ตอนที่สี่สิบเก้า ตัวละครที่สร้างมาไม่ได้อย่างที่คิด
ดูสถานะตัวละครก็ทำให้ผมปวดใจ
เพราะความขี้ขลาดของผมในการต้องการเอาตัวรอดจากการโจมตีของคานาเอะ ทำให้ผมทุ่มไปที่ VIT ด้วยเพชรที่เหลือเกือบทั้งหมดเพื่อรับประกันว่าจะรอดจากการโจมตีของเธอไปได้
เรื่องนั้นพอมองย้อนกลับไปเราอาจจะรู้สึกเสียดายแต่เป็นอะไรที่เข้าใจได้ หากเราตยไปตอนนั้น เราอาจจะไม่มีโอกาสเสียดายอย่างนี้
แต่ที่ผิดพลาดตามความรู้สึกของผมคือ
การที่ผมเน้นไปที่ INT เพราะต้องการปริมาณเวทย์และการเรียนรู้ทักษะเวทย์
แต่เมื่อได้ค้นพบว่า ค่า CHA ของผมคือค่าสถานะที่สูงที่สุด ทั้งที่ผมไม่ได้ใช้เพชรไปเลยแม้แต่ครั้งเดียวกับค่าCHA นั้นทำให้ผมอดตำหนิตนเองไม่ได้
ในการ Min-Maxingเน้นค่าสถานะไปค่าใดค่าหนึ่งนั้นมีผลอยู่ เพราทางเทคนิคการเพิ่มไปจาก 100 ไปสู่ 101
มีค่ามากกว่าการเพิ่มค่าสถานะจาก 10 ไปสู่ 11
การเพิ่มขึ้นของปริมาณเพชรที่ต้องใช้ในการเพิ่มค่าสถานะในตัวเลขที่สูงขึ้นก็คือการแสดงถึงจุดนั้น
เรียกว่าเพราะการไม่รู้อนาคตของผมทำให้ผมเลือกอัพสายผิดพลาดนั่นเอง
เพราะหากรู้ตั้งแต่แรกผมคงทุ่มเทไปที่ค่า CHA ทำให้ค่า CHAอาจจะทะลุ 300 ไปแล้ว
อาจจะต้องเล่นสายอัญเชิญภูตรับใช้
แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาขึ้นอยู่กับการวางแผนการเล่นนั่นเอง
แต่จิตใจของผมเย็นขึ้นอาจจะเพราะผลจากSage III หรือเปล่า?
และผลกระทบจาก The Beast นั่นอีก
นึกถึงแนวความคิดของการเล่นเกมส์แนว Warhammer เลยแฮะ ที่ต้องอยู่ระหว่างการเป็นผู้มีพลังจิตไปโดยไม่โดนปีศาจครอบงำไปก่อน
แต่ทางเทคนิค The Beast มันก็คือตัวตนของผมนั่นล่ะมันแค่ทำสิ่งที่ผมอยากทำเท่านั้น
นั่นล่ะปัญหา...
Consider your origins: you were notmade to live as brutes, but to follow virtue and knowledge.
พิจารณาต้นกำเนิดของเจ้า:เจ้าไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใช้ชีวิตอย่างคนป่าเถื่อนแต่ด้วยการทำตามคุณธรรมและความรู้
..คำพูดประโยคคั่นฉากของเกมส์ที่แท้จริงแล้วคือคำใบ้หรือเปล่านี่?
นี่คงเป็นการลงเอยแบบเดียวกับการที่ผมใช้เพชรไปที่VIT อีกแล้ว
เคยโดน GM ตำหนิว่าคิดอะไรไม่ออกก็จะเพิ่มค่าพลังชีวิตไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมของตัวละคร
แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าหากเราต้องการรอดชีวิต เราไม่สามารถทำได้ทุกอย่างตรงตามที่คิดแบบการเล่นเกมส์อย่างปลอดภัยอยู่หน้าจอ
และเหนืออื่นใด ที่ผมสนใจแต่ระบบเกมส์เพราะผมอาจจะหนีความจริงเรื่องหนึ่ง
คานาเอะยังเกาะแขนผมอยู่
เธอไม่ได้หายไปให้เหลือแต่ตัวละครของผมคนเดียวเวลาเดินทางไปทำภารกิจต่างๆและจะออกมาเมื่อเราเลือกหน้าจอตัวละครของเธอแบบในเกมส์
เธอคือคนจริงๆที่ผมไม่สามารถเก็บเธอเข้าโปเกบอลอย่างเดียวกับโปเกมอนได้
เฮียกัซแห่ง Berserk รู้สึกอย่างนี้หรือเปล่า?ว่าความสามารถในการดูแลใครคนหนึ่งต้องใช้ความสามารถคนละอย่างกับตนเองผจญภัยคนเดียว
เราไม่สามารถเสี่ยงแบบเดิมได้เพราะชีวิตไม่ใช่ของเราคนเดียวเท่านั้นอีกต่อไปแล้ว
บ้าเอ๊ย
ผมนึกว่าการปล่อยความแค้นในจิตใจไปเป็นเรื่องดีแต่มันทำให้ผมขาดความแค้นความรู้สึกด้านลบที่เป็นแรงผลักดันตนเองไป
คนมีความสุขจะเกิดอาการไม่อยากเสียสิ่งที่มีไปสินะต่างกับคนที่ไม่มีอะไร ที่จะพยายามไขว่คว้าทุกอย่าง
แต่ว่า
ผมสูดลมหายใจ
มันทำให้ผมคิดบางอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อนได้
การพึ่งพาคนอื่นหรือใช้แรงงานคนอื่นนอกจากตนเองนั่นเอง
ราวกับว่าประชดผม
พี่สูทดำมาในบริเวณที่ผมกับคานาเอะอยู่พอดี
แต่ว่าผมเข้าไปในโลกเบื้องหลังอีกครั้งและกลายเป็นThe Beast โดยมีคานาเอะเกาะคอผมอยู่
“เกาะดีดีนะ คานาเอะเพราะเราอาจจะต้องเดินทางอย่างนี้กันอีกหลายครั้ง”
ไม่ต้องมี precognition ผมก็คิดว่าผมเดาได้ว่าหน้าของอาจารย์จะออกมาแบบไหนเมื่อผมกลับไปอีกครั้งด้วยเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงจากที่จากมา
เธอกอดผมแน่นขึ้นแทนคำตอบ
เราต้องใช้สติปัญญามากขึ้นจากการแก้ปัญหาที่พบเจอระหว่างทางปลดปล่อยภาระอย่างหนึ่งไปก็อาจจะต้องแบกรับภาระอย่างอื่นซึ่งเราอาจจะเต็มใจแบกมันมากกว่าเดิม นี่ล่ะคือชีวิต