สี่หนุ่มตะลุยโลกดนตรี : [Another God !? : Melodies ~♪]

    บทที่ 2 สองทวีป ตอนที่ 3 พี่ชายที่แสนดี

    หลายวันผ่านไปผมยังคงมาอาศัยห้องอ๊อสนอน ส่วนสภาพห้องอ๊อสเวลานี้ไม่ต่างอะไรกับห้องของผมแล้ว ความสะอาดและความเรียบร้อยถูกกลบด้วยสิ่งของมากมายที่ผมจดว่างตามสไตล์ ถึงในสายตาคนอื่นอาจจะมองว่ารกก็เถอะ แต่รับรองว่าอ๊อสกลับมาต้องตกใจสภาพห้องตัวเองแน่ ๆ ผมมองห้องที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็อดนึกหน้าพี่ชายหลังกลับมา ไม่ได้ว่าจะทำหน้ายังไง

     

    วันนี้ผมกับพี่ลิลที่เป็นนักดนตรีที่ผ่านการคัดเลือกในวันเดียวกับผม พวกเราได้รับภารกิจไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อเล่นดนตรีให้แก่เหล่าสาวกแห่งมหาเทพทั้งเจ็ดเพื่อประกอบการทำพิธี แน่นอนว่าน้องชายพี่ลิลก็มาด้วย มันชื่อเลลอายุพอกันกับผม แต่เหมือนจะเรียบร้อยกว่าผมอยู่หลายส่วน ผิดกับพี่สาวที่ดูจะกล้าได้กล้าเสียมุ่งมั่น แต่ขาดความเรียบร้อยดูไม่สมเป็นผู้หญิงเท่าไหร่ แต่เห็นแบบนี้ทั้งเสียงร้องและการบรรเลงดนตรีด้วยพิณกับขัดกับนิสัยที่แสดงออก จากที่พี่ลิลบอกมาอัญมณีสามารถได้เพิ่มหากเหล่าเทพทั้ง 7 พอพระทัย เพราะการมาบรรเลงร่วมพิธีในครั้งนี้ก็คล้ายกับการออดิชันให้เหล่าเทพพิจารณาว่าควรไปต่อหรือรอออดิชันใหม่ในรอบหน้า เมื่อโอกาสมาถึงผมก็ควรโชว์ฝีมือ

     

    แดนศักดิ์สิทธิ์เป็นเมืองที่เหล่าสาวกสร้างขึ้นเพื่อถวายแก่เหล่าเทพทั้ง 7 โดราฟ เรมิส มีดาส ฟาเรน ซอลลุช ลามุน ทีติ จากเมืองหลวงไปทางทิศตะวันออกด้วยถนนหินอ่อนสายตรงเพียง 3 ชั่วโมง รถม้าพวกเราก็มาถึงที่หมาย ถ้าถามว่าเทพทั้ง 7 เป็นใครทำอะไรบ้าง ผมก็ยังไม่รู้อะไรมากนอกจากในตำราที่เรียนมากล่าวไว้ดังนี้

    -         โดราฟ เทพแห่งการปกป้องและรักษา อาจารย์แห่งเหล่าเวชศาสตร์

    -         เรมิส เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และพืชพรรณ ราชินีแห่งพฤกษา

    -         มีดาส เทพแห่งคำสัญญาและความรัก กวีแห่งคีตา

    -         ฟาเรน เทพีแห่งการกำเนิดและความตาย ผู้พิพากษาแห่งสวรรค์

    -         ซอลลุช เทพแห่งความมืดและแสงสว่าง บรุษแห่งความสมดุล

    -         ลามุน เทพแห่งชะตากรรมและคำอวยพร อาวุธแห่งมหาเทพ

    -         ทีติ เทพีแห่งมิติและเวลา โล่แห่งมหาเทพ

     

    แน่นอนว่านอกจากนี้ผมก็ไม่รู้อะไรแล้วคงต้องรอศึกษากันต่อไป ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเจอพวกเทพทั้ง 7 เหมือนกัน เพราะผมอยากจะถามว่าพวกท่านรู้ไหมว่าพี่เอิร์ธอยู่ที่ไหน

