ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 66 ดักคน ผิดโทษฐานใด

            หลังจากรถม้าหยุดลงมู่จื่อหลิงก็ยื่นมือไปเลิกผ้าม่านรถ เห็นผู้มาใหม่ก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้เป็นดังที่นางคาดไว้จริงๆ ข่าวแพร่ไปเร็วพอใช้ได้เลยไทเฮาเฒ่ารอไม่ไหวดักคนกลางทางเสียแล้ว

            ผู้ที่มาใหม่เป็นหลินมามาข้างกายไทเฮาด้านหลังมีนางกำนัลต๊อกต๋อยตามมาด้วยสี่คนหลินมามาทุ่มเทใจคิดแผนชั่วร้ายออกมาไม่น้อยจนได้รับความโปรดปรานจากไทเฮา

            บัดนี้นางได้รับความโปรดปรานจากไทเฮาอย่างลึกซึ้งยิ่งเปลี่ยนเป็นผู้ที่ไม่เห็นผู้อื่นในสายตา คนในวังยังต้องเกรงกลัวนางถึงสามส่วน

            “บ่าวคารวะหวางเฟยองค์ชายหก” หลินมามาส่งเสียงแหลม คำนับด้วยความเย่อหยิ่ง ใบหน้าหมางเมินน้ำเสียงไม่นอบน้อมโดยสิ้นเชิง

            ดวงตาที่หรี่ลงคู่นั้นไม่รู้เหลือบมองไปทางไหนตะโกนเสียงดังเกรงกลัวผู้อื่นจะฟังไม่ได้ยินอย่างไรอย่างนั้น

            “บ่าวคารวะหวางเฟยองค์ชายหก” นางกำนัลด้านหลังหลินมามาสี่คนทำความเคารพตาม

            มู่จื่อหลิงเสียดสีในใจ คนโง่งมเช่นยายเฒ่าปีศาจผู้นี้เป็นฟ้าร้องดังฝนเม็ดเล็ก [1] ยามนี้สามารถนำลูกกระจ๊อกออกมาจากวังได้แล้ว

            “ยืนขึ้น มีเรื่องใด” มู่จื่อหลิงถามทั้งที่รู้แม้จะไม่ชินกับท่าทางผยองจองหองของยายปีศาจเฒ่านี่แต่ยามนี้นางไม่มีอารมณ์มาสั่งสอนมารยาทนางมารเฒ่าผู้นี้แล้ว

            หลินมามากระแอมไอในลำคอสองครั้งเชิดศีรษะยืดอก กล่าวอย่างเคร่งเครียด “บ่าวได้รับพระบัญชาจากไทเฮาให้นำหวางเฟยไปตำหนักโซ่วอัน”

            บัดนี้ที่หลินมามาพูดนั้นเป็น‘นำตัว’ มิใช่ ‘เชิญ’ต่างเพียงตัวอักษรเดียว แต่ความหมายกลับไม่เหมือนกันเลย

            “พี่สะใภ้สามดูท่าไทเฮาคงรู้แล้ว ตอนนี้ทำอย่างไรดี?” หลงเซี่ยวเจ๋อกระซิบอยู่ข้างหูมู่จื่อหลิงถามด้วยความกังวล

            “จะทำอย่างไรได้อีก ไทเฮาสั่งลงมานั้นเป็นพระบัญชาเปิ่นหวางเฟยฝ่าฝืนได้หรือ เห็นชัดๆ ว่าไม่ได้ ไม่ไปก็ต้องไปแล้ว” มู่จื่อหลิงพูดเสียงดังอย่างไม่ใส่ใจสร้างสถานการณ์ข่มขู่นางก็ทำได้ ไม่ว่าอย่างไรกิริยาท่าทีก็ยังต้องคงเอาไว้

            ในเมื่อโรคทางสมองของหลงเซี่ยวหนานกลับมากำเริบไทเฮาก็ไม่รีบให้นางไปรักษาหลงเซี่ยวหนาน แต่กลับรีบมาหาเรื่องนางนี่ต้องการระบายโทสะแทนหลงเซี่ยวหนาน ช่างเป็นเสด็จย่าที่อบอุ่นจริงๆ

