เมื่อควันสีม่วงเริ่มจะจางหายไป........
“เธอคือ...? “นินยังไม่ทันจะถามจบหุ่นยนต์ตัวนั้นก็เดินเข้ามาหาเขา “ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคุยรีบไปกันเถอะ”
พูดจบเธอก็เดินมุ่งหน้าลงจากสะพาน “เอ้า...ลุกขึ้นมาได้แล้ว จะนั่งอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิตหรือไง?”
ด้วยรู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะโต้เถียงนินค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน “นั่นซินะครับ” คงเพราะเจอเื่เหนือจินตนาการมาตลอดทั้งคืน
ทำให้ตอนนี้เขารู้สึกชาไปทั้งตัวเริ่มไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าตอนนี้จะพูดคุยกับหุ่นยนต์อยู่เขาก็ยังมีท่าทีเรียบเฉย
เขายังอดไม่ได้ที่จะสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น เขามองไปที่หุ่นยนต์สาวซึ่งดูเหมือนจะจมอยู่ในความคิดเช่นกัน “นี่คือความฝันหรือความจริงกันแน่ครับ?” เสียงเขาสั่นเล็กน้อย
หุ่นยนต์สาวหยุดเดิน....... “ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน” ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่มีคำพูดใดๆ อีก นินเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็ทรุดตัวลง “เอ๊ะ...เกิดอะไรขึ้น?” เขาพยามยันตัวลุกขึ้นแต่ไม่สำเร็จ
เขาพยายามต่อสู้กับมัน แต่เรี่ยวแรงของเขาก็หมดลงอย่างรวดเร็วสติเขาจางหายไป
นินรู้สึกว่าตัวเองล่องลอยอยู่ในทะเลแห่งความมืด เขาพยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้น
สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือเดินบนสะพานกับหุ่นยนต์สีเงินมันช่วยเขาไว้จากสัตว์ประหลาด
ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไรต่อ เขาก็หมดสติไปเสียก่อน
นินได้ยินเสียงเหมือนใครบางคนเรียก แต่ไม่ใช่เรียกเขา เรียกผู้หญิงคนนึง......
“ริเวีย ได้ยินแม่ไหม ริเวีย ตื่นสิ...ริเวียตื่นได้แล้วลูก” เด็กสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นและเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยยิ้มให้เธอ
ภาพสะท้อนในแววตาของเธอคือผู้หญิงสวยท่าทางใจดีกำลังเอามือปัดเส้นผมสีเงินออกจากหน้าผากของเด็กสาว
อย่างอ่อนโยน ความทรงจำพรั่งพรูเข้ามาในจิตใจของริเวีย “แม่.......แม่คะ” .......ภาพนั้นค่อยๆ มืดดับลง
...............................................................
“ริเวีย........นี่ริเวีย.......เราควรพักก่อนดีมั๊ย?” ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน เคราสีเงินเป็ประกายกับแสงแดด
ควงดาบไม้ในมืออย่างชำนาญ เขาพูดอย่างเป็กังวล “ค่อยๆ ฝึกดีกว่ามั๊ยลูก รีบร้อนจะาเ็เอานะ”
ชายคนนั้นค่อยๆ ยื่นมือมาหาเธอ “พ่อ....พ่อคะ” ริเวียพยายามจับมือของเขา แต่ภาพกลับเริ่มจางหายไป
เธอจมดิ่งลงสู่ความโกลาหลในปราสาทของเธอ เสียงดาบกระทบกันตึกรามบ้านช่องรอบตัวเธอมีเปลวไฟลุกไหม้
“ริเวีย! รีบหนีเร็ว!” มีคนะโ ริเวียเห็นความพินาศของบ้านเธอ เสียงกรีดร้องกลิ่นคาวเื และกองซากศพ
ควันไฟที่ถาโถมเข้ามากลุ่มชายสวมชุดเกราะเดินอย่างเร่งรีบมาที่เธอ “เ้าหญิงริเวีย” เราต้องไปแล้ว”
ชายสวมชุดเกราะคนหนึ่งพูดและนำเธอออกจากซากปรักหักพังที่กำลังลุกไหม้
ผู้หญิงที่เคยปลุกเธอในตอนเช้า อย่างอ่อนโยน ตอนนี้มีสภาพเหมือนดอกไม้ที่ถูกกระชากกลีบดอกออกไป
ชายคนที่ฝึกฝนเธอและเป็ห่วงเธอเสมอมา ดูไม่ต่างอะไรกับกระป๋องที่ถูกทุบจนบี้แบน
ริเวียรู้สึกถึงความโกรธและความเศร้าโศกที่พลุ่งพล่าน และเธอก็กรีดร้องออกมาด้วยความโกรธ
“ไม่! ไม่!เธอกรีดร้องอย่างสุดเสียง.............ภาพนั้นค่อยๆ มืดดับลง
...............................................................
