จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 57 พลังวัตร?

    ตอนที่ 57 พลังวัตร?
    เวลาเดินไปอย่างต่อเนื่องจนหนึ่งก้านธูป อิ๋งอิ๋งเดินออกมาจากห้อง พร้อมกับเม็ดเหงื่อที่ปกคลุมไปทั่วเรือนร่าง ทำให้เสื้อผ้าสีขาวบางของนางแนบติดไปกับร่างกาย เผยให้เห็นสัดส่วนที่ชัดเจน หากมองจากด้านหลังโดยที่ไม่ได้มองใบหน้าของนาง ต้องคาดคิดว่านางเป็นโฉมงามอันดับหนึ่งของเกาะนี้อย่างแน่นอน เมื่ออิ๋งอิ๋งนั่งลงที่โต๊ะกลางบ้าน ไม่นานเนี่ยฟงก็เคลื่อนกายออกมา พร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้าที่มีร่องรอยการปะนับไม่ถ้วน ดูจากสภาพของมันแล้วไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้ว แถมยังมีกลิ่นเหม็นโชยๆ ออกมา ราวกับว่ามันถูกใช้งานมาพอสมควร เนี่ยฟงไม่กล้าจะหยิบของสิ่งใดออกมาจากแหวนมิติ เนื่องจากฟังกล่าวของผู้เป็นมารดาของอิ๋งอิ๋งแล้ว ที่จะขายเขาให้แก่ที่ใดก็ตาม นั้นย่อมหมายความว่าหญิงผู้นี้นั้น ต้องเป็นคนที่เห็นแก่เงินพอดู ย่อมหมายความว่าชุดหยกสวรรค์ของเขา คงถูกขายทอดตลาดไปแล้วอย่างแน่นอน หากไม่ใช่เพราะแหวนมิติของเขาเป็นแบบจำเพราะเจาะจงผู้ใช้ หากเจ้าของไม่ตกตายก็ไม่สามารถเปิดออกได้แล้วนั้น มันก็คงถูกพวกนางขโมยไปนานแล้วอย่างแน่นอน และด้วยความพิเศษนี้มันจึงดูคล้ายกับว่าเป็นแหวนธรรมดาวงหนึ่งเท่านั้น หากพวกนางรู้ถึงจำนวนเงินทองมหาศาลภายในมิติแหวนแล้วละก็ เนี่ยฟงคงได้ตกตายในทันทีเนี่ยฟงเดินมานั่งที่โต๊ะกลางบ้าน เนื่องจากเมื่อครู่มารดาของนางนั้น เป็นคนแจ้งว่านี่เป็นเวลาของอาหารเย็น และด้วยความหิวโหยของเนี่ยฟงที่นอนหยอดข้าวต้มมาหลายวัน เขาจึงนั่งลงที่โต๊ะอาหารในทันที รอคอยอาหารที่กำลังจะยกออกมาในอีกไม่ช้า แต่แล้วสายตาของสองแม่ลูกก็จ้องมองเนี่ยฟงด้วยความตกตะลึง อีกทั้งกลิ่นที่ลอยโชยออกมาจากเรือนร่างของเนี่ยฟงนั้น ก็ทำให้จมูกของอิ๋งอิ๋งถึงกับกระตุกทันที “ใครบอกให้เจ้านั่ง ออกไปเดี๋ยวนี้!! เจ้าตัวอัปลักษณ์!! ปัง!!!” อิ๋งอิ๋งกล่าวขึ้น พร้อมกับเสียงปะทะที่ดังสนั่นหวั่นไหว เป็นนางที่ถีบม้านั่งของเนี่ยฟงปลิวไถลลากไปกับพื้น ก่อนที่ขาของม้านั่งจะหักทำให้เนี่ยฟงกลิ้งไปกับพื้นสองตลบ เนี่ยฟงจ้องมองอิ๋งด้วยความขุ่นเคืองพร้อมกับขบคิดในใจ “บัดซบ!! หากเปรียบนางกับนางมารน้อยแล้วละก็ นางมารน้อยยังจะดีกว่าถึงร้อยเท่าพันเท่า แต่เพราะอะไรกัน? ข้าไม่สามารถตรวจวัดพลังลมปราณของพวกนางได้ ราวกับว่าไร้ซึ่งพลังลมปราณ แต่เหตุใดกัน? นางจึงมีพลังรุนแรงถึงเพียงนี้ แม้แต่มือเท้าของนางก็ยังว่องไวเสียจนข้าไม่สามารถจับทางได้ นี่มันเรื่องอะไรกัน? แล้วที่นี่คือที่ใด? จนกว่าความจริงจะปรากฏ เห็นทีต้องแสร้งยอมไปก่อน จะให้พวกนางรู้ว่าเรามีพลังลมปราณไม่ได้เด็ดขาด! ทางที่ดีเราควรปิดจุดชีพจรไว้ก่อน” “เจ้ากำลังแอบนินทาในใจว่าข้าอัปลักษณ์ใช่หรือไม่? !” อิ๋งอิ๋งกล่าวขึ้นมาพร้อมกับจ้องมองไปที่เนี่ยฟง