            ยามนี้ไม่ว่าตำหนักโซ่วอันจะเป็นถ้ำเสือวังมังกรอันใดนางก็ล้วนต้องลุยเดี่ยวเข้าไปบัดนี้นางไม่รู้ว่าไทเฮาจะลงมือกับนางอย่างไร เห็นลูกไม้เช่นใดแก้เช่นนั้นแก้ไม่ได้นางก็จนปัญญาแล้ว ใครใช้ให้นางต่ำกว่าไทเฮาอยู่หลายขั้นกันเล่า

            “พี่สะใภ้สามข้าจะไปกับท่านด้วย” ใบหน้าของหลงเซี่ยวเจ๋อเต็มไปด้วยความกังวลเขาในขณะนี้ไม่วางใจให้มู่จื่อหลิงไปพบไทเฮาเพียงลำพัง

            หลินมามาเห็นว่าหลงเซี่ยวเจ๋อต้องการไปด้วยจึงไม่ลืมตักเตือนอย่างเรียบเฉย “องค์ชายหกไทเฮาให้บ่าวนำตัวหวางเฟยไปเพียงผู้เดียว มิได้ทรงตรัสให้นำพระองค์ไปด้วย”

            หลังนางพูดจบนัยน์ตาก็เต็มไปด้วยความเย้ยหยันอันบริสุทธิ์นางย่อมรู้ว่าเหตุใดไทเฮาจึงให้มู่จื่อหลิงไปตำหนักโซ่วอันเพียงลำพัง

            วันนี้สวรรค์เข้าข้างนางจริงๆครั้งที่แล้วยายเด็กหน้าขนนี่ทำให้นางขายหน้าต่อพระพักตร์ไทเฮานางต้องปรนนิบัติฉีหวางเฟยผู้นี้เป็นอย่างดีแน่

            ได้ยินคำพูดนี้หลงเซี่ยวเจ๋อก็ไม่พอใจถลึงตาใส่หลินมามาอย่างโกรธเคือง พูดเหี้ยมเกรียม “สามหาวเปิ่นหวงจื่อจะไปถวายพระพรเสด็จย่า เจ้ากล้าขัดขวาง?”

            ยายปีศาจเฒ่าสมองไขมันผู้นี้เขารู้ว่านางเป็นมือเท้าข้างกายไทเฮา ชอบทำตัวเป็นสุนัขแอบอ้างบารมีเจ้าของ ออกอุบายทำร้ายผู้อื่นต่อหน้าไทเฮาอย่างชำนิชำนาญน่าสะอิดสะเอียนเป็นที่สุด ช่างทำให้คนเกลียดชังจริงๆ

            ตอนนี้หากให้พี่สะใภ้สามไปกับนางเพียงลำพังไม่แน่ว่าอาจเกิดเรื่องใดขึ้นเขาไม่อยากให้พี่สะใภ้สามถูกทำร้าย แม้ความสามารถของเขาไม่มากมายแต่ก็ต้องทุ่มเทปกป้องพี่สะใภ้สามสุดตัว

            “บ่าวมิกล้าเพียงแต่ไทเฮาทรงตรัสแล้วว่าเช้านี้เป็นกรณีพิเศษไม่ต้องไปถวายพระพรแด่พระนางเพคะ” หลินมามามิได้เกรงกลัวต่อน้ำเสียงของหลงเซี่ยวเจ๋อโดยสิ้นเชิงพูดอย่างชอบธรรม

            “เจ้า” หลงเซี่ยวเจ๋อยังอยากกล่าวต่ออย่างมีโทสะกลับถูกมู่จื่อหลิงตัดบทเสียก่อน

            “ข้าไปเองก็พอแล้วเจ้าไปดูองค์ชายห้าก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง” มู่จื่อหลิงพูดอย่างเฉยเมย

            นางไม่คิดจะให้หลงเซี่ยวเจ๋อติดตามไปด้วยด้วยนิสัยหุนหันพลันแล่นของเขานี้ไม่แน่ว่าอาจก่อเรื่องใดออกมาก็ได้ถึงเวลานั้นไม่ได้ช่วยนาง แล้วยังพัวพันไปถึงเขาด้วย เช่นนั้นได้ไม่คุ้มเสียเลย

            “พี่สะใภ้สาม” หลงเซี่ยวเจ๋อร้องเรียกอย่างกังวล

            มู่จื่อหลิงส่งสายตาให้เขาสบายใจ“พอแล้ว รีบไปเถิด อย่ากังวล”