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นมา “ริเวีย แห่งพากานอส บุตรีแห่ง คิงรามอส ไม่มีสิ่งใดที่เ้าจะทำได้อีกแล้ว”
หญิงสาวผมสีเงินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เธอตื่นขึ้นด้วยความเหนื่อยหอบและเม็ดเหงื่อผุดออกมาเต็มใบหน้า
เธอมองไปรอบๆ และพบว่าเธออยู่ในห้องเล็กๆ ที่มีแสงสลัวๆ
สภาพของเธอในตอนนี้ดูคล้ายผ้าขี้ริ้วที่ใช้งานมานานจนเลอะเทอะและขาดวิ่น
เธอถูกพันธนาการโดยฝังแขนและขาส่วนหนึ่งไว้กับกำแพง เธอดูมีสภาพที่อิดโรยมาก
ชายชุดดำเ้าของเสียงทุ้มต่ำที่ดูเหมือนจะเป็ผู้กุมชะตากรรมของเธอไว้เดินไปที่กลางห้อง
ในมือถือสิ่งที่คล้ายหอก เขากำลังจะนำมันไปที่บนแท่นบูชาที่ทำจากวัสดุแปลกประหลาดคล้ายศิลาสีม่วงเข้ม
“อ๊าาากกก” หญิงสาวพยามกระชากตัวเองออกจากพันธนาการ ในแววตาเธอเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
“อ๊าาาาา” เธอกัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นเป็แนว เธอมุ่งมั่นที่จะหลุดออกไปให้ได้
ชายชุดดำแทงหอกลงไปบนแท่นบูชาแล้วหันมายิ้มนิดๆ ให้เธอ จากนั้นทุกอย่างก็สว่างจ้า
เธอรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานที่พุ่งเข้ามาแรงกดมหาศาลที่กดทับตัวเธอ
ร่างกายค่อยๆ หลุดปลิวออกไปทีละนิด......ทีละนิด...............แล้วทุกอย่างก็มืดดับลง
...................................................
ริเวียรู้สึกว่าตัวเองล่องลอยอยู่ในความมืดที่เวิ้งว๊าง
ติ๊ง.............................เสียงหยดน้ำ กระทบกับบางสิ่ง และแตกกระจายออกเป็คลื่นน้ำ
ใจกลางของวงคลื่นนั้น ริเวียสาวน้อยผมสีเงิน....เธอนอนขดตัวอยู่คนเดียวท่าทางคล้ายทารกอยู่ในครรภ์มารดา
“นานแค่ไหนแล้วนะที่ฉันอยู่ตรงนี้” หญิงสาวคิดกับตัวเอง รอบตัวเธอเต็มไปด้วยหมู่ดาว กลุ่มกาแลคซี่มากมาย
แสงสีของกลุ่มก๊าซในห้วงอวกาศ ช่างเป็ภาพที่น่าอัศจรรย์มากแต่ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สนใจกับความสวยงามรอบๆ ตัวเธอเลย
ดวงตาของเธอเหม่อลอย ไม่รับรู้สิ่งใดๆ “นี่ฉันยังมีชัวิตอยู่รึเปล่า? “ “นี่คือโลกหลังความตายเหรอ?”
