บทที่ 13 เป็นายใช่ไหมล่ะ?
ในที่สุดลู่เฉิงเหวินก็หาตัวเฉินม่อฉวินพบ
เฉินม่อฉวินคือเพื่อนแท้ของลู่เฉิงเหวิน เป็พี่ชายของเฉินม่อฮวน และน้องชายของเฉินเมิ่งอวิ๋น
เฉินม่อฉวินหล่อไม่เท่าลู่เฉิงเหวิน แต่ก็เป็ผู้ชายอ้วนท้วนได้มาตรฐาน
ในตอนนี้เฉินเมิ่งอวิ๋นเป็ผู้ดูแลธุรกิจของตระกูลเฉิน ทว่าผู้ที่ถือหุ้นมากที่สุดก็คือเฉินม่อฉวิน
หรือกล่าวได้อีกอย่างว่า เ้าอ้วนคนนี้แทบไม่ต้องดูแลรับผิดชอบงานใด ๆ วัน ๆ เอาแต่แข่งรถ จีบสาว ส่วนเงินทองเขาใช้อย่างไรก็ไม่มีวันหมด
เฉินม่อฉวินมีคนดื่มกินอยู่ข้างกายเป็จำนวนมาก ทว่าไม่มีเพื่อนสนิท
เพื่อนรักคนเดียวของเขาและถือเป็เพื่อนตายก็คือลู่เฉิงเหวิน
เฉินม่อฉวินตะลึงไปครู่หนึ่งเมื่อได้รับโทรศัพท์จากลู่เฉิงเหวิน พอได้ยินว่าอีกฝ่ายอยากจะหาความสำราญ เขาก็ตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ พร้อมรีบส่งตำแหน่งที่อยู่ให้เพื่อนรักในทันที
ภายในคลับส่วนตัวระดับสูง สาว ๆ แต่ละคนล้วนมีรูปร่างหน้าตาเป็ ‘นางแบบ’ กันทั้งนั้น
สำหรับคนรวยทั่ว ๆ ไปแล้ว คนที่อยู่ที่นี่ในคืนหนึ่งหากจ่ายไม่ถึงแสน คงจะรู้สึกกระดากใจจนไม่กล้าเดินเข้ามา
แต่สำหรับเฉินม่อฉวิน หากมาครั้งหนึ่งแล้วใช้ไม่ถึงล้าน นั่นแสดงว่าเขาสงสารพ่อ อยากจะช่วยพ่อประหยัดเงิน
ดังนั้นถึงจะอ้วน แต่การบริการที่เขาได้รับจากที่นี่รับรองได้ว่าเยี่ยมจนถึงที่สุด
ลู่เฉิงเหวินกลุ้มใจ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยมาสถานที่เช่นนี้ ก่อนหน้านี้เขารับบทเป็ตัวร้ายมาแล้วหกครั้ง และรู้ดีว่าคนมีเงินเ่าั้ใช้จ่ายเงินอย่างไร ชายหนุ่มคุ้นเคยกับสถานที่แบบนี้ดี
เขาพบว่าเฉินม่อฉวินว่างจนเบื่อ อีกฝ่ายอยู่ในนี้ดูเหล่าสาว ๆ จนตาลายไปหมด อยากจะสนุกก็สนุกเต็มที่แล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะหาความสำราญให้ตัวเองอย่างไรได้อีก
ทว่าเฉินม่อฉวินตื่นตัวกว่าลู่เฉิงเหวินมาก เขาร้องเรียกด้วยความตื่นเต้น “แซลลี เสวี่ยเอ๋อร์ เธออีกคน.. .ชื่ออะไรนะ?”
“พี่ชาย หนูชื่อเถียนเถียนค่ะ!”
“เอาน่า ๆ พวกเธอต้อนรับเพื่อนของฉันให้ดี ๆ เขาไม่ค่อยมาที่แบบนี้นัก วันนี้ถ้าพวกเธอทำให้เขาสนุกสนานได้ หึ ๆ! ฉันจะตกรางวัลให้พวกเธอทุกคนแสนหนึ่ง หรือมากกว่านั้น!”
ผู้หญิงทั้งหมดพากันร้อง ‘เฮ!’ ด้วยความดีใจ ยื้อแย่งไปนั่งข้าง ๆ ลู่เฉิงเหวิน
“คุณชายลู่ อยากเล่นสนุกแบบไหนคะ?”
“คุณชายลู่ พวกเรามาเล่นเกมกันไหมคะ? พวกเรามีเกมเยอะเลย แต่ละเกมก็มีแต่เร้าใจทั้งนั้น!”
เดิมทีลู่เฉิงเหวินตั้งใจจะมาหาความสนุก แต่เขากลับพบว่ามันไม่ได้รู้สึกสนุกเอาซะเลย
“พวกคุณเบาเสียงกันหน่อย ผมจะคุยกับเ้าอ้วน”
พวกผู้หญิงถอยไปอยู่อีกด้านหนึ่งอย่างเชื่อฟัง ปิดเพลง และดื่มเหล้าคุยกันเงียบ ๆ
“เป็อะไรไป?” เฉินม่อฉวินถาม “ไม่ชอบเหรอ? เปลี่ยนอีกชุดหนึ่งไหมล่ะ?”
“เปล่า” ลู่เฉิงเหวินถอนใจ “ฉันต้องหมั้นกับเหลิ่งชิงชิว นายรู้รึเปล่า?”
“รู้” เฉินม่อฉวินร้อง ‘ฮึ!’ “ยัยเหลิ่งชิงชิวนั่น.... ฉันไม่รู้จะด่าเธอยังไงดี หล่อนมีอะไรดี? หุ่นดีหรือหน้าสวย? ผู้หญิงในนี้คนไหนบ้างที่หุ่นไม่ดีหน้าไม่สวย? สามปีมานี้นายสูญเสียผู้หญิงสาว ๆ สวย ๆ ไปเยอะแยะแค่ไหนแล้ว นายรู้บ้างรึเปล่า?”
“ต่อให้นายชอบทำตัวเป็สุนัขเอาใจนาย แต่นายไปเอาใจหล่อนทำไมกัน? ดูยัยเหลิ่งชิงชิวสิ วางท่าเข้าไปเถอะ... จริง ๆ แล้วตระกูลเหลิ่งยังมีอะไรเหลืออีก? พวกเขาไม่ได้หวังจะให้ตระกูลลู่ของนายชี้หนทางรอดหรอกเหรอ? จนถึงขนาดนี้หล่อนยังเชิดจนปลายจมูกจะชี้ฟ้าอยู่แล้ว วัน ๆ เอาแต่ทำหน้าบูดหน้าบึ้ง เห็นหน้าหล่อนแล้วฉันอยากจะอ้วก!”
ลู่เฉิงเหวินมองดูรอบ ๆ “พวกเรามาที่นี่เพื่อหาความสุขกันั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ถึงตอนนี้แล้วนายก็ยังมานั่งอยู่ในนี้อีก? ยังไม่พออีกเหรอ?”
“พอน่ะพอตั้งนานแล้ว” เฉินม่อฉวินตอบ “แต่ฉันจะทำอะไรได้? ฉันทำอะไรเป็ที่ไหน? ฉันเคยไปทำงาน เช้าไปถึงก็หลับ พอมีพนักงานเข้ามารายงานสถานการณ์ ฉันก็ฟังไม่รู้เื่เลยสักนิด! ทำอย่างอื่นฉันก็ทำไม่เป็ ฉันทำเป็แต่จ่ายเงิน หาความสุข และตามจีบสาว!”
ลู่เฉิงเหวินมองดูเขา “แบบนายไม่เรียกว่าตามจีบสาว ตามจีบหมายถึงไขว่คว้า ซึ่งไม่ใช่นายที่เอาแต่ควักเงิน กระดิกนิ้ว แล้วผู้หญิงก็จะเข้ามาอะไรแบบนั้น”
“หรือว่าฉันต้องทำเหมือนนาย? ไล่ตามก้นผู้หญิงที่ั้แ่เช้าจรดค่ำไม่เคยทำหน้าตายิ้มแย้มอย่างยัยเหลิ่งชิงชิวนั่น?”
“อย่างน้อยเธอก็เป็กุลสตรี”
“ถ้างั้นพี่สาวฉันก็เป็กุลสตรีเหมือนกัน!” เฉินม่อฉวินย้อนถาม “ทำไมนายถึงเลิกกับพี่สาวฉัน? ทำไมนายถึงไปเป็สุนัขไล่ตามเหลิ่งชิงชิว ทำไมไม่ไล่ตามพี่สาวฉัน? พี่สาวฉันกับนายโตมาด้วยกัน สนิทสนมคุ้นเคย ถ้านายเอาเวลาสามปีนี้ให้พี่สาวฉัน นายก็คงเป็พี่เขยฉันไปนานแล้ว และฉันก็คงได้อุ้มหลานแล้ว!”
ลู่เฉิงเหวินมองหน้าเฉินม่อฉวินที่ไร้ซึ่งยางอาย “สิ่งที่ทำให้ฉันกับพี่สาวนายต้องเลิกกัน นายไม่ได้รู้เื่อะไรด้วยเลยงั้นเลยสิ? นายไม่ได้มอมเหล้าแล้วยัดผู้หญิงฝรั่งมาอยู่บนเตียงกับฉันรึไง ไม่ใช่เพื่อที่จะทำให้พี่สาวนายจะจับได้คาหนังคาเขาหรอกเหรอ?”
“นั่นเป็เพราะฉันยังเด็กไม่รู้ประสา พวกเราสามารถอธิบายได้นี่! แต่นายล่ะ? ถือว่าตัวเองเป็คุณชายใหญ่ของตระกูลลู่ นายบอกเลิกหน้าตาเฉยเลย! ถามจริง ๆ เถอะ ที่แท้แล้วนายได้พี่สาวฉันไปรึยัง? เป็เพราะเบื่อแล้วถึงได้จงใจสลัดทิ้งรึเปล่า?”
ลู่เฉิงเหวินมองดูหน้าเขา เกือบจะร้องะโออกมา “ตอนนั้นฉันกับพี่สาวนายเพิ่งอยู่มัธยมปลายนะโว้ย! มัธยมศึกษาตอนปลาย! ฉันไม่ประสาอะไรเลย! หอมแก้มพี่สาวนายทีเดียวก็นอนไม่หลับไปสามคืนแล้ว!”
“พวกนายเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน สามปีนั้นอยู่ด้วยกันตลอด นายลืมแล้วเหรอ!?” เฉินม่อฉวินก็ะโเช่นกัน
“นั่นก็เพราะนายไม่ใช่เหรอที่บอกฉันว่าให้หาผู้หญิงคนอื่นมาซ้อมมือก่อน ถ้าวาดลวดลายไม่ถึงใจพี่สาวนายจะรังเกียจเอา?”
“ลู่เฉิงเหวิน นายพูดให้ชัดเจนหน่อย ครั้งแรกฉันเป็คนบอกให้ซ้อมมือ แต่ครั้งที่สองนายเป็คนดึงฉันมาร่วมเอง นายบอกว่าจะทบทวนบทเรียนให้จำขึ้นใจ พยายามเพื่อที่จะสอบให้ได้คะแนนดีเวลามีอะไรกับพี่สาวฉัน ถูกไหม? เป็นายใช่ไหมล่ะ?”