            “ได้ ข้าจะลงจากรถ”หลงเซี่ยวเจ๋อส่งเสียงตอบรับแล้วกระโดดลงจากรถม้า เขาก็ไม่กล้าถ่วงเวลาอีกเช่นกันเสียเวลามากไปอีกหนึ่งนาทีก็อาจจะเพิ่มเหตุผลให้ไทเฮามาหาเรื่องพี่สะใภ้ได้อีกหนึ่งเหตุผล

            หลังจากหลงเซี่ยวเจ๋อลงจากรถรถม้าจึงวิ่งต่อไป ทว่าหลงเซี่ยวเจ๋อกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง มองทิศทางที่รถม้าวิ่งไปอย่างเป็นกังวล

            จนกระทั่งรถม้าวิ่งไปไกลแล้วหลงเซี่ยวเจ๋อจึงดึงสายตาที่กังวลมิอาจตัดใจกลับมารีบวิ่งพุ่งไปอีกทางอย่างรีบเร่ง ทิศทางนั้นมิใช่ตำหนักหนานเหอ แต่เป็น......

            มู่จื่อหลิงถูกนำตัวมาที่ตำหนักโซ่วอันเท้าเพิ่งเหยียบเข้าไปยังมิทันเหลือบมองคนบนที่นั่งหลักก็ต้องตกใจกับบรรยากาศขวัญผวาอันน่าขนลุกข้างใน

            มู่จื่อหลิงตัวสั่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวสูดลมหายใจเข้าลึก เชิดหน้ายืดตัวตรงก้าวไปด้านหน้า

            ถึงได้เห็นไทเฮาที่อยู่บนบัลลังก์ยังคงงามสง่า สูงศักดิ์ แต่กลับไม่มีความเมตตากรุณาเหมือนก่อนหน้า ใบหน้าน่าเกรงขามเด็ดขาดมุมปากยกขึ้นอย่างเลือดเย็น สายตาดุดันจับจ้องมาที่มู่จื่อหลิง

            ฮองเฮาเองก็อยู่ด้วยทว่าสีหน้ากลับนิ่งสงบและดูดีกว่าของไทเฮามากนักยังคงสง่างามระคนอ่อนโยนเป็นมิตรเช่นเดิม มุมปากเหยียดเป็นรอยยิ้มจางด้วยท่าทีของมารดาแห่งใต้หล้า

            ดูท่าเรื่องที่หลงเซี่ยวหลีถูกกักบริเวณนางคงปล่อยวางแล้ว ยามนี้จึงได้รู้จักมาร่วมวงครึกครื้น เสแสร้งเป็นคนดี

            มู่จื่อหลิงเดินไปด้านหน้าไทเฮาไม่รอให้นางคารวะ ไทเฮาก็พูดด้วยน้ำเสียงเย็นอย่างเด็ดขาด “คุกเข่าลง”

            ไทเฮามิได้พูดว่าผู้ใดต้องคุกเข่าแต่คนในที่นั้นกลับเข้าใจ

            ทว่าเจ้าของเรื่องที่ควรคุกเข่าลงอย่างมู่จื่อหลิงก็มิได้หวาดกลัวต่อความน่าเกรงขามของน้ำเสียงเย็นนี้เลยนางยืนอย่างทระนงในศักดิ์ศรีไม่ขยับเขยื้อน ตอนนี้นางไม่คิดจะคารวะแล้วดวงตากระจ่างใสสบเข้ากับดวงตาเย็นเยียบของไทเฮาโดยไร้ซึ่งการเลี่ยงหลบ

            คุกเข่า? นางมู่จื่อหลิงรู้จักแต่การคุกเข่าต่อฟ้าดินต่อบิดามารดา แต่ไม่รู้การคุกเข่าให้ไทเฮา อย่างไรก็ได้รับโทษจนถึงที่สุดแล้วเพิ่มไปอีกสักข้อนางก็ไม่รังเกียจว่ามากเกินไป

            ทว่าหลินมามาที่อยู่ด้านหลังกลับไม่ปล่อยให้นางสมปรารถนาหลินมามาส่งสายตาให้นางกำนัลสองคนข้างหลัง

            นางกำนัลสองคนได้รับสัญญาณเดินขึ้นไปข้างหน้าจับบ่าทั้งสองข้างของมู่จื่อหลิง คนหนึ่งมือหนึ่งกดลงไปอย่างแรงสองมือยากต่อกรสี่มือ มู่จื่อหลิงกัดฟัดอย่างโกรธแค้น ดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายมิอาจต้านอยู่จนคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น

