“หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”
พลังฝ่ามือถูกปล่อยออกไปอากาศถูกคลื่นพลังซัดกระจาย ปราณขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ที่ไหลเวียนรอบตัวของตู้เซ่าฝู่ถูกปล่อยออกไปไม่เก็บไว้คลื่นพลังที่มีอานุภาพดั่งคลื่นยักษ์ ซัดโถมกระหน่ำพุ่งใส่ร่างของอั้นหลัว
“เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดจึงบรรลุขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์แล้วล่ะ!”
อั้นหลัวผู้น่าสงสารแม้จะเป็นยอดฝีมือที่มีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวทว่ายังไม่ทันได้แสดงฝีมือออกมาอย่างเต็มที่ก็ถูกวิชาพลังหมัดอันน่ากลัวซัดกลางอกจนเกิดเป็นเสียงดังดั่งฟ้าผ่า
“ฟู่ด……”
อั้นหลัวพ่นโลหิตออกมาจากปากไม่หยุดราวของเขากระเด็นลอยไปไกล จากนั้นก็ตกกระแทกพื้นอย่างแรงพื้นทั้งพื้นสั่นไหวไม่หยุด เกิดรอยแตกแยกที่พื้นเป็นรอยยาว อวัยวะในร่างของเขาราวกับบอบช้ำสาหัสกระดูกแตกร้าวไปเกือบทั้งร่าง
“ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์แล้ว บรรลุขั้นอีกแล้วหรือ”
ผู้อาวุโสใหญ่ตู้กวังเย่าตกตะลึงถึงขีดสุดสิบกว่าวันก่อนตู้เซ่าฝู่เป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งเพียงในระยะเวลาสั้นๆ สิบกว่าวันก็สามารถบรรลุขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์
ที่ทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ตู้กวังเย่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือตู้เซ่าฝู่ที่มีฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์กลับสามารถต่อกรกับผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งนี่มันโหดสุดๆ ไปเลย
“คิดจะฆ่าข้าหรือ เจ้าน่าจะหมดโอกาสแล้วล่ะ!”
ตู้เซ่าฝู่ยังคงเคลื่อนตัวตามไปไม่หยุดชะงักฝีเท้าสักนิดขณะที่ร่างของอั้นหลัวเพิ่งจะล้มกระแทกพื้นอย่างแรงเขาก็พุ่งเข้าไปปรากฏกายอยู่ข้างตัวอั้นหลัวพร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งตะปบ
ตู้เซ่าฝู่ที่มีความเร็วดั่งฟ้าแลบตะปบไหล่ของอั้นหลัวไว้อย่างแรงปล่อยพลังปราณพลุ่งพล่านพร้อมกับใช้นิ้วจิกไปที่จุดชีพจรสำคัญทำให้บาดเจ็บสาหัสและพลังปราณไม่สามารถไหลเวียนได้อย่างปกติเขาเจ็บปวดราวกับกระดูกที่ไหล่จะแตกเละเป็นเสี่ยงๆ
ความเจ็บปวดรวดร้าวที่เสียดจุกไปถึงกระดูกทำให้อั้นหลัวไร้แรงต้านทานใดๆเขาตะเกียกตะกายดิ้นรนไม่ไหวสุดท้ายก็รวบรวมแรงในการตะโกนเปล่งเสียงดังอย่างสุดเสียง ขอความช่วยเหลือ “ลุงอั้นหง ช่วยข้าด้วย ช่วยด้วย!”
“ปึงปึง!”