     

    -------------------

     

    “ 500 คีต!!! ” โอ๊สหรืออีกชื่อคือบรีชกำลังดูถุงเงินที่ตัวเองเพิ่งได้รับจากหัวหน้าคนงานเป็นค่าแรง

     

    “อืม 500 คีต ได้ครบไหมนับดูสิ” หัวหน้าถาม

     

    “ไม่ใช่ว่าผมจะได้แค่ 300 คีตหรือครับ” โอ๊สถามถึงจำนวนเงินที่เคยตกลงกันไว้

     

    “อีก 200 สำหรับความขยันของนายบรีช ทำงานเยอะกว่าคนอื่น ๆ ทั้งที่ตัวแค่เนี้ย รับไปเถอะ เบื้องบนเขาสั่งมา” หัวหน้าบอก

     

    “ขอบคุณครับผมจะได้มีเงินเหลือหลังถึงเมืองหลวง” โอ๊สบอกถึงความในใจ

     

    “นายก็รักษาเนื้อรักษาตัวดี ๆ ละ ถ้ามีโอกาสพวกเราคงได้พบกันอีก โชคดีนะ” หัวหน้ากล่าวลา

     

    หลังจากที่โอ๊สได้เงินมา 500 คีตเขาก็ตรงเข้าธนาคารของคีตาทันที เพราะเงินจำนวน 500 คีตในสายตาคนรวยอาจจะไม่เยอะ แค่สำรับโอ๊สเวลานี้มันเยอะพอที่เขาจะเดินทางไปเมืองหลวงและมากพอเป็นค่าโดยสารเรือเหาะข้ามทวีป แต่ถ้าจะพกไปกับตัวมันก็เสี่ยงอันตรายจากพวกโจรหรือมิจฉาชีพ สู้เอาเงินบางส่วนไปฝากธนาคารไว้จะดีกว่า

     

    “เรียบร้อยแล้วค่ะ” 

     

    พนักงานส่งแหวนผลึกของธนาคารให้โอ๊สหลังฝากเงินบางส่วนที่ธนาคาร ที่เหลือถูกเก็บไว้ในมิติแหวนธนาคารที่ได้รับมามันคล้ายกระเป๋าตังไว้สำหรับเป็นค่าเดินทางเข้าเมืองหลวง แน่นอนว่าแหวนผลึกธนาคารก็คือผลึกบัญชีธนาคารนั้นเอง มันจะทำการบันทึกการฝากถอนตามจำนวนเงินที่มี หากต้องการถอนเพียงไปยังผลึกมิติธนาคารหรือเข้าไปเบิกถอนโดยตรงกับเหล่าพนักงานเลยก็ได้ แต่กรณีเบิกถอนจากผลึกมิติธนาคารมันจะง่ายและสะดวกกว่าหลายเท่า เพียงแค่เอาเอาผลึกบัญชีไปสัมผัสกับผลึกธนาคารแล้วบอกจำนวนเงินที่เราต้องการจากบัญชีมันก็จะโอนเข้าแหวนให้เราทันที แล้วเวลาอยากจะใช้ก็ดึงมันออกมาจากมิติแหวนได้เลย แต่แน่นอนว่าฝากไว้กับธนาคารดีกว่า ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าถอนมาไว้ในแหวน และแน่นอนว่าถ้าไม่ใช่เจ้าของก็ใช้ไม่ได้ พอเดินพ้นประตูเมืองออกมาไม่นาน เอิร์ธก็คืนร่างกลับมาเป็นคนเหมือนเดิม

     

    “หน้าบานเชียว เงินนี่ซื้อความสุขเล็ก ๆ ได้จริง ๆ คงเหมือนกันทุกโลก” เอิร์ธพูดกับน้องชายคู่สัญญา

     

    “เห้อ มันก็มีความสุขอยู่หรอกครับ แต่ไม่รู้ว่าพวกเราต้องลำบากอีกนานแค่ไหนกว่าพวกเราจะเจอพี่น้อง” โอ๊สบ่นเพราะแอบนึกถึงเงินที่ต้องใช้ระหว่างการเดินทาง

