เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 51 เล่ห์เหลี่ยมของวรเดช!


    ธีรโรจน์กำลังมาห้องน้ำแกถามหาผมกับเปิ้ล ผมซึ่งอยู่ในห้องน้ำกับเปิ้ลต่างตกใจ
    เปิ้ลมีสีหน้าตื่นตระหนก ส่วนผมก็หน้าถอดสี
    ได้ยินเสียงมาร์คพูด
    “ไม่รู้อะลุง ผมไม่ได้เป็นเงาตามตัวพวกนั้นนี่”
    ได้ยินเสียงมาร์คดังชัดเจนมากแสดงว่าเข้ามาในห้องน้ำแล้ว ได้ยินธีรโรจน์บอก
    “ห้องน้ำที่ร้านอาหารก็มีแต่ที่นี่ที่เดียว หายไปไหนของมัน”
    “ลุงก็โทรหาคุณเปิ้ลสิ มาถามผมทำไมล่ะ?” มาร์คตอบ
    “แกนี่ฉลาดมาก” ธีรโรจน์ชม
    ผมใจหายวาบ ถ้าธีรโรจน์โทรหาเปิ้ลจริง เกิดเสียงโทรศัพท์มันดังในห้องน้ำขึ้นมาจะทำไงล่ะ?
    เปิ้ลรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ้าเธอกดปิดโทรศัพท์มันก็ง่ายนิดเดียว แต่ประเด็นคือถ้าปิดธีรโรจน์จะสงสัยยิ่งขึ้นหรือเปล่า ถ้าเปิดสั่นห้องน้ำซึ่งมันก็เงียบมากอาจจะได้ยินเสียงสั่นหรือเปล่า
    ผมใจเต้นตูมตาม ผมตัดสินใจตะโกน “เข้าห้องน้ำเหรอครับคุณธีรโรจน์?”
    ธีรโรจน์ถามผมกลับ
    “อ้าว อยู่ห้องน้ำเหรอ”
    ผมรีบรับคำ มาร์คเลยพูดขึ้น
    “โห่ อยู่ก็ไม่บอกตามหาตั้งนาน”
    ธีรโรจน์ถาม“แล้วเห็นเปิ้ลบ้างไหม?”
    “ผมอยู่แต่ในห้องน้ำจะเห็นได้ยังไงล่ะครับ” ผมตอบ
    “ก็เห็นเปิ้ลบอกจะมาห้องน้ำเหมือนกัน” ธีรโรจน์พูด
    “อาจจะอยู่ห้องน้ำหญิงก็ได้ครับ”
    ได้ยินมาร์คพูดขึ้น“ลุง งั้นเรารอคุณเปิ้ลที่หน้าห้องน้ำหญิงดีมะ?”
    ไอ้มาร์ค จะเสนอความคิดแบบนี้เพื่อ?!
    ผมรีบพูด“จะไปรอหน้าห้องน้ำเหม็นๆ ทำไมล่ะครับ เสียเกียรติคุณธีรโรจน์หมด เดี๋ยวคุณเปิ้ลเสร็จธุระก็ออกมาเองครับ”
    “อืม” ธีรโรจน์รับคำในลำคอ
    แต่มาร์คพูดอีก “งั้นเรารอพล็อตดีไหมครับจะได้ไปด้วยกันทีเดียว”
    โอ๊ย ไอ้มาร์ค จะมารงมารออะไรผมวะ
    ผมรีบบอกเลย “ผมยังถ่ายไม่เสร็จเลยครับ ไม่ต้องรอก็ได้ เสียเวลาเปล่าๆ”
    มาร์คตอบ“ไม่เสียเวลาหรอกพล็อต ตอนนี้พี่ว่างๆ”
    ไม่ต้องมาว่าง! ผมคิด ไอ้มาร์คนี่การกระทำแต่ละอย่างเหลือเชื่อจริงๆ บางทีก็บอกว่าตัวเองเป็นเกย์บ้าง บางทีก็เที่ยวนวดให้ชาวบ้านบ้าง นี่จะมารอผมอีก สุดที่จะคาดเดาได้
    ธีรโรจน์ตอบ “งั้นรอกันไปละกัน ฉันไปก่อนละ”
    ได้ยินเสียงฝีเท้าไกลออกไป สงสัยธีรโรจน์จะออกจากห้องน้ำไปละ
    ผมใจเต้นตึกตัก ตามาร์คนี่เหมือนหนอนที่เกาะกระดูกผม ไม่ยอมไปสักที
    “เสร็จหรือยังน้า..” มาร์คพูดขึ้น
    “ยังเลยพี่มาร์ค ไม่ต้องรอผมก็ได้”
    “ไม่เป็นไรหรอก”มาร์คตอบ
    ผ่านไปสักพักมาร์คก็พูดขึ้น
    “เสร็จหรือยังน้า..” เสียงมาร์คลากยาว ฟังจากน้ำเสียงแสดงว่าเมามาก
    ผมอดขมวดคิ้วไม่ได้ จะทำไงดีวะเนี่ย
    ผมตัดสินใจ“พี่มาร์คช่วยผมหน่อย”
    “ช่วยอะไร?”
