ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 90 เจ้าจะทำอะไรข้าได้

           “หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”

           พลังฝ่ามือถูกปล่อยออกไปอากาศถูกคลื่นพลังซัดกระจาย ปราณขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ที่ไหลเวียนรอบตัวของตู้เซ่าฝู่ถูกปล่อยออกไปไม่เก็บไว้คลื่นพลังที่มีอานุภาพดั่งคลื่นยักษ์ ซัดโถมกระหน่ำพุ่งใส่ร่างของอั้นหลัว

           “เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดจึงบรรลุขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์แล้วล่ะ!”

           อั้นหลัวผู้น่าสงสารแม้จะเป็นยอดฝีมือที่มีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวทว่ายังไม่ทันได้แสดงฝีมือออกมาอย่างเต็มที่ก็ถูกวิชาพลังหมัดอันน่ากลัวซัดกลางอกจนเกิดเป็นเสียงดังดั่งฟ้าผ่า

           “ฟู่ด……”

           อั้นหลัวพ่นโลหิตออกมาจากปากไม่หยุดราวของเขากระเด็นลอยไปไกล จากนั้นก็ตกกระแทกพื้นอย่างแรงพื้นทั้งพื้นสั่นไหวไม่หยุด เกิดรอยแตกแยกที่พื้นเป็นรอยยาว อวัยวะในร่างของเขาราวกับบอบช้ำสาหัสกระดูกแตกร้าวไปเกือบทั้งร่าง

           “ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์แล้ว บรรลุขั้นอีกแล้วหรือ”

           ผู้อาวุโสใหญ่ตู้กวังเย่าตกตะลึงถึงขีดสุดสิบกว่าวันก่อนตู้เซ่าฝู่เป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งเพียงในระยะเวลาสั้นๆ สิบกว่าวันก็สามารถบรรลุขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์

           ที่ทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ตู้กวังเย่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือตู้เซ่าฝู่ที่มีฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์กลับสามารถต่อกรกับผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งนี่มันโหดสุดๆ ไปเลย

           “คิดจะฆ่าข้าหรือ เจ้าน่าจะหมดโอกาสแล้วล่ะ!”

           ตู้เซ่าฝู่ยังคงเคลื่อนตัวตามไปไม่หยุดชะงักฝีเท้าสักนิดขณะที่ร่างของอั้นหลัวเพิ่งจะล้มกระแทกพื้นอย่างแรงเขาก็พุ่งเข้าไปปรากฏกายอยู่ข้างตัวอั้นหลัวพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งตะปบ

           ตู้เซ่าฝู่ที่มีความเร็วดั่งฟ้าแลบตะปบไหล่ของอั้นหลัวไว้อย่างแรงปล่อยพลังปราณพลุ่งพล่านพร้อมกับใช้นิ้วจิกไปที่จุดชีพจรสำคัญทำให้บาดเจ็บสาหัสและพลังปราณไม่สามารถไหลเวียนได้อย่างปกติเขาเจ็บปวดราวกับกระดูกที่ไหล่จะแตกเละเป็นเสี่ยงๆ

           ความเจ็บปวดรวดร้าวที่เสียดจุกไปถึงกระดูกทำให้อั้นหลัวไร้แรงต้านทานใดๆเขาตะเกียกตะกายดิ้นรนไม่ไหวสุดท้ายก็รวบรวมแรงในการตะโกนเปล่งเสียงดังอย่างสุดเสียง ขอความช่วยเหลือ “ลุงอั้นหง ช่วยข้าด้วย ช่วยด้วย!”

           “ปึงปึง!”

           ยอดฝีมือที่แกร่งที่สุดตรงนี้สี่คนกำลังประมือกันอยู่กลางอากาศพลังปราณพวกเขาก่อให้เกิดเป็นแสงระยิบระยับประกายไฟฟ้าวิบวับท่ามภายใต้กลุ่มเมฆหนาที่ลอยเหนือศีรษะ

           สุดยอดฝีมือทั้งสี่ปะทะกันเกิดเป็นเสียงร้องโครมครามพลังปราณอานุภาพน่ากลัวน่ากลัวสยองแผ่ซ่านออกมาไม่หยุดท้องฟ้าประหนึ่งว่ากำลังอยู่ในช่วงที่พายุฝนฟ้ากระหน่ำอย่างรุนแรง

