หญิงชราลืมตาขื้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงของเทียนฉิน นางมองเขาด้วยสายตาที่ยากจะอธิบายออกมาได้ แต่ความรู้สึกที่สัมผัสกลับอบอุ่นเหลือคณานับ
"เจ้าเดินเข้ามาใกล้ๆข้าสิ!"
เทียนฉินได้ยินดังนั้นก็ก้าวเดินเข้าไปหาหญิงชราอย่างไม่ลังเลใจ
"นั่งลง! แล้วทำสมาธิให้แน่วแน่อย่าวอกแวกเป็นอันขาด!"
"ข้าจะเริ่มถ่ายทอดสิ่งที่ข้าได้ค้นพบให้เจ้าอย่างเต็มที่!"หญิงชรากล่าวบอกออกมาพลางยื่นนิ้วมาแตะที่หน้าผากของเทียนฉินอย่างนุ่มนวล
ความรู้สึกของเขาในขณะนั้นดุจดั่งสายน้ำที่ไหลเย็นชุ่มช่ำไปทั่วทั้งร่างกาย กระแสข้อมูลความรู้ต่างไหลผ่านเข้าประทับลงในจิตวิญญาณของเขาโดยตรง
เทียนฉินปล่อยจิตวิญญาณของตนเองให้จมลงไปในกระแสแห่งความรู้ที่ถั่งโถมเข้ามาไม่ขาดสาย เขาไม่อาจทราบว่าวันเวลาได้ผ่านพ้นไปแล้วเนิ่นนานเพียงใด แต่ความรู้สึกกลับบอกเขาว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
ภาพความทรงจำและความรู้ความเข้าใจของหญิงชราผสานเข้ากับจิตสำนึกเทียนฉินอย่างช้าๆ กระแสต่างๆหล่อหลอมรวมเข้ากับจิตสำนึกของเขาก่อนจะไหลลงไปสู่จุดตันเถียนอย่างว่าง่าย
ความรู้สึกเย็นสบายแทรกซึมไปทุกอณูของร่างกาย ภายในจุดตันเถียนของเขาตอนนี้แก่นแท้ธาตุน้ำแผ่กระจายกลายเป็นทะเลสาบแห่งหนึ่ง แก่นแท้ธาตุไฟหมุนวนกลายเป็นดวงตะวันส่องแสงร้อนแรงอยู่บนทะเลสาบนั้น
แก่นแท้ธาตุไม้ที่อยู่ในจิตสำนึกของเขาพลันเกิดเป็นกลุ่มก้อนสีเขียวเปล่งประกายแวววับ กระแสความรู้ที่หญิงชราถ่ายทอดออกมาต่างพุ่งเข้าใส่กลุ่มก้อนสีเขียวนั้นอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานกลุ่มก้อนสีเขียนพลันแปรเปลี่ยนเป็นเมล็ดพันธุ์ชนิดหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะล่วงหล่นลับหายไปในทะเลสาบ
เมื่อเวลาผ่านไปเทียนฉินค่อยๆหลุดพ้นออกจากห้วงภวังค์ เคล็ดทักษะวิชาอันลึกล้ำบางอย่างตลอดจนความรู้ความเข้าใจทั้งมวลล้วนถูกประทับและหลอมรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณของเขา ซึ่งต่อให้เขาต้องการจะลืมเลือนก็ไม่อาจกระทำได้แล้ว
"ดินก่อกำเนิดร่างกาย ไม้ก่อกำเนิดจิตวิญญาณ ไฟก่อกำเนิดพลังงาน น้ำก่อกำเนิดเลือดเนื้อ ทองก่อกำเนิดกระดูก ห้าธาตุผสานก่อกำเนิดทุกสรรพสิ่ง"
เสียงสวดท่องเคล็ดทักษะวิชาดังต่อเนื่องเข้าโสตประสาทของเทียนฉินอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะค่อยๆเบาเสียงลงจนเงียบหายไป
เทียนฉินลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเขาได้กลับมาอยู่ในผืนป่าแห่งหนึ่ง กระท่อมทรุดโทรมหลังนั้นได้หายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ มีเพียงบันไดสีเหลืองที่ทอดยาวลงมาอยู่ตรงหน้าเพียงเท่านั้น
"ทักษะแก่นแท้เบญจธาตุ!"