    “ผม.. ผม..หิวน้ำ สงสัยถ่ายเยอะไป กลับไปที่ห้องคาราโอเกะไปเอาน้ำมาให้หน่อย” ผมบอก
    “กินในห้องน้ำเนี่ยนะ?” มาร์คถามเสียงสงสัย
    “ใช่พี่ ผมหิวจริงๆ”
    “น้ำอะไรอะ?” มาร์คถาม
    “น้ำเปล่าก็ได้พี่”
    “น้ำส้มเอาไหม?”
    โอ๊ย พูดวัวตอบควายจริงๆ ไอ้คุณมาร์ค ผมจะบ้าตายกับไอ้นี่
    “ไม่ต้องพี่”
    สุดท้ายได้ยินเสียงมาร์คเดินออกไป ผมรีบก้มไปที่ร่องประตูห้องน้ำ ดูว่ามีคนอยู่ไหม เมื่อไม่มีผมรีบเดินออกมาก่อน
    ผมเดินมาหน้าห้องน้ำ เห็นห้องน้ำไม่มีคนเข้ามา รีบเข้าห้องน้ำไปบอก
    “เปิ้ลรีบออกมา ผมไปก่อนนะ”
    ผมรีบวิ่งไปห้องคาราโอเกะทันที ระหว่างทางเห็นมาร์คกำลังเดินถือแก้วน้ำเปล่าเดินสวนมา มาร์คถาม
    “อ้าว ออกมาแล้วเหรอ?”
    ผมรีบรับน้ำมาดื่ม“ไปร้องเพลงกันเหอะพี่”
    ผมรีบจับแขนมาร์คดึงแกเข้าไปร้องเพลงในห้องคาราโอเกะต่อ ไม่นานเปิ้ลก็เดินเข้าห้องมา ธีรโรจน์รีบถามว่าเปิ้ลไปไหน เปิ้ลบอกว่าเข้าห้องน้ำเพราะท้องเสีย
    “จุ๊..จุ๊..จุ๊..ท้องเสียเหมือนพล็อตเลยน้า..” มาร์คพูดขึ้น
    โอ๊ย ไอ้นี่ จะจุ๊หาไรวะ!
    ธีรโรจน์หันมามองผมด้วยสายตาแปลกๆ เปิ้ลรีบพูด
    “ก็กินพวกยำ พวกส้มตำไปน่ะค่ะ ท้องเลยเสีย”
    ธีรโรจน์ค่อยพยักหน้า
    หลังจากเหนื่อยกับการรับมือไอ้มาร์ค เอาเป็นว่าสุดท้ายเรื่องทั้งหมดก็ผ่านไปด้วยดี วันต่อมาคุณมนตรีโทรนัดผมไปหาที่บ้าน พอผมเคลียร์งานครึ่งเช้าเสร็จผมก็ขับรถไปหาคุณมนตรี จริงๆ งานผมในบริษัทธีรโรจน์ก็ไม่ได้มีอะไรมากนักหรอก ก็แค่เช็คเอกสารไรบ้างนิดหน่อยเพราะหน้าที่หลักผมคือจัดการกับวรเดช
    เมื่อถึงบ้านคุณมนตรี ผมไปคุยกับคุณมนตรีที่สวนหลังบ้านแกเหมือนเดิม
    คุณมนตรีเริ่มคุยก่อน“วรเดชใช้อำนาจประธานบริษัทยื้อเกมไม่ยอมเปิดประชุมผู้ถือหุ้น ฉันคิดว่าเขาคงกำลงวิ่งหาผู้ถือหุ้นเพื่อโหวตให้เขาอยู่ต่อ”
    ผมครุ่นคิดสักพักหนึ่งค่อยบอก“ผมว่าเขารวบรวมคะแนนเสียงเอาชนะคุณมนตรีและคุณธีรโรจน์ไม่ได้หรอกครับ”
    คุณมนตรีพยักหน้า “คนๆ นี้ร้ายกาจ ฉันไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรอีก ที่ฉันเรียกเธอมาเพราะเธอทำงานกับเขามา น่าจะรู้ใจเขา เธอว่าเขาจะทำอะไร?”