            เห็นมู่จื่อหลิงคุกเข่าลงข้างเดียวและยังมีท่าทางหยิ่งทระนง หลินมามาก็หัวเราะเย้ยหยัน มิลืมเหวี่ยงเท้าออกไปจากด้านหลังอย่างแรงจึงส่งเสียงดัง ‘ตึง’ มู่จื่อหลิงจึงคุกเข่าลงไปต่อหน้าไทเฮาจริงๆ

            มู่จื่อหลิงส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวดกัดฟันด่าในใจ ‘บ่าวสุนัขต้องรุนแรงเช่นนี้เลยหรือ’

            พยัคฆีจรจากพนาไพรถูกรังแกนางอดทน บ่าวเฒ่าทรยศผู้นี้ควรภาวนาให้ไทเฮาชราทรมานนางจนตายในวันนี้มิเช่นนั้นหลังจากที่นางหลุดออกไปได้ นางบ่าวแก่ผู้นี้จะต้องเป็นคนแรกที่นางจัดการ

            หลังจากไทเฮาเห็นมู่จื่อหลิงคุกเข่าลงก็แย้มยิ้มพึงพอใจยกจอกชาขึ้นมาจิบคำหนึ่ง น้ำเสียงทรงอำนาจเจือไปด้วยความไม่คลุมเครือสายหนึ่ง“มู่จื่อหลิง เจ้ารู้ความผิดหรือไม่”

            มู่จื่อหลิงค่อยๆ ยกศีรษะขึ้นสบสายตากับไทเฮางงงันยิ่งนัก ในขณะเดียวกันก็แสดงออกอย่างสลดใจ “ไม่ทราบว่าหม่อมฉันทำผิดโทษฐานใด”

            นางไม่รู้จริงๆแม้แต่หน้าของหลงเซี่ยวหนานนางยังมิได้พบด้วยซ้ำ จะรู้ได้อย่างไรว่าโรคทางสมองของเขากลับมากำเริบจริงหรือไม่ต่อให้รู้แล้วอย่างไร ก็ไม่มีหลักฐานอ้างอิงอยู่ดี

            ทันทีที่มาไทเฮาไม่ถามเหตุผลก็ถามความผิดนางอย่าได้พูดถึงประตู แม้แต่รูก็ไม่มีนอกจากนี้นางก็ไม่ใช่ลูกพลับนิ่มที่จะถูกบีบง่ายๆ กระต่ายร้อนรนจะกัดคนเสียแล้วแม้ไทเฮาจะสูงส่งจนนางมิอาจแตะต้อง แต่การเย้าแหย่ก็ยังทำได้นี่

            ดวงตาของไทเฮาทอประกายโทสะพูดเสียงเย็น “เจ้าหลอกเบื้องสูงลวงเบื้องล่างเปิดศีรษะของหลงเซี่ยวหนานพูดว่ารักษาโรคทางสมองของเขาหายแล้วบัดนี้โรคทางสมองของหลงเซี่ยวหนานกลับมากำเริบแล้วเจ้ายังกล้าพูดว่าเจ้าไม่รู้ว่าทำผิดโทษฐานใด?”

            มู่จื่อหลิงขวัญกล้านักวันนี้อายเจียจะดูว่าเจ้าจะสามารถปากแข็งไปได้ถึงตอนไหน อายเจียรอมานานเช่นนี้ในที่สุดก็ได้รับโอกาส ครานี้ไม่มีทางละเว้นเจ้าอีกเป็นแน่

            มู่จื่อหลิงกะพริบตาอย่างใสซื่อบริสุทธิ์ถามกลับว่า “หม่อมฉันทำผิดโทษฐานใด?”

            อย่างไรวันนี้ต่อให้นางตายก็สู้ไทเฮาไม่ได้ไทเฮาเองก็คงไม่ละเว้น ปล่อยนางไปเพราะความเคารพนอบน้อมเช่นกันต่อให้ไทเฮาต้องการให้นางเคารพนอบน้อมจึงจะปล่อยนางไปนางก็ไม่รู้ว่าเคารพนอบน้อมต้องทำอย่างไร

            ในเมื่อสู้ไม่ได้และไม่รู้จักการทำเสียงอ่อนเสียงหวานขอร้องอ้อนวอน เช่นนั้นนางหยอกล้อไทเฮาก็ได้สู้กับไทเฮาจนตาย ก่อนตายยังสามารถยั่วโทสะไทเฮาได้ก็ดีนัก!

            สีหน้าไทเฮาเปลี่ยนไปตะเบ็งเสียงอย่างมีโทสะ “สามหาวมู่จื่อหลิงเจ้าจรดมีดบนพระเศียรองค์ชายก็มีโทษฐานดูหมิ่นหลอกลวงอายเจียและคนทั้งหมดผิดโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงเจ้ายังพูดว่าเจ้าไม่มีความผิด?”

            ไทเฮาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ามู่จื่อหลิงตายไปจนถึงศีรษะแล้วยังแสร้งทำท่าทางบริสุทธิ์ยุติธรรมอีก จนตอนนี้ก็ยังกล้าใช้แววตาเย้ยหยันมาสบตานางไร้ซึ่งหวาดกลัวโดยสิ้นเชิง

            ท้ายที่สุดนางก็ยังประเมินมู่จื่อหลิงต่ำไปมู่จื่อหลิงมีความสามารถนัก!

            ใบหน้าของมู่จื่อหลิงเผยสีหน้าตื่นตกใจกะพริบตาอย่างไร้ความผิดต่อไป แสร้งโง่งมถามกลับ “หม่อมฉันผิดที่ใด?”

            มู่จื่อหลิงมิได้รีบร้อนตามไทเฮานางในยามนี้เป็นเช่นสุกรตายแล้วไม่กลัวน้ำร้อนในสายตาผู้อื่น

            ไม่ยอมก็มากัดข้าสิ!

            “เจ้า...” ไทเฮาถูกไฟแห่งโทสะแผดเผาหน้าอกสะท้านขึ้นลง คำพูดก็มิอาจเปล่งออกมาได้

            ขณะนี้เองฮองเฮาคนดีจึงออกมาขัดตาทัพนางลุกขึ้นอย่างสง่างาม เดินไปใกล้ไทเฮา ระบายโทสะให้ไทเฮาด้วยความปรารถนาดี“เสด็จแม่โปรดระงับโทสะ หลิงเอ๋อร์อาจจะยังเด็ก ไม่รู้ภาษาพวกเราสั่งสอนให้มากก็พอแล้ว”

            โทสะไทเฮาสงบลงมาไม่น้อยได้ยินฮองเฮาพูดเพื่อมู่จื่อหลิงก็มิได้โกรธเคือง ราวกับเพิ่งตื่นจากฝันอย่างไรอย่างนั้นครู่เดียวก็เข้าใจขึ้นมา

            มู่จื่อหลิงไม่ได้ซาบซึ้งกับคำพูดของฮองเฮาเลยแม้แต่น้อยนางชำเลืองมองเงียบๆ นางเด็ก? นางมีชีวิตอยู่มาสองโลกยังเด็ก? แต่งงานแล้วยังเด็ก?

            ในยุคโบราณอายุนางเท่านี้เป็นเด็กก็มิใช่ล้วนเด็กกันทั้งแผ่นดินหรือ ฮองเฮาไร้สาระแล้ว

            ส่วนการสั่งสอนที่ฮองเฮาพูดนั้นนางก็ไม่รู้ว่าฮองเฮาเปี่ยมเมตตาผู้นี้จะสั่งสอนนางอย่างไร

            กระทั่งมุมปากของฮองเฮายกขึ้นอย่างรู้เท่าทันเรียกอย่างเฉยเมย “หลินมามา”

            “บ่าวเข้าใจแล้ว” หลินมามาตอบรับอย่างเจ้าเล่ห์นำสิ่งหนึ่งออกมาจากหน้าอก บิดเอวก้าวมาด้านหน้ามู่จื่อหลิง

            มู่จื่อหลิงเงยหน้ามองสิ่งที่อยู่ในมือหลินมามาในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่าการสั่งสอนของฮองเฮามีความหมายใด

            สีหน้าของนางเปลี่ยนโดยพลันตกใจจนตาโตอ้าปากค้าง บัดนี้นางกลัวแล้วจริงๆ

            ไอ้หยาการสั่งสอนนี้โหดเหี้ยมเหลือเกิน อาจจะเอาชีวิตคนได้จริงๆ......

            ---------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ฟ้าร้องดังฝนเม็ดเล็ก หมายถึง พูดอย่างน่าเกรงขามแต่ไร้ความสามารถ

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663