บทที่ 25 หลุดพ้นจากพื้นดิน
หนึ่งนาที สองนาที สามนาที…
ในชั่วพริบตา ห้านาทีก็ผ่านไป พายุทรายเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
โดรนลูกบอลอันเล็กมีความคมชัดของภาพหน้าจอดีที่สุดในโลก เหล่าผู้ชมสามารถมองเห็นเม็ดทรายทุกเม็ดได้อย่างชัดเจน กระทั่งรู้สึกได้ราวกับได้ััเอง
ราวกับว่าตัวเองก็อยู่ในพายุทรายนี้ด้วยเช่นกัน ทุก ๆ ครั้งที่เม็ดทรายแต่ละเม็ดกระทบเข้ากับกล้องก็เหมือนกระแทกเข้าหน้าตัวเองด้วย
สำหรับการตอบรับของเหตุการณ์นี้ แพลตฟอร์มไลฟ์สดของเฉียวซู่ทำให้เกิดการจัดการประชุมฉุกเฉินพิเศษขึ้น
“ปิดมันเดี๋ยวนี้!” ผู้นำระดับกลางคนหนึ่งพูดอย่างเคร่งเครียด “จะปล่อยให้ถ่ายทอดสดเหตุการณ์ประสบเคราะห์ของผู้พิทักษ์ทะเลทรายรึไง?”
ผู้นำอีกคนก็พูดขึ้นเช่นกัน “ใช่ ผลกระทบจากสิ่งนี้เลวร้ายสุด ๆ”
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับการปิดการไลฟ์สด
“เรตติงการถ่ายทอดสดของผู้พิทักษ์ทะเลทรายคนนี้สูงถึง 250,000 คน ทั้งไม่มีบอทสักตัว นี่ล้วนเป็คนจริง ๆ หากปิดการถ่ายทอดสดในเวลานี้ ผลกระทบที่ตามมาจะเป็ความเสียหายอย่างมากต่อแพลตฟอร์ม”
“ใช่ ในพื้นที่ไร้ผู้คนนั้นไม่มีสัญญาณ ผู้พิทักษ์ทะเลทรายคนนี้คงใช้โดรนที่ทันสมัยมากในการถ่ายทอดสด แต่ถึงแม้ว่าโดรนจะล้ำสมัยแค่ไหนก็ไม่สามารถรักษาสัญญาณในพายุทรายได้ตลอดหรอก พวกเราแค่รอให้มันตัดสัญญาณไปเองก็พอ”
คนกลุ่มนี้กลัวจะเกิดปัญหาหากปิดการออกอากาศ รู้จักกันในนามกลุ่มคน ‘ไม่ขอโดนหางเลข’
ด้วยความเห็นที่ไม่ตรงกัน ห้องประชุมจึงเกิดการโต้เถียงขึ้น
“พอได้แล้ว!” เสียงอันทรงอำนาจเสียงหนึ่งดังขึ้น และสายตาของทุกคนก็เพ่งไปที่ผู้นำใหญ่สุดที่นั่งตรงเก้าอี้แรกในห้องประชุม
ผมสีดอกเลาและใบหน้าที่จริงจัง เป็ผู้นำใหญ่สุดที่ทำให้ทั้งห้องหวาดผวาได้อย่างง่ายดาย
“ดูพวกคุณสิ ยังเหลือภาพลักษณ์ในการเป็ผู้นำอยู่ไหม?”
ท่านผู้นำใหญ่สุดคือสื่อมวลชนรุ่นเก่า เดิมเป็ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์เทศบาล หลังเกษียณอายุก็ถูกจ้างโดยเ้าของสถานีถ่ายทอดสดด้วยเงินเดือนสูง
เขาเป็คนใจดีมาก แต่เมื่อต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากตัวเขายังคงทำให้ผู้อื่นไม่กล้าแม้แต่จะทำอะไรซี้ซั้วมั่วซั่ว
สื่อมวลชนรุ่นเก่าล้วนมีความกล้าที่จะเป็ที่หนึ่งในโลก สิ่งที่พวกเขาสนใจใช่เพียงแค่เื่ผลประโยชน์ของบริษัทเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงหน้าที่ของตนในฐานะสื่อมวลชนอีกด้วย
“ในฐานะที่เป็สื่อมวลชนคนหนึ่ง ความจริงคือสิ่งที่พวกเราควรให้ความสนใจมากที่สุด ฮีโร่ผู้พิทักษ์ทะเลทรายกำลังต่อสู้กับธรรมชาติอยู่เบื้องหน้า แต่พวกคุณที่อยู่อย่างปลอดภัยกลับคิดแต่เื่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และมองข้ามคุณงามความดีของเขาไปอย่างนั้นเหรอ?”
“สหายทั้งหลาย ความจริงนั้นไม่ควรถูกฝังไว้ หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา เหล่ามวลชนที่ไม่รู้ความจริงจะชี้เป้ามาที่เราพร้อมก่นด่าสาปแช่ง”
ผู้นำเฒ่ามองคนเหล่านี้อย่างเศร้าสร้อย เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมคนหนุ่มสาวในทุกวันนี้ถึงได้วิตกกังวลจนไม่กล้าทำอะไรเลยขนาดนี้
สิทธิของประชาชนในการรับรู้เื่ราวต่าง ๆ คือสิ่งที่พวกเขาควรรักษาไว้มากที่สุด คนเหล่านี้ลืมไปแล้วหรือ?
และถ้าหากผู้พิทักษ์ทะเลทรายคนนี้ตายขึ้นมาจริง ๆ ใครจะเป็คนแบกรับความโกรธของประชาชน?
ทะเลทราย? ธรรมชาติ? พายุทราย? หรือผู้พิทักษ์ทะเลทราย?
ไม่ทั้งสิ้น พวกเขาก็มีแต่จะประจานแพลตฟอร์มช่องส่งสัญญาณที่ตัดการถ่ายทอดสดใน่เวลาสำคัญจนไม่เหลือสิ้นดีเท่านั้น
เมื่อเห็นผู้คนรอบตัวก้มหน้าลงด้วยความอับอาย ท่านผู้นำใหญ่สุดก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “เราไม่สามารถหยุดการถ่ายทอดสดกลางคันได้ พยายามเสริมการรับส่งสัญญาณอย่างเต็มที่ พวกคำแนะนำในห้องถ่ายทอดสดก็ไม่อนุญาตให้หยุด”
“การอุทิศของฮีโร่ผู้พิทักษ์ทะเลทรายจำเป็ต้องมีผู้ชม จะให้เขาเสียเืเสียเหงื่อแล้วยังต้องเสียน้ำตาอีกไม่ได้”
ทีมประชุมสลายตัว แผนกต่าง ๆ เริ่มดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยผู้นำในแต่ละแผนกต่างลงไปควบคุมด้วยตัวเอง
เหลือเพียงผู้นำใหญ่สุดที่นั่งอยู่ในห้องประชุม เขามองหน้าจอมือถือด้วยใบหน้าที่เหลือจะเชื่อ
“นี่มันอะไรกัน?” ท่านผู้นำใหญ่สบถในใจ “ฉันไม่ได้ดูผิดไปใช่ไหม เ้าเด็กคนนี้เป็ลูกชายของไอ้ตาเฒ่าเฉียวบ้าคนนั้นไม่ใช่เหรอ?”
“เหล่าเฉียวที่มีหน้าที่การงานใหญ่ขนาดนั้น จะยอมให้ลูกชายตัวเองมาเป็ผู้พิทักษ์ทะเลทรายเหรอ?”
“ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งหมดในจีนล้วนเกิดจากเหล่าเฉียว แต่เขาก็คือหนึ่งในตัวการสำคัญคนหนึ่ง…”
…
[ฉันไม่เห็นพี่ซู่เลย พี่ซู่ยังอยู่ดีใช่ไหม?]
[ฉันเพิ่งจะเข้ามา เกิดอะไรขึ้น? ทำไมคนกว่าแสนถึงได้มารวมตัวกันดูพายุทรายล่ะ?]
[อดทนไว้นะพี่ซู่ ฉันจะส่งของขวัญให้พี่ ฉันจะจ่ายเงินปลูกต้นไม้…]
[บอกได้คำเดียวว่าสถานการณ์เริ่มเลวร้ายลงไปทุกทีแล้ว ทั้งหน้าจอเต็มไปด้วยทรายสีเหลือง ภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะต่อต้านได้]
[อูฐสักตัวก็ยังมองไม่เห็น พี่ซู่ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?]
ห้องไลฟ์สดเกิดความวุ่นวายขึ้น บ้างส่งคอมเมนต์ภาวนาให้เฉียวซู่ปลอดภัย บ้างกำลังอธิบายสถานการณ์ให้ผู้ชมที่เข้ามาใหม่ และยังมีบางส่วนที่คอยดูเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ โดยไม่เข้ามาข้องแวะ
[ชาตินี้บำเพ็ญใจ] ส่งสุดยอดจรวดมาแล้ว และฝากข้อความ “พี่ซู่สู้ ๆ!”
[ชาเป่ย] ส่งเสือน่าเกรงขาม x 10 มาแล้ว และฝากข้อความ “เ้าของไลฟ์อดทนไว้ ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป!”
ใน่เวลาวิกฤต การให้ของขวัญได้เปิดช่องทางแสดงความมีน้ำใจที่หลั่งไหลมาอย่างมหาศาลของผู้ชมทันที
แม้ว่าการส่งของขวัญจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นได้
ของขวัญนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นติด ๆ กันในไลฟ์สดของเฉียวซู่ ในเวลาเพียงไม่กี่นาที เงินจากของขวัญในไลฟ์สดก็เพียงพอที่จะปลูกต้นไม้หลายร้อยต้นในทะเลทรายที่รกร้าง
ในระหว่างการอธิษฐานของผู้ชม พายุทรายก็กินเวลานานมาเกือบครึ่งชั่วโมง
โดรนลูกบอลเล็กยังคงยืนหยัดอยู่ สัญญาณการถ่ายทอดสดที่ได้รับการปรับปรุงโดยระบบนั้นแทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะถูกตัดไป เว้นแต่แพลตฟอร์มการถ่ายทอดสดที่โน่นจะหยุดรับสัญญาณ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ดวงอาทิตย์สีเหลืองสดใสก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ลมทรายเริ่มสงบลงอย่างช้า ๆ หลงเหลือเพียงร่องรอยของการโดนทำลาย
หลังจากถูกพายุทรายพัดพา ทะเลทรายก็กลับมาสู่ความเงียบงันอีกครั้ง ทะเลทรายไร้ที่สิ้นสุดถูกปกคลุมอย่างหนาแน่นด้วยร่องรอยคล้ายคลื่นและรูปปั้นทรายรูปทรงแปลก ๆ หลายสิบชิ้น
ภายใต้การจ้องมองอย่างวิตกกังวลของเหล่าผู้ชม หนึ่งใน ‘ประติมากรรมทราย’ ก็ยืนขึ้นมา ทรายที่อยู่บนนั้นทลายลงจนเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูซื่อบื้อ
[นั่นมันอูฐ!] คอมเมนต์หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจ
อูฐนั่นสะบัดทรายสีเหลืองออกจากตัว ยกคอเรียวยาวขึ้นสูง แล้วมองกล้องด้วยใบหน้าที่ไร้พิษภัย
ตามมาด้วยอูฐแต่ละตัวที่ลุกขึ้นจากทรายสีเหลือง ฟื้นคืนทะเลทรายอันเดียวดายให้กลับมามีชีวิต ปาฏิหาริย์แห่งชีวิตกำลังเบ่งบานอย่างเงียบงันในทะเลทรายอันไร้ที่สิ้นสุด
เหล่าผู้ชมกลั้นหายใจมองหาเงาร่างที่คุ้นเคยอย่างละเอียด
ในที่สุดก็มีฝ่ามือหนึ่งโผล่ออกมาจากทรายสีเหลือง
ฉากนี้คล้ายกับแอนิเมชันในตอนเปิดเกม ‘Plants vs. Zombies’*[1] อยู่หน่อย ๆ
หลังจากนั้น เงาร่างของสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่คล้ายมนุษย์ก็คลานออกมาจากใต้อูฐตัวหนึ่ง ก่อนจะสะบัดผมที่ปกคลุมไปด้วยทรายสีเหลืองอย่างแรง
สิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์โชว์ฟันขาวสองแถวให้กล้องเห็น “เฮ้อ... รอดแล้ว”
[สุดยอด พี่ซู่เยี่ยมสุด ๆ!]
[เชี่ย ยังรอดมาได้จริง ๆ ด้วย พี่ซู่ได้ไปทำความเคารพกับท่านยมบาลมาแล้วใช่ไหม?]
[ตึงจัด ๆ ยังรอดมาได้อีกวันหนึ่ง]
[มนุษย์ดินท่านนี้คือใครกัน? เอาพี่ซู่ของเราคืนมานะ]
[ฉันน้ำตาไหลแล้ว พี่ซู่ ยินดีต้อนรับกลับมานะ!]
หลังจากอดทนอยู่ในทรายสีเหลืองมานานกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเฉียวซู่ก็ใช้ความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขาเอาชนะต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติและรอดชีวิตมาได้โดยไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง!
[1]Plants vs. Zombies เป็เกมแนวป้องกันป้อมปราการที่ได้รับความนิยมมากทั่วโลก ผู้เล่นต้องปลูกพืชนานาชาติมาต่อสู้กับเหล่าซอมบี้ผู้หิวโหย