เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่5 ตอนที่ 138 : เพียงชั่วครู่เท่านั้น

            โม่เชี่ยนนีทำตัวเป็นแมวย่องค่อยๆ เดินเลียบไปด้านข้างของโซฟา เธอเห็นหยางเฉินกำลังนอนตะแคงข้างอยู่

            ห้องนั่งเล่นที่ดับไฟทั้งหมดจนมืดสนิทมีเพียงแสงสว่างรำไรจากประตูห้องนอนของโม่เชี่ยนนีเท่านั้นที่ช่วยให้เธอมองเห็นหยางเฉินได้รางๆ

            หยางเฉินที่ดูเหมือนจะหลับลึกแล้วมีผ้าผืนห่มนุ่มคลุมเพียงลำตัวช่วงล่างของเขา ลมหายใจแผ่วเบาทว่าสม่ำเสมอและร่างกายสงบนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

            โม่เชี่ยนนีโบกมือเรียวไปมาบริเวณใบหน้าของหยางเฉินอยู่สองสามครั้งทำให้รู้แน่ว่าหยางเฉินหลับสนิทแล้วจริงๆ

            โม่เชี่ยนนีเม้มริมฝีปากและยิ้มออกมาเธอทำปากจู๋แล้วย่นจมูกให้ดูเหมือน “หมูโง่”เพื่อล้อเลียนเขา หลังจากนั้นเธอนั่งลงกอดเข่าตัวเองข้างโซฟาสายตาของเธออยู่ระดับเดียวกับศีรษะของหยางเฉิน

            ในความมืดมิดเช่นนี้เหมือนดั่งการชื่นชมงานศิลปะ โม่เชี่ยนนีโน้มศีรษะไปด้านข้างและดวงตาเธอพราวประกายดั่งเพชรพลอย เธอพิจารณาใบหน้าคมคายหยางเฉินอย่างละเอียดผมของเขายุ่งไม่มีการจัดทรงใดๆ ขนตาของเขาหนาและยาว ดวงตาของเขาเล็กจมูกคมโด่งเป็นสันและริมฝีปากเป็นกระจับชัดเจน หลังจากที่รู้จักเขามานานนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้มองดูเขาอย่างใกล้ชิดขนาดนี้

            เขาก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดอะไรเพียงแต่เขาชอบทำตัวเหลาะแหละและกวนประสาท ดูแล้วเหมือนเด็กซุกซน

            โม่เชี่ยนนีนึกถึงครั้งแรกที่เธอได้พบหยางเฉินการสัมภาษณ์นอกสถานที่

            เธอปรากฏตัวด้วยท่วงท่าสุขุมเช่นปกติแต่ภายในใจลึกๆ กลับตื่นเต้นเพราะความสามารถด้านภาษาต่างประเทศของผู้ชายตรงหน้าเธอไม่สามารถเข้าใจได้เลยว่าผู้ชายที่ดูเหมือนจะไม่เอาไหนคนนี้กลับมีความสามารถด้านภาษาเช่นนั้นได้อย่างไร

            จากนั้นเธอดูเหมือนจะเป็นคนโง่เง่าสำหรับเขา เขาไม่ค่อยเชื่อฟังเธอและเธอก็ไม่เคยเห็นลูกน้องคนไหนที่ปฏิเสธการเข้าหาหัวหน้าของพวกเขามาก่อน

            อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ไล่เขาออก หลังจากที่คิดแผนยืมมีดฆ่าโคเมื่อตอนที่เธอให้เขาไปทวงเงินจากบริษัทมาเฟีย เขากลับได้รับเงินกลับมาแทนและเธอก็ตรวจสอบแล้วว่าเขาสามารถนำเงินมาคืนได้จริงเธอพยายามคิดหาทางทำให้เขาตกที่นั่งลำบากอยู่เสมอแต่เธอก็ไม่คาดคิดว่าเขาจะเป็นสามีของเพื่อนสนิท ตอนนั้นเธอรู้สึกโมโหอย่างมากและไม่เข้าในสักนิดว่ามันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง

            แต่สิ่งต่างๆก็ดูน่าเหลือเชื่อมากขึ้น เมื่อเธอถูกลักพาตัวไปพร้อมกับรั่วซีและผู้ชายคนนี้ก็รีบมาช่วยพวกเธอเพียงลำพัง...