“อือ.....ช่างมันเถอะ....ง่วงจังเลย” ริเวียหาวออกมา และหลับตาลงทำท่าเตรียมจะเข้านอน
น้ำตาของเธอไหลออกมา จะว่าไหลก็ไม่ถูกนักเพราะตอนนี้หยดน้ำค่อยๆ ลอยออกมาจากหางตาของเธอ
มีแสงสีน้ำเงินสว่างจ้าปรากฏออกมา ถึงแม้จะหลับตาอยู่ แต่แสงนั้นแทบจะทะลุเข้าั์ตา,นัยนาของเธอทั้งหมด
เธอลืมตาขึ้นแล้วมองไปที่จุดกำเนิดแสงสีน้ำเงินนั้น
“ดาวสีน้ำเงินดวงนั้นไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อไป ก็เกิดแรงเหวี่ยงขึ้นอย่างแรง
“อ๊ะ......นี่มัน.........” แรงเหวี่ยงนั้น รุนแรงขึ้น.............. แรงขึ้น............ แรงขึ้น..แรงขึ้น
ตอนนี้เธอหมุนรอบดาวสีน้ำเงินดวงนั้นด้วยความเร็วมหาศาล “อ๊า.........” เธอพุ่งลงไปที่ดาวนั้นอย่างรวดเร็ว
ความทรงจำในอดีตของเธอผุดขึ้นมามากมาย สลับกันไปมาอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้น...เธอก็เห็นความทรงจำของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
!! คนโกหก? !! คนขี้แพ้? !! เมามายไม่ทำงาน? !! เอ๊ย....ทำไมมันดูแต่รูปผู้หญิงไม่ใส่เสื้อผ้า?
“อี๊.........ทำไมไอ้คนนี้มันน่าขยะแขยงแบบนี้เนี่ย?” เธอคิดกับตัวเองในใจ
เปรี้ยงงงงงง......ริเวียรู้สึกว่าเธอถูกเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศพร้อมกับเสียงะเิดังสนั่น
จากนั้นก็รู้สึกเหมือนตกลงไปในหลุม มีเสียงผู้ชายที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น “อู๊ยยยยย........เจ็บ”
“เมื่อกี้มันอะไรกัน” ความทรงจำของใคร?
ตอนนี้เธอเห็นทุกอย่างผ่านดวงตาของชายคนนั้น และเสียงที่เขาพูดก็เหมือนเสียงที่มาจากตัวเธอเอง
.....................................................................................................................................................
นินค่อยๆ ได้สติกลับมาเขาพยายามลุกขึ้นนั่งสูดหายใจเข้าลึกๆ
เขายังอยู่บนสะพานพระรามแปด พระอาทิตย์กำลังขึ้นส่องแสงสีทองอ่อนๆ เหนือแม่น้ำเ้าพระยาเบื้องล่าง
เขาพยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือเหมือนไปอยู่ในความทรงจำของใครสักคน
หลังจากนั้นทุกอย่างก็พร่ามัว เขามองไปรอบ ๆ ด้วยความงุนงงสงสัย หุ่นยนต์สีเงินยืนจ้องหน้าเขาเงียบๆ
นินยันตัวขึ้นอีกครั้งคราวนี้เขาสามารถลุกขึ้นยืนได้แม้ว่าจะไม่มั่นคงก็ตาม เขาหันไปพูดกับหุ่นยนต์สาว
ด้วยเสียงที่แสดงความเสียใจ “ผมเสียใจกับเื่ครอบครัวคุณด้วยนะครับ เอ๊ย องค์หญิง อ่า”
เขาไม่รู้จะใช้สรรพนามว่าอะไรกับเธอดี หุ่นยนต์สาวชะงักกึกด้วยความสงสัยและสับสน เธอหันขวับไปที่นินทันที
“นายรู้เื่ของฉันได้ยังไง? รู้ได้ยังไงว่าฉันเป็ใคร? นายเป็ใครกันแน่บอกมานะ?” ท่าทางเธอดูคุกคามขึ้นมาทันที
นินพูดด้วยความรู้สึกเขินอาย “เอ่อ...ผมเห็นความทรงจำบางส่วนของคุณในความทรงจำของผมครับ.....คิดว่านะครับ
ส่วนผมรู้ได้อย่างไรว่าคุณเป็เ้าหญิง ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงมันเป็เพียงสิ่งที่ผมเห็น” หุ่นยนต์สาวดูนิ่งลง “ชั้นก็เห็นบางสิ่ง”
เธอยกมือจักรกลทั้งสองของตัวเองขึ้นมาดู “ฉันไม่ใช่เ้าหญิงอีกแล้วตอนนี้ฉันเป็ตัวอะไรฉันเองก็ยังไม่รู้เลย”
นินพยามจะชวนเธอคุยเพื่อให้เธอรู้สึกดีขึ้น งั้น..ชื่อ......ริเวียใช่มั๊ยครับ?”