     

    “อืม จริง ๆ พี่ก็พอมีเงินนะ ก่อนหน้านี้ ก็ลืมไปเลย” เอิร์ธพูดขึ้นมา

     

    “อะไรนะ!? แล้วไม่ให้น้องเลย ปล่อยให้ลำบากทำงานจนล้มป่วยได้ไง” โอ๊สแกล้งบ่น

     

    “อ่าว ๆ ถ้าไม่ป่วยนายจะได้ความจำกลับมาเหรอนึกดูดี ๆ”

     

    “ฮะ ๆ ผมก็พูดไปเรื่อยครับ แต่ผมสงสัยมานานแล้ว หน้าตาพี่หล่อล้มบ้านล้มเมืองแถมกลิ่นกายที่หอมชวนหลงไหล เวลาผมได้กลิ่นแล้วเหมือนตัวเองจะกลายเป็นพวกไม้ป่าเดียวกัน มันก็น่ากลัวอยู่นะครับ” โอ๊สถามเพราะตอนนี้เขาเริ่มมีภูมิคุ้มกันแล้วเพราะนับถือชายตรงหน้าให้เป็นพี่น้องอารมณ์แบบนั้นมันก็จะหายไปเอง

     

    “อืม... ถ้าพูดตรง ๆ ที่รู้สึกว่าหล่อก็เพราะรัศมีแห่งความรักและศรัทธา ที่หอมเพราะเป็นกลิ่นสวรรค์” เอิร์ธตอบตามตรง

     

    “เอาจริงดิพี่ เหมือนพวกเทพพระเจ้า ทั้ง 7 ของคีตาเลยงั้น” โอ๊สก็พูดแซวชายตรงหน้าไป

     

    “ก็ถ้าว่าตามเทพทั้ง 7 คนนั้น พี่ก็เป็นเทพพระเจ้าเหมือนกันนั้นละ ตำแหน่งใหญ่กว่าด้วย”

     

    “เชื่อไม่ลงเลย... ถึงจะหล่อและเป็นเครื่องดนตรีในตำนานก็อย่ามาอำผมเลยพี่ ถ้าบอกว่าเป็นแค่ชาวสวรรค์หรือสาวกของเทพทั้ง 7 ผมก็เชื่ออยู่นะ”

     

    “งั้นดูอะไรนี่ ถ้าไม่ไหวก็ให้รีบบอกนะ ไม่งั้นอาจตายได้”

     

    เอิร์ธหันซ้ายหันขวาหลับตาตรวจสอบผู้คนในรัศมี พอพบว่ามีแต่โอ๊ส ก็พลันเปลี่ยนร่างสามัญสู่ร่างมหาเทพแห่งคีตา ซึ่งก่อนหน้าโอ๊สก็เคยเห็นมาแล้วแต่ไม่ใช่แบบวันนั้น ไม่นานแสงรัศมีฮาโลหลังศีรษะก็สว่างสดใสดังแสงตะวัน ปีกแสงสีทอง 8 ปีกกางออกจนร่างมหาเทพลอยเหนือชายหนุ่ม พร้อมกับพลังงานกดดันจำนวนมหาสารจากมานาสวรรค์ที่แผ่ออกมาก

     

    “พอครับพอ ๆ ” โอ๊สที่เจอพลังกดดันเข้าไปถึงกับเข่าอ่อน พอได้รับฮิลจากเทพตรงหน้าก็อาการดีขึ้น

     

    “พี่เทพเอิร์ธ ทำไมพี่ไม่บินไปหาน้องพี่หรือหายตัวไปเลยละ เป็นถึงมหาเทพ”

     

    “ถ้ามันเป็นปกติพี่ก็ทำไปแล้วละครับน้องชาย ก็พี่รีบมาโลกนี้เกินจนลืมเข้าระบบแอดมิน ดันมาแบบเกรท เลยถูกลิมิตเตอร์บล็อกฟังก์ชันบางส่วนไว้ มานาที่ใช้ได้แค่ส่วนของสามัญ มันเลยมีข้อจำกัด”

