ก่อนอื่นเลยยังไม่มีตอนใหม่ในวันนี้นะครับ….ส่วนเหตุผลลองอ่านตอนนี้ต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่ก็รอครับ จะรีบมาไวๆ นี้
ไหนๆ ก็เป็นวันวิสาขทั้งที ในฐานะชาวพุทธหรือศาสนาอื่นก็ตาม ลองสละเวลาอ่านดูนะครับ
สับหรับทุกๆ คนบนโลก ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือศาสนาไหน สิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ชีวิตให้มีความสุข เราสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการสังเกตุใจตัวเองครับ เราจะทำอะไรก็ได้ถ้าหากเราไม่ทำสิ่งที่เราไม่อยากโดนกระทำ หรือก็คือเราสามารถทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้คนอื่นหรือตัวเองเดือดร้อน แต่อย่าลืมคำนึงถึงความพอดี(ศึกษาเพิ่มเติมดูน้า)
สำหรับคนพุทธเรา ผมขอแบ่งให้เป็นสามส่วนนะครับ
1. แค่อยากเป็นคนธรรมดาๆ ที่อยากมีความสุขในโลกนี้ วิธีการที่ง่ายที่สุดที่จะทำอย่างนั้นได้ คือการอยู่กับตอนนี้ให้ได้ อาจจะได้ยินได้ฟังมาเยอะแล้ว แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกๆ ครั้งที่นึกขึ้นได้ ลองนึกดูว่าตอนนี้เราทำอะไรอยู่ ไม่ว่าจะนั่งยืนเดินหรือนอน แล้วค่อยๆ สังเกตุให้ละเอียดลงเช่น ยืนทำอะไรอยู่ คิดอะไรอยู่ รู้สึกอย่างไรอยู่…
มันอาจจะงงๆ ว่าเราจะทำไปทำไม…คำตอบที่ผมให้คือเมื่อเรา “รู้” ว่าเราทำอะไรอยู่ เราจะออกจากอารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ในทันที ถ้าให้ลงรายละเอียดมันค่อนข้างยาว(ยาวจนเขียนหนังสือได้เป็นเล่มเลย) แต่ลองดูได้เลยครับ ไม่ว่าเราจะรู้สึกหงุดหงิด โมโห โกรธหรืออะไรก็ตาม ถ้าตอนนั้นเราถอนความรู้สึกกลับมารู้ ลองดูบ่อยๆ แล้วจะเข้าใจครับ
2. ถ้าหากเราเป็นคนพุทธในระดับที่เชื่อเรื่องโลกหลังความตาย เชื่อในกฎแห่งกรรมและการเวียนว่าย แล้วมีความเป็นทุกข์ในสภาพปัจจุบัน อยากไปอยู่ในที่ที่มีความสุขมากกว่านี้ กล่าวคืออยากไปเกิดเป็นเทวดานางฟ้าหรือพรหมโลกหลังจากจบชีวิตนี้ไป…
หลักการทำได้ง่ายๆ เลยครับ “ถือศีล5” ทั้งนี้ก่อนที่จะทำลองไปศึกษาให้ดีก่อนครับ ไม่ใช่เอาตัวไปวิ่งชนกำแพงแล้วท้อ เพราะจริงๆ หากเป็นคนทั่วๆ ไปก็ไม่ได้กระทำผิดศีลเป็นกิจจะลักษณะอยู่แล้ว ลองจินตนาการการกระทำของคนเราในแต่ละวันต่อให้เราเป็นคนกินเหล้าหรือทำงานฆ่าสัตว์ เวลาที่เราทำแบบนั้นก็ไม่ใช่เวลาทั้งหมดของชีวิต แต่เรายังสามารถแบ่งเวลาไปรักษาศีลข้ออื่นๆได้ครับ และถ้าเริ่มสงบใจได้มากขึ้น(ไม่ทำให้ใจนอนเนื่องแช่อยู่ในสิ่งที่กระทำ) ค่อยๆ ยกระดับการรักษาศีลขึ้นจนกว่าจะรักษาได้ครบสมบูรณ์
อนึ่ง… ทาน(ผลของทานก็คือทำให้เรามีโพคทรัพย์) ศีล(ผลของศีลโดยรวมคือทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคภัย) ภาวนา (ทำให้สติปัญญาเพิ่มพูลขึ้น) มันคือสิ่งเกี่ยวเนื่องกันยังไงลองคิดดูเล่นๆ ได้นะ
3. สุดท้าย ไม่ว่าใครจะสอนอย่างไร จุดหมายสุดท้ายของศาสนาพุทธที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเอาไว้คือการข้ามผ่านห้วงแห่งทุกข์(การเกิด)จนเข้าสู่พระนิพพาน
ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุด ลองย้อนไปอ่านข้อหนึ่งดูครับ มันคือสติปัฏฐาน4แบบง่ายที่สุดครับ ถ้าทำได้แล้ว(ค่อยๆ เพิ่มความถี่จนสามารถรู้ได้ตลอดเวลาว่าเป็นใครทำอะไรอยู่อย่างต่อเนื่อง) ค่อยศึกษาเพิ่มเติมครับ
อนิสงที่ง่ายที่สุดของข้อนี้คือการมีจิตใจที่สงบสบายไม่เป็นทุกข์จนมากเกินไป และถ้าทำได้ถี่ๆ บ่อยๆ มากแค่ไหน อานิสงที่ได้ก็จะพาเราไปสวรรค์ได้อย่างแน่นอน และถ้าเราสามารถเข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเราก็จะสามารถก้าวผ่านสังสารวัฎไปได้ในที่สุดครับ ส่วนรายละเอียดถ้าอยากศึกษาเพิ่มเติมในเน็ตได้เลยครับ
คีร์เวิร์ด “สติปัฏฐาน4” “ขันธ์5” “ญาณ16”
และส่วนที่สำคัญที่สุดของการเข้าสู่กระแสแรกแห่งนิพพาน ก็คือการ “เจริญปัญญา” ไม่ใช่การ “เข้าสมาธิ” เพราะสมาธิเป็นแค่กำลังที่มากพอเพื่อให้จิตใจจดจ่อเพื่อเจริญปัญญา ถ้าเราติดอยู่กับสมาธิ สุดท้ายแล้วเราจะได้แค่อานิสงของสมาธิเท่านั้น อุปมาเหมือนกับการเดินทางไปยังนิพพานคือคือการเดินทาง การทำสมาธิเปรียบเสมือนนั่งอยู่กับที่ แม้จะยังอยู่ในเส้นทาง แต่ก็ไม่ได้ไปข้างหน้า สุเท้ายแล้วหนทางแห่งสมาธิจะยังคงพาเราเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏเหมือนเดิม แต่การเจริญปัญญาคือการเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ แม้ว่าจะเร็วบ้างช้าบ้าง แต่เราจะยังสามารถเดินไปถึงได้ครับ
………………………………………………………….
ผมมีอีกอย่างที่จะบอกครับ ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันวิสาขบูชา ผมมีเรื่องหนึ่งจะสารภาพครับ…
ที่ผมเคยบ่นตัดพ้อถึงช่วงหนึ่งว่า “ไม่รู้ว่าร่างกายพังๆนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน” ที่ไรท์หายไปส่วนหนึ่งเป็นเพราะไรท์ถ่ายเป็นเลือดครับเป็นไปสองรอบ และรอบที่สองเพิ่งดีขึ้นครับ แล้วก็อาการร่วมครั้งนี้ผมมีปวดท้องช่วงล่างขวา ตอนแรกนึกว่าเป็นไส้ติ่ง กังวลไปหมดเพราะถ้าไรท์ต้องเข้า รพ พ่อไรท์จะไม่มีใครดูแลเลย แต่พอลองหาข้อมูลดูน่าจะเป็นปัญหาที่ไตมากกว่า เพราะฉี่ขุ่นด้วย ไตน่าจะทำงานหนัก…
ไรท์น่าจะเคยเล่าให้ฟังไปแล้วว่าหลายปีที่ผ่านมาไรท์เป็นยังไง และใช้ชีวิตประจำวันแบบไหน ไรท์ใช้ร่างกายหนักมากๆ ร่างกายเลยค่อนข้างแย่ แต่ไรท์บังคับร่างกายด้วยใจที่ยังอยากจะดูแลพ่อไปจนกว่าพ่อจะหมดลมหายใจ
ผมไม่รู้ว่าคนที่ผ่านมาอ่านข้อความนี้จะเข้าใจความรู้สึกของผมไหม แต่ผมยังยืนยันเหมือนเดิม ต่อให้ไรท์จะไม่เหลืออะไรในวันที่พ่อจากไป แม้ว่าร่างกายของผมจะพัง แต่จนกว่าเป้าหมายและความตั้งใจจะเสร็จสมบูรณ์ ถ้ายังมีบุญพอขอแค่ได้ส่งพ่อกลับบ้านอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่เป็นไร…
ทุกวันนี้ขอแค่ได้เห็นพ่อยิ้มได้วันละครั้งสองครั้ง ผมก็มีความสุขแล้วครับ
แล้วก็ขออภัยนักอ่านจริงๆ ที่นิยายมาช้า…
จะกลับมาอัพให้เร็วที่สุดครับ แต่ยังไงก็….วันนี้ขออู้อีกวันนะ
สุดท้ายนี้ อย่าลืมมีสติรู้ตัวบ่อยๆ นะครับ