เทียนฉินพึมพำอยู่ในใจก่อนสำรวจตนเองอย่างละเอียด เขาพบว่าร่างกายของเขาตอนนี้กระชุ่มกระชวยเป็นอย่างมาก ราวกลับได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังงานที่อยู่รอบตัว
"ช่างเป็นทักษะที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก หากข้าสามารถเข้าใจแก่นแท้ครบทั้งห้าธาตุได้ ร่างกายของข้าคงไม่อาจถูกทำลายได้อย่างง่ายดายแน่นอน"
"โชควาสนาของเจ้าช่างดียิ่งนัก"หลงยู่
หมิงกล่าวออกมาปลุกให้เทียนฉินตื่นจากภวังค์
"ใช่! นับว่าครั้งนี้ข้าได้รับโชควาสนาครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม นี่ขนาดเพิ่งผ่านมาแค่สามชั้นเขายังได้พบกับทักษะที่สุดยอดเช่นนี้ หากเขาผ่านด่านทั้งหมดของหอคอยอัคคี เขาจะไม่ได้รับความก้าวหน้ามากมายเช่นนั้นหรือ
"ทักษะที่หลอมรวมห้าธาตุเข้าด้วยกัน เป็นทักษะที่แม้แต่ข้าก็พึ่งจะได้พบเจอ ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าในหอคอยแห่งนี้จะมีทักษะที่มหัศจรรย์เช่นนี้อยู่ด้วย"หลงยู่หมิง
กล่าวออกมาอย่างตกใจในสิ่งที่ตนเองได้รู้มา
เทียนฉินไม่ได้ตอบอะไรหลงยู่หมิง เพียงแต่เขาคิดว่าหากเขาบอกหลงยู่หมิงให้ได้รู้ว่าเขาได้พบเจอกับนิมิตรบางอย่างจากตำราเล่มนี้ หลงยู่หมิงคงไม่มีวันเชื่อเขาเป็นแน่แท้
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสี่เทียนฉินก็พบว่าอุปสรรคของชั้นนี้ไม่ได้แตกต่างจากชั้นหนึ่งมากนัก เพราะสิ่งที่เขาเจอคือหุ่นที่ก่อร่างขึ้นมาจากดินนี่เอง หากสิ่งที่ไม่เหมือนกันนั่นก็คือ หุ่นดินของชั้นนี้ล้วนแล้วแต่มีพลังมากกว่าชั้นหนึ่งเท่านั้นเอง
เมื่อเวลาผ่านไปจนครบกำหนดของชั้นนี้ บันไดก็โผล่ลงมาอีกครั้ง เทียนฉินค้นพบว่าทักษะเบญจธาตุนี้มีประโยชน์อย่างมากในการต่อสู้ เพราะว่าในตอนนี้เขาบรรลุความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไม้ขั้นต้นแล้ว หากเขาผสานรวมเข้ากับทักษะเบญจธาตุมันจะช่วยฟื้นฟูร่างกายและพลังปราณที่เสียไปให้กับเขาอย่างรวดเร็ว
และเมื่อมาถึงชั้นที่ห้าของหอคอยปฐมอัคคี วิญญานปฐพีต่างเข้ามารุมล้อมเข้าใส่เทียนฉินอย่างต่อเนื่อง เขาไม่รอช้าขับเคลื่อนเปลวเพลิงทั้งสองสายเข้าฟาดฟันอย่างไม่เกรงกลัว ตอนนี้ความเข้าใจในทักษะดาบของเขาเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมาก หากว่าไม่มีอะไรผิดพลาดเขาน่าจะสำเร็จในขั้นผสานกายก่อนออกจากหอคอยอย่างแน่นอน
วิญญานปฐพีพวกนี้แม้มีจำนวนอยู่มากมาย แต่ด้วยกระบวนท่าที่หลากหลายรวมถึงทักษะเบญจธาตุที่คอยช่วยฟื้นฟูพลังปราณที่สูญเสียไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เทียนฉินบุกเข้าต่อสู้อย่างไม่มีเกรงกลัว จนเวลาผ่านไปเขาก็ได้ก้าวขึ้นมาถึงชั้นที่หกแล้ว
เมื่อเทียนฉินได้ย่างก้าวเข้ามาภายในชั้นที่หก สภาพแวดล้อมโดยล้อมกลับแปรเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าอันร้อนระอุ ภูเขาไฟน้อยใหญ่ต่างมีลาวาไหลออกมาไม่ขาดสาย ลำธารที่ไหลคดเคี้ยวไปมาต่างเต็มไปด้วยหินหนึด
เทียนฉินส่งกระแสจิตสำรวจไปโดยรอบก็พบว่าในชั้นหกนี้มีสัตว์อสูรหลากหลายสายพันธุ์ และทันทีที่เขาย่างกรายเข้ามา เสือไฟตัวหนึ่งก็กระโจนเข้าใส่เทียนฉินอย่างไม่ทันตั้งตัว
พรึ่บ!
เทียนฉินพริ้วตัวหลบเสือไฟตัวนั้นอย่างว่องไวก่อนจะจ้วงแทงเข้าใส่ลำตัวของมันทันทีที่มาถึง
ฉั้วะ!
ดาบเพลิงสุริยาเสียบเข้าใส่ท้องของมันอย่างแรง ก่อนที่พลังของกระบวนท่าทะลวงดาราจะสำแดงออกมา
ตู้ม!