ยอดฝีมือที่แกร่งที่สุดตรงนี้สี่คนกำลังประมือกันอยู่กลางอากาศพลังปราณพวกเขาก่อให้เกิดเป็นแสงระยิบระยับประกายไฟฟ้าวิบวับท่ามภายใต้กลุ่มเมฆหนาที่ลอยเหนือศีรษะ
สุดยอดฝีมือทั้งสี่ปะทะกันเกิดเป็นเสียงร้องโครมครามพลังปราณอานุภาพน่ากลัวน่ากลัวสยองแผ่ซ่านออกมาไม่หยุดท้องฟ้าประหนึ่งว่ากำลังอยู่ในช่วงที่พายุฝนฟ้ากระหน่ำอย่างรุนแรง
สงครามการต่อสู้นี้กำลังดำเนินอย่างดุเดือดผู้ที่เห็นต่างตื่นเต้นลุ้นระลึกตาม ผู้ฝึกฌานที่ระดับขั้นต่ำกว่ายากที่จะเอาชาะผู้ฝึกฌานที่ระดับขั้นสูงกว่าได้
เมื่อถูกเฉาเทียนหมั่ง ไป๋เหว่ยอั้นหงสามคนนี้รุมโจมตี เวลายิ่งนานขึ้นเยี่ยกวังยิ่งรับมือไม่ไหวแม้เขามีระดับฌานที่สูงกว่าอั้นหงกับไป๋เหว่ยขั้นหนึ่ง แต่ฌานและพละกำลังของเฉาเทียนหมั่งพอๆกับตนเลย การต้องประมือกับสามคนนี้พร้อมกัน เขาก็ยิ่งต้านทานได้ยาก
“ตึงๆ……”
ท่ามกลางความฉุกละหุก เยี่ยกวังถูกเฉาเทียนหมั่งต่อยอัดหมัดหนึ่งจนกระเด็นถอยหลังอยู่กลางอากาศ
“เจ้าหนู หยุดนะ”
เมื่อได้ยินเสียงร้องช่วยเหลือ อั้นหงก็สีหน้าเปลี่ยนทิ้งไป๋เหว่ย เฉาเทียนหมั่งที่กำลังช่วยกันรุมจัดการเยี่ยกวังไปและนำร่างที่ห้อมล้อมด้วยประกายไฟฟ้าพุ่งเข้าหาตู้เซ่าฝู่ในพริบตาเดียว
“เจ้ากล้าเข้ามาอีกล่ะก็ ตาแก่นี้ตายแน่”
ตู้เซ่าฝู่เหลือบไปมองร่างที่พุ่งเข้ามาดั่งสายฟ้าแลบนัยน์ตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เขาจับอั้นหลัวที่อยู่ในมือชูขึ้น ใช้นิ้วที่จับอยู่ที่บ่าออกแรงจิกลงไปแรงขึ้นลึกเข้าไปถึงกระดูกด้านในเลือดไหลนองออกมา เขาทนไม่ไหวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“อ๊าก!”
อั้นหลัวร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมาพ่ายแพ้อย่างอนาถยับเยินให้กับเด็กวัยรุ่นเช่นนี้
ผู้คนรอบข้างต่างเริ่มสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงนี้จับจ้องกับสิ่งที่น่าประหลาดใจกันตาไม่กะพริบ
“เจ้าหนู ข้าเคยได้ยินเรื่องเจ้า ตู้เซ่าฝู่ เจ้ามีพรสวรรค์มากอายุเพียงเท่านี้ก็บรรลุขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์เจ้ามีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ”
อั้นหงที่ท่าทางแข็งแกร่งปรากฏกายต่อหน้าตู้เซ่าฝู่เมื่อเห็นอั้นหลัวที่ถูกยกอยู่บนมือของตู้เซ่าฝู่ เขาก็หยุดกลางคันจากนั้นจ้องไปที่ตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าเย็นชา กล่าวว่า “เจ้าคิดว่าเจ้ามีตัวประกันอยู่ในมือแล้วข้าจะกลัวงั้นหรือข้าให้โอกาสเจ้าครั้งหนึ่ง ปล่อยคนในมือเจ้าไป ข้าก็จะไว้ชีวิตเจ้า และปล่อยให้บ้านสกุลตู้ของเจ้ากลับไปได้อย่างปลอดภัยเป็นไง?”
ตู้เซ่าฝู่ไม่ตอบอะไร เอาแต่จ้องกลับไปหาอั้นหงที่จ้องขู่มาเมื่อสักครู่เขาเห็นบุรุษคนนี้เหาะเหินเดินอากาศได้ เห็นได้ชัดว่ามีพลังฌานถึงขั้นชีพจรประสานวิญญาณแล้วพลังระดับนั้นไม่รู้ว่ามีตั้งกี่คนที่อยากไปให้ถึง เขาสัมผัสได้จากคลื่นพลังลมปราณที่แผ่ออกมาจากตัวชายคนนี้ได้เข้าใจดีว่ามีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงใด
“เซ่าฟู่รีบถอยเร็ว!”
ตู้เจิ้นอู่ ตู้จื้อสยงต่างตะโกนออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นอั้นหงยืนอยู่ข้างหน้าตู้เซ่าฝู่ ทั้งสองก็เป็นกังวลจนสีหน้าเปลี่ยน
อั้นหงเป็นถึงยอดแห่งยอดฝีมือขั้นชีพจรประสานวิญญาณที่ร้ายกาจน่ากลัวมากจนน่าหวั่นใจ
เพียงแต่ขณะนี้ตู้เจิ้นอู่กับตู้จื้อสยงถูกอั้นชิงซงและคนอื่นๆสกัดขวางไว้ ศัตรูจะปล่อยให้สองคนนี้ไปช่วยตู้เซ่าฝู่ได้อย่างไร ไม่ว่าสองคนนี้จะทุ่มสุดตัวอย่างไรก็ถูกฝ่ายตรงข้ามกีดขวางสุดตัวเช่นกัน
“โฮก!”
“กรรซ์!”
คนอื่นๆ ต่างก็ทำการกระตุ้นชีพจรลมปราณกันคิดจะเรียกใช้วิญญาณติดชีพจรมาตัดสินการต่อสู้ ขณะนั้นมีเสียงแผดเสียงคำรามของอสูรที่เป็นวิญญาณติดชีพจรดังขึ้นมากันยกใหญ่กลิ่นอายแห่งความป่าเถื่อน จิตสังหารคลุ้งไปทั่วลานตรงนั้น
“เซ่าฟู่รีบถอยไปเร็วเขาคืออั้นหงแห่งบ้านสกุลอั้น เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของบ้านสกุลอั้นเลยเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!”
ผู้อาวุโสใหญ่ได้สติกลับมาก็รีบรุดเข้าไปช่วยบังตัวตู้เซ่าฝู่ด้านหน้า
อั้นหงไม่แม้แต่สองผู้อาวุโสใหญ่ตู้กวังเย่าสายตายังคงจับจ้องตู้เซ่าฝู่ด้วยความอาฆาตตาไม่กะพริบ กล่าวว่า “เจ้าหนู โอกาสสุดท้ายแล้ว รีบปล่อยคนในมือของเจ้าไปซะ!”
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ท่านรีบถอยไปเถิด เชื่อข้า”
ตู้เซ่าฝู่มองไปที่ผู้อาวุโสใหญ่ที่ยืนอยู่ใกล้เขาเมื่อเห็นว่าในสถานการณ์เช่นนี้ยังเสียสละมาบังตัวเองไว้ให้ ในใจเขาก็รู้สึกอบอุ่นส่งสายตาให้ผู้อาวุโสใหญ่ เพื่อเป็นการบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเขาเขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว จ้องหน้าอั้นหง ยิ้มแสยะออกมาอย่างเย็นชา “อยากให้ข้าปล่อยตัวคนคนนี้งั้นหรือ เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า!”
“เจ้าหนู ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียเลย ในเมื่อเจ้าจองหองเช่นนี้คงต้องรับผิดชอบในการกระทำของตัวเองแล้วล่ะ” อั้นหงสีหน้าเปลี่ยนจ้องตู้เซ่าฝู่ตาเขม็งด้วยแววตาเกรี้ยวกราด
“งั้นหรือข้าเองก็อยากเห็น ข้าฆ่าคนคนนี้ไปแล้ว เจ้าจะทำอะไรข้าได้”
ตู้เซ่าฝู่หรี่ตาเล็กน้อยสีหน้าท่าทางให้ความรู้สึกแกร่งกล้าและบ้าพลัง เมื่อพูดจบก็กำหมดขวาต่อยไปที่หน้าท้องของอั้นหลัวที่ใช้มือขวาจิกบ่ายกไว้อย่างแรง
“ปึง!”
เมื่อหมัดนี้ปะทะร่างอย่างจัง ปราณในตัวของอั้นหลัวก็ไหลออกหมดจนสูญสิ้นพลังหมัดเกิดเป็นเสียงดังสนั่นร่าวกับฟ้าผ่า จุดชีพจรลมปราณในร่างของอั้นหลัวดึงพลังปราณมาสกัดไว้ได้ไม่พอแรงโจมตีนี้จึงทำให้จุดเสินเชวี่ยถูกทำลายโดยสิ้นเชิง อวัยวะภายในของเขาแหลกสะบั้นเขาพ่นโลหิตออกมาจากทางปากจากนั้นอวัยวะและจุดชีพจรลมปราณทุกอย่างในร่างเขาก็หยุดทำงาน
ตู้เซ่าฝู่สังหารผู้อาวุโสใหญ่แห่งบ้านสกุลอั้นอั้นหลัวอย่างบ้าระห่ำเลือดเย็นต่อหน้าอั้นหงยอดฝีมืออันดับหนึ่งของบ้านสกุลอั้นและท่ามกลางสายตาของคนมากมาย
สิ่งที่ตู้เซ่าฝู่ทำเป็นการกระทำที่ท้าทายบ้าดีเดือดที่สุด!