     

    “คือพี่พูดอะไรผมไม่เข้าใจ”

     

    “กำ... ลืมไป เอาเป็นว่าพี่ถูกลดระดับเพราะมีปัญหานิดหน่อยเลยกลายเป็นเทพตกสวรรค์”

     

    “อ่อแบบนี้นิเอง แล้วไหนเงิน”

     

    “เห้ย เป็นเด็กที่กวนทีนดีจริง ๆ อืมเดี๋ยวเอาออกมาจากแหวนมิติให้ ว่าแต่อยู่วงไหนละนิ อืมเจอแล้ว เอาไปแค่นี้ก่อนหมดค่อยเอาใหม่”

     

    “...”

     

    “อะไรไม่พอเหรอ”

     

    “ไม่ใช่ครับพี่ ตั้งแต่ผมเกิดมานี้ เป็นครั้งแรกที่เห็นเหรียญทองคีต แถมมีตั้ง 5 เหรียญ”

     

    “แค่นี้ทำเป็นตกใจ จริง ๆ พี่มีมันเป็นกองเท่าเนินลูกนั้น” เอิร์ธชี้มือไปยังเนินเขาลูกหนึ่ง

     

    “...”

     

    ตุ๊บ!

     

    “อะไรตกใจจนเป็นลมเลยเหรอ”

     

    “ซวยแล้วไงหัวใจวาย!!!”

     

    “God’s heal”

     

    “เห้อ~ เกือบไม่ทัน”

     

    “เกิดอะไรขึ้น?”

     

    “เมื่อกี่นายตายไปแล้ว”

     

    “ทำไมผมตายละพี่” ถามด้วยความสงสัย

     

    “หัวใจวายตาย คงตกใจเรื่องกองเหรียญทองเท่าเนินเขา”

     

    ตุ๊บ!!!

     

    “หัวใจอ่อนแอไปแล้วน้องชาย”

     

    “God’s heal”

     

    “เกิดอะไรขึ้น? ครับ”

     

    “นายดีใจเรื่อง เหรียญทอง 5 เหรียญจนล้มหัวกระแทกพื้นสลบ”

     

    “...”

     

    “จำอะไรช่วงก่อนสลบไม่ได้สินะ ดีแล้วอย่าไปจำมันเลย”

     

    “พี่ 5 เหรียญเลยนะ 1000คีตเท่ากับ 1เหรียญเงินคีต 100เหรียญเงินเท่ากับ 1 ทองคีต นี้ตั้ง 5 เหรียญ!!! มันเท่ากับ 500,000 คีต เลยนะครับ จะไม่ให้ผมดีใจจนล้มหัวฟาดพื้นสลบได้ไง”

     

    “ฮะ ๆ แค่นี้โอ๊สก็ไม่ต้องไปลำบากทำงานแล้วนะ จะได้มีเวลาออกตามหาคนกัน”

     

    “พี่เอิร์ธครับ... คือผมขอ 1เหรียญทองนี่โอนฝากธนาคารให้แม่บุญธรรมผมได้ไหมครับ” เด็กหนุ่มฉายแววตาอันบริสุทธิ์กลับมา

     

    “ก็พี่ให้นายแล้ว จะเอาไปทำอะไรก็ทำเหอะ ถ้าไม่เอาไปใช้ฟุ่มเฟือย พี่ก็ไม่ว่าอะไร”

     

    “เช่นนั้นพวกเรากลับเข้าเมืองกันก่อนครับ โอนเงินแล้วพวกเราจะได้เดินทางกันต่อ”

     

    -------------------

     