ร่างของเสือไฟตัวนั้นระเบิดออกมาอย่างรุนแรง เศษเนื้อและเลือดกระจายเต็มพื้นที่ก่อนจะสลายกลายเป็นพลังวิญญาณลอยหายไปตามสายลม
"เสียดายที่มันถูกสร้างด้วยพลังวิญญาณ ไม่เช่นนั้นข้าคงได้ลิ้มลองรสชาติของเสือไฟตัวนี้แล้ว"
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดอะไรต่อไป กลุ่มหมาดำกลุ่มหนึ่งราวกับรู้สึกถึงกลิ่นอายที่แตกต่างจากพวกมัน ก็แหงนหน้าขึ้นฟ้าส่งเสียงหอนออกมาอย่างน่ากลัว
และไม่ทันได้สิ้นเสียงหอนนั้น หมาดำที่เหลือต่างวิ่งทะยานมาทางเขาพร้อมกระโจนเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
เทียนฉินยิ้มอย่างดูถูกก่อนวาดดาบเข้าใส่อย่างไม่ปราณี
เอ๋ง!
หมาดำตัวหนึ่งโชคร้ายรีบพุ่งเข้ามาก่อนจึงถูกดาบเพลิงสุริยาผ่าตั้งแต่ฟันกรามลงไปถึงขาหลังทันที แต่ทว่าหมาดำที่เหลือไม่ได้ตื่นกลัวเลยสักนิดที่ได้เห็นสมาชิกในฝูงของมันถูกฆ่าตาย
กลับกู่ร้องออกมาก่อนกระโจนเข้าใส่เทียนฉินอย่างพร้อมเพรียง กระบวนท่าตาข่ายฟ้าถูกใช้ออกมาอย่างทันท่วงที เสียงร้องโหยหวนของหมาดำสลับกับเสียงดาบที่ฟาดฟันใส่ทุกส่วนของร่างกาย ดังก้องกังวาลไปทั่วทุ่งหญ้านี้
เทียนฉินไม่หยุดพักเร่งพลังปราณพุ่งเข้าใส่ฝูงหมาดำนั้นอย่างไม่เกรงกลัว สิ่งที่เขากังวลอยู่ตอนนี้ก็คือ จะแสวงหาศุภโชคของชั้นนี้ได้จากที่ไหนมากกว่า
ฉั้วะ! ฉั้วะ!
หมาดำตัวแล้วตัวเล่าไม่อาจต้านทานพลังของดาบเพลิงสุริยาได้เลย ต่างก็ถูกฟันขาดตายตกไปอย่างไม่ทันได้รู้ถึงความเจ็บปวด
เพียงผ่านไปไม่นานเสียงร้องโหยหวนก็สงบลง เทียนฉินยืนดูพลังวิญญาณที่ลอยล่องออกไปอย่างเสียดาย
"ถ้าหากข้านำเอาพลังวิญญาณพวกนั้นมาบ่มเพาะได้คงจะดีไม่ใช่น้อย!"
เขาสะบัดหัวไปมาเลิกคิดฟุ้งซ่านเรื่องอื่น มุ่งหน้าเดินทางไปต่อแนวภูเขาเหล่านั้น ตามแนวภูเขาที่ขึ้นล้อมรอบทุ่งหญ้าแห่งนี้ ไม่ใช่เพียงแต่มีลาวาไหลออกมาจากปล่องด้านบนเพียงเท่านั้น
แต่แนวสันเขาต่างๆก็มีลาวาไหลทะลักออกมาจากโพลงถ้ำราวกับตะกร้าใบใหญ่ที่กักเก็บน้ำไว้ไม่อยู่ โพลงถ้ำเหล่านั้นมีขนาดแตกต่างกันไปตามแรงกัดเซาะของลาวา เทียนฉินมองไปรอบๆก็พลันพบกับความผิดปกติบางอย่าง
เศษหินล่วงหล่นลงมาพร้อมเสียงขูดลากอะไรบางอย่างดังออกมาไกลๆ เทียนฉินตื่นตัวเตรียมพร้อมรับมืออย่างไม่ประมาท ก่อนเดินไปตามเสียงนั้นด้วยความสุขุมเยือกเย็น
ทันทีที่ใกล้มาถึงบริเวณภูเขา แสงสีแดงเล็กๆสองดวงก็กระพริบขึ้นมาตามการไหลของลาวา ทันทีที่มันได้สัมผัสกับกระแสจิตที่เทียนฉินกวาดผ่านเข้ามา มันก็พุ่งทะยานเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว
พรึ่บ!
ตู้ม!
เทียบฉินพริ้วตัวถอยหลังหลบหลีกออกมาอย่างว่องไว และสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าเขาก็คือ งูหลามเพลิงลำตัวใหญ่ยาวตัวหนึ่ง เกล็ดสีแดงของมันเปล่งประกายเพลิงออกมาอย่างร้อนแรง
จบตอนที่ 77