เธอหันขวับมามองหน้านินแล้วพูดด้วยเสียงห้วนๆ “คุณริเวีย” นินสตันต์ไปสองวิทำหน้ามึนๆ ก่อนตอบว่า “โอเคครับคุณริเวีย”
นินตัดสินใจพยายามหาตัวช่วย เขาเดินไปที่ขอบสะพานพยามมองหาคนที่อาจช่วยได้
ขณะที่เดินค้นหาก็เห็นร้านสะดวกซื้อที่ตีนสะพานเขาอุทานออกมาน้ำเสียงบ่งบอกถึงความยินดี
“ผมขอไปซื้อน้ำดื่มหน่อยนะครับ คอแห้งเป็ผงแล้ว”
นินวิ่งนำหน้าไปที่ร้าน แล้วหันหน้ากลับมาถามริเวีย “เอาน้ำด้วยมั๊ยครับ?
ริเวียตอบด้วยเสียงเย็นๆ “ฉันไม่น่าจะกินอะไรได้นะ” นินคิดในใจกับตัวเอง “อ๊ะ......... เอ่อ....อืม นั่นสินะ “
เมื่อเขามาถึงร้านสะดวกซื้อ เขาสังเกตเห็นว่าประตูอัตโนมัติไม่อยู่ในที่ของมันแล้ว ผนังกระจกของร้านก็แตกเกือบหมดทุกบาน
ใกล้จะหกโมงเช้าแล้วแต่ฟ้าก็ยังไม่สว่างดีภายในร้านเกือบมืดสนิทมีหลอดไฟแค่บางดวงที่ยังใช้งานได้อยู่
ไฟตู้น้ำก็กะพริบติดๆ ดับๆ “โอ้โห....สภาพนี้ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเข้าไป” นินคิดกับตัวเอง
ริเวียเดินมาถึงข้างๆ ตัวนินพอดี “น้ำหล่ะ?” ริเวียถามขึ้นอย่างสงสัย นินหันไปมองหน้าริเวีย
“ไปหยิบสิจะได้ไปต่อ” ริเวียย้ำอีกที
เขาหันค่อยๆ หลังกลับไปที่ร้านเอามือกุมขมับตัวเองหนึ่งทีแล้วก็รีบเดินตรงไปที่ตู้น้ำ
นินเปิดประตูตู้ แล้วเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำ” หมับ!!......” เขาใเมื่อมีมือหนึ่งคว้าแขนเขาไว้แน่นจากในตู้น้ำ
“!? ........เฮ้ย” นินกระชากแขนออกมาอย่างแรง ทำให้หลุดออกมาได้สำเร็จ
เขาค่อยๆ .....มองเข้าไปในจุดที่มือโผล่ออกมา..... “!?” .....ว่างเปล่า....ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น......
“ยิ...ยิน...ดี......ต้อน....รับ............ซา...ลาเปา...........ขะ.ขะ.ขะ..หนม..จี..จีบ....มั๊ยคะ/ครับ?”