           สงครามการต่อสู้นี้กำลังดำเนินอย่างดุเดือดผู้ที่เห็นต่างตื่นเต้นลุ้นระลึกตาม ผู้ฝึกฌานที่ระดับขั้นต่ำกว่ายากที่จะเอาชาะผู้ฝึกฌานที่ระดับขั้นสูงกว่าได้

           เมื่อถูกเฉาเทียนหมั่ง ไป๋เหว่ยอั้นหงสามคนนี้รุมโจมตี เวลายิ่งนานขึ้นเยี่ยกวังยิ่งรับมือไม่ไหวแม้เขามีระดับฌานที่สูงกว่าอั้นหงกับไป๋เหว่ยขั้นหนึ่ง แต่ฌานและพละกำลังของเฉาเทียนหมั่งพอๆกับตนเลย การต้องประมือกับสามคนนี้พร้อมกัน เขาก็ยิ่งต้านทานได้ยาก

           “ตึงๆ……”

           ท่ามกลางความฉุกละหุก เยี่ยกวังถูกเฉาเทียนหมั่งต่อยอัดหมัดหนึ่งจนกระเด็นถอยหลังอยู่กลางอากาศ

           “เจ้าหนู หยุดนะ”

           เมื่อได้ยินเสียงร้องช่วยเหลือ อั้นหงก็สีหน้าเปลี่ยนทิ้งไป๋เหว่ย เฉาเทียนหมั่งที่กำลังช่วยกันรุมจัดการเยี่ยกวังไปและนำร่างที่ห้อมล้อมด้วยประกายไฟฟ้าพุ่งเข้าหาตู้เซ่าฝู่ในพริบตาเดียว

           “เจ้ากล้าเข้ามาอีกล่ะก็ ตาแก่นี้ตายแน่”

           ตู้เซ่าฝู่เหลือบไปมองร่างที่พุ่งเข้ามาดั่งสายฟ้าแลบนัยน์ตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เขาจับอั้นหลัวที่อยู่ในมือชูขึ้น ใช้นิ้วที่จับอยู่ที่บ่าออกแรงจิกลงไปแรงขึ้นลึกเข้าไปถึงกระดูกด้านในเลือดไหลนองออกมา เขาทนไม่ไหวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

           “อ๊าก!”

           อั้นหลัวร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมาพ่ายแพ้อย่างอนาถยับเยินให้กับเด็กวัยรุ่นเช่นนี้

           ผู้คนรอบข้างต่างเริ่มสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงนี้จับจ้องกับสิ่งที่น่าประหลาดใจกันตาไม่กะพริบ

           “เจ้าหนู ข้าเคยได้ยินเรื่องเจ้า ตู้เซ่าฝู่ เจ้ามีพรสวรรค์มากอายุเพียงเท่านี้ก็บรรลุขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์เจ้ามีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ”

           อั้นหงที่ท่าทางแข็งแกร่งปรากฏกายต่อหน้าตู้เซ่าฝู่เมื่อเห็นอั้นหลัวที่ถูกยกอยู่บนมือของตู้เซ่าฝู่ เขาก็หยุดกลางคันจากนั้นจ้องไปที่ตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าเย็นชา กล่าวว่า “เจ้าคิดว่าเจ้ามีตัวประกันอยู่ในมือแล้วข้าจะกลัวงั้นหรือข้าให้โอกาสเจ้าครั้งหนึ่ง ปล่อยคนในมือเจ้าไป ข้าก็จะไว้ชีวิตเจ้า และปล่อยให้บ้านสกุลตู้ของเจ้ากลับไปได้อย่างปลอดภัยเป็นไง?”

           ตู้เซ่าฝู่ไม่ตอบอะไร เอาแต่จ้องกลับไปหาอั้นหงที่จ้องขู่มาเมื่อสักครู่เขาเห็นบุรุษคนนี้เหาะเหินเดินอากาศได้ เห็นได้ชัดว่ามีพลังฌานถึงขั้นชีพจรประสานวิญญาณแล้วพลังระดับนั้นไม่รู้ว่ามีตั้งกี่คนที่อยากไปให้ถึง เขาสัมผัสได้จากคลื่นพลังลมปราณที่แผ่ออกมาจากตัวชายคนนี้ได้เข้าใจดีว่ามีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงใด

           “เซ่าฟู่รีบถอยเร็ว!”

