คราวนี้โนบลินร้องเสียงหลงตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวพื้นดินด้านหน้าเขาตอนนี้กลายเป็นหลุมกว้างกว่าสามวาลึกร่วมสองวาซึ่งเป็นผลมาจากหมัดน้ำแข็งของเขาที่พุ่งเข้ากระแทกผิวดินอย่างแรง
หันไปมองเจ้าเซบัปยักษ์พุ่งตัวหลบออกด้านข้างอย่างรวดเร็วจนโนบลินไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าเจ้าหมูป่ายักษ์ที่มีขนาดใหญ่โตอย่างนั้นจะสามารถเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งได้รวดเร็วขนาดนี้และที่สำคัญมันยังหลบการโจมตีของโนบลินได้กลางอากาศแบบนั้น
‘เจ้าบ้านี่มันทำได้ยังไงกันนะ’
โนบลินสงสัยอยู่ในใจในขณะที่พุ่งขึ้นจากหลุมดินเพื่อเตรียมตัวป้องกันการโจมตีที่อาจจะตามมาของเซบัปยักษ์
‘หรือว่าตอนนั้น?’
โนบลินพยายามนึกถึงตอนที่เจ้าเซบัปหายไปจากสายตาเขาในช่วงก่อนที่หมัดของเขาจะเข้ากระแทกหน้าผากของมัน
เขาจำได้ว่าเห็นสายลมกลุ่มหนึ่งหมุนวนอยู่ใต้เท้าของมันระหว่างที่พุ่งเขามาโจมตีเป็นสายลมหมุนเล็ก ๆ ขนาดเท่าลูกแตงโมหมุนวนอย่างรวดเร็วจนแทบจะเป็นก้อนพายุลูกจิ๋วใต้เท้าของเซบัป
“หรือว่ามันใช้ลมหมุนเล็กๆ นั่นเป็นฐานในการดีดตัวเปลี่ยนตำแหน่งกันนะ” โนบลินพึมพำครุ่นคิด
“ถ้าเจ้ายักษ์ที่มีพลังโจมตีสูงขนาดนี้มีพลังป้องกันที่สูงเป็นทุนเดิม แล้วยังเคลื่อนที่ได้เร็วจนแทบจะตามไม่ทันแถมยังเคลื่อนที่กลางอากาศได้อีก นี่มันไม่มีจุดอ่อนอะไรให้โจมตีได้เลยนี่นาอะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนั้นเนี่ย”
โนบลินเริ่มตัดพ้อกับโชคชะตาของตัวเองเขาคิดว่าเขาหาข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่แถบเทือกเขามามากพอสมควรจากหอสมุดตระกูลวอนเดอร์ทั้งข้อมูลของพื้นที่ พันธุ์พืชต่าง ๆรวมไปถึงสัตว์ร้ายและสัตว์เวทที่อาศัยในพื้นที่นี้
แม้จะรู้ว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะมีพัฒนาการและความแข็งแกร่งที่สูงกว่าสายพันธุ์เดียวกันที่เติบโตในพื้นที่อื่นแต่พอได้มาสัมผัสจริง ๆ แล้วมันช่างแตกต่างกับสิ่งที่เขาคิดเอาไว้มากมายซะเหลือเกิน
“แบบนี้คงต้องสู้กันให้จอดกันไปข้างนึงไม่รู้จะไหวหรือเปล่าแต่ก็คงต้องลองดูละนะ” โนบลินบ่นพึมพำก่อนที่จะตัดสินใจพุ่งตัวออกไป
คราวนี้โนบลินตัดสินใจไม่พุ่งเข้าปะทะกับเซบัปยักษ์ตรงๆ แต่เขาพุ่งตัวไปด้านข้างอย่างรวดเร็วแสงเวทส่องสว่างวาบจากถุงมือหนังที่โนบลินสวมไว้ข้างขวาเพียงแวบเดียวก่อนที่แสงสว่างจะจางหายไป
โนบลินพุ่งตัวอ้อมร่างยักษ์ของเซบัปพร้อมๆกับแสงสว่างวาบของเวทมนต์ที่มือขวาไปจนครบรอบก่อนที่จะหยุดยืนอยู่ที่จุดเดิมที่เขาอยู่พลางจ้องมองเจ้าเซบัปยักษ์ที่กำลังงงในการกระทำของโนบลิน
ในตอนแรกนั้นมันก็เตรียมตัวระวังการโจมตีจากแสงวูบวาบที่ส่องสว่างที่มือโนบลินแต่รออยู่นานสองนานก็ยังไม่มีการโจมตีใด ๆ เกิดขึ้นทำให้มันยิ่งสงสัยกับการที่โนบลินวิ่งเล่นรอบ ๆ ตัวของมัน
โนบลินเผชิญหน้ากับเจ้าหมูป่าอย่างท้าทายมุมปากประดับด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ ในแววตาสาดประกายคล้ายกับผู้ชนะ ทั้ง ๆที่เพิ่งจะโจมตีเจ้าหมูป่ายักษ์นี้ได้แค่ครั้งเดียวและนอกจากจะทำให้มันมึนหัวเล็กน้อยแล้ว เขาก็ทำอะไรมันไม่ได้อีกเลย
แต่คราวนี้เขายิ้ม...
เป็นรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจในชัยชนะจากการต่อสู้ครั้งนี้เขามีวิธีโจมตีเจ้าเซบัปนี้แล้วอย่างนั้นหรือ? หรือเป็นเพียงแค่ยิ้มหลอกล่อศัตรูให้สูญเสียสมาธิก่อนที่จะเริ่มโจมตีเท่านั้นเจ้าเซบัปในตอนนี้กำลังสับสนและระแวดระวังอย่างถึงที่สุด
ทันใดนั้น..โนบลินวาดมือกลับหลังแสงสว่างวาบปรากฏขึ้นในพริบตาและหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโนบลินเรียกเอาวัตถุบางอย่างออกมาไว้ในมือ ก่อนที่จะปามันออกไปจนสุดแรงเกิด
ก้อนหิน..หรืออย่างน้อยก็เป็นอะไรบางอย่างที่คล้ายก้อนหินผิวขรุขระขนาดเท่าลูกมะนาวพุ่งขึ้นไปบนอากาศและลอยข้ามตัวของเจ้าเซบัปไปและทันทีที่มันลอยอยู่ในตำแหน่งเหนือร่างของเจ้าเซบัปยักษ์นั้น..
เปรี๊ยะ..เปรี้ยง..!!!!
เสียงคล้ายสายฟ้าฟาดพลันดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจากนั้นกระแสไฟฟ้าสายสีทองขนาดพอ ๆกับแขนเด็กหลายสายพลันพุ่งขึ้นจากผิวดินและแล่นเข้าหาก้อนหินที่โนบลินปาออกไปเหนือร่างเจ้าหมูป่ายักษ์
เมื่อสายฟ้าทุกสายพุ่งเข้าหาก้อนหินก้อนนั้นครบทั้งสิบสายมันก็กลับกลายเป็นกรงสายฟ้าขนาดใหญ่ที่ภายในมีสัตว์เวทร่างยักษ์ที่ดุร้ายยืนอยู่อย่างตกใจ
“ฟู่ว..เกือบไปแล้วแฮะเอามาใช้ครั้งแรกไม่คิดว่าจะต้องเอามาจับสัตว์เวทตัวใหญ่ขนาดนี้นี่ฉันใช้ทั้งหมดที่ฉันมีเลยนะเจ้าหมูป่า”
โนบลินบ่นพืมพำเมื่อเขาต้องเอาศิลาสายฟ้าทั้งสิบก้อนที่สร้างไว้ออกมาใช้ทั้งหมดเพื่อจัดการขังเจ้าเซบัปตัวเดียว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคุ้มค่าอยู่เมื่อสามารถทำให้มันหยุดเคลื่อนไหวได้นอกจากนั้นเขายังสามารถเติมพลังเวทเข้าไปใหม่ได้หลังใช้งานเสร็จอีกด้วย ถือเป็นวัตถุเวทใช้ซ้ำที่คุ้มค่าชิ้นนึง(จริง ๆ แล้วคือสิบชิ้น) เลยทีเดียว
“นิ่ง ๆแบบนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อยนะเจ้ายักษ์
เปรี๊ยะ.. โฮก..!!!
เสียงคำรามลั่นสะท้านพื้นที่ป่าเขตเทือกเขากรีโมดังขึ้นหลังจากเสียงไฟฟ้าช็อตอย่างรุนแรงมันคือเซบัปยักษ์ที่พยายามดิ้นรนอยู่ในกรงสายฟ้าอย่าโกรธแค้นมันดิ้นรนและพยายามหาทางออกมาจากกรงสายฟ้านี้มาร่วมสิบนาทีสัมผัสรสชาติของสายฟ้าเวทมนต์มาหลายสิบครั้ง แต่มันก็ไม่ยอมแพ้..