            พอถึงคราวที่พ่อเลี้ยงโลภมากของเธอก่อปัญหาต่างๆแต่ชายคนนี้ก็กลับแก้ปัญหาอันยุ่งยากยาวนานนับสิบปีได้สำเร็จ

            เมื่อมาไม่นานมานี้เขาก็สามารถช่วยเธอจากการถูกจับเป็นตัวประกันโดยกลุ่มคนเลวที่หวังจะใช้ชีวิตเธอเพื่อหาผลประโยชน์ได้สำเร็จ

            ก่อนหน้านี้หยางเฉินเป็นแค่คนขายแพะเสียบไม้ย่างเท่านั้นจริงๆหรือ? อะไรคือสิ่งที่คนขายแพะย่างคนนี้ปรารถนาอยู่กันแน่?

            โม่เชี่ยนนีไม่เข้าใจเลยยิ่งเธอคิดเรื่องนี้มากเท่าไรเธอยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้น

            ผู้ชายผู้นี้เต็มไปด้วยปริศนาเหมือนกับหลุมดำที่ดึงดูดความสนใจของเธอไปจนหมด

            มันเข้ามาในหัวเธอทำให้เธอคิดถึงเขาอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืน ฉากต่อฉากและเหตุการณ์ต่างๆที่น่าจดจำค่อยๆ เข้ามาเติมเต็มความรู้สึกของเธอ

            การแสดงออกของเธอสดใสและหลากหลายอารมณ์มากยิ่งขึ้น บางครั้งก็เศร้าเสียใจ บางครั้งก็มีความสุขบางครั้งดูเหม่อลอยบางครั้งก็ดูแปลกๆ...

            โม่เชี่ยนนีค่อยๆเห็นหยางเฉินอยู่ในสายตาของเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

            โม่เชี่ยนนีรู้สึกราวกับว่าเธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาคนนี้ได้ และรู้สึกเหมือนปราการเหล็กหนาที่ล้อมรอบหัวใจของเธอมานานหลายปีกำลังพังทลายลง เป็นผลให้การหายใจของเธอถี่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว

            และแล้วความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมา เธอนึกอยากจูบเขาขึ้นมาจริงๆ

            ที่ฉันต้องทำก็แค่หลับตาลงแล้วจูบเบาๆ ที่แก้มของเขาเพียงครั้งเดียวให้เร็วที่สุดแล้วรีบไปนอน

            เขาคงไม่ตื่นขึ้นมาตอนนี้หรอกใช่มั้ย?แล้วถ้าฉันทำลงไปจริงๆ ล่ะ?

            หวังว่าเขาจะไม่เสียหายอะไรเพียงเพราะการจูบเพียงครั้งเดียวจากเธอหรอกนะ?

            หลังจากที่จูบเสร็จเขาคงจะไม่ตั้งท้องใช่มั้ย?เขาเป็นผู้ชาย เขาไม่ท้องหรอก

            โม่เชี่ยนนีเม้มริมฝีปากบาง ในหัวเธอเต็มไปด้วยความสับสน เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่มันไม่ถูกต้อง แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกที่ท่วมท้นออกมาได้อีกต่อไปแล้ว

            ขอเพียงครั้งเดียวแค่เพียงชั่วครู่เท่านั้น

            เธอเกลี้ยกล่อมตัวเองอย่างต่อเนื่องโม่เชี่ยนนีหลับตาลงช้าๆ และเผยอริมฝีปากสีแดงขึ้น

            ริมฝีปากชุ่มชื่นท่าทางการจูบที่ไม่ประสีประสา ทำให้เธอดูเหมือนสาวบริสุทธิ์ร่างกายภายใต้ชุดนอนสีชมพูอ่อนหวานของเธอโน้มตัวลงเล็กน้อยและแก้มของเธอที่เริ่มเป็นสีแดงเหมือนกลีบดอกไม้

            โม่เชี่ยนนีเข้าใกล้หยางเฉินมากขึ้น...มากขึ้น... อย่างไรก็ตามเป็นเพราะเธอนั่งยองมาโดยตลอดทำให้ขาของเธอทั้ง 2 ข้างเป็นเหน็บชาไปเรียบร้อยเธอไม่สามารถเอี้ยวตัวไปหาเขาได้มากไปกว่านี้จากนั้นขาของเธอไม่สามารถรับน้ำหนักของเธอได้อีกต่อไป

            โดยไม่มีทางเลือกโม่เชี่ยนนียื่นแขนออกไปและพยายามคว้าเอาโซฟาไว้ เธอพยายามหามุมที่ง่ายที่สุดเพื่อที่เธอจะสามารถใช้ความพยายามที่จะจูบเขาต่อ

            เธอไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้วในตอนนี้

            ความปรารถนาที่อยากจะจูบเขาทำให้ในกายของเธอเอ่อล้นไปด้วยอารมณ์ที่ขับไล่ความเขินอายออกไปจนหมด นี่เป็นครั้งแรกที่โม่เชี่ยนนีเป็นฝ่ายเริ่มจูบผู้ชายก่อน และแม้ว่าคนนั้นจะกำลังหลับอยู่เธอต้องการสร้างความทรงจำที่มีความสุขและสมบูรณ์แบบ

            เอ๊ะ?นี่มันอะไรน่ะ?

