ตอนที่ 58 ประหนึ่งอสูรกาย
ใบหน้าของปรมาจารย์โหวู๋แปรเปลี่ยนเป็นขุ่มมัวก่อนกล่าวอย่างอดไม่ได้ "โอหังยิ่งนัก!!" น้ำเสียงเกรี้ยวกราด แววตาแสดงความโกรธาเพ่งเล็งกาติรัสตาไม่กระพริบ
กระทั่งเหล่าผู้ชมก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เพียงมองผิวเผินยังบอกได้เลยว่าชายชราคนนั่นแข็งแกร่งขนาดไหน กลิ่นอายของความแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาราวกับสัมผัสได้ท่าทางสุขุมนุ่มลึกยิ่งทำให้ชายชราเป็นที่น่าเคารพยำเกรง เป็นชายชราคนนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างจากปรมาจารย์คนอื่นอย่างสิ้นเชิง
ต่อหน้าปรมาจารย์ผู้อยู่บนจุดสูงสุดของเส้นทางเหล่านักท่องยุทธภพ กาติรัสยังคงพูดจาใหญ่โตราวกับผู้มากประสบการณ์ เด็กน้อยที่อายุราวสิบห้าสิบหกปีกำลังโอ้อวดต่อชายชราผู้ดำรงชีวิตมามากว่าสองพันปี หากมันไม่ใช่คนโง่บรมเห็นทีก็คงจะเป็นคนบ้า
ใบหน้านิ่งงันของปรมาจารย์ฝู่งชิงแปรเปลี่ยนเป็นแสยะยิ้ม "เจ้าเด็กน้อยผู้มิได้รู้จักโลกภายนอกเอ๋ย! ข้าฝู่ชิงดำรงชีวิตมามากกว่าสองพันปี! ประสบการณ์ของข้ามันมากมายเสียยิ่งกว่าเจ้าจะจินตนาการเสียอีก!! ความลำพองใจของเจ้าจะส่งผลกระทบต่อตัวเจ้าเอง แก่เฒ่ายิ่งกว่าทวดของข้างั้นเหรอะ? ฮะฮ่าฮ่าฮ่า"
น้ำเสียงเรียบเฉียบก่อนเสียงหัวเราะราวกับคนบ้าจะดังกึกก้อง รอยยิ้มฉีกกว้างเทียมใบหู ใบหน้าปรากฏอาการเริงร่าราวกับพบมหาสมบัติ บุคลิกมาดขรึมที่ผ่านมาราวกับกลายเป็นเพียงฝัน ชายชราเบื้องหน้ากำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"ฝะ---ฝู่ชิงหัวเราะ..." ปรมาจารย์ยูไคเอ่ยกล่าวอย่างลืมตัว ในเหล่าปรมาจารย์ด้วยกันเอง เขาสนิทสนมกับฝู่ชิงอย่างที่สุดเนื่องด้วยอายุที่ใกล้เคียงกัน ปรมาจารย์ฝู่ชิงคือผู้มากความสามารถและเย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี ตลอดเวลาหลายพันปีที่รู้จักกับฝู่ชิง เขาไม่เคยแค่นเสียงหัวเราะออกมาแม้เพียงครึ่งคำ ทว่า เหตุการณ์เบื้องหน้าเขากลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"เจ้าจะโอ้อวดเช่นไรก็ควรจะมีขอบเขตอันสมควร แก่เฒ่ากว่าทวดข้าหรือ? พูดจาใหญ่โตยิ่งนัก!!" น้ำเสียงหัวร่อกลับกลายเป็นแค่นเสียงเย็นชา นัยน์ตาส่อแววราวกับมองเด็กน้อยซุกซนก็มิปาน มันไม่ใช่แววตารักใคร่เอ็นดู เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะ
มองผิวเผินยังบอกได้เลยว่าปรมาจารย์ฝู่ชิงยามนี้โกรธมากขนาดไหน แม้ชายหนุ่มคนนั้นจะแสดงความเป็นสัตว์ประหลาดออกมาต่อหน้าเหล่ารุ่นเยาว์ด้วยกัน แต่หากจะพูดถึงตัวตนที่อยู่บนจุดสูงสุดอย่างเหล่าปรมาจารย์ผู้อาวุโสแห่งสี่แดนเทพมนุษย์ ระดับพลังมันห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว
กาติรัสกลับเมินเฉยพลันรุดหน้าก้าวเดินต่อไป ทุกจังหวะการย่างก้าวล้วนสำคัญดั่งชีวิตทั่วทั้งลานต่างตกเข้าสู่ความเงียบงัน เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างเด่นชัด ตึก ตึก ตึก ตึก ใบหน้าเฉยชาไร้อารมณ์ยามได้ผนวกเข้ากับอากัปกิริยาสุดองอาจประหนึ่งราชัน ความน่าเกรงขามพลันทวีคูณขึ้นอย่างพรวดพราด
ทุกชีวิตต่างตกอยู่ในอาการช็อคค้าง ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจบังเกิดขึ้นมาในจิตใจอย่างมิทราบสาเหตุราวกับเป็นไปตามกฏของธรรมชาติ ยิ่งเปรยมองบุรุษหนุ่มเบื้องหน้ายิ่งสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหมองหม่นคล้ายสิ้นหวัง
ปรมาจารย์ฝู่ชิงพลันคิ้วขมวดเป็นปมตั้งแต่ที่เขาย่างกรายเข้าสู่เมืองศักดิ์สิทธิ์ ตัวตนที่ยากจะอธิบาย แท้จริงแล้ว กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มคนนี้ กลิ่นอายอันสูงส่งราวกับเกิดมาเพื่อเป็นราชันโดยธรรมชาติ มิอาจรู้สึกเทียบเคียงกับมันได้แม้เพียงปลายเส้นผม
ท่ามกลางความตื่นตระหนก ภาพเบื้องหน้าปรากฏเป็นกาติรัสซึ่งอยู่ห่างกับปรมาจารย์ฝู่ชิงเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น หนึ่งร่างสูงสองเมตรต้นๆ กับอีกร่างสูงสามเมตรต้นๆ ปรมาจารย์ฝู่ชิงมองต่ำลงก่อนแค่นเสียงเย็นชา "หากเจ้ากล้าก้าวต่ออีกสักก้าวเดียว ร่างของเจ้าได้ขาดเป็นสองท่อนแน่"
ถ้อยคำของปรมาจารย์ราวกับคลื่นสมุทรระลอกใหญ่ สีหน้าผู้คนปรากฏอาการตื่นตะลึง พวกเขาต่างรู้สึกลุ้นระทึกอยู่ไม่น้อย ปรมาจารย์ผู้อยู่บนจุดสูงสุดอันเป็นรองเพียงท่านเทพมนุษย์ เขาจะสังหารรุ่นเยาว์ที่อาจจะเป็นเมล็ดพันธุ์ให้แก่มวลมนุษย์ในอนาคตหรือ? เขาจะไม่กลายเป็นที่หัวร่อของเหล่าฝูงชนหรอกหรือ? การที่ปรมาจารย์คิดเข่นฆ่ารุ่นเยาว์อย่างจริงจังช่างเป็นเรื่องไร้ยางอายสิ้นดี
ถ้อยคำเหล่านั้นกลับกระตุกหนวดเสือเข้าอย่างจัง เท้าขวาพลันก้าวต่ออย่างฉับไวราวกับคำขู่เป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านมิได้น่าหวาดหวั่นอันใด ทันทีที่ชายหนุ่มก้าวเดินต่อ ปรมาจารย์ฝู่ชิงราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความอดทนพลันมลายสูญราวกับราชสีห์ถูกท้าทาย ก่อนหนึ่งมือจะจับบ่าของชายหนุ่มอย่างหนักหน่วงพลันเอ่ยกล่าว
"ข้าประกาศให้การประลองสิ้นสุดแล้ว หากเจ้ายังรนหาที่ตายข้าจะสงเคราะห์ให้..." น้ำเสียงดุดันแหบพร่าต่ำ สองตาจ้องเขม็งปานจะกลืนกิน
"หาญกล้ากล่าวว่ามีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าข้าแต่แค่เพียงทำตามวาจาที่ได้ลั่นออกไปแค่นี้ก็ยังมิอาจทำได้ เห็นทีตาเฒ่าเมื่อครู่คงเป็นแค่ไอ้คนสติเฟื่อง" แววตาดูหมิ่นราวกับมองดูมดปลวกก็มิปาน ใบหน้าเฉยชาไร้อารมณ์ยิ่งส่งเสริมคำพูดของเขาให้ดูมีน้ำหนักยิ่งขึ้น เป็นการตำหนิติเตียนอย่างชัดเจน
