บทที่ 38 รีบลงมืออย่าให้ช้า
คำพูดของฟางเฉิงเทาทำให้เจียงอวี้หรงตกใจ เธอไม่กล้าตอแย จึงรีบกลับบ้าน
แต่การที่ต้องเห็นโอกาสดี ๆ ในการแต่งงานครั้งนี้ถูกซูซ่านแย่งไป ครอบครัวของเธอยอมรับไม่ได้จริงๆ
“แม่ ซูซ่านนังอ้วนนี่ บ้านเราเลี้ยงดูมาตั้งหลายปี มันมีสิทธิ์อะไรมาแต่งงานกับลู่จ้านตง? ต่อไปฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
หยางหย่าลี่นั่งร้องไห้อยู่บนโซฟา แค่คิดว่าซูซ่านนังอ้วนนั้นจะได้เป็นภรรยาของรองผู้บัญชาการ หรืออาจจะได้เป็นภรรยาของผู้บัญชาการในอนาคต เธอก็เจ็บใจจนกัดฟันกรอดๆ
ไม่ต้องพูดถึงเจียงอวี้หรง เธอยิ่งแค้นกว่า
หลายปีมานี้ เธอวางแผนอย่างรอบคอบ เลี้ยงซูซ่านให้เป็นเด็กอ้วนดำขี้เหร่ สุดท้ายสิ่งดี ๆ กลับตกเป็นของมันทั้งหมด
เธอเกลียดมันเข้ากระดูกดำ
ถ้าในอนาคตชีวิตของมันดีขึ้นเรื่อย ๆ ความพยายามของเธอตลอดหลายปีมานี้ จะไม่กลายเป็นเรื่องตลกไปหรือ?
“ถึงแม้ว่าอดีตผู้บัญชาการเซียวและผู้กำกับฟางจะไม่ช่วยเรา เราก็ยังมีอีกวิธี”
หยางหย่าลี่มองแม่ “แม่ หมายถึงวิธีที่ลู่ชิ่งเซิงบอกหรือคะ? ให้หนูไปอยู่ที่หมู่บ้านเถาฮวา?”
“ใช่ จากที่ลู่ชิ่งเซิงพูด ตอนนี้คนในบ้านลู่ไม่มีใครชอบซูซ่าน ดังนั้นถ้าลูกไปอยู่ที่หมู่บ้านเถาฮวา คนบ้านลู่ต้องเข้าข้างเราแน่นอน
ทำให้ชื่อเสียงของมันในหมู่บ้านเสียหาย ทำให้เด็กทั้งสามคนเกลียดมัน พอถึงตอนนั้นชื่อเสียงของซูซ่านในหมู่บ้านก็เละเทะ ลู่จ้านตงต้องคิดทบทวนเรื่องแต่งงานระหว่างลูกกับเขาใหม่แน่”
หยางหย่าลี่พูดด้วยความไม่พอใจ “แต่ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่าเด็กสามคนนั้นเป็นขอทาน พวกเขาต้องเกลียดฉันแน่ ๆ”
เจียงอวี้หรงยิ้ม “กลัวอะไร? ในเมื่อยังเป็นเด็ก ก็ต้องมีจุดอ่อน ตอนไปแม่จะซื้อขนมไปฝากเยอะ ๆ พวกเขาอยู่ในชนบทจะได้กินอะไรอร่อย ๆ
ถึงซูซ่านจะซื้ออะไรไปบ้าง ก็คงไม่พอกินหรอก ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคนบ้านลู่เข้าข้างลูกแล้ว ซูซ่านก็ทำอะไรไม่ได้หรอก”
หยางหย่าลี่ยังคงบ่นไม่หยุด “แต่หมู่บ้านเถาฮวามันเป็นหุบเขาลึก คนที่นั่นทั้งสกปรกทั้งเหม็น ถ้าหนูไปแล้วทนไม่ไหวจะทำยังไง?”
“ลูกต้องคิดถึงตำแหน่งภรรยารองผู้บัญชาการไว้ อยากได้หรือเปล่า? ถ้าอยากได้จริงๆ ต่อให้ลำบากแค่ไหนลูกก็ต้องทนได้”
หยางหย่าลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยความคาดหวัง “แม่ ไปอยู่กับหนูไหม?”
