TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 136 ลงเทรดอบิสระดับสีแดง

    ตอนที่ 136 ลงเทรดอบิสระดับสีแดง


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ***** 





    นับตั้งแต่ที่เฟิร์สได้รับโลกสีเงินมา เขาก็ใช้เวลาไม่ถึงเดือนก็สามารถบรรลุสำนึกกระบี่ขั้นผสานจิตวิญญาณ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขาใช้เวลาไปนับร้อยปีเพื่อเข้าถึงขอบเขตนี้


    เมื่อสำนึกกระบี่ผสานจิตวิญญาณก่อเกิด เขาก็รู้สึกปลอดโปล่งเป็นอย่างมาก วิถีกระบี่ที่สองที่ไม่อาจสำเร็จคงจะมีโอกาสทำได้ในเร็วๆ นี้


    “ฉันจำเป็นต้องหาคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งสักหน่อยเพื่อนำไปสร้างเป็นหุ่นจำลองในโลกสีเงิน หากมีโอกาสประมือกับคนในแคลนบ้างก็คงดี”


    ในวันรุ่งขึ้นเด็กหนุ่มมุ่งหน้าไปยังอบิสระดับสีแดงทันที


    วันนี้เป็นการทำงานกับแคลนวันแรกของเขา สถานที่ที่ต้องมุ่งหน้าไปไม่ได้ห่างไกลจากที่เขาอยู่มากนัก 


    โชคดีที่อบิสสีแดงนี้ปรากฏข้างในป่าไม่ใช่ในเมือง ไม่เช่นนั้นผู้คนจะต้องได้รับความเดือดร้อนมากแน่


    การเดินทางไปอบิสครั้งนี้ไม่ได้มีถนนให้ขับรถไปได้ถึงสุดทาง


    แต่แคลนนิวโฮปภาคเหนือก็อำนวยความสะดวกจัดที่จอดรถและเครื่องบินให้ในบริเวณนั้น


    เด็กหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีขาวคาดฟ้าลงจากรถยนต์ของตัวเองท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาที่เขา


    เฟิร์สในตอนนี้มีความสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสามเซนติเมตร เวลาผ่านไปแค่หนึ่งปีเขาก็สูงขึ้นมาหลายเซนติเมตร 


    เขาไม่ได้หล่อเหล่า แม้จะมีหน้าตาที่ธรรมดา แต่ผิวพรรณของเขากลับละเอียดขาวเนียนไม่ต่างไปจากผิวของเด็กทารก  นั่นจึงทำให้หน้าตาของเขาดูเด็กกว่าอายุจริงเป็นอย่างมาก เขาอายุสิบเจ็ดปีแล้วแต่ใบหน้านี้กลับยังดูเหมือนเด็กมัธยมต้นมากกว่า


    ทว่าเมื่อเขาอยู่ในเครื่องแบบสีขาวคาดฟ้า ผู้คนที่นี่จึงรู้ว่าเขาคือสมาชิกที่แท้จริงคนหนึ่งของแคลน


    “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคือคุณเฟิร์สวันที่ต้องลงเทรดวันนี้ใช่ไหมคะ?” หญิงสาวในชุดเครื่องแบบสีดำเอ่ย


    เฟิร์สเคยเห็นเครื่องแบบนี้มาก่อน เธอคงเป็นพนักงานของแคลนที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับเวเนเตอร์


    แคลนนิวโฮปภาคเหนือมีสมาชิกหนึ่งร้อยกว่าคน และมีเด็กฝึกอีกสองร้อยกว่า 


    การลงเทรดแต่ละครั้งล้วนขึ้นอยู่กับภารกิจของพวกเขา หากเป็นการกวาดล้างระลอกแรกก็จะใช้คนประมาณสี่สิบคน และจะลดหลั่นลงมาตามความอันตรายของอบิส


    ยิ่งอันตรายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องเกณฑ์คนเข้าไปมากเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกในแคลน


    ภารกิจในครั้งนี้คือการกวาดล้างระลอกสามซึ่งใช้เวเนเตอร์จำนวนยี่สิบกว่าคน พนักงานสาวคนนี้จึงสามารถจดจำชื่อและหน้าตาของเวเนเตอร์ได้ ตามหน้าที่ของเธอ


    “ครับ” เฟิร์สพยักหน้า


    “ถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ”


    พนักงานสาวพาเฟิร์สไปที่เครื่องบินขนส่ง เนื่องจากอบิสของที่นี่อยู่ใจกลางป่า พวกเขาไม่สามารถขับรถเข้าไปได้ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาจึงใช้การขนส่งทางเครื่องบินอยู่บ่อยครั้ง


    เมื่อเฟิร์สขนเครื่อง เขาก็พบกับชายสามคนที่ใส่ชุดเครื่องแบบเหมือนกับเขานั่งอยู่ก่อนแล้ว


    “ทุกคนโปรดรอสักครู่นะคะ พอดีคุณกระต่ายดำกำลังจะเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว”


    พนักงานสาวโค้งศีรษะก่อนจะจากไป


    ภายในห้องโดยสารนอกจากนักบินและผู้ช่วยนักบินที่อยู่ข้างหน้าแล้ว ยังมีชายวัยกลางคนอีกสามคนที่นั่งอยู่ที่นี่


    “สวัสดีผมดาบฟ้า ส่วนนี่ก็คือแว่นใหญ่และดาวเงิน” ชายผู้มีศีรษะล้านเอ่ยขึ้นอย่างมีอัธยาศัยที่ดี


    เขาได้เอ่ยแนะนำชายสวมแว่นที่ใช้ฉายานามว่าแว่นใหญ่ และชายผมหยิกที่ฉายาว่าดาวเงิน


    ดูเหมือนว่าคนรุ่นใหม่มักจะชอบใช้ฉายานามเรียกแทบชื่อจริงมากกว่า ไม่เหมือนคนรุ่นเก่าอย่างผู้กำกับพิเชษหรือ ผอ.อารัน


    เฟิร์สยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ย “สวัสดีครับผมเฟิร์สวัน วันนี้คือการทำงานวันแรกของผม”


    “คุณคงเป็นสมาชิกที่พึ่งเข้ามาใหม่สินะ” แว่นใหญ่เอ่ยถามและใช้นิ้วดันแว่นขึ้น


    “ครับ”


    แต่ในระหว่างที่พวกเขาจะพูดคุยกัน หญิงสาวผู้มีผมหน้าม้าสีดำก็ก้าวขึ้นมาบนห้องโดยสารอีกคน


    เธอคนนี้ก็คือกระต่ายดำ ตามที่พนักงานหญิงคนนั้นพูดถึง


    “สวัสดีค่ะทุกคน” หญิงสาวโค้งศีรษะทักทาย


    “ว่าแต่คนนี้ใช่คุณเฟิร์สวันใช่ไหมคะ เหมือนฉันจะได้ยินเรื่องของคุณมา”


    “ครับ ผมเอง” เฟิร์สเอ่ยและยิ้มเล็กๆ


    แล้วพวกเขาทั้งห้าคนก็พูดคุยกันอย่างถูกคอ ยังไงพวกเขาก็เป็นคนในสมาชิกแคลนเดียวกัน เมื่อลงเทรดต้องร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน พวกเขาจึงสร้างความสนิทกันไว้


    เครื่องบินเคลื่อนที่เข้าไปในป่าเพียงไม่กี่นาที พวกเขาก็ร่อนลงจอดบนลานกว้าง ซึ่งที่นี่ถูกถางไว้เพื่อจัดเป็นที่ลงจอดโดยเฉพาะ


    พื้นที่บริเวณนี้มีสิ่งก่อสร้างและเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย พลังงานที่พวกเขาใช้ส่วนใหญ่ที่นี่ล้วนเป็นแร่ที่เก็บเกี่ยวมาจากอบิสซึ่งให้พลังงานสูงกว่าแร่ที่มีในโลกหลายเท่า


    คนทั้งห้าต่างพากันไปพักผ่อนที่แคมป์รับรอง พวกเขาได้แนะนำให้เฟิร์สรู้จักคนอื่นๆ มากมาย


    พวกเขาเหล่านี้ล้วนมีนิสัยดีมาก ไม่ได้อิจฉาริษยาเหมือนในละครหรือนิยาย เพราะอย่างไรก็ตามการลงเทรดอบิสนั้นมีความเสี่ยงถึงชีวิต การผูกมิตรระหว่างกันไว้ นั้นสามารถทำให้รอดชีวิตได้มากกว่า


    เฟิร์สไม่ได้ทำท่าทีที่เย็นชา เขาสามารถเข้าสังคมได้ แต่ก็ไม่ได้ทำความรู้จักพวกเขาเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง


    แล้วไม่นานเวลาของการลงเทรดอบิสก็มาถึง


    ผู้คนมากกว่าสามสิบคนต่างมารวมตัวกันที่ทางเข้าอบิส หญิงสาวในชุดเครื่องแบบรัดรูปและสวมแว่นตาดำคนหนึ่งก็ก้าวออกมา


