เหรินลู่หลินเดินไปเดินมาเก็บของต่างๆอยู่สามวัน จนกระทั่งใกล้วันที่นางจะต้องเดินทางนางจึงพึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าั้แ่วันที่นางพาพ่อรูปงามมาบ้านนางยังไม่เคยเห็นตอนเขาฟื้นเลยมีเพียงของวิเศษบางอย่างในห้องที่บอกกับนางว่าชายหนุ่มนั้นฟื้นแล้วเพียงแต่เขายังไม่สามารถเดินไปมาได้ มากที่สุดที่เขาทำได้คือการเดินรอบห้องก่อนที่จะกลับไปนอนหลับใหลอีกครั้ง
“ฝีมือข้าตกหรือ”หญิงสาวมองชายหนุ่มอย่างสงสัย ก่อนจะมองมือของตัวเอง “ลองยาสูตรอื่นแล้วกัน”พูดเสร็จก็วิ่งออกไปเพื่อปรุงยาชนิดอื่นเข้ามาแทน
หลี่ตงหยางลืมตาขึ้นถอนหายใจอย่างหงุดหงิดเขาเป็อะไรไปนอนนานขนาดนี้ทำเอานางเป็ห่วงไปหมดไม่ได้เื่เลยจริงๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งอย่างไม่สบอารมณ์ เขาทำนางเป็ห่วงประหนึ่งเป็การสบประมาทนางว่าฝีมือการรักษาของนางแย่อีกทั้งหากยังเป็แบบนี้ต่อไปแล้วเขาจะสานสัมพันธ์กับนางอย่างไรระหว่างที่ชายหนุ่มนั่งครุ่นคิด เหรินลู่หลินก็เดินถือถาดยาเข้ามาในห้อง หญิงสาวตะลึงไปชั่วขณะกับความงามตรงหน้าก่อนที่จะวางถาดยาลงที่โต๊ะและมองคนงามยิ้มๆ
“ตื่นแล้วรึข้าชื่อเหรินลู่หลิน ดื่มยาในถ้วยเถิดเดียวเราต้องออกเดินทางไปหายามารักษาเ้ากัน”หญิงสาวกล่าวก่อนที่จะเดินออกไปนางไม่หันกลับไปมองชายหนุ่มที่มองนางตาละห้อยเพราะไม่มีเวลาได้พูดอะไรกับนางไม่ใช่ว่านางไม่อยากหันกลับไปมองแต่ว่าหากหันไปตอนนี้ เขาก็คงจะได้เห็นเืกำเดาที่กำลังไหลออกมาของนางกันพอดีไม่ไหวจริงๆ ภาพเมื่อกี้มีพลังทำลายล้างมากเกินไปเสื้อคลุมสีขาวทีแหวกลงมาจนเห็นสัดส่วนก้อนขนมปังทั้งหกแบบิ่เหม่ใบหน้างดงามที่ช้อนขึ้นมองนางอย่างออดอ้อนดวงตาดำขลับที่คลอด้วยหยาดน้ำตากับผมยาวที่สยายอย่างไม่ตั้งใจประหนึ่งน้ำตกเหมือนกับจะเชิญชวนให้คนไปทำไม่ดีไม่ร้ายกับคนงาม มันช่างเป็อะไรที่ติดตราตรึงใจ
“บ้าจริงอยู่มาตั้งกี่หมื่นปีมาตกม้าตายแบบนี้ได้ยังไง”พูดไปก็เช็ดเืไป บ้าจริงเชียวเธอลบภาพนั้นออกไปจากหัวไม่ได้
“นางไม่รังเกียจข้าหรือ”หลี่ตงหยางขมวดคิ้วอย่างไม่สบายใจ ก่อนที่จะก้มมองตัวเองที่อยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยสมควรตายก็อยู่ในสภาพนี้นางจะมองเขาดีได้อย่างไรชายหนุ่มรีบลุกขึ้นดื่มยาและแต่งตัวทันทีภาพชายหนุ่มสุเย้ายวนกลายเป็ชายหนุ่มรูปงามที่แฝงความสง่างามอย่างเต็มที่ออกมาชายหนุ่มมองตัวเองในกระจกอย่างพอใจ
หลี่ตงหยางแห่งสำนักเซียนลู่หยุนร์มีศักดิ์เป็อาจารย์อาเล็กของเ้าสำนักคนปัจจุบันเดิมทีนั้นเขาไม่มีวาสนาให้ได้ฝึกเซียนแต่เพราะการช่วยเหลือของเหรินลู่หลินและยาชำระไขกระดูกที่นางให้ไว้เขาจึงสามารถบำเพ็ญเซียนได้แต่ทางเดินไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ฉากหน้าที่สวยงามแต่ข้างในเน่าเหม็นเขาเห็นมาหมดแล้วทำให้เขาไม่ค่อยออกจากสำนักมากนักหากไม่มีการร้องข้อและหากข้อเสนอที่อีกฝ่ายให้มาไม่เป็ที่น่าพอใจ โดยมากเขาจะไม่ให้ความร่วมมือแต่ครั้งนี้เพราะการตายของศิษย์ที่ตัวเองเลี้ยงมากับมือเมื่อทางผาอิ๋นฉิงเชิญโดยบอกว่ามีเงื่อนงำการตายของศิษย์เขาจึงเดินทางไปดูผลคือโดนคนชั่ววางอุบายทำให้ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้
อาจารย์อาเล็กแห่งสำนักลู่หยุนร์ขึ้นชื่อเื่ความงามเป็เอกในแดนมนุษย์นี้ไม่มีใครงามเท่านเขาหญิงที่ได้ชื่อว่างามหนักหนาก็ไม่อาจเทียบ รูปโฉมที่งดงามเหนือโลกีย์ทำให้ไม่ว่าหลี่ตงหยางจะไม่ที่ไหนต่างก็โดนจับตามองและครั้งนี้ก็เช่นกันเดิมทีเขาอยากที่จะใช้ผ้าคลุมหน้าเพื่อไม่ให้เกิดการแตกตื่นแต่เหรินลู่หลินรู้สึกว่าแบบนั้นเสียของจึงได้ให้เขาใส่หมวกหรือผ้าคลุมหน้าดังนั้นจึงเกิดข่าวลือขึ้นมาว่าท่านอาจารย์อาเล็กแห่งเขาลู่หยุนร์นั้นหลงรักหญิงมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่งเข้าจนคอยตามไม่ห่างวันที่หญิงสาวได้ยินข่าวลือนี้นั้นนางก็ได้ผูกผมกับตัวต้นเื่ไปเสียแล้วใช่แล้วข่าวลือนี้เป็หลี่ตงหยางที่ปล่อยมันออกมาอย่างไม่พอใจในวันที่เขาไปเจอเพื่อนเซียนคนหนึ่งของเหรินลู่หลิน
“ผู้าุโเรากำลังจะไปที่ใด” ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย
“อ้อเรากำลังจะไปเจอเพื่อนของข้าคนหนึ่งไม่ต้องกลัวนางไม่กล้าทำอะไรเ้าหลอก” หญิงสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม“อีกอย่างไม่ต้องเรียกข้าว่าผู้าุโ เรียกข้าว่าลู่หลินก็พอเรายังต้องเดินทางด้วยกันอีกนาน”
“ขอรับลู่หลิน”ชายหนุ่มรับคำด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจทำเอาคนที่แอบมองต่างมองเขาตาเยิ้ม
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกให้ตายเถิดแค่ยิ้มก็ทำเอาบุฟผาหม่นดวงจันทร์หลีกหนีนี่คืุ์ที่ยังไม่บรรลุเซียนจริงหรือหากเขาเป็หญิงไม่แน่อาจเกิดการฆ่ากันเพื่อแย่งคนงามตรงหน้านางไปแล้วกระมังนางถอดทอนใจก่อนที่จะเขาเดินเข้าตามทางที่นางมาประจำเพื่อพบสหายอันที่จริงพวกนางมากันทุกสองสามร้อยปีทำให้คนธรรมดาจำนางไม่ได้ผู้ฝึกตนที่อยู่ในที่พักเ้าเมืองเองมักจะมาขอหลักฐานกับนางตลอดเป็ที่น่าหงุดหงิดใจยามนี้เองก็เช่นกัน
“พวกเ้า้าพบผู้ใด”พ่อบ้านเอ่ยถามเสียงขรึม ไม่ใช่ว่าเขาจำอาจารย์อาเล็กแห่งสำนักลู่หยุนร์ไม่ได้แต่เพราะปกติจวนเ้าเมืองและสำนักเซียนมักจะทำตัวเป็ น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง
“ข้ามาหาหวังซิงอีบอกนางว่าสหายเก่ามาพบ”เหรินลู่หลินหยิบเอาหยกรูปก้อนเมฆเก้าชั้นออกมาส่งให้กับพ่อบ้านนางไม่ได้แสดงอาการนอบน้อมหรือเกรงกลัวเขาแต่อย่างใด
พ่อบ้านมองหยกที่อยู่ในถืออย่างใเขาเคยได้ยินท่านปู่กล่าวถึงหยกรูปก้อนเมฆเก้าชั้นหากไม่ใช่ว่าปู่ของเขาปิดด่านฝึกตัวเขาก็คงจะไม่ได้เห็นเื่เล่าที่มีอยู่จริงนี้แน่นอนพ่อบ้านรีบเชิญแขกทั้งสองไปรอยังเรือนรับรองก่อนที่จะวิ่งไปยังเรือนด้านในด้วยความเร็วที่สุดที่เขาสามารถทำได้แต่ละเมืองหรือสำนักล้วนแล้วแต่มีท่านเซียนที่เป็ผู้ที่บรรลุขั้นเซียนจริงๆปกปักคุ้มครองอยู่ที่เมืองตงหยางจี้เองก็เช่นกันเขาได้ยินแต่ว่ามีเซียนปกป้องอยู่ถึงสองท่านมากกว่าเมืองอื่นหนึ่งคนแต่เขาไม่เคยเห็นหรือรับตัวตนจริงๆมาก่อนมีเพียงเื่เท่านั้นอีกทั้งท่านเซียนแต่ละท่านต่างก็มีนิสัยที่แปลกประหลาดหนึ่งนั้นชอบทำตัวแบบมนุษย์ธรรมดา