เสียงพนักงานสองคนดังประสานมาจากหน้าแคชเชียเก็บเงินเขาหันขวับไปมองทันที
มีเงาตะคุ่มๆ หลังเคาร์เตอร์แคชเชียเก็บเงิน เงาพวกนั้นมันขยับตัวแปลกๆ กระตุกไป กระตุกมา ซ้ายทีขวาที
“เหี้ยแระ” เขาค่อยๆ ก้าวเท้าถอยออกจากร้าน ในมือกำขวดน้ำไว้แน่น อีกมือล้วงกระเป๋ากางเกงหาเงิน
“!? ....พรึบ.....” หลอดไฟในร้านเกิดติดขึ้นพร้อมๆ กัน ทำให้ในตอนนี้ในร้านสว่างไสว มากพอที่จะเห็นอะไรๆ ได้อย่างชัดเจน
พนักงานคนนั้นมีสองหน้าในหัวเดียว มีแขนสามข้าง ที่หน้าอกมีหัวของตัวอะไรสักอย่างคล้ายปลาดุกแต่มีเกล็ด
นินค่อยๆ ถอยออกมาหนึ่งก้าว “ซา...ลาเปา...........” เสียงพนักงานโหยหวนขึ้นอีก
เขาถอยออกมาอีกสองก้าว “ขะ.ขะ.ขะ..หนม..จี..จีบ....” เสียงพนักงานดังขึ้นอีกนินจ้องไปที่พนักงานอย่างไม่ไว้ใจเขาสังเกตว่าเกล็ดของไอ้ตัวที่อยู่ตรงหน้าอกเริ่มแผ่ขยายกินพื้นที่ในร่างกายของพนักงานมากเรื่อยๆ
เขาก้าวขาออกมาแล้วเหยียบเข้ากับเศษกระจกที่พื้นเกิดเป็เสียงดังขึ้น “!? กร็อป......” เขาหันไปมองหน้าริเวีย
!!?? ปั้ง..............ประตูห้องเก็บของเปิดออก เ้าของมือที่จับแขนเขาในตู้น้ำพุ่งออกมาทันที
“หัวเป็หมา.....หน้าเป็คน.....??? “นี่มันอะไรกันเนี่ย?” นินล้วงเงินทั้งหมดออกมาจากกระเป๋ากางเกง
แล้วเขวี้ยงไปที่พนักงานคนนั้นพร้อมออกวิ่งทันที เพียงครู่เดียวเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าลืมริเวีย
พอเขาหันหลังไป ไอ้พนักงานที่อยู่ตรงเค้าเตอร์ใช้สามแขนสามขา ไต่ผนังอาคารพาณิชย์ไล่ตามหลังมา
ส่วนตัวที่หัวเป็หมาหน้าเป็คนก็วิ่งตามเขามาติดๆ
“เชี้ยยยยยย...............เอ้ยยยยย.................” “คุณริเวียครับบบบบ” นินะโออกมา
ไม่ทันสิ้นเสียงะโของเขาหุ่นยนต์สีเงินก็วิ่งมาตีคู่ทันที
......................................................................
เมื่อนินเห็นริเวียตามมาทันแล้ว เขารีบเปิดขวดน้ำในมือแล้วกระดกเข้าปากเพื่อดับความกระหาย “
อึ้กๆๆ” เขากลืนไปได้สามสี่อึก ก็พ่นน้ำส่วนหนึ่งออกมา “พรูดดดด” เขาเกือบจะสำลักน้ำ แต่เขาก็ยังวิ่งต่อไปไม่ยอมหยุด
อดรีนาลีนในร่างกายของเขาพุ่งสูงขึ้น....ตอนนี้เขาไม่คิดจะตายแล้ว!