ทันใดนั้น! เขาก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรง ที่เสียบแทงไปทั่วทั้งเรือนร่าง ถึงกับทำให้เนี่ยฟงต้องหลั่งเม็ดเหงื่อเย็นออกมาในทันที “เปล่า~!! ข้าไม่ได้แอบนินทาแม่นางแม้แต่ประโยคเดียว ด้วยคนที่ไร้ซึ่งพลังลมปราณเยี่ยงข้า ไหนเลยจะกล้าแอบนินทาแม่นางได้” เนี่ยฟงกล่าวขึ้นพร้อมกับโบกมือด้วยความรวดเร็ว ในขณะนั้นเองที่กดลงไปที่จุดชีพจรตรงจุดตันเถียน เพื่อปิดกั้นพลังลมปราณในทันที“พลังลมปราณ!? มันคืออะไร? ข้ารู้จักแต่พลังวัตร ท่านแม่! ท่านรู้จักมันหรือไม่?” เมื่ออิ๋งอิ๋งได้ยินคำกล่าวของเนี่ยฟง พลันปรากฏสีหน้าที่สงสัย ก่อนจะหันไปถามผู้เป็นมารดาของตน ซึ่งมารดาของนางก็ส่ายหน้าในทันที แม้แต่นางเองก็ไม่เข้าใจคำพูดของเนี่ยฟงเช่นกัน “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือสิ่งใด หรือว่ามันผู้นี้จะไม่ใช่คนบนเกาะ แต่จะเป็นไปได้อย่างไรกัน แม่ว่าหัวของมันคงไปกระแทกกับโขดหินจนสติเลอะเลือน แม่ว่าพวกเราอย่าไปใส่ใจจะดีกว่า” เมื่อเนี่ยฟงได้ยินดังนั้น ดวงตาทั้งสองข้างก็พลันเบิกกว้างทันที ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้จักพลังวัตรเช่นกัน อีกอย่างที่ที่เขาอยู่นั้นก็เป็นเกาะ แล้วตัวเขานั้นมาที่นี้ได้อย่างไร ยิ่งทำให้เนี่ยฟงรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก ในขณะที่เนี่ยฟงกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง ประตูห้องครัวก็พลันเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษฉกรรจ์จำนวนสี่คน ซึ่งในสามคนล้วนแต่เปลือยเปล่าท่อนบนเผยให้เห็นมัดกล้ามที่ใหญ่โต ส่วนอีกคนนั้นเป็นเพียงเด็กหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลา โดยที่ความหล่อเหลาของชายหนุ่มนั้น ไม่ได้น้อยไปกว่าเนี่ยฟงเลย ถ้าหากคาดเดาอายุอานามของชายหนุ่ม คงมากกว่าเนี่ยฟงเพียงปีหรือสองปีเท่านั้นเอง และดูจากเสื้อผ้าที่พวกเขาสวมใส่กันแต่ละคน ล้วนไม่ต่างไปจากเนี่ยฟงสักนิดเดียว หรือพวกเขาทั้งสี่อาจจะมีชะตากรรมไม่ต่างจากเนี่ยฟง ชายทั้งสี่เดินเยื้องย่างมาที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับอาหารห้าหรือหกจานที่อยู่ในมือ ถึงแม้มันจะไม่ได้เลิศหรูสักเท่าใด แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ล่องลอยมาตามสายลม ก็ทำให้เนี่ยฟงต้องเผลอกลืนน้ำลาย ทันทีที่อาหารถูกจัดวางไว้ที่โต๊ะ ชายทั้งสี่ถอยกายออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว แล้วเดินออกมาพร้อมกับข้าวหนึ่งจานใหญ่ และข้าวเปล่าอีกห้าถ้วย พวกเขาทั้งสี่เดินมานั่งเคียงข้างเนี่ยฟง พร้อมกับยื่นถ้วยข้าวเปล่าให้ ก่อนจะนั่งล้อมรอบกันเป็นวงกลม วางกับข้าวจานใหญ่ไว้ตรงกลาง ทันทีที่ จานกับข้าวถูกวางบนพื้น มันก็ทำให้เนี่ยฟงตกตะลึงเบิกตากว้าง เขาจ้องมองสลับไปมาที่โต๊ะอาหารกับจานกับข้าวที่วางอยู่บนพื้น บนโต๊ะอาหารของพวกนางนั้น มีทั้งหมูเห็ดเป็ดไก่ แม้มันจะไม่ใช่อาหารชั้นสูงที่เกินกว่าจะไขว่คว้า แต่พวกมันก็ยังถูกมองว่าน่ากินเป็นไหนๆ ต่างจากกับข้าวที่อยู่ต่อหน้าเนี่ยฟงอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในจานกับข้าวใบนั้น มีเพียงผักโง่ๆ สี่ห้าอย่างผัดรวมกัน แล้วเต้าหู้ที่ถูกทำให้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแค่นั้นเอง “บัดซบ!! นี่มันอาหารหมูชัดๆ!!” เนี่ยฟงได้แค่ครุ่นคิดในใจแต่ไม่เอ่ยกล่าวสิ่งใด เนื่องจากพวกเขาทั้งสี่ต่างคีบกินอาหารไม่ปริปาก ในขณะที่เนี่ยฟงจะเอ่ยวาจาสิ่งใดไปนั้น ชายหนุ่มที่ดูอ่อนเยาว์ก็ทำท่าทำทางว่าห้ามพูดสิ่งใด พร้อมกับใช้ปลายตะเกียบเขียนไปที่พื้นทันที “เวลากินห้ามพูดเด็ดขาด” เมื่อได้เห็นข้อความที่อยู่บนพื้น เนี่ยฟงหันไปจ้องมองชายทั้งสี่คนด้วยความสงสัย เม็ดเหงื่อที่ปรากฏบนใบหน้าพวกเขาบ่งบอกถึงความหวาดกลัว พร้อมกับพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน “ปัง!!! ใครเป็นคนทำไก่ผัดขิง!!!” เสียงตบโต๊ะดังลั่น พร้อมกับคำเอ่ยกล่าวจากมารดาของอิ๋งอิ๋ง ชายทั้งสี่สะดุ้งสุดตัวโดยพร้อมเพรียงกัน โดยเฉพาะชายหนุ่มผู้หนึ่งที่มีมัดกล้ามใหญ่โตกว่าผู้ใด ดูจากท่าทางของชายหนุ่มเก้งก้างผู้นี้แล้ว ก็บ่งบอกได้ว่าไม่ถนัดการทำอาหารแม้แต่น้อย มันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า พร้อมกับก้าวเดินไปยังโต๊ะอาหารด้วยท่าทางที่หวาดกลัว “ปะ...เป็นข้าเอง” “อ้อ~!! ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เองอาฉี มิน่าล่ะ ไก่บ้างชิ้นถึงได้ใหญ่นักจนทำให้ไก่บางชิ้นสุกบางชิ้นก็ดิบ แม้แต่ขิงก็ซอยไม่เท่ากัน คงเป็นเพราะมือที่ใหญ่โตของเจ้า คงจะจับพวกมันไม่ค่อยถนัดซินะ” มารดาของอิ๋งอิ๋งกล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม แม้มันจะดูเป็นรอยยิ้มที่งดงาม แต่หน้าของอาฉีกลับไม่รู้สึกปลาบปลื้มหรือยินดีแม้แต่น้อย ทันใดนั้น! นางก็เคลื่อนตัวเข้าหาอาฉีด้วยความรวดเร็ว ดุจดั่งเงาของภูมิพราย แววตาแปรเปลี่ยนเป็นอำมหิตและชั่วร้าย กระแทกหมัดที่ขาวผ่องเข้าที่ท้องของอาฉีอย่างจัง“ผลัก!!!” “อั๊ก!!!” เสียงปะทะดังลั่น พร้อมกับเสียงของอาฉีที่เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน ร่างที่ใหญ่โตของมันปลิวกระเด็นดุจดั่งว่าวที่ขาดสาย ก่อนจะกระแทกกับกำแพงบ้านดังโครมใหญ่ ลงไปนั่งชันเข่ากุมท้องแน่น หยาดโลหิตที่ไหลรินออกมาที่มุมปากบ่งบอกให้รู้ว่า มันบาดเจ็บภายในเป็นอย่างมาก ทำให้เนี่ยฟงรู้สึกขุ่นเคืองภายในจิตใจ เขากำลังจะเปิดจุดชีพจรลมปราณที่ซุกซ่อนไว้ เตรียมจะเข้าไปสั่งสอนสองแม่ลูกในทันที“หมับ!!” ในขณะที่เนี่ยฟงกำลังจะได้ทำสิ่งใด ชายหนุ่มวัยเยาว์ก็คว้าจับไหล่ของเนี่ยฟงในทันที พร้อมกับเอ่ยวาจาที่แผ่วเบาออกมา “พลังลมปราณไม่สามารถสู้กับพวกนางได้ อยู่นิ่งๆ ก่อน อาฉีไม่เป็นไรเขาแค่แสร้งทำเป็นเจ็บปวดเท่านั้น ไว้พวกนางเข้านอนเมื่อไหร่ ข้าจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเอง เชื่อข้า! ข้าก็มาจากโลกภายนอกเฉกเช่นเดียวกับเจ้า!” เมื่อได้ยินคำกล่าวของชายหนุ่มพร้อมกับสีหน้าที่จริงจัง เนี่ยฟงจึงต้องจำยอมอย่างฝืนทน เนื่องจากเขาเองก็เป็นผู้ที่มาใหม่ยังไม่รู้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใดบนเกาะใบนี้ ในขณะนั้นเอง มารดาของอิ๋งอิ๋งก็กล่าวขึ้นมา“ข้าอิ่มแล้ว! ข้าจะไปอาบน้ำและเข้านอน อิ๋งอิ๋งไปเอาป้ายไม้มาให้แม่หน่อย” อิ๋งอิ๋งลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องไม้ทันทีเมื่อมารดาของตนสั่ง แม้นางจะดูหยาบกระด้างและโหดร้าย แต่เนี่ยฟงเชื่อว่านางกตัญญูต่อมารดาของนางเป็นอย่างมาก เมื่อกล่องไม้มาถึงมือของมารดาของนาง ชายหนุ่มทั้งสี่ก็หลั่งเม็ดเหงื่อออกมาทันทีนางล้วงเข้าไปในกล่องไม้พร้อมกับปิดเปลือกตาทั้งสองข้าง ราวกับควานหาบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในนั้น ผ่านไปไม่กี่อึดใจนางก็หยิบแผ่นไม้แผ่นหนึ่งขึ้นมา พร้อมกับเอ่ยกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม “อาวิ๋น!! คืนนี้เป็นหน้าที่ของเจ้า” เมื่อคำกล่าวของนางหลุดออกมา ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาก็สะดุ้งสุดตัว พร้อมกับเอ่ยกล่าวกับเนี่ยฟงอย่างแผ่วเบา “เห็นทีคืนนี้ข้าคงเล่าให้เจ้าฟังมิได้แล้ว” ท่ามกลางรอยยิ้มแห้งของชายหนุ่มร่างใหญ่ทั้งสาม ที่จ้องมองอาวิ๋นด้วยความสงสาร ในขณะที่เนี่ยฟงกำลังสงสัยอยู่นั้นเอง อิ๋งอิ๋งก็เอ่ยกล่าวขึ้นมา“ท่านแม่! ท่านจับชื่อของอาวิ๋นขึ้นมาถึงห้าวันติด ไม่ใช่ว่าท่านจงใจให้เป็นมันหรือ?” นางกล่าวขึ้นพร้อมกับจ้องมารดาของตนเพื่อจับผิด มารดาของนางก็อมยิ้มแล้วกล่าวออกมา “นี้ล้วนเป็นความลับความงดงามและความอ่อนวัยของข้า การเสพสมกับบุรุษรุ่นเยาว์ มันทำให้ผิวพรรณของข้ายังคงเต่งตรึง เอาล่ะ! อย่าพูดให้มากความ อาวิ๋น! ข้าให้เวลาเจ้าไปชำระร่างกายให้สะอาด ภายในหนึ่งก้านธูปหากเจ้าไม่ไปพบข้าที่ห้อง เจ้าคงรู้นะว่าจะเกิดสิ่งใดกับเจ้า ส่วนเจ้าผู้มาใหม่ คืนนี้ก็ไปนอนกับรวมกับพวกที่เหลือ แล้วข้าขอเตือนไว้อย่าง อย่าคิดที่จะหลบหนีโดยเด็ดขาด เพราะต่อให้เจ้ามีปีกก็หนีข้าไปไม่พ้น” เมื่อกล่าวจบนางก็ลุกขึ้นยืนพร้อมเดินจากไปในทันที เมื่ออิ๋งอิ๋งเห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นยืนเดินกลับไปที่ห้องของตน ในขณะนั้นเองนางก็หันมาจ้องมองเนี่ยฟงหนึ่งครั้งก่อนจะจากไป****************************************************************************หมายเหตุคำที่ขีดเส้นใต้*พลังวัตร = พลังงานที่เสถียรในร่างกาย ซึ่งอยู่ในลักษณะของการสะสมไว้ เมื่อถูกใช้งาน พลังวัตรก็จะส่งไปยังจุดจุดนั้นเพียงจุดเดียว ซึ่งต่างกับพลังลมปราณ ที่ทำให้พลังลมปราณเคลื่อนที่ไปยังจุดชีพจรลมปราณทั้งหมดที่มี จึงทำให้มีพลังในการโจมตีนั้น รุนแรงกว่าพลังลมปราณที่เคลื่อนไปทั่วทั้งเรือนร่าง

    คล้ายกับเรื่องจอมหมัดราชันย์ ที่คุณอ่าน

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912