           ตู้เจิ้นอู่ ตู้จื้อสยงต่างตะโกนออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นอั้นหงยืนอยู่ข้างหน้าตู้เซ่าฝู่ ทั้งสองก็เป็นกังวลจนสีหน้าเปลี่ยน

           อั้นหงเป็นถึงยอดแห่งยอดฝีมือขั้นชีพจรประสานวิญญาณที่ร้ายกาจน่ากลัวมากจนน่าหวั่นใจ

           เพียงแต่ขณะนี้ตู้เจิ้นอู่กับตู้จื้อสยงถูกอั้นชิงซงและคนอื่นๆสกัดขวางไว้ ศัตรูจะปล่อยให้สองคนนี้ไปช่วยตู้เซ่าฝู่ได้อย่างไร ไม่ว่าสองคนนี้จะทุ่มสุดตัวอย่างไรก็ถูกฝ่ายตรงข้ามกีดขวางสุดตัวเช่นกัน

           “โฮก!”

           “กรรซ์!”

           คนอื่นๆ ต่างก็ทำการกระตุ้นชีพจรลมปราณกันคิดจะเรียกใช้วิญญาณติดชีพจรมาตัดสินการต่อสู้ ขณะนั้นมีเสียงแผดเสียงคำรามของอสูรที่เป็นวิญญาณติดชีพจรดังขึ้นมากันยกใหญ่กลิ่นอายแห่งความป่าเถื่อน จิตสังหารคลุ้งไปทั่วลานตรงนั้น

           “เซ่าฟู่รีบถอยไปเร็วเขาคืออั้นหงแห่งบ้านสกุลอั้น เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของบ้านสกุลอั้นเลยเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!”

           ผู้อาวุโสใหญ่ได้สติกลับมาก็รีบรุดเข้าไปช่วยบังตัวตู้เซ่าฝู่ด้านหน้า

           อั้นหงไม่แม้แต่สองผู้อาวุโสใหญ่ตู้กวังเย่าสายตายังคงจับจ้องตู้เซ่าฝู่ด้วยความอาฆาตตาไม่กะพริบ กล่าวว่า “เจ้าหนู โอกาสสุดท้ายแล้ว รีบปล่อยคนในมือของเจ้าไปซะ!”

           “ท่านผู้อาวุโสใหญ่ท่านรีบถอยไปเถิด เชื่อข้า”

           ตู้เซ่าฝู่มองไปที่ผู้อาวุโสใหญ่ที่ยืนอยู่ใกล้เขาเมื่อเห็นว่าในสถานการณ์เช่นนี้ยังเสียสละมาบังตัวเองไว้ให้ ในใจเขาก็รู้สึกอบอุ่นส่งสายตาให้ผู้อาวุโสใหญ่ เพื่อเป็นการบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเขาเขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว จ้องหน้าอั้นหง ยิ้มแสยะออกมาอย่างเย็นชา “อยากให้ข้าปล่อยตัวคนคนนี้งั้นหรือ เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า!”

           “เจ้าหนู ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียเลย ในเมื่อเจ้าจองหองเช่นนี้คงต้องรับผิดชอบในการกระทำของตัวเองแล้วล่ะ” อั้นหงสีหน้าเปลี่ยนจ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งด้วยแววตาเกรี้ยวกราด

           “งั้นหรือข้าเองก็อยากเห็น ข้าฆ่าคนคนนี้ไปแล้ว เจ้าจะทำอะไรข้าได้”

           ตู้เซ่าฝู่หรี่ตาเล็กน้อยสีหน้าท่าทางให้ความรู้สึกแกร่งกล้าและบ้าพลัง เมื่อพูดจบก็กำหมดขวาต่อยไปที่หน้าท้องของอั้นหลัวที่ใช้มือขวาจิกบ่ายกไว้อย่างแรง

           “ปึง!”

           เมื่อหมัดนี้ปะทะร่างอย่างจัง ปราณในตัวของอั้นหลัวก็ไหลออกหมดจนสูญสิ้นพลังหมัดเกิดเป็นเสียงดังสนั่นร่าวกับฟ้าผ่า จุดชีพจรลมปราณในร่างของอั้นหลัวดึงพลังปราณมาสกัดไว้ได้ไม่พอแรงโจมตีนี้จึงทำให้จุดเสินเชวี่ยถูกทำลายโดยสิ้นเชิง อวัยวะภายในของเขาแหลกสะบั้นเขาพ่นโลหิตออกมาจากทางปากจากนั้นอวัยวะและจุดชีพจรลมปราณทุกอย่างในร่างเขาก็หยุดทำงาน

           ตู้เซ่าฝู่สังหารผู้อาวุโสใหญ่แห่งบ้านสกุลอั้นอั้นหลัวอย่างบ้าระห่ำเลือดเย็นต่อหน้าอั้นหงยอดฝีมืออันดับหนึ่งของบ้านสกุลอั้นและท่ามกลางสายตาของคนมากมาย

           สิ่งที่ตู้เซ่าฝู่ทำเป็นการกระทำที่ท้าทายบ้าดีเดือดที่สุด!