สิ้นคำกล่าวของชายหนุ่ม ปรมาจารย์ฝู่ชิงกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ตัว แววตาทั้งคู่ต่างลุกโชติช่วงไปด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะ ลามปามถึงท่านทวดของเขายังมิพอ มันกลับห้าวหาญท้าทายอำนาจพลังของตนอย่างไม่เกรงกลัวความตาย มิอาจอดกลั้นไว้ได้อีกต่อไป ใบหน้าเฉยชาแปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวอย่างโกรธา เส้นเอ็นพลันปูดโปนขึ้นก่อนแรงบีบที่แขนจะยิ่งทวีคูณความรุนแรง
"อะไรกัน---มิใช่จะตัดข้าให้ขาดเป็นสองท่อนหรอกหรือ?" กาติรัสกล่าวด้วยท่าทีสบายราวกับแรงบีบของปรมาจารย์มิได้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดเลยสักนิด
ทันทีที่ปรมาจารย์ส่งแรงความรู้สึกที่ยากจะพรรณาออกมาก็บังเกิดขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ราวกับส่งแรงบีบผืนธรณีอันกว้างใหญ่ไพศาลมิมีผิด แม้ใบหน้าจะแสดงความโกรธาแต่จิตใจกลับร้อนรนดั่งไฟลนก้น
ขีดจำกัดของมันอยู่ที่ใดกัน?! ร่างกายนี้มันอะไร!! เจ้าเด็กนี่ยังเป็นมนุษย์แน่หรือ...!!!
ปรมาจารย์ฝู่ชิงได้แต่ข่มอาการตื่นตะลึงมิให้เล็ดลอดออกมา ทุกสิ่งที่กระทำจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในฐานะปรมาจารย์ แค่เขาหักห้ามใจไม่อยู่แล้วลงมือกับรุ่นเยาว์ก็มากพอจะทำให้เขาอับอายไปทั้งชาติแล้ว แต่ความรู้สึกที่ราวกับจะพ่ายแพ้นี้มันอะไรกัน?! หากพ่ายจริงแทรกแผ่นดินหนีมันยังน้อยไป!!
ปรมาจารย์ฝู่ชิงล้วนมากความสามารถ ฝ่ามือที่ส่งแรงบีบกดลงไปนั้นล้วนไม่ปรากฏให้เห็นต่อสาธารณชน ทุกคู่สายตาล้วนเห็นเพียงฝ่ามือชายชราวางค้างบนบ่าของชายหนุ่มเท่านั้น ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าปรมจารย์ฝู่ชิงได้ส่งแรงกดลงไปแล้ว ทว่า กลับเหล่าปรมาจารย์ด้วยกันนั้นเป็นข้อยกเว้น
เหล่าปรมาจารย์ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ แม้ฝู่ชิงจะมีความอดทนมากกว่าผู้อื่นแต่ที่คนในสายเลือดถูกดูหมิ่น มันมากพอจะให้เขาสังหารเจ้านั่นให้ตกตายในทันที!! ถึงกระนั้นฝู่ชิงก็ไม่กระทำจนกระทั่งเมื่อครู่นี้ ขีดความอดทนได้พังทลายลงไปแล้ว
สี่ปรมาจารย์ล้วนปรากฏหยาดเหงื่อพร่างพรายทั่วใบหน้า แม้ฝู่ชิงจะไม่ได้โดดเด่นด้านพลังกายภาพ แต่สำหรับรุ่นเยาว์แล้ว มันคือความแตกต่างดุจสวรรค์กับนรก!! ยามในที่ผู้คนทะลวงเข้าสู่หน่วยพลังหกหลัก ยามนั้นมันมิอาจเป็นคนปกติไปได้ กายาจะสูบฉีดโลหิตและเกิดการชำระล้างเสียใหม่ เรียกปรากฏการณ์เหล่านั้นว่าการเกิดใหม่ มันห่างชั้นกันเกินไป!! แต่การกระทำของชายหนุ่มคนนั้นอาจเรียกได้ว่าแหกกฏสวรรค์!! ความต่างชั้นที่มากมายสุดกู่ตามธรรมชาติที่ควรจะเป็นกลับไม่ได้ผลกับมัน
"จะ...เจ้านั่น---มันเป็นตัวอะไร" ปรมาจารย์ธูมัสเอ่ยกล่าวอย่างอดมิได้
"ถ้ามีพลังเพียงเท่านี้จงถอยไปซะ!!"
หนึ่งหมัดทะยานเข้าใส่ชายชราอย่างรวดเร็ว ปรมาจารย์ฝู่ชิงซึ่งมั่นใจในประสาทสัมผัสอันเฉียบคมยังปราฏอาการตกตะลึง ตู้ม! หมัดกระทบเข้าท้องของชายชราอย่างจัง บังเกิดเสียงดังดุจระเบิด กระแสลมอันรุนแรงพัดสาดทั่วสารทิศหนึ่งระลอก
อึก...!!
ปรมาจารย์ฝู่ชิงพลันใช้สองมือจับปลายแขนของกาติรัสอย่างฉับพลัน ใบหน้าบิดเบี้ยวกลับกลายเป็นดำคล้ำ ชายชรากัดฟันอย่างอดทน อาการจุกเสียดท้องที่เกิดขึ้นพลันกระตุ้นไฟแห่งโทสะให้เดือดพลุ่งพล่าน
"จะ---เจ้า!!"
น้ำเสียงเดือดดาลพลางรังสีฆ่าฟันพลันโพยพุ่งราวกับกะฆ่า หนึ่งหมัดถูกปล่อยออกไปอย่างเต็มแรงและรวดเร็วดั่งสายลม กาติรัสที่อยู่ห่างเพียงแค่เอื้อมมือ หากมันไม่ใช่เทพบรรพกาลก็ยากจะหลบหลีกหมัดนี้ไปได้!!
ตู้ม!!
ด้วยความโกรธาอย่างที่สุด ปรมาจารย์ฝู่ชิงปล่อยหมัดออกไปอย่างหนักหน่วงด้วยพลังกายหลักล้านเต็ม!! ความห่างชั้นระหว่างปรมจารย์และรุ่นเยาว์มีมากดั่งสวรรค์กับนรก ทว่า เพียงสามลมหายใจ ชายชรากลับคืนสติด้วยความโมโหโกรธาจนหน้ามืดตามัวไปกับความเคียดแค้น
อะไรกัน!? ข้าถูกยั่วยุง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!
ปรมาจารย์ฝู่ชิงรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก กิริยาปรากฏอาการกระวนกระวาย เขามาที่มหาแผ่นดินเพียงเพื่อเจาะเปิดมิติของภูเขาศตวรรษ มิใช่มาก่อเรื่อง!! ใบหน้าร้อนรนอย่างยิ่งยวดแม้กระทั่งอากัปกิริยา
เหมยหลินโพล่งคำ "พะ...พลั้งมือฆ่าไปแล้วเหรอ!!" ในนัยน์ตาคู่นั้นกลับปรากฏอาการเป็นห่วงอย่างที่สุด การที่ตัวตนระดับปรมาจารย์ฝู่ชิงพลั้งมือฆ่ารุ่นเยาว์ย่อมมิใช่เรื่องเล็กน้อย เขาอาจจะกลายเป็นที่น่าหัวร่อของเหล่าฝูงชนและจะสูญเสียความน่าเชื่อถือในฐานะปรมาจารย์ไป หากเรื่องนี้ถึงหูท่านเทพมนุษย์ เห็นทีเรื่องราวจะกลับกลายเป็นใหญ่โต
ร่องรอยของพลังพลันเลือนหายวับไปราวกับแสงเทียนดับ มันตกตายแล้วอย่างแน่นอน!! ปรมาจารย์ยูไคปิดตาสนิทอย่างสังวร เจ้าเด็กนั่นทำเกินไปจริงๆ หากเขายืนอยู่ตรงนั้นแทนฝู่ชิงก็คงกระทำการแบบเดียวกัน แววตาเฉียบคมกวาดมองเหล่าลูกศิษย์ "เกี่ยวกับเรื่องนี้พวกข้าจะช่วยอธิบายให้ท่านเทพมนุษย์เข้าใจเอง" ก่อนสายตาทั้งคู่จะกวาดมองเหล่าปรมาจารย์ด้วยกัน เหล่าปรมาจารย์ต่างพยักหน้าเบาๆ
ด้วยแรงปะทะของปรมาจารย์ฝู่ชิง การปล่อยหมัดครานี้บังเกิดฝุ่นควันคลุ้งกระจายบริเวณโดยรอบไปเสียหมดพลันบดบังการสังเกตจากรอบข้างได้อย่างสมบูรณ์ ยากจะบอกว่าชายหนุ่มคนนั้นตกตายแล้วหรือยัง ฝูงชนต่างแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน ด้วยพลังระดับอภินิหารของปรมาจารย์ฝู่ชิง ฝูงชนกว่าครึ่งค่อนล้วนปลงใจเชื่อว่าชายหนุ่มตกตายอย่างแน่นอน ทว่า ชนกลุ่มน้อยก็ยังเชื่อสนิทใจว่าเขาต้องรอดชีวิตอย่างแน่นอน!!
"อะไรกัน?! ระดับปรมาจารย์ลงมือกับผู้เยาว์!!?"
"นี่นะหรือ---พลังของระดับปรมาจารย์!!"
"ฮะฮ่าฮ่าฮ่า มันสมควรตายแล้ว ช่างโอหังยิ่งนัก!!"
เสียงก่นด่าดังขึ้นทั่วทุกสารทิศ ส่วนใหญ่ล้วนด่าทอกาติรัสกันทั้งสิ้นแม้กระทั่งผู้คนที่ชื่นชอบเขายังอดไม่ได้ที่จะก่นด่าความโอหังและความลำพองใจของชายหนุ่ม เขาทำตัวราวกับราชัน!! คนที่ไม่ยอมยืดหยุ่นต่อสถานการณ์นั้นย่อมตกตายได้เร็วกว่าผู้อื่น
กาลเวลาหวนผ่านไปถึงสิบนาทีเต็ม หมอกควันทั่วลานประลองยังคงฟุ้งกระจายดังเดิม ยากจะคาดการณ์สถานการณ์เบื้องล่างกระทั่งเหล่าปรมาจารย์ก็มิอาจคาดเดา เพียงชั่วพริบตา ปรมาจารย์ยูไคพลันคิ้วขมวดเป็นปมแสดงสีหน้าเคร่งเครียดยิ่ง แววตาสอดส่องเข้าไปในม่านหมอกทึบ แววตาเบิกโพลงกว้างพลันกล่าวอย่างตื่นตะลึงงัน
"บ้าน่า!!"
ปรมาจารย์ฝู่ชิงพลันแปรเปลี่ยนสีหน้าเป็นขึงขัง พลังบางอย่างหวนกลับคืนมาแล้ว สัญชาตญาณกำลังกรีดร้องถึงความอันตรายที่รายล้อมอยู่รอบตัวพลันเร่งทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าทันที
ฟิ้ว~ ฟู่~~~
เรือนร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากหมอกควันสู่ฟากฟ้าเบื้องบน มันผู้นั้นคือปรมาจารย์ฝู่ชิง สีหน้าปรากฏอาการขึงขังราวกับกำลังออกรบ ในฐานะปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ หลายพันปีมานี้ย่อมทำให้เขาลืมอาการหวาดกลัวไปแล้ว... ทว่า สถานการณ์ในตอนนี้มันกลับบีบเค้นความรู้สึกที่แปลกประหลาดออกมา หยาดเหงื่อพลันพร่างพรายทั่วใบหน้า แววตาขึงขังกวาดมองภาพเบื้องล่างอย่างใจจดใจจ่อ
ปรมาจารย์ฝู่ชิงไม่ใช่จอมเวทย์หรือพวกบ้าพลัง เขาจะแข็งแกร่งที่สุดเมื่อเรียกใช้ศาสตราวุธ ปรมาจารย์ยูไคยังอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงยังไม่เรียกใช้ศาตราวุธเสียที นี่มันไม่ใช่การกลั่นแกล้งแล้ว รุ่นเยาว์บ้าบออันใดกลับสร้างความกดดันให้เหล่าปรมาจารย์ได้กัน!! ท่ามกลางบรรยากาศตรึงเครียดถ้อยคำบางอย่างกลับผุดขึ้นมา "ช่วยฝู่ชิงให้ไว!!" ลางสังหรณ์บางอย่างเรียกร้องให้เขายื่นมือเข้าไปช่วยโดยเร็ว ปรมาจารย์ยูไคหันขวับมองเจ้าเมืองอย่างตื่นตระหนกพลางเร่งกล่าว
"เปิดม่านเดี๋ยวนี้!!"
เจ้าเมืองล้วนรู้สึกได้ถึงภัยอันตรายที่บ่งบรรยายไม่ได้มาสักพักหนึ่งแล้ว เขารู้จักชายหนุ่มคนนั้นเป็นอย่างดี ศิษย์ของท่านผู้นั้น!! ความแข็งแกร่งย่อมเหนือเหล่ารุ่นราวคราวเดียวกันไปมากโขซึ่งอาจเป็นเรื่องปกติ แต่เหตุการณ์เบื้องหน้านี้มันอะไรกัน? มันทำตัวราวกับสามารถต่อกรกับเหล่าปรมาจารย์ได้ด้วยซ้ำไป!!
"ขะ---ขอรับ!!" เจ้าเมืองพลันเปิดม่านพลังให้ด้วยท่าทางร้อนรนยิ่ง
ม่านพลังถูกเปิดออกก่อนปรมาจารย์ยูไคจะกระโจนเข้าสู่แท่นประลอง ทว่า กลับมิใช่แค่เขาเพียงคนเดียวกระทั่งปรมาจารย์โหวู๋ ปรมาจารย์โชลิชหรือรกระทั่งปรมาจารย์ธูมัสก็ล้วนกระโจนเข้ามาด้วยความฉับไว เหล่าปรมาจารย์ยามนี้ต่างอยู่ในเขตของแท่นประลองด้วยกันทุกคน!!
เหล่าศิษย์เอกทั้งสี่ที่ได้เห็นภาพเช่นนั้นพลันกล่าวอย่างพร้อมเพรียง "ท่านอาจารย์!!"
เหล่าปรมาจารย์ล้วนสนใจเหล่าศิษย์ของตนไม่ สายตาเพ่งเล็งมองหาบุรุษหนุ่มเปี่ยมไปด้วยสมาธิ หมอกควันมันมากมายจนเกินไปก่อนปรมาจารย์ธูมัสจะร่ายเวทย์ "ลมวายุ"
ฟิ้ว~~~ อื้ออึงอื้ออึงอื้ออึง
ลมพายุหวนพัดผ่านพาหมอกควันจากแรงปะทะหอบลอยหายไปกับกระแสลม ทันใดนั้นเอง ภาพเบื้องหน้ากลับสร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกผู้คนที่ได้พบเห็นมัน กาติรัสที่สมควรตกตายไปแล้ว ตอนนี้กลับปรากฏอยู่ข้างกายของอิสตรีผู้เลอโฉมประหนึ่งนางฟ้านางสวรรค์ก็มิปาน เรือนร่างนั้นไร้ซึ่งร่องรอยบาดแผลอย่างสิ้นเชิง ทว่า โลหิตกลับไหลรินออกมาจากมุมปากของมันจรดปลายคางพลางหยดดิ่งสู่ธรณีเบื้องล่าง อย่างน้อยก็รู้แล้วว่ามันยังเสียเลือดเนื้อเป็น!!
ปรมาจารย์ฝู่ชิงพลันโพล่งคำด้วยเสียงที่ดังอย่างสุดแรงกล้า "อสูรกาย!!"
..สเตตัสปัจจุบัน...
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:5,976 พลังกาย:476,877 พลังเวทย์:1,102,307 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