วัตถุรูปร่างแปลกตาคล้ายก้อนหินหลายก้อนที่โนบลินขว้างออกไปเพื่อกักขังเซบัปยักษ์นั้นที่จริงแล้วก็คือหินสายฟ้า ซึ่งเป็นผลึกตามธรรมชาติที่สะสมพลังงานเวทมนต์ไว้ในตัวและปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นพลังเวทสายฟ้าอ่อนๆ
โดยส่วนมากเกิดขึ้นจากหินธรรมชาติที่สะสมเวทธรรมชาติไร้ธาตุซึ่งถูกฟ้าผ่าจึงสะสมพลังงานจากฟ้าผ่าเอาไว้บางส่วนและทำให้รูปแบบพลังงานเวทมนต์ที่อยู่ภายในปรับเปลี่ยนจากรูปแบบธรรมชาติเป็นรูปแบบสายฟ้าในที่สุด
โนบลินใช้ประโยชน์จากรูปแบบพลังเวทที่ปลดปล่อยจากก้อนหินที่ไม่มีคนสนใจจะใช้เนื่องจากพลังงานเวทที่มีเพียงเล็กน้อยจึงแทบไม่มีประโยชน์ใด ๆ เลยในเมืองกรีโมนอกจากสีสันของมันที่เป็นหินสีดำเนื่องจากฟ้าผ่าและมีเส้นสายสีเหลืองอำพันพาดผ่านสวยงามทำให้มีบ้างบางครั้งที่มีคนนำเอามาใช้เป็นเครื่องประดับและช่วยให้มันมีราคาสูงขึ้นมาบาง
แต่สำหรับโนบลินแล้วเขาใช้วงเวทมิติขนาดเล็กช่วยให้หินก้อนนี้สามารถบรรจุพลังเวทธรรมชาติเข้าไปได้และเมื่อทำการปลดปล่อยพลังเวทออกมามันจะแสดงลักษณะของเวทธาตุสายฟ้าธรรมชาติออกมาอย่างที่เห็น
“โฮก!!”
ความเกรี้ยวกราดของมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความเจ็บปวดที่ได้รับจากสายฟ้าเวทมันพยายามพุ่งตัวครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อนำร่างสูงใหญ่ของมันออกมาจากกรงขังที่เหมือนนรกนี้ให้ได้
แต่มันเสียแรงเปล่า..เจ้าเซบัปยักษ์ไม่สามารถหลุดลอดออกมาได้ทุกครั้งที่พยายามจะทำอย่างนั้นรางวัลที่มันได้รับก็มีเพียงความเจ็บปวดแสนสาหัสจากกรงสายฟ้าที่มอบให้กับมันเจ็บปวดจนไม่อาจจะทนต่อไปได้อีกแต่มันต้องทน..มันมีเหตุผลที่สำคัญที่มันจะต้องมีชีวิตต่อไป
..มันยังมีลูก..
ลูกเซบัปตัวน้อยอีกสามตัวที่ยังรอคอยมันอยู่ที่รังที่พวกมันใช้อาศัยเป็นบ้านลูก ๆ ที่ยังรอคอยมันกลับไปดูแลให้หายจากความตื่นตระหนก มันสูญเสียเซบัปตัวผู้ที่เป็นคู่ชีวิตของมันไปด้วยน้ำมือของสัตว์ร้ายตัวหนึ่งทั้งที่โดยพื้นฐานแล้วเผ่าพันธุ์เซบัปของมันไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่ชอบความรุนแรงและการต่อสู้แม้แต่น้อย
แต่ถึงอย่างนั้นความโหดร้ายของชีวิตและวัฏจักรการล่าก็ยังลุกลามมากลืนกินเผ่าพันธุ์ของมันอยู่เรื่อยไป จนเมื่อสองปีที่แล้วที่คู่ชีวิตของมันถูกฆ่าโดยสัตว์ร้ายที่มีรูปร่างคล้ายเสือดำที่มีคมเขี้ยวและกรงเล็บเพลิงเป็นอาวุธตามล่าเซบัปตัวผู้ตัวนั้นอย่างบ้าคลั่ง มันได้แต่ทำหน้าที่ปกป้องลูก ๆ ทั้งสามในขณะที่คู่ชีวิตของมันหลอกล่อสัตว์ร้ายนั้นไปให้ห่างจากรังอาศัยของลูกเมียของมันให้ไกลที่สุด
สองปีแล้ว...
เซบัปตัวผู้นั้นก็ยังไม่กลับมาหลงเหลือไว้แต่เพียงความคิดคำนึงของเซบัปยักษ์ธาตุลมตัวนี้ที่มีต่อคู่ชีวิตของมันที่เสียสละตัวเองให้ลูกเมียได้รอดชีวิตอยู่ต่อไป
จนถึงเช้าวันนี้...