“นี่มันเกิดเื่บ้าบอแบบนี้ได้ยังเนี่ย?” เขาเอาหลังมือปาดปากเช็ดน้ำส่วนเกินออกจากหน้า
“อยากรู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?” เขาคิดกับตัวเอง
เสียงโหยหวนเรียกให้ซื้อขนมจีบซาลาเปาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ลมหายใจร้อนๆ แผ่เข้ามาจากด้านหลัง ใกล้เข้ามาทุกทีๆ
“อ๊าก....” เขาพยามเร่งจังหวะฝีเท้าขึ้นอีก ไอ้เ้าพนักงานสามแขนสามขามันกำลังจะกระโจนตะครุบเขา
“!? ........งั๊บบบบบบบ........” ตุ๊กแกั์ พุ่งออกมาจากซอยงับพนักงานคนนั้นกลางอากาศ
จุดที่ตุ๊กแกมันะโพุ่งออกมาเฉียดหลังเขา ไปนิดเดียว “หวาาาาาาา....” เค้าร้องเสียงหลง
เขาะโพุ่งตัวไปข้างหน้า แล้วก็กลิ้งล้มลงกับพื้นถนนหลายตลบ
พนักงานที่หัวเหมือนหมาหยุดชะงักและหันไปมอง เ้าตุ๊กแกแว้งหัวกลับมางับ แล้วโยนมันขึ้นไปในอากาศ
เขารีบลุกขึ้นและวิ่งต่อไปทันที ริเวียวิ่งเข้ามาหาเขา “ให้ฉันจัดกา......” ริเวียพูดยังไม่จบเขาก็พูดสวนขึ้นมาทันที
“คุณริเวียครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ ริเวียหยุดพูดแล้วหันหน้ามาฟังเขา
“ผมคงวิ่งแบบนี้ไปได้อีกไม่นาน” น้ำเสียงฟังดูเหนื่อยหอบมากขึ้น “ผมรู้ว่าเราจะต้องไปทางไหน แต่ผมหมดแรงก่อนแน่ๆ”
ริเวียหันไปด้านหลังเห็นเ้าตุ๊กแกตัวนั้นจ้องมองมาที่พวกเค้าทั้งสองคน มันยกหัวเชิดหน้าขึ้นฟ้า
“ตั๊ก!!.........แก!!......” มันร้องเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งพื้นที่นั้น
ริเวียคว้าตัวเขาขึ้นพาดไหล่ทันที “ไปทางไหน?” เธอถามด้วยเสียงร้อนรน
“ทางนั้นเลยครับ” เขาชี้ไปยังถนนราชดำเนินนอกมุ่งไปยังแยกผ่านฟ้าลีลาส หุ่นต์สีเงินทุ่มพลังงานทั้งหมดในการวิ่ง
ทั้งสองคนพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าเ้าตุ๊กแกไล่ตามมา
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงแยกผ่านฟ้าลีลาส นินหอบหายใจ แฮกๆ ......อยู่บนไหล่ของริเวีย
“วิ่งต่อไปไอ้แท่งใหญ่ๆ สี่ห้าแท่งตรงนั้นนะครับ” เขาชี้ไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
“ตึงๆๆ .....ครืนน....โครมมม....ตึง.......” เสียงปูนจากอาคารถล่มดังก้องไปทั่ว เสียงต้นไม้ฉีกขาดหักโค่นไล่หลังมา
ตอนนี้เ้าตุ๊กแกกำลังไล่ตามพวกเขามาแล้ว
มันไต่ขึ้นไปเกาะอยู่บนป้อมมหากาฬ ส่งเสียงดังสนั่นดังขึ้นอีกครั้ง “!? .....ตั๊ก!!.........แก!!....”
ริเวียหันขวับไปมอง “ให้ฉันจัดการมันเอง” ริเวียกางแขนข้างนึงออก มีลิ่มสีเงินยาวประมาณหนึ่งฟุต
รูปร่างคล้ายปลายหอกสามเล่ม ปรากฏขึ้นมารอบๆ แขนเธอ
“อย่าพึ่งฆ่ามัน!!” เขาพูดห้ามเธอด้วยเสียงดังพอสมควร..........
