ตอนที่ 18 บีบคนให้จนมุม (1)
“นี่เจ้ากำลังสงสัยว่าข้ามอบยาปลอมให้เจ้าอย่างนั้นรึ” ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ถามกลับ
อินซื่อส่ายหัว “ผู้น้อยย่อมไม่กล้าคิดเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ จวินเอ๋อร์เป็นคุณหนูสามของจวนอัครเสนาบดี ถึงแม้จะกำเนิดจากอนุ แต่ฐานะสูงส่งกว่าสาวใช้ชั้นต่ำผู้นี้ ฮูหยินผู้เฒ่าชมชอบนาง มอบยาอวี้จือหนิงลู่เกาให้แก่นาง ผู้น้อยก็ไร้วาจาจะกล่าว ตัวผู้น้อยเพียงอยากขอความยุติธรรมให้จวินเอ๋อร์เท่านั้น หากว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่อาจคืนความเป็นธรรมให้ผู้น้อยได้ ผู้น้อยก็จะไปยังศาลาว่าการ ให้คนของทางการมาคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้น้อย!”
“เจ้ากล้ารึ!” ฮูหยินผู้เฒ่ากู้พูดเสียงดุดัน
อินซื่อแค่นหัวเราะ
“รูปโฉมของสตรีเปรียบเสมือนชีวิต อินอี๋เหนียงเป็นห่วงน้องหญิงสาม หาใช่เรื่องผิด เพียงแต่ถ้อยคำเช่นนี้ ภายหลังอย่าได้กล่าวออกมาดีกว่าเจ้าค่ะ กล่าวมากความ รังแต่จะทำร้ายไมตรี ให้คนนอกขบขันกันเสียเปล่าๆ” หลังสั่งให้สาวใช้เก็บกวาดเศษกระจัดกระจายบนพื้นเสร็จแล้ว กู้อวิ๋นหวงก็เดินมานั่งบนเก้าอี้ ช้อนตาขึ้นมองกู้หมิงจวิน เอ่ยคำอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาที่ยิ่งดูไม่เป็นมิตรขึ้นเรื่อยๆ ของกู้หมิงจวิน “ยาอวี้จือหนิงลู่เกาต้องทาเป็นประจำทุกเช้าเย็น น้องหญิงสามได้ทาหรือไม่”
อินซื่อสะกดความโกรธในใจ “คุณหนูใหญ่ก็บอกเอง รูปโฉมของสตรีเปรียบเสมือนชีวิต จวินเอ๋อร์ไหนเลยจะกล้าละเลย”
“เช่นนั้นก็ตัดเรื่องการใช้ยาข้อนี้ไปได้” กู้อวิ๋นหวงถามต่อ “ยาอวี้จือหนิงลู่เกาของเย่ว์เหยา ซุนหมอมอเป็นคนให้ ของที่น้องหญิงสามใช้ใครเป็นคนให้หรือ”
“ก็ซุนหมอมอเช่นกัน” แววตาอินซื่อวูบไหวเล็กน้อย ไฟโทสะค่อยๆ ลดลง
“การใช้ยาและมอบยา ล้วนตัดออกไปได้หมด” กู้อวิ๋นหวงมองทางฮูหยินผู้เฒ่ากู้ “ตอนนี้ก็เหลือแค่ข้อเดียว ยาอวี้จือหนิงลู่เกาเป็นของพระราชทาน เก็บรักษาไว้ในเรือนเล่อโซ่วของท่านย่าตลอด บังอาจถามท่านย่า ผู้ใดเป็นคนเก็บรักษายาอวี้จือหนิงลู่เกานี้ หรือไม่ก็ ก่อนส่งยาให้น้องหญิงสามกับเย่ว์เหยา ซุนหมอมอรับยาอวี้จือหนิงลู่เกามาจากมือใครเจ้าคะ”
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้กับซุนหมอมอแทบจะหันมองเฉินซื่อพร้อมกัน
“เป็นไปไม่ได้!” ฮูหยินผู้เฒ่ากู้กับเจียงเย่ว์เหยาพูดขึ้นพร้อมกัน
อินซื่อหัวเราะเยาะ “เฉินซื่อเพิ่งมาจวนอัครเสนาบดีได้ไม่ถึงครึ่งเดือน ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยกยาอวี้จือหนิงลู่เกาให้นางดูแลเสียแล้ว บัดนี้แผลบนหน้าของจวินเอ๋อร์ก็วางให้เห็นอยู่ตรงนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าท่านจะปกป้องนางคนชั้นต่ำนี่ไปถึงเมื่อไร!”
สายตาของเจียงเย่ว์เหยากวาดผ่านอินซื่อ กู้หมิงจวิน ก่อนไปหยุดอยู่ที่ร่างกู้อวิ๋นหวง สั่นศีรษะปฏิเสธ “ท่านแม่ข้าไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ ไม่ใช่นางนะเจ้าคะ”
“ข้าเองก็อยากเชื่อว่าไม่ใช่นาง” กู้อวิ๋นหวงกล่าว
“พวกท่านรวมหัวกัน ท่านย่อมต้องเชื่ออยู่แล้วว่าไม่ใช่ฝีมือนาง!” กู้หมิงจวินสะบัดมือของอินซื่อ ตะโกนเสียงดัง
“น้องหญิงสาม ข้าเห็นใจเจ้าที่เป็นผู้ถูกกระทำ เดิมทีไม่ควรถือสาเจ้า” กู้อวิ๋นหวงหน้าตาเย็นชา “แต่ในเมื่อเจ้าบอกว่าข้ารวมหัวกับนาง เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ ถ้าไม่มีหลักฐาน เจ้าทำลายชื่อเสียงข้าแทบทุกวี่วันเช่นนี้ หรือเป็นเพราะเห็นว่าบุตรสาวสายตรงของจวนอัครเสนาบดีเช่นข้านี้ช่างไร้ความสามารถ เจ้าถึงได้ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา หรือจะบอกว่าเรื่องครั้งก่อนยังไม่ทำให้เจ้าได้รับบทเรียน”
“ท่านอยากได้หลักฐานรึ” กู้หมิงจวินแค่นเสียงดูแคลน “ได้ ข้าจะให้หลักฐานท่าน! หลักฐานก็คือท่านแม่ของข้าได้รับหน้าที่ดูแลงานเลี้ยงของท่านย่า แย่งอำนาจการเป็นฮูหยินเอกจัดการดูแลเรือนของฮูหยินใหญ่ ท่านไม่พอใจ ก็เลยคิดแผนการมาลอบทำร้ายข้า!”
“ลอบทำร้ายเจ้ารึ เจ้ามีอะไรให้ข้าต้องทำร้ายเจ้าด้วยหรือ” กู้อวิ๋นหวงถามอย่างขำขัน
“จวินเอ๋อร์...” อินซื่อยื่นมือรั้งกู้หมิงจวินไว้ ทว่ากู้หมิงจวินกลับสะบัดมือของนางออกอีกครั้ง “ท่านไม่อยากให้ข้าพูด ข้ากลับยิ่งอยากจะพูด! ก็เพราะน้องฮั่นไม่ใช่หรือ นางถึงได้จ้องแต่จะเล่นงานข้า ทำร้ายข้า คิดจะแทนที่ตำแหน่งของข้า กู้อวิ๋นหวงข้าบอกเจ้าไว้เลย ตราบใดที่ข้ายังอยู่หนึ่งวัน เจ้าก็อย่าริคิดจะ...”
“พอได้แล้ว!” กู้เจิ่นกับกู้หมิงฮั่นหน้าตาเคร่งขรึม เดินตามกันเข้ามาคนหนึ่งหน้าคนหนึ่งหลัง ครั้นเห็นเหตุการณ์ในเรือนชัดเจน สีหน้าของทั้งสองก็ยิ่งดำทะมึน