    และแล้วการบรรเลงร่วมพิธีกับเหล่าสาวกก็จบลง พี่ลิลได้อัญมณีมา 2 สี ของ เรมิสและมีดาส กลายเป็นที่ชื่นชมของเหล่าสาวกทั้งหลาย ส่วนผมนั้นเหรอ พวกเทพนั้นไม่สาปให้ก็บุญแล้ว ใครจะไปคิดว่าไอ้อาการตื่นเต้นแบบเด็ก ๆ มันจะกำเริบในช่วงสำคัญ ๆ แบบนี้ทำนองก็ผิด เสียงก็เพี้ยน เล่นก็ไม่เข้าจังหวะ ผมอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี โชคดีที่ 3 เม็ดก่อนหน้าไม่โดนยึดคืน โดราฟ เรมิส มีดาส คงเป็นพวกเทพใจดีสินะ หลังผมกลับถึงบ้านก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานอนห้องอ๊อสเหมือนเดิม คงอีก 2 - 3 วัน อ๊อสถึงจะกลับมา แล้วผมก็หลับไป

     

    ‘พี่อ๊อส อย่าตายนะ พี่ตายแล้วผมจะอยู่กับใคร พี่เอิร์ธก็หายสาบสูญ ฮือ ๆ เหงาจังเลย....พี่ซันครับผมอยากกลับบ้าน ฮือ ๆๆ’

     

    ‘ช่วยด้วย ๆ ใครก็ได้ช่วยผมที หายใจไม่ออก หนักเหลือเกิน’

     

    “ฝันร้ายอยู่เหรอ”

     

    ‘พี่อ๊อส ช่วยด้วยครับผมโดนหินทับตัวอยู่’

     

    “หนักไหม”

     

    ‘ฮือ ๆ... หนักจนหายใจไม่ออกแล้ว...’

     

    “อืมโทษที อย่าร้องไห้นะ คงหนักจริง ๆ กอดน้องตอนหลับไม่คิดว่าจะทำให้ฝันร้ายแบบนี้” จากนั้นเอามือบาดน้ำตาให้ออกจากหางตาและบรรจงจุมพิตบนหน้าผากน้องชาย

     

    ‘มันเจ็บนะ หนวดพี่มันแข็ง’

     

    “คนเรานอนละเมอคุยกันได้ด้วยแหะ ดู ๆ นอนยิ้มอีกไหนบอกเจ็บ ขอเอาคืนหนี้แค้นวันนั้นหน่อยนะน้องรัก...”

     

    “อะ..อะ อ่า.. เจ็บครับ... ยะ ..อย่านะมันเสียว..”

     

    “สนุกแหะ แกล้งไอ้ตัวแสบ”

     

    “เห้ย!!!! ”

     

    “ตื่นแล้วหรือ คิดถึงพี่จนเก็บเอาไปฝันเลยนะ ดีใจจัง”

     

    “ทำอะไรผมเนี้ย!!!...” 

     

    จะไม่ให้ตกใจได้ไงเพราะตอนนี้ผมถูกจับแก้ผ้าขึงพืดด้วยเชือกไว้กับเตียง แถมมีผู้ชายตรงหน้านั่งคร่อมตัวผมอยู่ หนำซ้ำยังแก้ผ้าเปลือยส่วนบนโชว์สัดส่วนที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม ไขมันที่เคยมีหายไปหมดเหลือแต่กล้ามเนื้อที่ผ่านการฝึกสมชายชาติทหาร แต่ทำไมผิวมันถึงได้ขาวออร่ากว่าเดินกัน ‘เห้ย! ไม่ใช่เวลามาชมคนนะโว้ย’

     

    “อะ อะ อา อย่าทำ ” อีกฝ่ายกำลังเอานิ้วดีดไม้นีบผ้าที่ถูกเอามานีบยอดอกน้อย ๆ ของผม

     

    “เอาคืนวันก่อนนู้นไง”

     

    “เห้ยอย่านะ อย่าทำ อ๊ะ!...” และแล้วน้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลออกมา ขนลูกแกะน้อยของผมถูกดึงออกไป หนึ่งกระจุก

     

    “หายกันแล้วนะ แต่ไม่รู้เลยนะว่าจริงๆ แล้วเป็นเด็กหน้ารักแบบนี้ คิดถึงพี่จนต้องมานอนห้องพี่เลยนะ ว่าแต่ทำไมต้องแข็งโชว์พี่ด้วยละครับ หรือว่า...”

     

    “บ้าไม่ใช่ มันตอนเช้าไง อยากเข้าห้องน้ำไง แบบว่า ๆ” ผมแก้ตัวหน้าร้อนผ่าว ๆ

     

    “เห้อ ไม่แกล้งละ เดี๋ยวแก้มัดเชือกให้”

     

    “ขอบคุณครับ” ทำตัวไม่ถูก

     

    “ไม่โกรธพี่นะ”

     

    “อืม...”

     

    “งั้นขอพี่กอดหน่อย”

     

    “ขอใส่เสื้อผ้าก่อนไม่ได้เหรอ”

     

    “แบบนี้ละแนบแน่นดี”

     

    “...”

     

    “กอดเฉย ๆ ทำไมต้องหน้าแดง”

     

    “อย่าแซวสิ คนเราก็อายเป็นนะไม่ได้หน้าหนา”

     

    “แล้วทำไมยังแข็งอยู่”

     

    “มันเซนซิทีฟ”

     

    “ฮะๆ เด็กน้อยเอ้ย...”

     

    หลังใส่เสื้อผ้าอาบน้ำแต่งตัวกินอาหารเช้า

     

    “ไปทำอะไรมาทำไมขาวขึ้นผิวละเอียดไม่ด้านแบบเมื่อก่อน” ผมที่สงสัยเลยถามออกไป

     

    “อ้าว นี่ยังไม่รู้อีกหรือ ว่าถ้าผสานใจกับเครื่องดนตรีแล้ว ร่างกายจะถูกพัฒนาให้ดีขึ้น เป็นไงละกลับมารอบนี้หล่อขาวใสเลยใช่มะ”

     

    “อืม...”

     

    “ว่าแต่คืนนี้เราไปนอนด้วยกันนะ”

     

    “อืม...”

     

    “ทุกคืนนะ”

     

    “อืม... เห้ย!!”

     

    “ตกลงแล้วห้ามผิดสัญญา”

     

    “เห้อ ผมคงจะไม่โดนพี่ชายคนนี้ปล้ำนะครับ ผมยังอยากเก็บความบริสุทธิ์ไว้ให้แฟนคนแรกอยู่”

     

    “พี่ไม่ทำแน่นอน มีแต่เรานั้นละอย่ามาปล้ำพี่ละกัน”

     

    “เห้อ ไอ้พี่เวง...”

     

    “พี่เป็นผู้ชายทั้งแท่งครับ ถ้ายังไม่เชื่อจะลองสัมผัสแท่งพี่ไหมละ”

     

    “ทะลึ่ง”

     

    “แฮร่ :p ”

     

    -------------------

     

    รถม้าที่มีชายหนุ่มสองคน คนหนึ่งดูอ่อนเยาว์กับอีกคนดูเป็นชายหนุ่มเต็มวัยทั้งสองมีใบหน้าอันสดใสและหล่อเหลา รถม้าหยุดที่หน้ามหาวิหารแห่งคีตาประจำทวีปมูนวัล

     

    “วันนี้ผมต้องเข้ารับการทดสอบครับ ผมถึงจะสามารถใช้เครื่องดนตรีได้ ถ้าผมใช้พี่ไปแสดงตัวตนเลยเห็นว่าคงไม่เหมาะสม อัญมณี 7 สี ไม่ควรให้ใครรู้ครับ แต่รับลองว่าผมผ่านการคัดเลือกแน่นอน พี่เอิร์ธกลับไปรอผมที่ห้องพักก่อนได้นะครับ” โอ๊สกระโดดลงรถม้าและเข้าอาคารไปรับการทดสอบ

     

    “นักดนตรีคลาส 3 อัญมณี” คือสิ่งที่โอ๊สบอกกับพี่ชายหลังเสร็จธุระ

     

    “อีกหนึ่งเดือนพวกเราจะไปทวีปมายด์กัน ครับพี่เอิร์ธ”