    “สวัสดีทุกคน ฉันมีดเพลิงเป็นหัวหน้าภารกิจในครั้งนี้ ภารกิจในครั้งนี้พวกเราจะจัดการมอนสเตอร์ให้หมดจดเพื่อปูทางให้ทีมสำรวจเริ่มทำงานได้ อย่างที่ข้อมูลที่ทุกคนได้รับ อบิสแห่งนี้มีสภาพอากาศร้อนเป็นอุปสรรค ภูมิประเทศข้างในนั้นมีภูเขาหินเป็นส่วนใหญ่และมีมอนสเตอร์คล้ายงูยักษ์เกราะเหล็กอยู่ที่นั่น นอกจากพวกเราจะต้องเจาะเกราะของมันให้ได้แล้ว พวกเราต้องระวังพิษของมันด้วย ดังนั้นแต่ละทีมจะมีเวเนเตอร์สายสนับสนุนอย่างน้อยทีมละหนึ่งคนคอยช่วยเหลือ”


    เฟิร์สมองหญิงสาวที่กำลังพูดอยู่ มีดเพลิงคนนี้มีพลังบ่มเพาะแข็งแกร่งไม่น้อย อย่างน้อยๆ กลิ่นอายของเธอก็สามารถเทียบเท่ากับสารวัตรเอไอได้ ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจเลยที่เธอมาเป็นหัวหน้าภารกิจในครั้งนี้


    “ตอนนี้ในทีมของพวกเรามีสายสนับสนุนอยู่สิบสองคน พวกเราจะแบ่งกลุ่มละห้าเพื่อกวาดล้างมอนสเตอร์ พวกคุณสามารถจัดกลุ่มกันเองได้ หรือใครที่ต้องการให้ฉันจัดให้ก็เดินมาข้างหน้านี้”


    ทันทีที่เสียงของมีดเพลิงพูดจบ ผู้คนก็เริ่มจัดกลุ่มกันเอง บางคนไม่สะดวกใจจะจัดกลุ่มกันเองก็เดินไปทางมีดเพลิง พวกเขาต้องการจัดกลุ่มทีมล่ากันที่นี่ เมื่อเข้าสู่อบิสแล้วจะได้เริ่มภารกิจทันที


    ในขณะที่เฟิร์สเองก็คร้านจะทำเรื่องแบบนี้จึงคิดจะเดินไปข้างหน้า แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งเอ่ยทักทาย


    “เฮ้ เฟิร์สวันคุณต้องการเข้าร่วมทีมกับพวกเราไหม ได้ข่าวว่าคุณเป็นสายสนับสนุนไม่ใช่หรอ?” ชายที่สวมแว่นตาเอ่ย


    เขาก็คือแว่นใหญ่ ชายที่เฟิร์สพึ่งพบก่อนหน้านี้


    “คุณแน่ใจนะครับว่าข่าวที่คุณได้ยินมาถูกต้อง” เฟิร์สเอ่ยอย่างยิ้มๆ คำพูดของเขาทำให้แว่นใหญ่ชะงักไป


    “ผมแค่ล้อเล่นน่ะครับ เอาสิจะว่าไปผมเองก็สามารถเป็นซัพพอร์ตได้”


    เฟิร์สเดินเข้าหาแว่นใหญ่ทันที


    “ดี ดี ถ้าอย่างนั้นก็มาทางนี้เถอะ กลุ่มของผมมีแต่คนที่รู้จักกันทั้งนั้น”


    เมื่อเฟิร์สเดินตามไปเขาก็พบกับกลุ่มที่พึ่งขึ้นเครื่องบินมาด้วยกัน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะถือโอกาสในตอนนั้นจับกลุ่มกันเองซะเลย


    กลุ่มของเฟิร์สมีแว่นใหญ่ที่มีการบ่มเพาะสูงสุด เขาเป็นถึงเวเนเตอร์ดาราแดงสี่แฉกเลยทีเดียว ส่วนคนอื่นๆ อย่างดาบฟ้า ดาวเงิน และกระต่ายดำ ล้วนมีการบ่มเพาะไม่สองก็สามแฉกทั้งสิ้น


    การที่พวกเขายินดีรับเฟิร์สที่เป็นเพียงดาราแดงหนึ่งแฉกเข้าร่วมกลุ่มก็นับว่าพวกเขามีนิสัยที่ดีเป็นอย่างมาก


    ไม่นานภารกิจของพวกเขาก็เริ่มขึ้น


    ทันทีที่ประตูอบิสถูกเปิดผนึกที่แคลนวางไว้ออกมา สายลมร้อนที่มีอุณหภูมิสูงก็พัดผ่านออกมา


    “เมื่อทุกคนจัดกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว ก็ผ่านประตูอบิสไปได้เลย จำไว้ว่าภารกิจนี้มีกำหนดสามสิบวัน พยายามจัดการมอนสเตอร์ให้ได้มากที่สุด เพราะนั่นหมายถึงแกนสปีริตที่พวกคุณได้รับ” มีดเพลิงเอ่ยปลุกใจก่อนจะที่เธอจะก้าวเดินหายเข้าไปในประตูอบิสแห่งนั้น

    คล้ายกับเรื่องTheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์ ที่คุณอ่าน