“!? ......” ริเวียที่กำลังเงื้อแขนจะซัดหอกสีเงินใส่เ้าตุ๊กแกหยุดชะงักกึก
” ที่ขาของไอ้ตัวนั้นผมเห็นเหมือนเป็คน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ริเวียไม่พูดอะไรต่อเธอยังวิ่งต่อไป ตอนนี้ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว
เ้าตุ๊กแกตัวนั้นหันซ้ายแลขวา เหมือนมันมองหาอะไรบางอย่างอยู่หลังจากนั้นไม่นานมันก็จ้องมาที่นินและริเวีย
มันหรี่ตาลงเล็กน้อย “!?......พรึบบบ!....” โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าเ้าตุ๊กแกพุ่งตรงไปหาทั้งสองคนทันที”
ตอนนี้ทั้งสองคนวิ่งอยู่บนถนนราชดำเนินกลาง อีกไม่ไกลก็จะถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
!..เ้าตุ๊กแกใกล้เข้ามา...............ริเวียหันไปมองแล้วพูดขึ้น “ไม่ฆ่ามัน แล้วจะเอายังไง?”
อยู่ดีๆ นินบ่นพึมพำขึ้นมา” เราอาจตัดสินใจผิดได้....แล้ว...เราก็ต้องมานั่งเสียใจในภายหลังอีก”
ริเวียเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ค่อยดี เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็กังวล “จะทำยังไง? .......นายต้องเลือกแล้วนะ”
อาการโรคซึมเศร้าของนินกำเริบขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้เขาสับสนกับความคิด จนตัดสินใจอะไรไม่ได้ไปแล้ว
“นาย!......นี่!...........นิน!!!!.....” ริเวียะโเรียกนินดังขึ้น แต่เขาได้ยินเสียงริเวียเบาลงเรื่อยๆ ดวงตาเค้าค่อยๆ ปิดลง
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นในอากาศ “ตูมม.....เสียงของหนักๆ กระแทกพื้นดังสนั่น
ริเวียะโขึ้นไปบนเสาไฟส่องทางที่อยู่ข้างหน้าเธอเพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้แล้วหันหลังกลับไปมองที่ต้นเสียงนั้น
นินได้สติ เพราะเสียงดังนั้น เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ตอนนี้เ้าตุ๊กแกตัวนั้นดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ปอยู่บนพื้นถนน
มีรูปร่างที่คล้ายกับมนุษย์แต่ขนาดใหญ่กว่ามาก สิ่งนั้นเหมือนทำมาจากปูน ประดับด้วยแก้วหรือกระจก
มันกำลังทุบเ้าตุ๊กแกไม่ยั้งด้วยกระบองขนาดใหญ่มันฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่านินมองภาพตรงหน้าแล้วอุทานออกมา “ั์วัดแจ้ง?”
พอริเวียเห็นว่านินได้สติแล้วเธอก็ะโลงมาบนพื้นถนน ห่างจากตัวประหลาดสองตัวที่กำลังสู้กันพอสมควร
ริเวียพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจวางนินลงไปนั่ง “ไหวมั๊ยเนี่ยนายน่ะ?”
นินไม่ได้สนใจเสียงริเวียเขานั่งมองภาพเ้าตุ๊กแกโดนทุบจนหัวแบน มันค่อยๆ นิ่งแล้วก็ระเหิดเป็ควันสีม่วงไป
“โยมปลอดภัยดีรึ? ...............” เสียงดังขึ้นมาจากหลังม่านควันสีม่วง
ั์ตนนั้นค่อยๆ อุ้มภิกษุรูปหนึ่งขึ้นมา แล้วเดินเข้ามาหาทั้งสองคนช้าๆ
“ที่วัดของอาตมามีผู้รอดชีวิตอยู่กันหลายคน.................. ไปพักที่นั่นก่อนเถอะ” ภิกษุฆ์รูปนั้นยิ้มให้ทั้งสองคนอย่างมีเมตตา
.....................................................................................................................................................つづく