“คิดอะไรของลูก? ถ้าแม่ไปด้วย งานที่โรงงานจะทำยังไง? แม่เป็นหัวหน้าแผนกนะ มีคนมากมายจ้องตำแหน่งแม่อยู่ ถ้าแม่ไป จะต้องมีคนมาเสียบแน่”
ต่อให้เจียงอวี้หรงอยากให้ลูกสาวแต่งงานเข้าบ้านตระกูลลู่มากแค่ไหน เธอก็ไม่ยอมไปหมู่บ้านเถาฮวาด้วยหรอก
เธอได้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกผลิตมาอย่างยากลำบาก ถ้าไปแล้วก็ต้องเสียตำแหน่งนี้ให้คนอื่นแน่นอน
นี่มันเรื่องสำคัญทั้งชีวิตเลยนะ
หยางเต๋อจื้อเห็นด้วย “หย่าลี่ แม่ของลูกพูดถูก ยิ่งไปกว่านั้นแม่คงไปหมู่บ้านเถาฮวาไม่สะดวก พ่อว่าลองถามน้องชายของผู้พันลู่ดูไหม ว่าที่บ้านเขามีพี่สาวน้องสาวหรือเปล่า ถ้ามีคนไปเป็นเพื่อนลูกก็ดีเลย”
เจียงอวี้หรงพูด “เอาแบบนี้ ตอนนี้ยังทัน เราไปหาลู่ชิ่งเซิงที่โรงเรียนมัธยมปลายกันเถอะ เรื่องนี้รีบทำดีกว่าชักช้า”
“ใช่ ยิ่งช้ายิ่งเสี่ยง”
ครอบครัวสามคนจึงรีบปั่นจักรยานไปโรงเรียนมัธยมปลาย ถึงแม้จะดึกมากแล้ว แต่เป็นช่วงฤดูร้อน ยามที่ประตูโรงเรียนยังไม่นอน
พอรู้ว่าหยางเต๋อจื้อเป็นหัวหน้าแผนกในอำเภอ ยามก็ไม่กล้ารอช้า รีบไปเรียกลู่ชิ่งเซิงออกมา
หลังจากที่ลู่ชิ่งเซิงฟังเจียงอวี้หรงพูดจบ ก็รีบเสนอตัว “คุณป้า เอาอย่างนี้ไหม ผมปั่นจักรยานกลับบ้านไปคุยกับที่บ้านก่อน ว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง เพราะถ้าพี่หย่าลี่จะไปหมู่บ้านเถาฮวา ต้องเตรียมที่อยู่ให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะให้พี่เขาไปได้ ใช่ไหมครับ?”
คำพูดนี้ถูกใจเจียงอวี้หรง “ชิ่งเซิง เธอพูดถูกต้องเลย ครั้งนี้ต้องรบกวนเธอแล้วล่ะ” เจียงอวี้หรงพูดพลางยัดเงินยี่สิบหยวนใส่มือลู่ชิ่งเซิง
แล้วยื่นขนมสองห่อ ลูกอมกระต่ายขาวหนึ่งจิน และผงนมชงหนึ่งกระป๋องให้เขา “เอาของพวกนี้ไปให้พ่อแม่เธอ เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากครอบครัวของพวกเรา”
ลู่ชิ่งเซิงนึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องดี ๆ แบบนี้ “ป้าหยาง พูดแบบนี้ก็เกรงใจเกินไปแล้ว นี่มันเป็นเรื่องของบ้านผมเอง”
คำพูดนี้ทำให้เจียงอวี้หรงรู้สึกดีเป็นพิเศษ “ชิ่งเซิง ยังดีที่มีเธออยู่ ไม่งั้นพวกเราแย่แน่”
ลู่ชิ่งเซิงตบหน้าอกรับรอง “ป้าหยาง วางใจเถอะครับ ตราบใดที่ผมและครอบครัวของผมยังอยู่ ไม่นานซูซ่านก็ต้องเผยธาตุแท้แน่”
“ดีมากเลย”
ลู่ชิ่งเซิงรับของแล้วรีบปั่นจักรยานกลับบ้าน
ครอบครัวหยางสามคนมองเขาหายไปในความมืด จึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้าง
เจียงอวี้หรงพูด “หย่าลี่จะไปหมู่บ้านเถาฮวา เราต้องรีบเตรียมของให้พร้อม กลับกันเถอะ”