            ขณะที่กวาดสายตามองไปรอบๆโซฟา ทันใดนั้นมือซ้ายของโม่เชี่ยนนีสัมผัสกับบางสิ่งแข็งๆ ความรู้สึกแปลกๆเข้ามาแทนที่โดยไม่รู้ตัว ทำให้เธอต้องหยุดการจูบเอาไว้ก่อน

            คิ้วคมสีดำของเธอย่นลงด้วยความสงสัยขณะที่เธอลูบคลำสิ่งนั้น ยิ่งมือนุ่มนิ่มของเธอลูบมันมากขึ้นเท่าไร เธอยิ่งรู้สึกได้ว่าเจ้าสิ่งนั้นมันเติบโตขึ้น ดูเหมือนว่ามันโตและใหญ่ขึ้นกว่าตอนแรกที่สัมผัส มันทำให้เธอรู้สึกว่าบางอย่างแปลกๆกำลังจะเกิดขึ้น เจ้าสิ่งนั้นรู้สึกจะร้อนมากขึ้นเมื่อถูกสัมผัส

            เดี๋ยวนะ!เจ้านี่มันชักกระตุกได้!?

            โม่เชี่ยนนีไม่ใช่เด็กสาวใสซื่อที่ไม่รู้อะไรเลยหลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้วเธอก็ตระหนักได้ทันทีว่ามันคืออะไร?

            หลังจากที่เธอกรีดร้องเสียงหลงออกมาร่างของโม่เชี่ยนนีเหมือนถูกผลักให้ถอยห่างออกไปด้วยมือที่มองไม่เห็น เธอรีบชักมือเธอกลับเข้ามาและล้มลงก้นกระแทกพื้นพรม จนกระทั่งเธอนั่งอยู่บนพื้น

            ความอับอายและความโกรธผสมปนเปกันไปหมด

            “หยางเฉิน ไอ้คนสารเลว”

            ในความมืดหยางเฉินไม่สามารถแกล้งทำเป็นหลับได้อีกต่อไป เขาลืมตาอย่างช้าๆและยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง เขาลุกขึ้นมานั่งบนโซฟา

            ที่จริงแล้วหยางเฉินเคยชินกับการนอนในที่ที่มีแสงไฟสว่างมานานหลายปีเขาไม่ค่อยได้นอนหลับสนิทนัก ดังนั้นในทันทีที่โม่เชี่ยนนีเดินออกมาจากห้องนอนหยางเฉินก็ตื่นขึ้นมาแล้วเขาเพียงแค่ไม่ต้องการแสดงตัวออกมาสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมายิ่งทำให้หยางเฉินไม่อาจเปิดเผยตัวว่าเขาตื่นแล้ว

            ผู้หญิงคนนั้นกำลังซุ่มอยู่ข้างหน้าเขาและจ้องมองเขาตาเป็นมันเหมือนกับเด็กสาวที่จ้องมองสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเธอเป็นครั้งแรก

            หยางเฉินได้รับการฝึกเป็นพิเศษสำหรับการมองในตอนกลางคืน

            เขาเพียงแค่ลืมตาขึ้นมาก็สามารถมองเห็นโม่เชี่ยนนีได้อย่างชัดเจนกลิ่นหอมของดอกไม้จากตัวเธอนั้นส่งผลต่อปฏิกิริยาทางร่างกายของหยางเฉินเป็นอย่างมาก

            ผู้หญิงใสซื่อคนนี้ไม่เคยรู้เลยจริงๆว่าตำแหน่งที่เธอนั่งยองอยู่นั้นผลักดันให้เนินเนื้อนุ่มนิ่มของเธอทั้งสองข้างบริเวณหน้าอกดูเด่นสะดุดตามากยิ่งขึ้นจากปกเสื้อสีชมพูของเธอเขาสามารถเห็นถึงหุบเหวลึกได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            ด้วยสายตาที่น่าหลงใหลของโม่เชี่ยนนีทำให้หยางเฉินรู้สึกเหมือนตนเองกำลังต่อสู้อยู่กับกองทัพสวรรค์ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมายิ่งแปลกเข้าไปใหญ่เมื่อโม่เชี่ยนนีเผยอริมฝีปากชุ่มชื่นสีแดงของเธอเพื่อจูบเขา

            หยางเฉินไม่ใช่คนบ้าที่มีอีคิวต่ำแม้ว่าเขาจะโง่เง่าแค่ไหนเขาก็ยังสามารถบอกได้ว่าผู้หญิงคนนี้มีความรู้สึกที่ดีต่อเขา แม้ว่าเขาจะรู้สึกประหลาดใจที่โม่เชี่ยนนีมีความรู้สึกบางอย่างต่อเขาแต่ภายใต้สถานการณ์นี้หยางเฉินไม่กล้าตื่นขึ้นมาอย่างแน่นอน เพราะถ้าเขาตื่นขึ้นมันก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกกับโม่เชี่ยนนีว่า เขาแกล้งหลับมาโดยตลอด

            ดังนั้นหยางเฉินจึงทำได้เพียงแกล้งทำเป็นไม่รู้ในขณะที่สมองของเขากำลังคิดต่อไปว่าเขาจะทำอย่างไรดีกับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 คนนี้หลังจากที่รอให้โม่เชี่ยนนีจูบเขาเสร็จ

            ใครจะไปคิดว่าโม่เชี่ยนนีจะวางมือเล็กๆอุ่นๆ ของเธอไว้บนน้องชายของเขา อีกทั้งยังนวดๆ คลำๆ ให้เขาอย่างครบถ้วนเลยทีเดียว

            หลังจากตกตะลึงกับฉากอันน่าหลงใหลยั่วยวนดังกล่าวแล้วเขาจะสามารถทนต่อการลวนลามอย่างนี้ได้อย่างไร?

            เส้นประสาทของเขามีปฏิกิริยาตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และน้องชายของเขาก็มีอาการกระตุก...

            เมื่อเขาถูกจับได้หยางเฉินก็เหงื่อตกและไม่รู้จะพูดอะไร เขาเห็นการกระทำของโม่เชี่ยนนีตั้งแต่ต้นจนจบบรรยากาศระหว่างพวกเขา 2 คนมีความอึดอัดและซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย

            โม่เชี่ยนนีนั่งลงกับพื้นเธอกัดริมฝีปากฉ่ำสีหวาน ในดวงตาของเธอรื้นน้ำตาเล็กน้อย ทั้งนี้เกิดจากความเสียใจและความโมโหที่ผสมปนเปกัน

            “นายตื่นตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ย?”โม่เชี่ยนนีถาม

            หยางเฉินพยักหน้า

            “นายรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรตั้งแต่ต้นแต่ก็ยังเฝ้าดูฉันทำเรื่องโง่เง่าอย่างนั้นใช่มั้ย?”

            “ผมไม่ได้ดูคุณทำเรื่องโง่…”

            “หุบปาก”โม่เชี่ยนนีเค้นหัวเราะอย่างขมขื่น และน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา ในความมืดมันดูเหมือนเป็นแร่เงินที่เป็นประกายและโปร่งใส

            “นายไม่จำเป็นต้องปลอบใจฉันฉันไม่ใช่เด็กน้อยที่คิดอะไรพวกนั้นไม่ได้ ฉันไม่ได้อ่อนแอ ใช่สิ...ฉันมันคนไร้ยางอาย ฉันทำอะไรไม่ได้ และฉันต้องการจะจูบนายจูบสามีของเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน และนายก็เห็นมันทั้งหมด

            แต่ก็ช่างมันเถอะฉันรู้แล้วว่าการตัดสินใจของฉันมันโง่เง่าแค่ไหนฉันก็ไม่ควรคิดว่านายคือผู้ชายที่คู่ควรกับจูบของฉัน เป็นความผิดของฉันเองฉันจะไม่คิดเรื่องไร้สาระใดๆ นับจากนี้ไปหยางเฉินต่อไปนี้นายอย่ามาตอแยฉันอีกจะได้มั้ย"

            หลังจากพูดจบโม่เชี่ยนนีลุกขึ้นจากพื้นในทันทีด้วยสายตาที่เฉยชา เธอจ้องมองหยางเฉินนิ่งและรีบกลับไปที่ห้องนอนของเธอ

            หยางเฉินนั่งบนโซฟาด้วยความงุนงงเขายิ้มอย่างขมขื่นให้กับตัวเองเขาไม่เคยคิดว่าโม่เชี่ยนนีจะกลายเป็นแบบนี้ดูเหมือนว่าเขาไม่ควรแกล้งหลับมาตั้งแต่ต้น แล้วสิ่งต่างๆ จะได้ไม่ลงเอยแบบนี้ 

            ตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าควรจะแสดงออกแบบไหนดีเมื่อพวกเขาเจอหน้ากันที่บริษัทหลังจากนี้ เขาเหลือบไปมองประตูห้องนอนที่ถูกปิดลง

            มันง่ายมากที่หยางเฉินจะเข้าใจว่าความรู้สึกของโม่เชี่ยนนีในเวลานี้จะหดหู่ถึงขนาดไหน เขารู้สึกผิดในใจแต่เขารู้ดีว่าคำพูดนับพันหรือคำอธิบายใดๆในเวลานี้ล้วนเปล่าประโยชน์ในเวลานี้เขาทำได้เพียงโน้มตัวลงนอนแล้วปล่อยให้คืนนี้ผ่านพ้นไปจากนั้นเขาก็จะรู้เองว่าควรจะทำอะไรต่อ

            รุ่งเช้าของวันถัดมาเมื่อโม่เชี่ยนนีเดินออกมาจากห้องนอนพร้อมดวงตาสองข้างที่บวมแดง

            หยางเฉินได้หายตัวไปแล้ว บนโซฟามีผ้าห่มที่พับไว้อย่างประณีต มันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ช่วยยืนยันว่าเรื่องเมื่อคืนนี้เธอไม่ได้ฝันไป

            ดูเหมือนโม่เชี่ยนนีจะไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืนสายตาของเธอมองไปที่หมอนด้วยแววตาที่ซับซ้อนมือเล็กสางผมตัวเองที่ยุ่งเหยิงจากนั้นเดินเข้าห้องน้ำ และดำเนินกิจวัตรในช่วงเช้าตามปกติ

            เมื่อกลับเข้าไปในห้องนอนของเธอเธอนั่งอยู่หน้ากระจกเงา จ้องมองดวงตาของเธอที่บวมแดง และใบหน้าซีดเซียวที่ปรากฏในกระจกโม่เชี่ยนนีถอนหายใจออกมา พลางพูดกับเงาของตัวเองในกระจกว่า

            “โม่เชี่ยนนี… เธอต้องดึงตัวเองขึ้นมาให้ได้นะนั้นก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งและมันก็แค่การตัดสินใจที่ผิดพลาดเธอสามารถหาคนที่ดีกว่านี้ได้ แล้วจูบผู้ชายอีกคนต่อหน้าต่อตาเขา ทำให้เขาโกรธจนตัวแตกตายไปเลย”

            เมื่อเธอพูดเสร็จเธอพยักหน้ากับเงาสะท้อนของตัวเองและเริ่มต้นแต่งหน้าด้วยความชำนาญ

            หลังจากผ่านไปนานกว่า10 นาที โม่เชี่ยนนีวางลิปสติกของเธอลง เธอแค่แต่งหน้าให้สว่างขึ้นแล้วผู้หญิงในกระจกก็กลับมามีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลอีกครั้ง แม้แต่อาการบวมแดงรอบดวงตาก็แทบมองไม่เห็น

            โม่เชี่ยนนีไฮไฟว์กับเงาสะท้อนของตัวเอง เธอกำมือแน่นแล้วพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

            “โม่เชี่ยนนี เธอเก่งที่สุด สู้ๆ เธอต้องทำได้”

            ในเวลาเดียวกัน หยางเฉินที่ขับรถกลับมาสวนหลงจิ่งในตอนรุ่งเช้าไม่รู้เลยว่าผู้หญิงเข้มแข็งที่เขายังคงรู้สึกผิดอยู่นั้นให้กำลังใจตัวเองไปเป็นร้อยๆ ครั้งแล้ว

            เมื่อหยางเฉินเปิดประตูใหญ่ของวิลล่าและเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นเขาเห็นหลินรั่วซีกำลังนั่งทานอาหารเข้า

            สิ่งที่หยางเฉินพอจะจำได้คือเขาทำเอะอะโวยวายเมื่อคืนและไม่ได้กลับมาบ้านทั้งคืน เขาลืมไปสนิทว่าควรโทรกลับมาบอกที่บ้านเขารู้สึกแย่คล้ายกับโดนเข็มน้ำแข็งทิ่มร่าง

            หยางเฉินใช้เวลาทั้งคืนที่บ้านเพื่อนสนิทของภรรยาตัวเองและบางอย่างก็เกือบเกิดขึ้นขณะที่รู้สึกหงุดหงิดในใจ หยางเฉินแค่ยิ้มให้กว้างมากขึ้นและเดินไปหาหลินรั่วซี

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน