“ถ้าอย่างนั้นลูกก็อยู่เล่นกับน้องชายน้องสาวของลูกไปก่อน แม่จะไปทำอาหารให้ลูกก่อน”
เมื่อถึง่กินอาหารในตอนค่ำ เว่ยชิงหลงมองอาหารที่มารดาทำให้กินมีเพียงผักต้มกับโจ๊กข้าวที่แทบจะมีแต่น้ำ เว่ยชิงหลงกินไปนิดหน่อย แล้วมานั่งคิดที่จะหาอาหารดีๆมาให้ครอบครัว
‘คิดออกแล้วเขามีทหารองครักษ์อยู่ เพียงแค่ให้ทหารองครักษ์ไปล่าสัตว์ในป่ามาให้ก็จบปัญหา หากองครักษ์ล่าเสือตัวนั้นได้ก็เอาไปขายในเมืองก็จะได้เงินตำลึงมา เอาไว้ใกล้จะเช้าละกัน’
หลังจากนั้นเว่ยชิงหลงก็เข้านอน แล้วตื่นขึ้นมาก่อนฟ้าสางจากนั้นก็เดินออกมาจากกระท่อม แล้วมุ่งหน้าไปที่ป่าก่อนจะเรียกองครักษ์ออกมายี่สิบนาย
“คาราวะนายท่าน หากมีสิ่งใดโปรดบัญชา”
“ข้าอยากให้พวกเ้าทั้งยี่สิบคนออกไปล่าสัตว์ให้กับข้า”
“นายท่าน้าให้พวกเราล่าสัตว์มากี่ตัวขอรับ”
“พวกเ้าเจอกี่ตัวก็จงล่ามา หากเจอสัตว์ใหญ่เช่นหมี กวาง เสือ หมูป่า ก็จะดีไม่น้อย นอกเหนือจากนั้นหากพบเจอสมุนไพรล้ำค่าก็จงเอามาด้วย พวกเ้ายี่สิบคนอาจจะยังไม่พอ”
เว่ยชิงหลงเรียกทหารองครักษ์ออกมาจากมิติมาเพิ่มอีกสามสิบนาย
“พวกเ้าหนึ่งในองครักษ์ทั้งยี่สิบคนช่วยบอกองครักษ์ ที่ออกมาใหม่ทั้งสามสิบนาย บอกแจ้งจุดประสงค์ของข้า ข้าจะให้เวลาพวกเ้าหนึ่งชั่วยาม (สองชั่วโมง) เมื่อครบหนึ่งชั่วยามให้มาพบข้าที่กระท่อมแห่งนี้”
เว่ยชิงหลงพูดจบก็เดินกลับกระท่อม เมื่อมาถึงกระท่อมก็มานั่งรอ
“ชิงหลงลูกตื่นนอนนานแล้วหรือ”
“ขอรับ ลูกตื่นนอนก่อนท่านแม่ได้ไม่นาน”
“แม่ขอโทษด้วยนะลูกที่ทำให้พวกลูกลำบาก”
“หาใช่ความผิดของท่านแม่ขอรับ ข้ามีบางอย่างจะบอกกล่าวต่อท่านแม่ ”
เว่ยชิงหลง เล่าความสามารถของตนให้กับมารดาฟัง
“ความสามารถเช่นนี้ ช่างหน้าเหลือเชื่อนักลูกแม่”
“ท่านแม่ เพียงแค่รอพร้อมกับลูก เช้านี้ท่านแม่กับน้องจะได้กินเนื้อ ไปรอข้างในกระท่อมดีกว่าขอนับ”
หนึ่งชั่วยามต่อมา
่เวลายามเหม่า (05.00-07.00)
ทหารองครักษ์ทั้งห้าสิบนายต่างทยอยนำสัตว์ที่ล่ามาได้มายังกระท่อมที่เว่ยชิงหลงอาศัยอยู่ ทหารองครักษ์นายหนึ่งเข้าไปรายงานเว่ยชิงหลง
“นายท่านขอรับ”
“เข้ามาได้”
“นายท่าน”
“ต่อไปนี้เรียกข้าว่านายน้อย และเรียกมารดาข้าว่านายหญิง”
“นายน้อย นายหญิง”
“ดี สัตว์ที่พวกเ้าล่าได้มีอันใดบ้าง”
“นายน้อยโปรดรอสักครู่ขอรับ ด้วยจำนวนที่มากอาจต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย ”
หลังจากนั้นไม่นานทหารองครักษ์อีกนายก็เข้ามารายงาน
“เรียนนายน้อย”
เว่ยชิงหลงรู้สึกแปลกใจที่ทหารองครักษ์ที่เข้ามาอีกนาย เรียกเขาว่านายน้อยทั้งทีเขาก็ยังไม่ได้บอก
“นายน้อยนี้คือความสามารถอีกอย่างหนึ่งขอรับ”
“รายงานมาว่าการล่าสัตว์เป็อย่างไร”
“นายน้อยการล่าสัตว์ครั้งนี้ได้หมีป่าสองตัว เสือสามตัว กวางห้าตัว หมูป่าตัวใหญ่เก้าตัว ไก่ป่าสามสิบสองตัว และโสมป่าเจ็ดต้น เห็ดหลินจืออีกสิบดอกขอรับ”
“ท่านแม่หากข้า้านำสัตว์อย่างหมีป่าและเสือ ไปขายจะได้ราคาดีหรือไม่ขอรับ ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับฟังที่ลูกพูดอยู่หรือไม่”
“แม่ฟังอยู่ หากเป็หมีป่าหรือเสือตัวใหญ่ทางการจะรับซื้อด้วยราคาที่สูงกว่าร้านรับซื้อปกติ”
เว่ยเหม่ยหงที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าบุตรชายจะมีความสามารถแบบนั้นแต่เมื่อเห็นว่ามีชายสองคนที่เรียกบุตรชายของตนว่านายน้อยด้วยความเคารพ ก็เชื่อเต็มสิบส่วน
“หากเป็โสมป่ากับเห็ดหลินจือเล่าท่านแม่”
“ราคาจะสูงมาก อย่างน้อยก็หลายร้อยตำลึงทองลูก”