หนิงหลง : เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นกู้จักรวาล (กำลัง Rewrite)

    ตอนที่ 44 ถ้าหนทางมันง่ายดายปานนั้น สรวงสวรรค์คงเศร้าโศกา

    "เช่นนั้นแล้ว ยายเฒ่าพันปีนั่นก็อ่อนแอกว่าพวกท่านอยู่หนึ่งส่วน" เย่ฉุ่ยเหยาพูดออกมาด้วยใบหน้าที่แฝงรอยยิ้มเย้ยหยัน



    "ไม่ถูก ต่างคนต่างวิถี เรื่องนี้ไม่สามารถใช้ระดับขั้นตัวเลขเป็นมาตรฐานได้" เจียงไท่กงกล่าวว่า "เส้นทางที่ขึ้นเป็นจอมจักรพรรดินั้นมีความโหดร้ายทารุณยิ่งนักตลอดมา ล้วนแล้วแต่ถูกปูลาดด้วยกองกระดูกจำนวนนับไม่ถ้วน คนคนหนึ่งได้เป็นจอมจักรพรรดิ จำเป็นต้องอาศัยกองกระดูกของศัตรูผู้แข็งแกร่งนับสิบล้านมาปูลาดให้เป็นทาง หนึ่งเดียวประสบผลสำเร็จ หมื่นกลายเป็นกระดูกแห้งกรัง!"



    "สิ่งเหล่านี้แตกต่างไปจากระบบของพวกเราอย่างสิ้นเชิง" ฟู่เยว่เทียนอดไม่ได้ที่จะถอดถอนหายใจ



    อย่างที่ทราบกันดีกว่าในสิบแดนนั้น ผู้ที่ก้าวเดินบนเส้นทางราชันเฉกเช่นฟู่เทียนซาฮ่องเต้ผู้ปกครองราชวงศ์เจิ้ง แม้ว่าจะอยู่ระดับขั้นเดียวกับฟู่เยว่เทียน เขาก็ยังไม่สามารถสู้พี่สาวของตนได้ ฟู่เยว่เทียนอาจจะเป็นเชื้อพระวงศ์มีอำนาจวิถีราชันแต่กำเนิด ทว่าฟู่เยว่เทียนนั่นได้ก้าวเดินบนเส้นทางยุทธ์บนเส้นทางแบบดั้งเดิมของตระกูลฟู่ (ชาวไซย่า) อาศัยการสู้ศึกชี้ขาดมาขัดเกลาสัจธรรมของตน มิใช่บำเพ็ญวาสนา สะสมบารมีชื่อเสียง



    คำกล่าวของเจียงไท่กงนับว่าเป็นการเปิดโลกทัศน์แนวทางใหม่อย่างสิ้นเชิง ผู้ที่ก้าวเดินบนเส้นทางราชันที่แท้จริงย่อมไม่ใช่พวกกระจอกงอกง่อยจอมปลอมแบบผู้คนในสิบแดนแน่นอน



    "โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่สามารถกลายเป็นจอมจักรพรรดิล้วนแล้วแต่เริ่มต้นที่สามบัลลังก์ขึ้นไป พวกเขามีโอกาสสืบทอดบัลลังก์จากสวรรค์เพียงแค่สามครั้งในชีวิตเท่านั้น ถ้าหากมีหนึ่งหรือสองบัลลังก์ เป็นการบ่งบอกว่าพรรสวรรค์และชาติกำเนิดของเขาย่ำแย่มาก อีกทั้งพวกเขาก็ได้พลาดโอกาสสืบทองบัลลังก์ไปแล้วหนึ่งครั้งและหรืออาจจะเป็นสอง"



    เจียงไท่กงนึกย้อนศึกกับจอมจักรพรรดิในอดีต และกล่าวว่า "แม้ว่าข้าจะมีสิบเอ็ดลัคนา แต่ข้ามีความมั่นใจในการสู้กับจอมจักรพรรดิที่มีสี่บัลลังก์เท่านั้น แน่นอนนี่เป็นเพียงทฤษฎี ต่อให้เป็นจอมจักรพรรดิสี่บัลลังก์ก็มีการแบ่งเป็นแข็งแกร่งอ่อนด้อย อาวุธต่างกัน สายเลือดต่างกัน สัจธรรมที่ต่างกัน ผลที่ได้ก็จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแล้ว"



    "ว่ากันด้วยกรณีของจักรพรรดิอมตะอิ๋งเจิ้งก็แล้วกัน แม้ว่าเขาจะมีหนึ่งบัลลังก์ แต่ว่าพรสวรรค์ของเขาถึงขั้นที่แทบจะไม่มีใครเทียบเทียมได้แล้ว เขตแดนราชันที่ไร้เปรียบบวกกับกระบี่โกวเจี้ยนที่อยู่ในมือของเขาคือยุทธภัณฑ์จอมราชัน เกรงว่าพลังที่แท้จริงของเขามีโอกาสในระดับหนึ่งที่จะต่อกรกับจอมจักรพรรดิสี่บัลลังก์ได้กระมัง"



    "เนื่องจากพรสวรรค์ของเขาสูงมากเกินไป สุดยอดเคล็ดวิชาในโลกหล้าจำนวนมากเขาแค่ครุ่นคิดพิจารณาครู่หนึ่งก็สามารถทำลายได้ สามารถโจมตีใส่จุดอ่อนของเคล็ดวิชานั้นๆ และโจมตีครั้งเดียวถึงจุดตายได้ ได้ยินมาว่ามีจอมทิพย์ต้องตายลงด้วยน้ำมือของเขาเป็นจำนวนมาก แม้แต่ปราชญ์เทพก็ไม่น้อย"



    ครั้นเจียงไท่กงกล่าวมาถึงตรงนี้แล้วกล่าวพลางถอนหายใจว่า "ยามที่เขาได้สืบทอดบัลลังก์เป็นจอมจักรพรรดิ ด้วยสุดยอดพรสวรรค์นี้แหละ ทำให้โอกาสในครั้งแรกสืบทอดได้มากถึงห้าบัลลังก์ น่าเสียดายที่เขามีชาติกำเนิดมาจากสิบแดน ไร้ซึ่งผู้พิทักษ์คุ้มครอง ถึงแม้ขั้นตอนการสืบทอดบัลลังก์จะถูกขัดขวางจนเกือบจะทำให้พลาดโอกาสไปหนึ่งครั้ง ทว่าเขายังสามารถฝืนชะตาสืบทอดมาได้หนึ่งบัลลังก์"



    "อิ๋งเจิ้ง? จิ๋นซีฮ่องเต้?" ฟู่เยว่เทียนขมวดคิ้วเรียวอนงค์ด้วยความสงสัย



    เจียงไท่กงพยักหน้ารับ และกล่าวว่า "ปฐมจักรพรรดิผู้รวมแผ่นดินหัวเซี่ยเป็นหนึ่ง จิ๋นซีฮ่องเต้คนนั้นแหละ"



    "ไม่ว่าจะอหังการเทียมฟ้าหรือมากล้นด้วยพรสวรรค์เพียงใด สุดท้ายจอมจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังเล็กกว่าโลง" เย่ฉุ่ยเหยายิ้มเย้ยหยัน กล่าวด้วยท่าทีไม่แยแสว่า "สุดท้ายแล้วจอมจักรพรรดิพระองค์นี้ก็ถูกบรรดาตาเฒ่าบ้านเจ้าตรึงสังหารบนบัลลังก์ไม่ใช่รึ?"



    "ถึงแม้ว่าจอมจักรพรรดิพระองค์นี้จะถูกสะกดพลังไว้ที่ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ แต่ก็ใช่ว่าเป็นตัวตนที่ระดับปรมาจารย์ยุทธ์ทั่วไปจะเทียบเคียงได้" ฟู่เยว่เทียนยิ้มแต้กล่าวขึ้นมา "ทว่าเจี่ยกงกงเองก็เป็นยอดฝีมือระดับจอมทิพย์ที่ถูกสะกดพลังไว้เช่นเดียวกัน ถ้าพวกเขาทั้งสองไม่ได้ถูกสะกดพลังเอาไว้ แน่นอนว่าเจี่ยกงกงย่อมมิใช่คู่มือแน่นอน"



    "ผู้เลือกวิถีมนุษย์จะไม่ก้าวไปไกลกว่าผู้อื่นรึ?" พญามารฉู่เทียนหนึ่งในเจ็ดสิบสองบรรพบุรุษนิกายมารขมวดคิ้วสงสัย "แบบนี้แล้วจะเลือกวิถีสวรรค์เพื่อกลายเป็นจอมเทพกันไปทำไม? ไม่สู้เลือกวิถีมนุษย์กลายเป็นจอมจักรพรรดิไปเลยดีกว่า"



    "ถ้าหนทางมันง่ายดายปานนั้น สรวงสวรรค์คงเศร้าโศกา" เจียงไท่กงถอดทอนหายใจ กล่าวน้ำเสียงจนด้วยเกล้าว่า "การเป็นจอมเทพนั้น ไม่ว่าจะหมูหมากาไก่ก็เป็นจอมเทพได้ เพียงแค่ไต่มาถึงระดับเทพยุทธ์และมีประสบการณ์ชีวิต เข้าใจในหลักสัจธรรมมากพอในระดับหนึ่ง พอถึงเวลาที่พร้อมก็ปิดด่านกักตัวพิสูจน์เต๋าเพื่อเบิกลัคนากลายเป็นจอมเทพ"



    "ถ้าจิ๋นซีฮ่องเต้ในยามที่กำลังสืบทอดบัลลังก์เป็นจอมจักรพรรดิยังถูกขัดขวาง เจ้าวังคะนึงหาที่มีชาติกำเนิดจากสิบแดนเช่นเดียวกัน นางสามารถขึ้นเป็นจอมจักรพรรดินีเก้าบัลลังก์ได้อย่างไร?" พญามารฉู่เทียนกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย



    จะอย่างไรก็ดีพระราชวังคะนึงหาได้ก่อตั้งและดำรงสืบเชื้อสายแต่เดิมมาจากสิบแดน ต่อให้จะแกร่งกล้าเพียงใดอย่างมากที่สุดก็มีแค่ปรมาจารย์ยุทธ์หนุนหลัง แม้ว่าเวลานั้นเจียงไท่กงและหรือเจี่ยกงกงที่ได้กลายเป็นระดับจอมเทพออกหน้าให้ แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขาทั้งคู่ก็เป็นแค่จอมเทพตัวเล็กๆ เพียงสองคนเท่านั้น พวกเขาทั้งคู่จะไปต้านบรรดาพี่ใหญ่ตัวตึง มาเฟียรุ่นใหญ่รุ่นโต๋ระดับหัวเรือจำนวนนับร้อยนับพันได้อย่างไรกันเล่า



    "ภูมิหลังของนางดันไม่ง่ายเนี่ยสิ ไม่นึกเลยว่านังหนูคนนี้จะมีสายเลือดเป็นชนรุ่นหลังของมหาเทพองค์หนึ่งจากเก้าชั้นฟ้า" เจียงไท่กงได้หยุดนิดหนึ่ง จากนั้นได้กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เคารพยิ่งว่า "ทันทีที่มหาเทพองค์นี้ได้รับรู้ว่าลูกหลานของตนกำลังจะสืบทอดบัลลังก์กลายเป็นจอมจักรพรรดิ มหาเทพองค์นี้จึงได้ออกหน้าเป็นผู้พิทักษ์ด้วยตนเอง เมื่อบรรดาจอมเทพและจอมจักรพรรดิได้รู้ข่าว ระดับจอมเทพได้แต่พากันถอยกรูดไปแสนลี้ ทางฝั่งจอมจักรพรรดิเองก็ต้องไว้หน้าถึงเจ็ดส่วนยอมรามือไปแต่โดยดี"



    "มหาเทพ?" พญามารฉู่เทียนถึงกับตกใจพูดขึ้นมาว่า "จอมเทพสิบสองลัคนายอดเยี่ยมถึงปานนั้นเชียวรึ?"



    "มหาเทพเย่เทียน จอมเทพสิบสองลัคนาลำดับที่สามของหมื่นโลกา และเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราเก้าชั้นฟ้าสิบแดนดิน!" เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ เจียงไท่กงถึงกับดูมีกำลังวังชาขึ้น เลือดอุ่นในกายเดือดพล่าน และกล่าวว่า "ยามออกศึกได้เข่นฆ่าจอมจักรพรรดิจนเลือดไหลเป็นทาง และสามารถสู้ศึกกับจอมจักรพรรดิสิบสองบัลลังก์ได้ซึ่งหน้าไม่เพลี่ยงพล้ำหรือเสียเปรียบแต่อย่างใด"



    เลือดในกายของเหล่าสมาชิกนิกายมารเดือดพล่าน เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ ระดับอาวุโสคนหนึ่งจึงกล่าวขึ้นมาว่า "จอมเทพสิบสองลัคนาจะฝืนลิขิตสวรรค์เกินไปแล้วกระมัง ปราชญ์เทพที่ห่างกันเพียงขั้นเดียวยังสู้แทบรากเลือดกับจอมจักรพรรดิสี่บัลลังก์ แต่นี่ถึงกับก้าวกระโดดไปรับมือจอมจักรพรรดิสิบสองบัลลังก์ได้ซึ่งหน้า จะปราศจากผู้ต่อกรเกินไปแล้ว!"



    เป็นความจริงที่มหาเทพเย่เทียนนั้นปราศจากผู้ต่อกร และไม่ใช่เพียงแค่มหาเทพเย่เทียนเท่านั้น แต่บรรดาจอมเทพสิบสองลัคนาทุกองค์ก็เป็นเช่นเดียวกันหมด ต่ำกว่าจอมจักรพรรดิสิบสองบัลลังก์นับว่าไม่คู่ควรกับพวกเขาอีกต่อ



    เก้าชั้นฟ้าสิบแดนดินสามารถมีหน้ามีตาจากทั่วทั้งหมื่นโลกาได้ ต้องยกให้มหาเทพเย่เทียนเลย มีครั้งหนึ่ง มหาเทพเย่เทียนเคยเป็นผู้ที่ต่อสู้กับผู้ยิ่งใหญ่จากมหาพิภพเบื้องบนมาก่อน ทั้งยังคงมีชีวิตอยู่มาได้ ย่อมสามารถจินตนาการได้ว่ามหาเทพเย่เทียนนั้นมีความแข็งแกร่งเพียงใดแล้ว



    "ด้วยสายเลือดที่ยอดเยี่ยมบวกกับพรสวรรค์ ครั้งแรกก็สืบทอดได้สี่บัลลังก์ และยังมีผู้สนับสนุนรายใหญ่เป็นถึงระดับมหาเทพ จึงทำให้นางกล้าที่จะเสี่ยงแบกรับเจตจำนงสืบทอดทีเดียวห้าบัลลังก์!" เจียงไท่กงมองไปยังทิศทางสถานที่ตั้งของพระราชวังคะนึงหา กล่าวขึ้นมาช้าๆ ว่า "ด้วยพรสวรรค์ดั้งเดิมของนาง การจะสืบทอดสี่บัลลังก์ตลอดทั้งสามครั้งเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ห้าบัลลังก์ในครั้งแรกนับว่าเป็นการเสี่ยงโชคมากเกินไป ครั้งที่สองนางจึงยอมถอยหนึ่งก้าว เลือกสืบทอดเพียงสี่บัลลังก์ตามขีดจำกัดดั้งเดิม ถ้าไม่ใช่เพราะเวลาหนึ่งหมื่นปีในมิติกลางหมดลงเสียก่อน พวกเราอาจจะได้เห็นการขึ้นครองราชย์ของจอมจักรพรรดิสิบสองบัลลังก์ลำดับที่ห้า!"

    คล้ายกับเรื่องหนิงหลง : เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นกู้จักรวาล (กำลัง Rewrite) ที่คุณอ่าน