สงครามใหญ่ครั้งนี้เงียบสงัดไปชั่วครู่ไม่มีใครคิดว่า ตู้เซ่าฝู่จะกล้าปลิดชีพผู้อาวุโสใหญ่แห่งบ้านสกุลอั้นต่อหน้าอั้นหงยอดฝีมืออันดับหนึ่งของบ้านสกุลอั้นอย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้
การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่เหมือนกับการตบหน้าอั้นหงแต่เท่ากับตบหน้าคนของบ้านสกุลอั้นทุกคน
“ไอ้เด็กเลวแกตายแน่!”
อั้นหงหน้าตึงรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจจากนั้นก็จ้องตู้เซ่าฝู่ ด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกทว่าจิตสังหารที่แสดงออกมาทางสายตาปกปิดไว้ไม่มิด
ตู้เซ่าฝู่ดึงเสื้อบนตัวของอั้นหลัวมาเช็ดรอยเลือดที่ไหลเปื้อนมือของตนจากนั้นก็โยนศพลงพื้น และแน่นอนตู้เซ่าฝู่ก็ยังไม่ลืมค้นตัวหยิบเขาถุงหยินหยางที่เก็บไว้ตรงอกในเสื้อของอั้นหลัวมาด้วยขาเหรี่ตามองอั้นหง พร้อมกับยักคิ้ว กล่าวว่า “พูดตามตรงตอนแรกข้าก็ไม่ได้เห็นตาแก่นี้อยู่ในสายตาอยู่แล้ว ที่ข้ากล้าฆ่าอั้นหลัวก็เท่ากับว่าข้าไม่เห็นเจ้าอยู่ในสายตาเช่นกัน!”
“ตู้เซ่าฝู่บ้าไปแล้วหรือ?”
“กล้าบอกว่าไม่เห็นอั้นหงผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณอยู่ในสายตาบ้าระห่ำไม่รักตัวกลัวตายเลยจริงๆ!”……
เมื่อได้ยินคำพูดของตู้เซ่าฝู่ผู้คนที่กำลังต่อสู้จำนวนมากมายตรงลาน ก็มองมาด้วยสีหน้าตะลึง
“ฮ่าๆ ๆ ๆ……”
อั้นหงไม่โมโหกลับหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อเสียงหัวเราะสุดท้ายจบลง ใบหน้ายิ้มก็กลายเป็นใบหน้าอาฆาตในทันทีจิตสังหารแผ่ออกมาทั่ว มีพลังปราณที่แผ่ออกมาราวกับกำลังบิดให้ชั้นบรรยากาศบิดเบี้ยวร่างของเขาพุ่งตรงไปหาตู้เซ่าฝู่ในทันที
พลังอาฆาตคุกรุ่นพลังปราณแผ่ซ่านสร้างแรงกดดัน ขณะนี้ผู้คนมากมายต่างขนลุกซู่รู้สึกกลัวแทนตู้เซ่าฝู่
เห็นได้ชัดว่าอั้นหงที่มีฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณที่ถูกตู้เซ่าฝู่ยั่วโมโหไม่เพียงแต่เคียดแค้นทว่าโมโหจนความเดือดดาลปะทุออกมาจนคุมพลังปราณที่พลุ่งพล่านออกมาไม่ได้
ขณะที่อั้นหงแผ่คลื่นพลังปราณออกมาอย่างดุดันน่าสยดสยงตู้เซ่าฝู่กลับยิ้มแป้นขึ้นอีก เขามองอั้นหงที่พุ่งเข้ามาสีหน้านิ่ง ไม่กะพริบตาแม้แต่นิดเดียว
“โฮก!”
ทันใดนั้นเองมีเสียงสิงโตคำรามสั่นฟ้าเมื่อมันแผดเสียงก่อให้เกิดคลื่นดันอากาศจนเกิดลมพัดแรงมีสิงโตยักษ์บินได้ตัวหนึ่งพุ่งกระโจนลงมาจากฟ้าไปทางอั้นหงที่กำลังพุ่งเข้าหาตู้เซ่าฝู่
พลังปราณอันน่ากลัวของมันแผ่ซ่านความดุดันน่าสยดสยองของอสูรพยัคฆ์ตัวนี้กัดกินใจของผู้ที่พบเห็นให้หวาดกลัวจนใจเต้นแรง!
อสูรพยัคฆ์คำรามขู่ก้องฟ้าอสูรที่เป็นพาหนะให้กับบ้านสกุลใหญ่ทั้งหลายที่อยู่ข้างล่างระส่ำระสายรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นมือไม้อ่อน
ไม่ว่าจะเป็นอสูรวัวหลังเหล็กของบ้านสกุลไป๋อสูรหมีศิลาร้าวของบ้านสกุลอั้น อสูรหมาป่าขนทองของบ้านสกุลฉิน อาชาพายุหิมะของกองทัพจังหวัดหลิวอวิ๋นและม้าเหงื่อโลหิตของบ้านสกุลตู้ต่างก้มหมอบให้กับอสูรพยัคฆ์บินได้ตัวนี้
อสูรพาหนะทั้งหลายหมอบให้พร้อมกับกลัวจนตัวสั่นขณะนั้นเองทำให้ผู้คนเองก็ตื่นตกใจระส่ำระสายมีบางคนเซตกจากหลังของพวกอสูรพาหนะเพราะไม่ทันเกาะไว้ให้มั่น
อั้นหงรีบหยุดฝีเท้าหากเขาไม่ถอยหลังและดึงดันที่จะโจมตีตู้เซ่าฝู่ต่อเขาก็คงถูกอสูรยักษ์ที่น่ากลัวตัวนี้เขมือบเข้าปากกลืนลงท้อง
อสูรพยัคฆ์ตนนี้มีพลังปราณของอสูรที่อยู่ในระดับขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานเลยทีเดียวนี่เองทำให้เขาต้องรีบถอยหลังไปอย่างไว
“แกว่ก!”
อั้นหงรีบกระตุ้นชีพจรลมปราณในทันใดมีอักษรยันต์จำนวนมากไหวเวียนรอบกาย เรียงตัวจนเกิดเป็นร่างเงาของอสูรอินทรีสายฟ้าตัวหนึ่งมีพลังปราณที่ผสมพลังสายฟ้าแผ่ออกร่างเงาตัวนี้กระโจนเข้าไปหาอสูรพยัคฆ์อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด
“โฮก!”
อสูรพยัคฆ์ยินได้คำรามแผดเสียงมันกระพือปีกอันทรงพลังของมันอย่างแรงจนเกิดคลื่นลมพายุบริเวณนั้นจากนั้นมันก็กระโจนเข้าไปตะปบร่างเงาของอสูรอินทรีสายฟ้า
“ฟึบ”
ทั้งสองปะทะกันไม่ได้เกิดเสียงปะทะรุนแรงอะไร แต่เห็นเป็นสายฟ้าแลบหลายเส้นกรงเล็บของอสูรพยัคฆ์ไม่เกรงกลัวสายฟ้าแต่อย่างใด มันตวัดอุ้งเท้าใส่ปีกของอสูรอินทรีสายฟ้าทำให้ร่างเงาของอสูรอินทรีแผ่คลื่นแสงไฟฟ้าเข้มข้นสีขาวออกมา อสูรอินทรีร้องแกว่กๆออกมาไม่ขาดสาย
“ตึงๆ!”
เมื่ออสูรอินทรีสายฟ้าได้รับบาดเจ็บร่างของอั้นหงเองก็กระเด็นเซถอยหลังไปเช่นกัน ทุกก้าวที่เท้าสัมผัสพื้นหินแผ่นหินก็แตกเป็นวงรอบรอยเท้า สีหน้าเย็นชาของอั้นหงกลายเป็นสีหน้าตกใจในทันใด
“โฮก!”
อสูรพยัคฆ์ร่างยักษ์บินได้ตัวนั้นพุ่งเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่ทุกคนเห็นกันชัดเจนดีนี่คืออสูรพยัคฆ์ครึ่งกิเลนที่มีอักษรจีนหวังที่แปลว่าราชาสลักอยู่บนกายมันด้านหลังมีปีกใหญ่คู่หนึ่ง มันมีความดุร้ายเกรี้ยวกราดพลังของมันสูงมากจนน่าสะพรึงกลัว!