในยมโลก สถานที่ที่ข้าจะส่งเจ้าไปนั้นคือเขตรอบนอกของยมโลก จงจำไว้ว่าอย่าก้าวข้ามเขตแดนรอบนอกไปภายในอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นแม้แต่เทพแห่งความตายก็ไม่อาจช่วยเจ้าได้…”

    เซนจดจำคำกล่าวของวิหคอัคคีสวรรค์ไว้ขึ้นใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้เตรียมใจรอบตัวของชายหนุ่มก็เกิดมิติบิดเบี้ยวขึ้นก่อนที่จะเกิดประตูสีดำแบบเดียวกันกับที่เขาเคยเห็น มันคือประตูยมโลกค่อยๆ เปิดออกช้าๆ ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะถูกดูดเข้าไปภายในนั้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่ร่างกายของชายหนุ่มจะผ่านประตูไป วิหคอัคคีสวรรค์ก็ได้กล่าวคำพูดบางอย่าง

    “จงจำเอาไว้ห้ามสูญเสียตัวตนโดยเด็ดขาด จงมีความเชื่อมั่นและความอดทนอย่าท้อแท้ ไม่อย่างนั้นเจ้าจะจบชีวิตที่นั่นแน่นอน สุดท้ายนี้ขอให้เจ้าโชคดีมนุษย์พบกันในอีกพันปี หากเจ้ายังมีชีวิตอยู่ข้าจะเปิดประตูให้เจ้ามายังที่นี่”

    ……

    ทุกสิ่งเงียบลงไปในทันทีเมื่อเซนถูกดูดเข้าไปในประตูยมโลกและหลงเหลือเพียงแค่วิหคอัคคีและร่างกายของมารีนที่กำลังไม่ได้สติ วิหคอัคคีนำร่างกายของมารีนขึ้นไปที่แทนบูชาก่อนที่ตัวของมันจะกลายเป็นเปลวเพลิงและล้อมรอบตัวของหญิงสาวเอาไว้ เปลวเพลิงนั้นหมุนช้าๆ และค่อยๆ ซึมเข้าไปในร่างกายของหญิงสาวที่ไม่ได้สติ

    “เหตุใดสมบัติสวรรค์จึงเลือกมัน ข้าไม่เข้าใจจริงๆ หากมันสามารถรอดอยู่ในยมโลกได้ ข้าคงไม่ต้องสงสัยอีกแล้วว่ามันมีคุณสมบัติมากพอ แต่มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก หึๆ”

    เสียงของวิหคอัคคีสวรรค์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่จะไม่มีเสียงใดๆ อีก

    ……

    ในขณะเดียวกันที่ดินแดนภายนอก การปรากฏขึ้นของปีศาจแดงนั้นอาจจะนำพาความหายนะมาสู่ผู้คนอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามในดินแดนแห่งนี้นั้นมีพื้นที่กว้างขวางอย่างมาก และการตามหามนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นนับว่าเหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร

    จอห์นสามารถออกมาจากโบราณสถานได้แล้วหลังจากที่ปีศาจแดงนั้นทำลายเขตแดนปิดกั้นไป สิ่งที่เขาพบเจอสิ่งแรกหลังจากออกจากโบราณสถานก็คือศพของมนุษย์มากมาย และพวกเขาล้วนแล้วแต่มีสภาพการตายที่อนาถทั้งสิ้น

    เมื่อเห็นดังนั้นจอห์นก็รู้สึกว่าตนเองโชคดีอย่างมากที่เอาชีวิตรอดมาได้ แต่ถึงแม้จะหวาดกลัวแต่อีกใจหนึ่งเขาก็ยังต้องการจะเอาชนะปีศาจแดงตัวนั้นเพื่อที่จะได้รับสมบัติและออกจากดินแดนแห่งนี้ อย่างไรก็ตามหากเขาต้องการจะทำเช่นนั้นก็ต้องหารวบรวมกำลังคนเสียก่อน

    คล้ายกับเรื่องโดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร ที่คุณอ่าน