
ตอนที่ 2
“คอกเทลได้แล้วครับ”
เสียงของยชญ์ขัดจังหวะขึ้นยื่นแก้วใสใส่เครื่องดื่มชนิดอ่อนๆให้เธอตามที่สั่ง เมื่อเอื้อมไปรับไว้เรียบร้อยจึงหันกลับไปยังจุดที่เห็นเขาผู้นั้นอีกครั้ง
แต่แล้วชายผู้คุ้นเคยอันเกิดปริศนาในใจให้ขบคิดก็หายตัวไปจากที่ตรงนั้นราวกับมีม่านกำบังตา...จึงได้แต่ถอนหายใจบางเบากับความคิดของตนเอง
“ดื่มสักหน่อยสิครับ”
ชายหนุ่มยื่นแก้วมาชนเสียงกระทบดังกริ๊กและชวนคุยเรื่อยเปื่อย โดยไร้พิรุธ “ผมว่างานแต่งคืนนี้ต้องกลายเป็ที่กล่าวถึงตลอดอาทิตย์นี้แน่ครับดูจากแขกที่มาร่วมงาน หลายคนล้วนเป็คนใหญ่คนโตมีหน้ามีตาอยู่ในแวดวงสังคม...อย่างคนโน้น เป็นักการเมือง ตอนนี้กำลังเป็ที่สนใจมีคนเข้าหาเื่ที่ต้องวิ่งเต้นกันทั้งนั้น”
เขาอวดภูมิ เพื่อให้เธอเห็นความมักคุ้นต่อข่าวสารในตัวเขาและเล่าต่ออย่างหน้าตาเฉย ถึงบุคคลอีกหลายชีวิต ซึ่งมีทั้งนางแบบทั้งคุณหญิงคุณนาย
ส่วนเธอก็ฟังบ้าง ไม่ฟังบ้างเพราะใจกลับไปจดจ่อคอยกวาดตาหาชายผู้นั้น...แต่เมื่อเขาพูดถึงความโอ่อ่าหรูหราเกี่ยวกับสถานที่จัดงานเธอก็มองโดยรอบอย่างคล้อยตาม
เพราะมันเป็เช่นนั้นจริงๆ...
ยชญ์กำลังจะชนแก้วในมือของปีวราอีกครั้งแต่เหมือนแพรก้าวเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน “ทานอะไรรองท้องกันบ้างหรือยัง”
“ยังไม่ค่อยหิวเลยไม่ต้องเป็ห่วงหรอก ปีดูแลตัวเองได้ แพรไม่ต้องเกรงใจปี”
ดังนั้นชายหนุ่มจึงส่งเสียงพึมพำในลำคอและพูดเสริมว่า “คุณแพรไม่ต้องเป็ห่วงเราสองคนหรอกครับ”
ยชญ์ถอยห่างออกไปเกินหนึ่ง่ตัวขณะเดียวกับที่เ้าบ่าวกลับเข้ามาในงานตรงมายังจุดที่ปีวรากำลังยืนสนทนาอยู่กับเหมือนแพร แต่ไม่ทันได้ทักทายเป็กิจจะเ้าสาวก็เดินจับกระโปรงฟูฟ่องซึ่งยาวกรอมเท้า เดินลิ่วๆเข้ามาถึงตัว
“มาอยู่กันที่นี่เองพราวหาตัวแทบแย่...ออกไปข้างนอกเถอะค่ะ คุณแม่ให้มาตาม ท่านบอกว่ามีแขกผู้ใหญ่มาพราวไม่อยากยืนต้อนรับแขกอยู่คนเดียว”
เมื่อคู่บ่าวสาวผละไปแล้วเหมือนแพรยังคงยืนนิ่งคล้ายคนใจลอย อาจเกิดจากความเหนื่อยล้าทางกายปีวราจึงร้องทักเพื่อนด้วยความเป็ห่วง “เป็อะไรหรือเปล่าหน้าตาดูอิดโรยจังเลย”
ชายหนุ่มซึ่งยืนสังเกตการณ์ด้านหลังเอ่ยสำทับขึ้นบ้างว่า“นั่นสิครับ คุณแพรเหมือนคนอดนอน น่าจะไปพักผ่อนบ้าง”
เขาอยากตัดบทโดยเร็วจึงพูดเช่นนั้น แล้วก็สมใจ เมื่อเหมือนแพรขอตัวกลับออกไปต้อนรับแขกด้านนอกจึงสมหวังที่ได้คุยเป็ส่วนตัว ไม่มีก้างขวางคอหรือใครคอยกีดกันแผนการในหัว เขารอจังหวะนี้กระทำการ ‘บางสิ่ง’ โดยคิดเอาว่า การอยู่ในกลุ่มคนที่หนาแน่นปีวราคงจะไม่ทันระวังตัว และมี่ที่เธอเผอเรอ เปิดช่องว่างให้เขาได้สบโอกาส
จังหวะนั้น บริกรหนุ่มเดินถือถาดเวียนส่งเครื่องดื่มให้ถึงมือแเื่ก้าวเข้ามาใกล้ ยชญ์วางแก้วเดิมของเขา และรับคอกเทลมาไว้ในมืออีกแก้วโดยที่ปีวราไม่ทันเอะใจ เพราะมัวแต่ใจจดใจจ่อมองหาเขาผู้นั้น
ยชญ์จึงเริ่มแผนการที่เตรียมไว้เบี่ยงตัวพอกำบังพฤติกรรมบางอย่าง มือล้วงไปยังกระเป๋าเสื้อใช้ปลายเล็บสะกิดฝาจุกขนาดจิ๋วออก และเทของเหลวในนั้นผสมลงในแก้วคอกเทล พอประมาณ
เขาใช้ความว่องไวเก็บหลอดขนาดเล็กใส่กระเป๋าเสื้อตามเดิม...หมุนแก้วในมือให้เครื่องดื่มผสมกันและกวักมือเรียกบริกรที่เดินผ่านมาอีกหนึ่งครั้ง
“น้องๆ...ขอบรั่นดีให้แก้ว”
เมื่อในมือสองข้างมีเครื่องดื่มพรักพร้อม...ชายหนุ่มไม่รีรอเอ่ยเรียกเป้าหมาย “ปีครับ...รับคอกเทลอีกสักแก้วนะครับ”
หญิงสาวหมุนตัวกลับมาตั้งท่าจะปฏิเสธ ทว่าชายหนุ่มไวกว่า ยื่นแก้วคอกเทลให้ เธอจึงรับโดยอัตโนมัติแล้วเสียงแก้วก็กระทบดังกริ๊กเช่นเดิม
“ปีไม่อยากดื่มมากค่ะเกรงว่าจะมึน...แถมตอนนี้ ยังไม่ทันเริ่มงานอย่างเป็พิธีทางการด้วยสิคะ”
ชายหนุ่มยิ้มเรียบขัดกับแววตาซึ่งมีแสงไฟล้อเป็ดวงพราววับ เขาบังคับน้ำเสียงให้เป็ปรกติพูดเนิบนาบอย่างสุภาพว่า
“อีกแก้วเดียวก็พอครับ...ถือว่าให้เกียรติผม”
ปีวราชั่งใจครู่หนึ่งจึงยกแก้วคอกเทลนั้นดื่มจนหมด ด้วยความชะล่าใจ!
...........................................................
ความมึนชาปวดหัวหนึบแล่นเข้ามาใน่เวลาไม่กี่นาที ทำให้ปีวรารู้สึกเหมือนโลกโคลงเคลงไปมาภาพผู้คนที่มาร่วมงานพร่าเลือนจนเหมือนไอหมอกละลายยามเช้าแต่เธอก็พยายามทรงตัวไม่ให้ล้ม
ยชญ์ได้จังหวะ รีบเข้าไปประคองไต่ถามด้วยความเป็ห่วง “เป็อะไรครับ ปีไม่สบายหรือเปล่า”
“ปีมึนหัวนิดหน่อย” เธอสูดหายใจเต็มแรง...รีบวางแก้วเปล่าในมือลงบนโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลนักส่วนชายหนุ่มหันรีหันขวางเพียงครู่ ไม่อยากให้ผู้คนในบริเวณนั้นแตกตื่นเดี๋ยวจะเสียแผน จึงออกอุบายขึ้นว่า
“ผมว่าปีไปพักที่ห้องก่อนดีกว่าไหมครับเดี๋ยวผมจะไปส่ง”
แม้จะไม่ไว้ใจเพื่อนชายผู้นี้แต่ความมึนงง เนื้อตัวเริ่มเมื่อยขบ วิงเวียนเกินกว่าจะขบคิดจนหัวแตกจึงทำตามคำพูดของอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย
ยชญ์โอบลำตัวหญิงสาวเดินฝ่าแเื่ในงานไม่สนใจสายตาหลายคู่ที่เหลียวมามองอย่างสนใจและดูเหมือนทางด้านนอกจะสะดวกราบรื่นดีเมื่อคู่บ่าวสาวและญาติผู้ใหญ่ไม่มีใครอยู่บริเวณด้านหน้างาน
แต่แล้วเสียงกังวานใสของผู้หญิงคนหนึ่งก็ขัดจังหวะขึ้นทางด้านหลัง“มีใครเป็อะไรกันคะ”
ชายหนุ่มหันขวับไปยังต้นเสียงปรับสีหน้าไม่ให้แสดงพิรุธ ตอบคำถามแทนหญิงสาวในวงแขน “เพื่อนผมเหมือนว่าจะหน้ามืดเป็ลมมั้งครับ...ผมกำลังจะพาไปพักผ่อนที่ห้อง”
หญิงสาวผู้นั้นหน้าตื่นด้วยความห่วงใย เห็นปีวรากำลังตาปรือคล้ายคนง่วงนอน จึงหวังดีเข้าไปช่วยพยุงแขนอีกข้างและแนะนำขึ้นว่า
“ฉันว่าให้เพื่อนของคุณไปนั่งพักที่ห้องรับรองแขกด้านในก็ได้นะคะ เดี๋ยวฉันจะช่วยดูแลให้เอง”
ผู้วางแผนการ สะดุ้งเล็กน้อยรีบเบี่ยงเบนความสนใจของผู้หวังดี ด้วยวิธีสลับแผนการจาก ‘ช้าเป็เร็ว’โดยเอ่ยคล้ายออกคำสั่ง
“ผมว่าคงไม่ดีหรอกครับถ้าจะพาเข้าไปห้องส่วนตัวด้านหลังเวที วันนี้เป็งานมงคลผมเกรงว่าข้างในจะวุ่นวายกันเปล่าๆ...เอาอย่างนี้ดีกว่าครับผมรบกวนคุณช่วยหาน้ำเปล่าให้เพื่อนผมสักแก้ว เดี๋ยวเราสองคนจะนั่งคอยอยู่ตรงนี้”
ปีวราเริ่มคิดช้าลงเมื่อฤทธิ์ยานอนหลับค่อยๆซึมเข้าสู่ร่างกาย แต่เธอก็ยังฝืนตอบออกไป “ขอน้ำเปล่าสักแก้วก็ดีนะคะ”
ระหว่างนั่งรอมือข้างหนึ่งของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อทำการปลดซองพลาสติกใสที่เตรียมมาอย่างชำนิชำนาญ นิ้วขยุกขยิกไม่กี่ครั้งก็ได้สิ่งที่้า คีบไว้ระหว่างนิ้ว
หญิงสาวผู้หวังดีหายเข้าไปข้างในงานไม่ถึงห้านาทีรีบเดินเร็วจี๋กลับมายังจุดที่ทั้งสองคนนั่งอยู่ ในมือมีน้ำเปล่ามาหนึ่งแก้วกำลังจะยื่นส่งให้ปีวราดื่ม แต่ถูกชายหนุ่มผู้มากเล่ห์คว้าแก้วน้ำมาถือไว้เสียเอง
“เดี๋ยวผมป้อนเองครับ”
ชายหนุ่มใจเย็นพอกับการถ่วงเวลา...และลุ้นในใจขอให้โชคดีเข้าข้างตัว...แล้วความคิดเขาก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อผู้หญิงรูปร่างเล็กวิ่งหน้าตื่นออกมาตาม
“พี่คะ...ทีมงานข้างในกำลังถามหาค่ะ”
หญิงสาวผู้นั้นลังเลใจคงนึกเป็ห่วงคนเป็ลม แต่เขาก็ไม่รอให้เสียจังหวะไปกว่านี้จึงเอ่ยตัดบทเป็เชิงไล่ ‘ก้าง’ ตรงหน้า
“ไม่เป็ไรครับเชิญคุณเข้าไปทำธุระข้างในก่อนก็ได้ ทางนี้ผมดูแลเอง เดี๋ยวทานน้ำเสร็จถ้าค่อยยังชั่ว ก็จะกลับเข้าไปในงาน แต่ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวผมอาสาไปส่งที่ห้องพักเองครับ”
เธอผู้นั้นจึงเดินกลับเข้าไปข้างใน...
เวลาของยชญ์มาถึงแล้ว เขาไม่รอช้าคลี่นิ้ว สะกิดเกล็ดสีขาวที่หนีบค้างไว้ลงในแก้วน้ำเปล่าอย่างรวดเร็วแล้วจึงประคองศีรษะของฝ่ายหญิงให้ดื่มจนเกลี้ยง
ปีวราเริ่มง่วง เปลือกตาหรี่ลงอันเป็ผลจากยานอนหลับชนิดอ่อน ซึ่งยชญ์หวังเพียงให้เธอแค่้าพักผ่อนส่วนเกล็ดสีขาวนั้น เป็ยาอีกชนิดเดิมทีเขา้านำไปใช้เมื่อถึงห้องพักของเธอแล้ว แต่เมื่อกลัวจะผิดแผนเขาจึงเร่ง่เวลานั้นให้เร็วขึ้น
“กลับขึ้นห้องดีกว่าครับผมว่าปีน่าจะได้พักผ่อน”
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มบางๆ...พลางนึกต่อประโยคหนึ่งในใจว่า‘ก่อนที่ปีอยากจะสนุก จนอาจจะลืมความง่วงนอนไปเลย’
......................................................