999 ฉันต้องตาย บทที่ 3: บทวิเคราะห์จากนักสืบเงา
(POV : คเชนทร์)
ผมมองดูหญิงสาวที่เพชรพามาหาอย่างพิจารณา เธอชื่อ มล ซึ่งอายุคงจะอ่อนกว่าผมหลายปี แต่ร่างกายที่ควรจะเปี่ยมพลังของคนวัยนี้กลับซูบผอมและอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของเธอขาวซีดและมีร่องรอยของการทรมานทางร่างกายที่ชัดเจนที่สุดคือ อาการไอ
เธอไอจนตัวโยนอยู่ข้างๆ เพชร — เด็กหนุ่มที่ชอบเื่ปริศนาลึกลับและการสืบสวนนอกกรอบ และคงจะอายุไล่เลี่ยกับมล ซึ่งได้โทรติดต่อผมมาเมื่อก่อนหน้านี้ และได้เล่าเคสลึกลับที่ดูน่าสนใจสำหรับคนอย่างผม ที่มักจะจับงานประเภทนี้อยู่แล้ว
ใช่... เคสนี้ดูน่าสนใจมาก เป็เคสอาถรรพ์อย่างที่ผม้า และผมเองก็พอจะมี ข้อมูลบางอย่างอยู่บ้างแล้ว ดังนั้นผมจึงตกลงรับการนัดหมายในครั้งนี้ อย่างไม่ลังเล...
อาการของเธอไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา แต่เป็สัญญาณของความทรุดโทรมที่หนักหน่วงเกินกว่าจะหาคำอธิบายทางการแพทย์ได้
"นั่งก่อนครับคุณมล" ผมผายมือเชิญไปที่เก้าอี้ไม้เก่าๆ ตัวหนึ่ง
เธอนั่งลงอย่างระมัดระวัง ผมเห็นเธอแอบสำลักอยู่ในใจก่อนจะสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อควบคุมมัน นั่นเป็ปฏิกิริยาของคนที่พยายามซ่อนความเ็ปจากผู้อื่น... แต่ซ่อนไม่มิด
ผมยกมือขึ้นเท้าคาง จ้องมองไปที่ภาพถ่ายเก่าๆ บนผนังห้อง ซึ่งเป็ภาพขาวดำของนักเรียนหญิงที่เสียชีวิตเมื่อยี่สิบปีก่อน
"คุณเพชรเล่ามาว่า เธอคนนี้... คุณมล... กำลังเผชิญกับอาถรรพ์เดียวกับคดีนักเรียนหญิง ม.ปลายคนนั้น" ผมเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามอย่างช้าๆ และเจาะลึก "นั่นคือ การเสียชีวิตเมื่อรูปถ่ายถูกสะสมครบเก้าร้อยเก้าสิบเก้าใบ ใช่ไหมครับ?"
เพชรรีบตอบทันทีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ใช่ครับพี่! และตอนนี้อาการของมลมันเป็ไปตามตำนานทุกอย่างเลย! อาการทรุดโทรมั้แ่รูปที่หกร้อยหกสิบหกขึ้นไป!"
ผมเมินเพชร แล้วหันไปจ้องมลอย่างไม่ลดละ
"คุณมลครับ... ก่อนอื่น ผมต้องทำความเข้าใจ เงื่อนไข ของตำนานนี้ให้ชัดเจนก่อน" ผมพูดเน้นทีละคำ "ตามที่คุณเคยได้ยินมา... เงื่อนไขสำคัญที่สุด ที่ทำให้เกิดความตายคืออะไรครับ?"
มลเงยหน้าขึ้นมามองผมอย่างลังเล เธอพยายามควบคุมเสียงที่สั่นเครือของตัวเอง "คือ... คือการ... การที่ถ่ายรูป... เยอะเกินไปค่ะ"
"อืม... 'เยอะเกินไป'" ผมทวนคำนั้นอย่างช้าๆ ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย "นั่นคือ คำเตือนที่ฟังดูไร้สาระ สำหรับคนทั่วไป แต่เป็ กุญแจสำคัญ สำหรับพวกเรา"
ผมดึงเอกสารเก่าๆ แผ่นหนึ่งออกมา มันเป็รายงานตำรวจที่ถูกปิดไปแล้วจากคดีในอดีต
"ในคดีแรก... นักเรียนหญิงคนนั้นก็เป็คนที่สวยมาก และมีรูปถ่ายของเธอถูกสะสมไว้เยอะจริง แต่คำถามคือ..." ผมหันไปมองเพชรและมลสลับกัน
"รูปถ่ายเ่าั้... ถูกถ่ายด้วย กล้องเดียวกัน ทั้งหมดหรือไม่? และที่สำคัญกว่านั้น... ใครคือคนถ่ายรูปเป็หลัก?"
เพชรทำหน้าครุ่นคิด "เท่าที่ผมรู้... กล้องในสมัยนั้นมันไม่ใช่กล้องดิจิตอล มันเป็กล้องฟิล์ม... การสืบว่าใครถ่ายจึงทำได้ยาก แต่ตำนานเน้นไปที่ ผลลัพธ์ ของการถ่ายภาพจำนวนมาก"
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงแห้งๆ นั้นทำให้บรรยากาศยิ่งกดดัน
"นั่นคือสิ่งที่ทำให้คดีนี้ถูกมองว่าเป็เื่งมงายครับคุณเพชร" ผมกล่าว "นักสืบที่แท้จริงต้องมองที่ แรงจูงใจ และ เครื่องมือ ก่อนเสมอ... กล้องฟิล์มไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กล้องฟิล์มมันมีความเฉพาะตัวของมัน"
ผมจ้องมลอีกครั้ง "คุณมลครับ... คุณพอจะจำได้ไหมว่า มีใครที่อยู่ในชีวิตของคุณ... ที่มีความหมกมุ่นในการถ่ายภาพคุณเป็พิเศษ? ที่ใช้กล้องฟิล์มรุ่นเก่าๆ เป็หลัก... และมักจะปรากฏตัวอยู่ในทุก่เวลาสำคัญของคุณ?"
มลกำมือแน่น เธอพยายามจะเปิดปากพูด แต่เสียงไอสำลักก็พุ่งขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน เธอไออย่างหนักจนต้องก้มหน้าลง... มันไม่ใช่แค่ไอ แต่เหมือนเธอพยายามจะ ขย้อน อะไรบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอกออกมา
ผมปล่อยให้เธอไออย่างทรมานอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้เร่งรัด
(ในความคิดของผม: อาการไอคือสัญญาณบ่งชี้ว่าอาถรรพ์ได้เริ่มทำงานอย่างเต็มตัวแล้ว... มันไม่ใช่แค่การเจ็บป่วย แต่เป็การถูก "กิน" พลังชีวิตอย่างช้าๆ โดยอาศัยการล้างรูปเป็สื่อกลาง... ใครกันที่กำลังเร่งล้างรูปของเธออยู่ตอนนี้?)
เมื่อมลสงบลง ผมจึงพูดต่อ
"คุณเพชร... ผม้าความช่วยเหลือจากคุณในเื่ของตำนานนี้โดยละเอียด" ผมกล่าวเสียงหนัก "ไปสืบเื่ราวของ ชายปริศนา ที่แต่งชุดคาวบอยผสมฮิปปี้คนนั้นมาให้ผม... คนที่รู้เื่กล้องและคำสาปเก้าร้อยเก้าสิบเก้านี้ดีที่สุด"
"และคุณมล..." ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเธอ "จงจำไว้ว่า การถ่ายรูปเยอะเกินไปไม่ใช่แค่สองคดีนี้... คดีที่เกี่ยวข้องกับกล้องปริศนาและคำสาปเก้าร้อยเก้าสิบเก้านี้... มันมีมากกว่าที่คุณคิด"
"ผมรู้สึกเหมือน... มีใครบางคนกำลังรอให้รูปที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้าถูกล้างออกมาอย่างใจจดใจจ่อ..."
(โปรดติดตามบทต่อไป)