หนึ่งนั้นชอบนอนเป็ชีวิตจิตใจหนึ่งนั้นรักป่าไม้สุดชีวิตหากล้ำเข้าแดนไปตัดไม้ไม่ว่าผู้ใดต่างโดนสังหารสิ้นหนึ่งนั้นชอบงานรื่นเริงเป็ชีวิตจัดงานชมดอกไม้แทบจะสัปดาห์เว้นสัปดาห์อีกหนึ่งนั้นแปลกยิ่งกว่าชอบดื่มชาเป็อย่างยิ่งไม่ว่าผู้ใดเอาชามาให้ต่อให้เป็ชาพิษล้วนรับไว้ทั้งสิ้นดังนั้นในแดนมนุษย์แห่งนี้จึงมีผู้ที่บรรลุจนถึงขั้นเซียนอยู่ทั้งสิ้นห้าคนที่ยังคงอยู่จนถึงตอนนี้ถามว่าพ่อบ้านอย่างเขาเคยเห็นมาแล้วกี่ท่านคำตอบคือท่านเดียวนั่นก็คือท่านผู้าุโสูงสุดที่อยู่ปกปักคุ้มครองเมืองั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างองค์หญิงสกุลหวัง หวังซงอีองค์หญิงองค์ที่เจ็ดที่สามารถฝึกฝนจนบรรลุเป้นเซียนละลงมาช่วยเหลือแดนมนุษย์เมื่อหมื่นปีที่แล้ว
“นายท่านขอรับมีแขกมาขอพบท่านขอรับ”พ่อบ้านคุกเข่าลงหน้าเรือนชั้นในอย่างนอบน้อมก่อนที่จะรู้สึกถึงลมเย็นพร้อมกับของในมือที่ถูกเอาไป
“ยังไม่ใช่เวลานัดเหตุใดนางมาก่อนเวลา”เสียงงัวเงียกล่าวอย่างสงสัย “มาแล้วก็เข้ามา ส่วนเ้ามีอะไรก็ไปทำ”ยังไม่ทันสิ้นเสียงดีประตูเรือนก็เปิดออกพร้อมกับร่างสองร่างที่เดินเข้าไปด้านใน
“ขอรับ”พ่อบ้านทำความเคารพก่อนที่จะเดินออกไป
“เล่ามาสิเ้าไปเอาเ้าหนุ่มน้อยนี่มาจากที่ใดรูปงามขนาดนี้หากเป็เมื่อก่อนข้าจะเอาเขามาไว้ในวังหลังของข้าอย่างแน่นอน” หวังซิงอีกล่าวหยอกเอินเพื่อนสาวที่อยู่ด้านหน้า ก่อนที่นางจะมองชายรูปงามที่เพื่อนพามาแล้วมองเพื่อนของตนอีกครั้งนางมองเห็นเส้นชะตาของพวกเขาอย่างชัดเจนแต่เพื่อนของนางคงมองไม่เห็นเพราะนางไม่ได้เรียนวิชาทำนายอย่างมากที่สุดก็เพียงตรวจดูว่าจะมีภัยเท่านั้นก็อย่างว่าแหละเพื่อนคนนี้ของนางี้เีขนาดอาจารย์ยังส่ายหน้าแต่กลับสามารถบรรลุขั้นเซียนที่สูงกว่านางหนึ่งขั้นตอนนั้นนางโกรธเพื่อนเป็ฟืนเป็ไฟว่าเหตุใดคนที่ความขยันมีน้อยตรงหน้าถึงสามารถนำหน้านางจนกระทั่งบรรลุขั้นนางจึงได้เข้าใจ ชีวิตธรรมดาหรือชีวิตของเทพเซียนล้วนหมุนไปตามกงล้อแห่งโชคชะตาไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจหนีพ้น
“อย่าพูดเล่นเดียวทำหลี่ตงหยางเสื่อมเสียชื่อเสียง”เหรินลู่หลินปรามสหายเสียงเบา
“เสื่อมเสียชื่อเสียงไม่เห็นว่าเขาจะรู้สึกอย่างนั้นนะ” หวังซิงอีกล่าวยิ้มๆ “ใช่ไหมพ่อหนุ่ม”
“ไม่เป็การเสื่อมเสียชื่อเสียงแต่เป็เกียรติของข้าที่ได้มีข่าวลือแบบนั้นกับแม่นางเหรินลู่หลินขอรับ”ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เล่นเอาหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆทำตัวไม่ถูกอยู่มาก็ปูนนี้นางไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนแล้วนั่นมันสายตาอะไรกันนางยิ่งแต่ทำตัวไม่ถูก
เพื่อนข้าจะสละโสดแล้วหวังซิงอียิ้มอย่างอารมณ์ดี เื่นี้ต้องประกาศและนางว่าคงมีคนช่วยให้เื่นี้ดังไปทั้งดินแดนแน่นอน