    ผมส่ายหน้าตอบ“เดาแผนเขาได้ยากครับ เอางี้ละกันครับ ผมว่าทางหนึ่งผมจะปล่อยข่าวว่าวรเดชไม่ยอมเปิดประชุมผู้ถือหุ้น ส่วนอีกทางหนึ่งคุณมนตรีก็ต้องฟ้องศาล”
    “ฟ้องศาล? มันใช้เวลานานนะ” คุณมนตรีตอบ
    “เป็นแค่เกมเท่านั้นแหละครับ เพื่อเป็นการบีบวรเดชให้ต้องเปิดประชุมผู้ถือหุ้น”
    คุณมนตรีพยักหน้า
    สองวันถัดมานักข่าวไปสัมภาษณ์คุณมนตรีถึงเรื่องขอเปิดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้บริหารธนาคารรักเมืองไทย แต่วรเดชไม่ยอม คุณมนตรีเผยว่าตัดสินใจจะฟ้องศาล
    เรื่องนี้เป็นข่าวออกไปทำให้ชื่อเสียงวรเดชเสียอีก แน่นอนนักข่าวที่ไปสัมภาษณ์คุณมนตรีก็พวกธีรโรจน์ซื้อตัวไว้ทั้งนั้น
    นักข่าวพยายามไปถามวรเดชว่าทำไมไม่เปิดประชุมผู้ถือหุ้น วรเดชก็เลี่ยงไม่ตอบสื่อเลย
    ผมต้องรุกไล่วรเดชให้มากขึ้นไปอีก
    ผมใช้วิธีไลน์ติดต่อไปหาลูกค้าเก่าๆ ว่าวรเดชกำลังจะสูญเสียธนาคารรักเมืองไทยเพราะถือหุ้นน้อยกว่าตระกูลอุตสาหะ ให้ลูกค้าขายหุ้นธนาคารรักเมืองไทยให้หมด
    ที่จริงชื่อเสียงผมเสียแล้วกับลูกค้าเก่าๆ แต่เหตุการณ์ที่วรเดชไม่ยอมเปิดประชุมผู้ถือหุ้นออกข่าวไปทั่ว ทำให้ลูกค้าเก่าๆ ผมเชื่อ และถอนเงินออกจากกองทุนหุ้นธนาคารรักเมืองไทยไม่หยุด
    ผ่านไปเกือบเดือน วรเดชถูกแรงกดดันจากหลายด้านต้องเปิดประชุมผู้ถือหุ้นธนาคารรักเมืองไทยขึ้น ในเวลา 9 โมงเช้า ของวันที่ 1 ต.ค. 2573 !

    การประชุมครั้งนี้คึกคักมาก เป็นข่าวดังไปทั่วจริงๆ ตระกูลอุตสาหะจะเอากิจการคืนจากวรเดชได้ไหม ผู้ถือหุ้นจะอยู่ฝั่งไหน วรเดชจะแก้เกมยังไง
    คุณมนตรีและตระกูลถือหุ้น LTB อยู่ 40%ธีรโรจน์ถือหุ้นอยู่ 5%รวม 45%
    ส่วนวรเดชถือหุ้นอยู่ 20%กองทุนไทยสตาร์ของคุณธีร์ถือหุ้นอยู่ 10%รวม 30%
    หากดูตามตัวเลขนี้แล้วฝ่ายคุณมนตรีถือหุ้นเยอะกว่าเห็นๆ ต่อให้วรเดชมีพวกคือกองทุนต่างๆ อยู่ๆ ก็ไม่แน่จะสู้ได้
    ผมใส่สูทไปงานประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมกับคุณมนตรี พวกผมเข้าแถวเซ็นชื่อเข้าประชุมกัน ผมถามคุณมนตรี
    “ญาติๆ คุณมนตรีมาหรือยังครับ?”