           สงครามใหญ่ครั้งนี้เงียบสงัดไปชั่วครู่ไม่มีใครคิดว่า ตู้เซ่าฝู่จะกล้าปลิดชีพผู้อาวุโสใหญ่แห่งบ้านสกุลอั้นต่อหน้าอั้นหงยอดฝีมืออันดับหนึ่งของบ้านสกุลอั้นอย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้

           การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เหมือนกับการตบหน้าอั้นหงแต่เท่ากับตบหน้าคนของบ้านสกุลอั้นทุกคน

           “ไอ้เด็กเลวแกตายแน่!”

           อั้นหงหน้าตึงรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจจากนั้นก็จ้องตู้เซ่าฝู่ ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกทว่าจิตสังหารที่แสดงออกมาทางสายตาปกปิดไว้ไม่มิด

           ตู้เซ่าฝู่ดึงเสื้อบนตัวของอั้นหลัวมาเช็ดรอยเลือดที่ไหลเปื้อนมือของตนจากนั้นก็โยนศพลงพื้น และแน่นอนตู้เซ่าฝู่ก็ยังไม่ลืมค้นตัวหยิบเขาถุงหยินหยางที่เก็บไว้ตรงอกในเสื้อของอั้นหลัวมาด้วยขาเหรี่ตามองอั้นหง พร้อมกับยักคิ้ว กล่าวว่า “พูดตามตรงตอนแรกข้าก็ไม่ได้เห็นตาแก่นี้อยู่ในสายตาอยู่แล้ว ที่ข้ากล้าฆ่าอั้นหลัวก็เท่ากับว่าข้าไม่เห็นเจ้าอยู่ในสายตาเช่นกัน!”

           “ตู้เซ่าฝู่บ้าไปแล้วหรือ?”

           “กล้าบอกว่าไม่เห็นอั้นหงผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณอยู่ในสายตาบ้าระห่ำไม่รักตัวกลัวตายเลยจริงๆ!”……

           เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ผู้คนที่กำลังต่อสู้จำนวนมากมายตรงลาน ก็มองมาด้วยสีหน้าตะลึง

           “ฮ่าๆ ๆ ๆ……”

           อั้นหงไม่โมโหกลับหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อเสียงหัวเราะสุดท้ายจบลง ใบหน้ายิ้มก็กลายเป็นใบหน้าอาฆาตในทันทีจิตสังหารแผ่ออกมาทั่ว มีพลังปราณที่แผ่ออกมาราวกับกำลังบิดให้ชั้นบรรยากาศบิดเบี้ยวร่างของเขาพุ่งตรงไปหาตู้เซ่าฝู่ในทันที

           พลังอาฆาตคุกรุ่นพลังปราณแผ่ซ่านสร้างแรงกดดัน ขณะนี้ผู้คนมากมายต่างขนลุกซู่รู้สึกกลัวแทนตู้เซ่าฝู่

           เห็นได้ชัดว่าอั้นหงที่มีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณที่ถูกตู้เซ่าฝู่ยั่วโมโหไม่เพียงแต่เคียดแค้นทว่าโมโหจนความเดือดดาลปะทุออกมาจนคุมพลังปราณที่พลุ่งพล่านออกมาไม่ได้

           ขณะที่อั้นหงแผ่คลื่นพลังปราณออกมาอย่างดุดันน่าสยดสยงตู้เซ่าฝู่กลับยิ้มแป้นขึ้นอีก เขามองอั้นหงที่พุ่งเข้ามาสีหน้านิ่ง ไม่กะพริบตาแม้แต่นิดเดียว

           “โฮก!”

           ทันใดนั้นเองมีเสียงสิงโตคำรามสั่นฟ้าเมื่อมันแผดเสียงก่อให้เกิดคลื่นดันอากาศจนเกิดลมพัดแรงมีสิงโตยักษ์บินได้ตัวหนึ่งพุ่งกระโจนลงมาจากฟ้าไปทางอั้นหงที่กำลังพุ่งเข้าหาตู้เซ่าฝู่

           พลังปราณอันน่ากลัวของมันแผ่ซ่านความดุดันน่าสยดสยองของอสูรพยัคฆ์ตัวนี้กัดกินใจของผู้ที่พบเห็นให้หวาดกลัวจนใจเต้นแรง!