…
หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ ซูซ่านก็พอรู้แล้วว่าบ้านไหนมีไม้สำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ และพอจะกะราคาคร่าวๆ ของเฟอร์นิเจอร์ได้แล้ว
ระหว่างนั้นโจวชิงซานให้ลูกไปตามพี่เขยจ้าวฉางอันมา
ซูซ่านไปเอาปากกากับกระดาษจากเด็ก ๆ มาวาดแบบร่าง ๆ สองสามแผ่น แล้วยื่นให้จ้าวฉางอันดู
โต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง ที่ใช้กันทั่วไปในหมู่บ้าน จ้าวฉางอันรู้ขนาดอยู่แล้ว ซูซ่านแค่ร่างแบบตู้เสื้อผ้าสองตู้ ตู้เก็บถ้วยชามหนึ่งตู้ และหีบไม้สองใบ
ทำตามลำดับความสำคัญ
ในชนบทไม่มีตู้เสื้อผ้า พอเห็นแบบร่าง ชาวบ้านก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะซูซ่านมาจากในเมือง แน่นอนว่าต้องรู้จักสิ่งต่าง ๆ มากกว่าคนในหมู่บ้านเถาฮวา
คืนนี้ชาวบ้านที่มาช่วยแบ่งงานกัน นั่งผลัดกันเฝ้ายามอยู่ใต้เพิงพัก
คืนนี้มีคนแย่งกันมาช่วยเฝ้ายามเยอะมาก ซูซ่านไม่ต้องกังวลเรื่องขโมยเลย
ซูซ่านจึงพาเด็ก ๆ เข้านอนก่อน วันนี้เธอเหนื่อยมากจริงๆ
เด็กทั้งสามคนนอนบนเตียงเดียวกับซูซ่านเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเกร็ง
ป้าซูซื้อของดี ๆ ให้พวกเขามากมาย ตอนกลับมาถึงหมู่บ้าน เด็ก ๆ หลายคนก็อิจฉาพวกเขา
พอหัวถึงหมอนซูซ่านก็กรนทันที
บ้านเปลี่ยนแปลงไปมาก เด็กทั้งสามจะนอนหลับลงได้ยังไง?
โดยเฉพาะบ่ายวันนี้ มีเด็ก ๆ หลายคนมารุมล้อมพวกเขา
ดูเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าหนังสือใบใหม่ของพวกเขา แล้วยังขอยืมหนังสือการ์ตูนด้วย คนที่เคยดูถูกพวกเขาก่อนนี้ ตอนนี้กลับเดินตามก้น พวกเขาไม่ห่าง พี่น้องสามคนรู้สึกดีใจมาก
“พี่ เธอกรนแล้ว”
ลู่เหวินเฮ่าพูดเบา ๆ ขณะฟังเสียงกรนของซูซ่าน
“ก็เพราะเธอเหนื่อยน่ะสิ”
ลู่เหวินเฮ่าพลิกตัวนอนคว่ำด้วยความตื่นเต้น “ฉันรู้ ตอนเราอยู่บ้านเก่า ตอนกลางคืนเวลาลุงใหญ่กับลุงรองกลับมาจากทำไร่ ก็นอนกรน
พี่ เธอจะอยู่กับเรานานไหม? เธอจะรังเกียจเราไหม?”
ลู่เหวินย่วนคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันคิดว่าไม่รังเกียจหรอก เธอซื้อของให้เราเยอะขนาดนี้”
ลู่เสี่ยวเถียนก็ขยับเข้ามาใกล้ๆ เอาหัวชนกับลู่เหวินเฮ่า “เธอจูงมือฉันด้วย คงไม่รังเกียจเราหรอก”
“พี่ เธอจะส่งเราไปโรงเรียนจริงๆ เหรอ?”
“ฉันคิดว่าใช่”
“แต่เธออ้วนขนาดนี้ ถ้ากินจนบ้านเราหมดตัวจะทำยังไง?”
“ไม่เป็นไร พอเราโตขึ้น หาเงินได้ ก็ไม่หมดตัวแล้ว”
“พี่ แล้วเมื่อไหร่เราจะโต?”
“เร็ว ๆ นี้แหละ”