ไม่รู้ว่าเป็นเจ้าชายต้องสาปในโอโตเมะเกมส์ Am I a Black Prince?

    ตอนที่สิบเจ็ด Floriography ภาษาของดอกไม้

    ตอนที่สิบเจ็ด Floriography ภาษาของดอกไม้

    ภาษาของดอกไม้คือแสดงถึงความโรแมนติก ผู้คนอาจจะสื่อสารกันในการตอบความรักกันด้วยการใช้ดอกไม้สื่อสารแทนใจ

    หรืออาจจะมีการพูดว่าใครจะหลอนกว่ากันนั่นเองแต่ด้วยเหตุผลบางประการการสื่อสารด้วยภาษดอกไม้เป็นที่นิยมมาตั้งแต่สมัยเช็คสเปียร์และบางครั้งถึงกับมีการติดดอกไม้สีต่างกันเพื่อแสดงว่าอยู่คนละก๊กของขุนนางกันด้วย

    หมายความว่าแม้เวลาผ่านมาเท่าไร เราก็ต้องการ”สัญลักษณ์” ที่สามารถ”สื่อความหมาย”ได้นั่นเอง

    แต่อนิจจา ม่อเต๋อข่าย เอ๊ยองค์ชายมอเดอไคน์นั้นไม่ได้สนใจรู้เรื่องพรรคนี้เลย

    เขาแค่ต้องการแสดงพลังของธาตุความมืด ที่ถนัดในการเปลี่ยนแปลงรูปทรงต่างๆ

    ซึ่งเป้าหมายของมอเดอไคน์นั้นคือการเอาใจมารดาของตนที่เป็นราชินีนั่นเอง

    คนอื่นอาจจะมองว่ามารดาห้ามต่างๆเป็นก้างขวางคอความรัก แต่สำหรับผมมองอีกอย่างหนึ่ง

    มารดาที่เป็นราชินีคือคนที่สร้างความชอบธรรม”Legitimacy”ในการปกครองให้กับผม

    ตราบใดที่ผมมีความชอบธรรม”ก็ไม่มีทายาทที่หลบซ่อนตัวอยู่กับพระพันปีที่ไหนมาแย่งตำแหน่งของผมได้นั่นเอง

    นี่คือข้อดีของความชอบธรรม

    “ราชาปฎิบัติต่อครอบครัวอย่างไรก็จะปฏิบัติต่อแผ่นดินอย่างนั้น”นั่นคือแนวทางที่ลึกล้ำของชาวจงหยวนที่มีมาหลายพันปี

    ผมมีความคิดที่จะทำตามทุกอย่างที่ ราชินีผู้แทนพรองค์ Queen regent ต้องการทุกอย่างนั่นเองจนกว่าผมจะอายุสิบหกปี อำนาจของผมก็ต้องพึ่งพามารดาเป็นผู้สนองราชโองการอีกทางหนึ่ง

    No man rule alone

    ไม่มีใครสามารถปกครองคนคนเดียวได้ มันอาจจะเป็นคนคนเดียวที่สำคัญต่อการปกครองทั้งหมดของผมก็เป็นไปได้

    ผมไม่ได้คิดหวังบัลลังก์แต่ผมหวังผลประโยชน์ที่มาพร้อมกับบัลลังก์เช่นหอสมุดของราชสำนักต่างๆและงบประมาณประเทศ

    มีสูตรโกงสูตรหนึ่งที่ผมใช้ตลอดในการเล่นเกมส์โกงทุกเกมส์และเป็นสิ่งที่ GM จะพยายามห้ามทุกวิถีทางไม่ให้ผมสามารถทำอย่างนั้นได้

    “สกิลสร้างไอเท็มผสมกับงบประมาณประเทศ”

    แน่นอนเพื่อการนั้นก็ต้องมี”เวลา”ในการที่จะใช้”งบประมาณ”นั้นด้วย

    “เวลา” งบประมาณ” “สกิล” สามอย่างที่ผมต้องมีหากหวังจะบรรลุผลพลังโกงที่ผมต้องการ

    แต่เหนืออื่นใดผมจะไม่มีทั้งสามอย่าง หากอาณาจักรเกิดความวุ่นวายขึ้นนั่นเอง

    ดังนั้นผมต้องทำให้ความวุ่นวายที่มีอยู่ภายในราชวงศ์สงบโดยเร็วที่สุด นั่นเอง

    และมารดาและน้องสาว(หรือพี่สาวหว่า?)จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้เรื่องราวสงบลง

    หากพวกเธอแค่สนับสนุนการครองบัลลังก์ของผมอย่างเต็มที่ ผมก็สามารถนั่งบัลลังก์กดขี่ข่มเหงรีดภาษีจากประชาชนเพื่อการทดลองของผมได้อย่างสบายมากขึ้น แต่ต้องไม่มากจนเกินไปประชาชนทนไม่ไหวลุกขึ้นมาจับอาวุธหรือไม่อ่อนแอเกินไปจนอาณาจักรภายนอกเห็นโอกาสเข้ามารุกราน

    การรักษาสมดุลของอำนาจนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

    ดังนั้นผมต้องแสดงความเป็นลูกกตัญญูอย่างดีที่สุดต่อมารดาของผม

    ตามตำนานอ้วนเสี้ยวไว้ทุกข์สามปีเพื่อให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นบุตรกตัญญูเพื่อที่จะเอาการรับรองเป็นบุตรกตัญญูนั้นรับราชการสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับตนเองต่อไป

    ผมสวมกอดมารดาไว้และหอมตรงหน้าอกเพื่อแสดงความเป็นบุตรกตัญญู

    “ผมรักท่านแม่และคิดถึงท่านแม่มากเลยครับ พวกเราอยู่ด้วยกันตลอดไปเลยนะครับ”

    หึ เท่านี้ทุกคนก็เข้าใจว่าเราเป็นลูกกตัญญูแล้ว

    ราชากตัญญู ปกครองบ้านเมืองอย่างเป็นธรรม แสดงว่าราชาผู้นั้นมีอาณัติของสวรรค์ให้จักได้ปกครองแผ่นดิน

    ผมยิ้มในใจอย่างมีความสุขตอนที่กอดมารดาของผมที่มีอำนาจในการต่อต้านคำสั่งของผมในฐานะราชาได้ ผมต้องเคารพธรรมเนียมและอำนาจของผมจะถูกจำกัดด้วยการยังไม่บรรลุนิติภาวะ แบบเดียวกับจิ๋นซีฮ่องเต้ที่ยังไม่สวมมาลาห้อยมุก ราชินีผู้สำเร็จราชการนับเป็นผู้มีอำนาจมาก

    ผมพยายามเลียนแบบหลี่ซื่อหมินที่หลังจากยึดบัลลังก์จากพ่อและสังหารพี่ชายแล้ว ได้ทำตัวเหมือนเด็กและพยายามดูดนมของหลี่เอียนผู้เป็นบิดา แม้ทางเทคนิคจะถือว่ายึดอำนาจจากบิดาแต่ก็ต้องแสดงว่าตนเองนั้นเป็นบุตรกตัญญู คนเป็นฮ่องเต้ เอ้ย ราชา ไม่อาจละเลยสิ่งนี้ได้

    ...

    “โอ้ โอ้ อ๊า อย่า”

    สมองของเธอขาวโพลนไปหมดเมื่อได้รับดอกกุหลาบสีน้ำเงิน แสงความต้องห้าม แสดงความปรารถนา

    การปักลงบนหน้าอกก็แสดงว่าลูกชายไม่สิ มอเดอไคน์มองเธออย่างผู้หญิงและเป็นสมบัติของเขาแสดงความเป็นเจ้าของตามภาษาของดอกไม้ ไม่เปิดโอกาสให้อย่างการมอบดอกกุหลบสีน้ำเงินให้เธอและให้เธอเป็นคนปักเองว่าจะปักดอกกุหลบสีน้ำเงินที่ไหน แต่มอเดอไคน์ปักที่หน้าอกตรงกึ่งกลาง แสดงความเป็นเจ้าของจิตใจของเธอ เธอไม่อาจห้ามความปรารถนาของลูกชายของตนเองได้

    ..

     

    หึหึ แม้จะน่าอายแต่ผมน่าจะทำให้มารดาของผมดีใจได้แล้ว ตามตำนานของชายชราผู้หนึ่ง ชายชราผู้หนึ่งได้มีบิดามารดาที่ชรา ได้รู้ว่าบิดามารดาที่ชราของเขาเห็นตนเองแก่ชรา จึงคิดว่าบุตรชายเราแก่ชราถึงเพียงนี้ ไม่นานเราก็คงตายไป บุตรชายชราผู้นั้นจึงแต่งตัวเป็นเด็ก ทำตัวเหมือนเด็กร้องไห้ให้บิดามารดาผู้ชรามาอุ้ม ทำให้บิดามารดาผู้ชรายังคิดว่าลูกของเรายังเด็กทำตัวบ้าบออยู่ ก็ยังมีอายุขัยอยู่ได้อีกนาน แม้จะน่าอายแต่ผู้คนก็มองว่าผู้นั้นเป็นบุตรกตัญญู

    “อ๊า ไม่ไหวแล้ว”

    เห็นไหมทำท่ามีความสุขอยู่เลยนี่ ผมยิ้มกับตนเองในใจ

    คล้ายกับเรื่องไม่รู้ว่าเป็นเจ้าชายต้องสาปในโอโตเมะเกมส์ Am I a Black Prince? ที่คุณอ่าน