    “กำลังทยอยมาน่ะ มีฉันกับหลานชายมาก่อน”
    ตระกูลอุตสาหะเป็นตระกูลใหญ่ ญาติๆ แกกำลังทยอยมา ส่วนธีรโรจน์ยังไม่มา
    ผมซื้อหุ้น LTB มาก่อนหน้าแค่ 100 หุ้น แต่ผมก็เข้าประชุมได้ เพราะตามกฏตลาดหุ้น ไม่ว่าคุณจะมีหุ้นมากน้อยแค่ไหนก็เข้าประชุมได้
    หลายคนซื้อหุ้นแค่ 100 หุ้น เพื่อเข้าประชุมประจำปีผู้ถือหุ้นเพื่อเอาของชำร่วยฟรี กินเลี้ยงฟรีก็มี ทำเป็นเล่นไป บางบริษัทของของชำร่วยมูลค่าเป็นพันเลยนะ

    หลังจากเซ็นชื่อเข้าประชุมเสร็จ ผมกับคุณมนตรีเผชิญหน้ากับวรเดชที่กำลังเดินมาพอดี
    วรเดชเดินมาหาผม ส่วนผมก็เดินไปหาวรเดชโดยไม่กลัว
    “เก่งมากที่กลับมายืนจุดนี้ได้” วรเดชเริ่มก่อน
    “ผมไม่ถือว่านี่เป็นคำชม”
    วรเดชบอก “แต่ฉันจะให้เธอเห็นว่า ถ้าเล่นกับฉันแล้วจะเป็นยังไง”
    ผมยิ้ม “ผมไม่ได้เล่น แต่ผมเอาจริง”
    วรเดชพยักหน้าพร้อมยกยิ้มมุมปาก ผมพูดอีก
    “สักวันคุณจะโดนเหมือนผม แต่จะจมดิ่งลึกยิ่งกว่า”
    “ฉันจะรอวันนั้น” วรเดชบอกพร้อมหันกายไป

    ขณะที่พวกเราเข้าไปประชุมผู้ถือหุ้น โฆษกผู้ชายอายุสามสิบกว่าซึ่งเป็นผู้จัดรายการการประชุม รีบเปิดงาน
    “วันนี้ธนาคารรักเมืองไทย มีวาระการประชุมเร่งด่วนคือการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร โดยคุณมนตรีอดีตผู้บริหารธนาคารกับคุณวรเดชผู้บริหารธนาคารคนใหม่ต่างเสนอตัวเป็นผู้บริหารธนาคารรักเมืองไทย”
    ขณะที่ผมนั่งฟัง โฆษกก็พูดขึ้น“เริ่มการโหวตกันเลยครับ”
    ผมใจหายวาบ รีบยกมือขึ้น“นี่เพิ่งเก้าโมงเช้าเอง ผู้ถือหุ้นยังมาไม่ครบเลย จะรีบไปไหนครับ”
    โฆษกพูด “ก็ไม่ได้มีวาระอะไรแล้วนี่ครับ ก็ต้องโหวตเลยนะ”
    ผมหันไปมองวรเดชและพูด “คุณควรรอให้ผู้ถือหุ้นมาให้เยอะกว่านี้ก่อน”
    วรเดชยิ้ม“ผมในฐานะประธานที่ประชุม ผมไม่อนุญาตให้คนที่มาสายกว่าเก้าโมงเช้าซึ่งเป็นเวลานัดประชุมเข้าห้องประชุม ดังนั้นเราจะโหวตกันแค่นี้”
    คุณธีรโรจน์มีหุ้น LTB 5%คุณมนตรีมีหุ้น LTB 20%ญาติๆ คุณมนตรีซึ่งกำลังทยอยมาแต่ยังมาไม่ถึงมีหุ้นรวมอีก 20%เท่ากับฝ่ายเรามีหุ้นแค่ 25%
    มันก็แพ้ฝ่ายวรเดชที่มี 30% สิ!!
    นี่ยังไม่รวมว่าฝ่ายคนหนุนวรเดชอีก ไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่เปอเซนต์
    วรเดชมันใช้อำนาจประธานที่ประชุมไม่ให้ผู้ถือหุ้นที่มาสายเข้าห้องประชุม ซึ่งปกติการประชุมผู้ถือหุ้นมันไม่ได้เร็วขนาดนี้
    ผมใจหล่นวูบ เล่ห์เหลี่ยมคนๆ นี้มันเหลือร้าย!


    จบตอนที่ 51วรเดชร้ายมาก พล็อตจะทำไงต่อ การต่อสู้เพื่อชิงธนาคารรักเมืองไทยยังไม่จบ สิงห์หนุ่มกับเสือหนุ่มเจอกัน ต้องไม่มันส์หยดติ๋ง!