บทที่ 6 ท่านพ่อคนดวงซวย!
"ฮ่า ๆ ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!"
ลู่ชิงยกนิ้วโป้งให้หรานหร่าน ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ากลับดูแข็งค้างชอบกล เท้าเล็ก ๆ เพียงข้างเดียวกลับเตะสุนัขดำตัวใหญ่หนักหลายสิบจินกระเด็นไปได้ จะไม่ให้เรียกว่ายอดเยี่ยมได้อย่างไร? ขนาดเขาเองยังทำไม่ได้เลย!
หรานหร่านได้ยินคำชม ใบหน้าจิ้มลิ้มก็เบ่งบานราวกับดอกไม้แรกแย้ม นางเงยหน้ามองเซียวจิ้งเสวียน เอ่ยเสียงใสแจ๋ว "ท่านพ่อ หากให้หรานหร่านอยู่ข้างกาย ท่านก็จะไม่ใช่คนดวงซวยแล้วนะเ้าคะ!"
เมื่อได้ยินคำว่า ‘คนดวงซวย’ ใบหน้าของเซียวจิ้งเสวียนก็ดำทะมึนลงอีกหลายส่วน
ฝ่ายลู่ชิงนั้นเล่ากลับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เผลอหลุดปากถามออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด "เ้ารู้ได้อย่างไรว่าใต้เท้าของข้าเป็คนดวงซวย?"
"อะแฮ่ม!"
สิ้นเสียงลู่ชิง เสียงกระแอมไอหนัก ๆ ของเซียวจิ้งเสวียนก็ดังขัดขึ้นทันควัน ลู่ชิงสะดุ้งโหยง รีบยืดตัวตรง หุบปากเงียบกริบ ทว่าดวงตากลับจ้องมองหรานหร่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หรานหร่านจ้องมองหว่างคิ้วของเซียวจิ้งเสวียนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมากระพริบตาปริบ ๆ ให้ลู่ชิง ฉีกยิ้มกว้าง "หากท่านลุงลู่ให้ข้ากินน่องไก่ ข้าถึงจะยอมบอกนะเ้าคะ!"
ลู่ชิง "..."
นังหนูนี่ยังรู้จักฉวยโอกาสขูดรีดกันอีกหรือเนี่ย!?
"คนดวงซวยอันใดกัน เหลวไหลสิ้นดี!"
เซียวจิ้งเสวียนเอ่ยเสียงเ็า สะบัดชายแขนเสื้อทำท่าจะเดินหนีไป
ลู่ชิงเห็นดังนั้นจึงป้องปากพึมพำงุบงิบ "จะไม่ใช่คนดวงซวยได้อย่างไร? ไม่รู้ว่าเป็ผู้ใดกัน แค่ก้าวขาออกจากประตูบ้านก็ต้องเจอเื่ซวย ๆ ขนาดออกไปสืบคดียังถูกวัวไล่ขวิดไปตั้งสองลี้! หากคนไม่รู้คงนึกว่าเจอผีหลอกกลางวันแสก ๆ เป็แน่!"
"เ้าบ่นพึมพำอันใด!" เซียวจิ้งเสวียนหันขวับกลับมา ถลึงตามองด้วยสายตาเย็นเยียบ "เชื่อหรือไม่ ข้าจะสั่งให้วัวลากเ้าไปสักสองลี้บ้าง?"
ลู่ชิงหดคอวูบ รีบยิ้มแหย ๆ ประจบเอาใจ "มิกล้า มิกล้าขอรับ!"
หรานหร่านเห็นท่าทางขี้ขลาดตาขาวของลู่ชิง ก็ยกมือป้อม ๆ ปิดปากหัวเราะคิกคัก เอ่ยเสียงนุ่มนิ่ม "เดิมทีท่านพ่อควรจะมีวาสนาสูงส่งเ้าค่ะ เพียงแต่ถูกคนชั่ว่ชิงวาสนาไป จึงทำให้ต้องพบเจอแต่เื่โชคร้ายเช่นนี้"
ฝีเท้าของเซียวจิ้งเสวียนชะงักกึก สีหน้าเคร่งขรึมลง ทว่าเขากลับมิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงก้าวเท้าเดินต่อไปข้างหน้าหรานหร่านเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งต๊อกแต๊กตามไป มือเล็ก ๆ แอบคว้าชายเสื้อของเขาไว้แน่น เมื่อเห็นว่าเซียวจิ้งเสวียนไม่ปฏิเสธ หรานหร่านก็เผยรอยยิ้มหวานหยดย้อยออกมาอีกครั้ง
อื้ม... ความรู้สึกที่มีท่านพ่อนี่มันดีจริง ๆ!
วันหน้าหากนางคอยติดตามอยู่ข้างกายท่านพ่อ ไอ้คนชั่วที่เลี้ยงดูเทพชั่วร้ายผู้นั้น อย่าได้หวังจะมา่ชิงวาสนาของท่านพ่อไปได้แม้แต่ครึ่งส่วน! เซียวจิ้งเสวียนเพิ่งจะย้ายมารับตำแหน่งที่เมืองยงหลินได้ไม่นาน คนในครอบครัวจึงยังเดินทางมาไม่ถึง เขาจึงพักอาศัยอยู่ภายในศาลาว่าการไปพลางก่อน
เขาไม่ชอบความวุ่นวาย นอกจากองครักษ์เฝ้าประตูแล้ว บ่าวที่เหลือจึงมีเพียงหญิงชราสองคนที่คอยดูแลเื่ฟืนไฟและหุงหาอาหารในครัวเท่านั้นทันทีที่กลับถึงศาลาว่าการ เซียวจิ้งเสวียนก็สั่งการลู่ชิง
"พานางไปฝากให้ป้าเฟิงดูแลชั่วคราว แล้วรีบตามหาครอบครัวของนางให้เจอโดยเร็วที่สุด!"กล่าวจบ เขาก็เดินดุ่ม ๆ ตรงไปยังห้องหนังสือทันที
"ขอรับ"
ลู่ชิงรับคำ ครั้นเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยมองตามแผ่นหลังของเซียวจิ้งเสวียนตาละห้อย เขาก็ยิ้มพลางย่อตัวลงตรงหน้านาง เอ่ยถามอย่างอ่อนโยน
"หรานหร่าน หิวหรือยัง? ท่านลุงลู่จะเลี้ยงน่องไก่เ้าเอง!"
พอได้ยินคำว่าน่องไก่ ดวงตาของเ้าก้อนแป้งน้อยก็เป็ประกายวิบวับ กลืนน้ำลายดังเอือก ศีรษะเล็ก ๆ ผงกขึ้นลงรัวเร็วราวกับไก่จิกข้าวสาร
"เอาเ้าค่ะ เอาเ้าค่ะ!"
ลู่ชิงถูกความน่ารักของนางโจมตีจนใจแทบละลาย เขาลุกขึ้นจูงมือน้อย ๆ ของนาง "ไปเถอะ ข้าจะพาเ้าไปที่ห้องครัว"
"เ้าค่ะ"
หรานหร่านเดินตามลู่ชิงต้อย ๆ ไปยังห้องครัว ยังไม่ทันถึงก็ได้กลิ่นหอมฉุยของกับข้าวลอยมาแต่ไกล
"หอมจังเลย!"
เ้าก้อนแป้งน้อยเดินเข้าห้องครัว จมูกเล็ก ๆ ขยับฟุดฟิด กลืนน้ำลายไม่หยุด
"ตายละ นั่นลูกเต้าเหล่าใครกัน? หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ราวกับตุ๊กตาเซียนน้อยเดินออกมาจากภาพวาดเชียว"
ภายในครัว ป้าเฟิงและป้าเซียว พอเห็นหรานหร่านก็ร้องทักด้วยความแปลกใจ
"สวัสดีเ้าค่ะท่านยาย!"
เ้าก้อนแป้งน้อยเอ่ยทักทายเสียงหวาน แล้วแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว "ข้าชื่อหรานหร่าน เป็บุตรสาวของท่านพ่อเ้าค่ะ! ท่านพ่อของข้าก็คือใต้เท้าที่เป็ใหญ่ที่สุดในที่แห่งนี้"
หญิงชราทั้งสองสบตากัน ก่อนจะหันไปมองลู่ชิงด้วยความสงสัย
ลู่ชิงเองก็จนปัญญาจะอธิบาย ได้แต่เกาหัวแกรก ๆ "เ้าตัวเล็กนี่ต้องรบกวนท่านป้าทั้งสองช่วยดูแลสักครู่ ข้าเป็ผู้ชายอกสามศอก ไม่รู้วิธีดูแลเด็กเล็ก ๆ หรอกขอรับ!"
"ไม่เอา ข้าจะไปหาท่านพ่อ!"
พอหรานหร่านรู้ว่าจะต้องอยู่กับหญิงชราสองคน ใบหน้าก็ฉายแววไม่ยินยอมทันที นางเพิ่งจะตามหาท่านพ่อเจอ ยังไม่ทันได้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับท่านพ่อเลยนะ!
"เอ่อ..." ลู่ชิงย่อตัวลง ลูบศีรษะนางเบา ๆ จ้องมองนางอย่างจริงจัง "ท่านยายทั้งสองก็พักอยู่ที่นี่ ใต้เท้าเองก็พักอยู่ที่นี่ เพียงแค่ให้พวกนางดูแลเ้าชั่วคราวเท่านั้นเอง"
"ไม่เอา!"
เ้าก้อนแป้งน้อยส่ายหัวดิก เบะปากร้องไห้จ้า "แง... ข้าไม่อยากห่างจากท่านพ่อ ท่านอย่ามาหลอกข้านะ!" พอลู่ชิงเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยร้องไห้ ก็เริ่มทำตัวไม่ถูก มือไม้ปั่นป่วนไปหมด
"เปล่านะ ข้าไม่ได้หลอกเ้า!"
"โธ่ ๆ หนูน้อยของบ่าว อย่าร้องเลยนะ!"
"ท่านนั่นแหละหลอกข้า!" หรานหร่านน้ำตานองหน้า ปากเล็กเชิดขึ้นอย่างงอน ๆ "อย่าคิดว่าข้าเด็กแล้วท่านจะมาหลอกกันได้ง่าย ๆ นะ!"
"ข้า..."
เมื่อสบตากับดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์คู่นั้น ลู่ชิงก็รู้สึกผิดจนต้องลูบจมูกแก้เก้อ
"แม่หนูน้อย เ้าชื่อหรานหร่านใช่หรือไม่? หน้าตาสะสวยจริงเชียว!"
ป้าเฟิงเห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้ามา ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาที่หางตาให้นาง ลูบแก้มยุ้ย ๆ อย่างเอ็นดู "ใต้เท้าของเราชอบเด็กที่สะอาดสะอ้าน เดี๋ยวรอยายอาบน้ำให้เ้าจนตัวหอมฉุย แล้วหรานหร่านค่อยไปหาท่านพ่อ ดีหรือไม่?"
ดวงตาของหรานหร่านกลอกไปมา แก้มป่องพองลม ก่อนจะยอมจำนน "ก็ได้เ้าค่ะ!"
"เด็กดี!"
ป้าเฟิงยิ้ม "เช่นนั้นหรานหร่านรอตรงนี้เดี๋ยวนะ ยายจะไปหาชุดผลัดเปลี่ยนมาให้ อาบน้ำเสร็จแล้วเราค่อยมากินน่องไก่ชิ้นโตกัน ตกลงไหม?"
"ตกลงเ้าค่ะ!"
หรานหร่านพยักหน้าหงึกหงัก รับคำอย่างดีอกดีใจ
ลู่ชิงเห็นดังนั้นก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"เช่นนั้นหรานหร่านก็ฝากท่านป้าทั้งสองดูแลด้วยนะขอรับ ใต้เท้ายังมีงานสั่งให้ข้าไปทำ!"
"องครักษ์ลู่วางใจเถิด พวกข้าจะดูแลนางเป็อย่างดี"
หลังจากอาบน้ำจนตัวหอมฉุย หรานหร่านก็เปลี่ยนมาสวมชุดผ้าฝ้ายธรรมดา
ป้าเซียวจ้องมองนางด้วยความเอ็นดู "จะว่าไป ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนใต้เท้าจริง ๆ นะเนี่ย!"
หรานหร่านฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี "ข้าเป็บุตรสาวของท่านพ่อ ก็ต้องเหมือนท่านพ่อสิเ้าคะ!"
ป้าเฟิงจูงมือน้อย ๆ ของนาง พลางยิ้มอย่างเมตตา "ไปเถอะ ยายจะพาไปกินข้าว!"
"ท่านพ่อกินหรือยังเ้าคะ?"
หรานหร่านเงยหน้าถาม
"ยังหรอก" ป้าเฟิงตอบ "ท่านพ่อของเ้ายุ่งมาก เพิ่งจะมารับตำแหน่งที่นี่ ยังมีเื่ราวอีกมากมายที่ยังไม่คุ้นเคย"
"หรานหร่านต้องเป็เด็กดี กินข้าวให้อิ่ม แล้วก็นอนหลับให้สบาย อย่าให้ใต้เท้าต้องเป็ห่วง เข้าใจหรือไม่?"
"เ้าค่ะ" หรานหร่านพยักหน้า ตบหน้าอกเล็ก ๆ ของตนเองดังปุ ๆ เพื่อรับประกัน "หรานหร่านจะเป็เด็กดีเชื่อฟังเ้าค่ะ!"
"เก่งมาก!”