           อสูรพยัคฆ์คำรามขู่ก้องฟ้าอสูรที่เป็นพาหนะให้กับบ้านสกุลใหญ่ทั้งหลายที่อยู่ข้างล่างระส่ำระสายรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นมือไม้อ่อน

           ไม่ว่าจะเป็นอสูรวัวหลังเหล็กของบ้านสกุลไป๋อสูรหมีศิลาร้าวของบ้านสกุลอั้น อสูรหมาป่าขนทองของบ้านสกุลฉิน อาชาพายุหิมะของกองทัพจังหวัดหลิวอวิ๋นและม้าเหงื่อโลหิตของบ้านสกุลตู้ต่างก้มหมอบให้กับอสูรพยัคฆ์บินได้ตัวนี้

           อสูรพาหนะทั้งหลายหมอบให้พร้อมกับกลัวจนตัวสั่นขณะนั้นเองทำให้ผู้คนเองก็ตื่นตกใจระส่ำระสายมีบางคนเซตกจากหลังของพวกอสูรพาหนะเพราะไม่ทันเกาะไว้ให้มั่น

           อั้นหงรีบหยุดฝีเท้าหากเขาไม่ถอยหลังและดึงดันที่จะโจมตีตู้เซ่าฝู่ต่อเขาก็คงถูกอสูรยักษ์ที่น่ากลัวตัวนี้เขมือบเข้าปากกลืนลงท้อง

           อสูรพยัคฆ์ตนนี้มีพลังปราณของอสูรที่อยู่ในระดับขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานเลยทีเดียวนี่เองทำให้เขาต้องรีบถอยหลังไปอย่างไว

           “แกว่ก!”

           อั้นหงรีบกระตุ้นชีพจรลมปราณในทันใดมีอักษรยันต์จำนวนมากไหวเวียนรอบกาย เรียงตัวจนเกิดเป็นร่างเงาของอสูรอินทรีสายฟ้าตัวหนึ่งมีพลังปราณที่ผสมพลังสายฟ้าแผ่ออกร่างเงาตัวนี้กระโจนเข้าไปหาอสูรพยัคฆ์อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด

           “โฮก!”

           อสูรพยัคฆ์ยินได้คำรามแผดเสียงมันกระพือปีกอันทรงพลังของมันอย่างแรงจนเกิดคลื่นลมพายุบริเวณนั้นจากนั้นมันก็กระโจนเข้าไปตะปบร่างเงาของอสูรอินทรีสายฟ้า

           “ฟึบ”

           ทั้งสองปะทะกันไม่ได้เกิดเสียงปะทะรุนแรงอะไร แต่เห็นเป็นสายฟ้าแลบหลายเส้นกรงเล็บของอสูรพยัคฆ์ไม่เกรงกลัวสายฟ้าแต่อย่างใด มันตวัดอุ้งเท้าใส่ปีกของอสูรอินทรีสายฟ้าทำให้ร่างเงาของอสูรอินทรีแผ่คลื่นแสงไฟฟ้าเข้มข้นสีขาวออกมา อสูรอินทรีร้องแกว่กๆออกมาไม่ขาดสาย

           “ตึงๆ!”

           เมื่ออสูรอินทรีสายฟ้าได้รับบาดเจ็บร่างของอั้นหงเองก็กระเด็นเซถอยหลังไปเช่นกัน ทุกก้าวที่เท้าสัมผัสพื้นหินแผ่นหินก็แตกเป็นวงรอบรอยเท้า สีหน้าเย็นชาของอั้นหงกลายเป็นสีหน้าตกใจในทันใด

           “โฮก!”

           อสูรพยัคฆ์ร่างยักษ์บินได้ตัวนั้นพุ่งเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่ทุกคนเห็นกันชัดเจนดีนี่คืออสูรพยัคฆ์ครึ่งกิเลนที่มีอักษรจีนหวังที่แปลว่าราชาสลักอยู่บนกายมันด้านหลังมีปีกใหญ่คู่หนึ่ง มันมีความดุร้ายเกรี้ยวกราดพลังของมันสูงมากจนน่าสะพรึงกลัว!

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน