ตูม!
โซ่เหล็กสีทองดั่งโซ่เทพลากยาวเป็นเงาดำในอากาศ ทุบลงที่ตำแหน่งที่ฉู่เหินยืนอยู่เมื่อวินาทีที่แล้วอย่างหนักหน่วง
แรงสั่นสะเทือนรุนแรงแผ่กระจายไปใต้เท้าทุกผู้ทุกนาม ฝุ่นดินปละปลิวเศษหินกระจุยกระจาย รอยร้าวลึกนับไม่ถ้วนลุกลามไปทั่วสารทิศราวกับใยแมงมุม
รอยร้าวมืดยืดยาวไปถึงเจ็ดแปดเมตร
“เฮือก...”
เพียงเห็นภาพนั้น คนมากมายโดยรอบก็แทบหยุดหายใจ
พลังของเหรินเหว่ยช่างแข็งแกร่งยิ่ง แค่พลังการโจมตีในครั้งนี้ก็คงมากพอทุบมหาปีศาจขั้นสี่ขั้นห้าตนหนึ่งให้แหลกเป็นเศษเนื้อได้
เห็นคลื่นลูกหลงของปราณหยวนแท้ที่แตกซ่านอย่างแกร่งกร้าวแล้ว ซ่งเฉิงเลี่ยมู่เฟิง หลี่ฮุยเย่ และบรรดาศิษย์อาจารย์สำนักดาราสวรรค์ก็อดเป็นห่วงความปลอดภัยของฉู่เหินอีกไม่ได้
เห็นได้ชัดว่าเหรินเหว่ยคิดจะฆ่าเขาจริง
“ฮะ หนีเร็วดีแท้...” เหรินเหว่ยหัวเราะเยาะดูถูก
ฉู่เหินดวงตาเรืองแสงหนาว ตอกกลับเย็นชา “อีกสองท่า”
“นั่นก็มากพอให้ฆ่าเจ้าได้แล้ว”
ตูม!
เหรินเหว่ยระเบิดพลานุภาพปราณน่าครั่นคร้ามดั่งคลื่นทะเลอากาศธาตุบังเกิดเสียงคลื่นกู่ร้องรุนแรง โซ่เหล็กทองสี่สายทะยานร่ายรำโซ่ที่อาบเคลือบด้วยแสงสีทองอร่ามทั้งเส้นดูราวกับหยิบฉวยเอาแก่นแสงตะวันมาก็มิปาน
ฟิ้ว
ชั่วพริบตา ตรวนเหล็กสี่เส้นวาดผ่านอากาศสองเส้นในนั้นฟาดกระหนาบเข้าหาฉู่เหินจากซ้ายและขวา
บุกเร็วแรงดุร้าย ดุจดั่งสายฟ้าแลบ!
พลานุภาพผ่าสายลมเล่ห์ผีร้ายกรีดร้อง
ผู้ชมหน้าถอดสีพลังระดับเชื่อมหยวนขั้นสามอย่างฉู่เหินไม่มีทางต้านการตีกระหนาบจากซ้ายขวาเช่นนี้ได้แน่
กึงๆ
ทว่า ทันใดนั้นเองที่แสงเร้นลับประหลาดล้ำเผยโฉมจากกายฉู่เหินอย่างเงียบงันพลังหยวนแท้ที่พันรอบกายเขาเริ่มมีแสงสีม่วงงามพิศวงแทรก
ฉู่เหินเพ่งมอง ส่วนลึกของนัยน์ตาดำขลับสุดหยั่งถึงทอแสงสีม่วงอ่อนจาง
ฟึ่บ!
ฉู่เหินออกแรงขากระโจนขึ้นฟ้าอย่างเร็วรี่ แล้วแวบวาบไปถึงกลางอากาศสูงจากพื้นดินสองเมตรอย่างคล่องแคล่ว
ปึ้ง!
โซ่เหล็กเย็นเฉียบที่จู่โจมจากซ้ายขวาวาดผ่านใต้เท้าฉู่เหินไปกระทบเข้าหากันเป็นกากบาท
หยวนแท้ประสานงา ประกายไฟสาดกระเซ็น!
กระแสปราณแตกซ่านถ่ายเทอยู่ใต้ร่างฉู่เหิน กระนั้นการบุกอีกครั้งของเหรินเหว่ยก็ไล่ตามมาติดๆ
“ฮะๆ เจ้าโง่เอ๊ย ดูซิจะหนีกลางอากาศได้อย่างไร”
เหรินเหว่ยจงใจใช้โซ่สองเส้นตีกระหนาบข้างเพื่อจะบีบฉู่เหินให้เหาะขึ้นฟ้าและคนที่อยู่ในสภาพแขวนลอยกลางอากาศไม่มีที่ให้ยืมแรงก็แทบจะกลายเป็นเป้าให้ศัตรูโจมตีได้เลย
ฟิ้ว
สิ้นคำ โซ่เส้นที่สามก็ลากเป็นกระแสอากาศไพศาลพลังที่รุกล้ำมาช่างน่าพรั่นพรึงราวหางมังกรที่ส่ายไปมา หากถูกเข้าไปกระดูกทั้งร่างมีหวังได้แหลกเละป่นปี้
“ตายเสียเถอะ!” เหรินเหว่ยเหยียดยิ้มเย็นชั่วร้าย
“ฮึ เจ้าจะดีใจเร็วเกินไปหน่อยแล้วกระมัง”
เคร้ง!!!
เสียงโลหะสั่นไหวดังที่ข้างหูทุกคนในที่นั้น แสงขาวสว่างวาบ ฝ่ามือของฉู่เหินปรากฏหอกเล่มยาวสีทองเข้มสลักลวดลายดำสนิท
แสงสีดำทั้งดุร้ายและเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไต่ขึ้นตัวหอกคลื่นพลังงานคะนองศึกประหนึ่งเปลวอัคคีทมิฬครอบงำอยู่เบื้องบน
“ทลาย!”
ฉู่เหินตวาดแล้วพุ่งหอกพิชิตมารออกไป ปลายหอกเริงแสงสีดำฉีกกระชากอากาศธาตุนำพาพลังปลิดวิญญาณผลาญล้างเข้าหาตรวนเหล็กที่ลอยปรี่เข้ามา
“พลังหยวนแท้เบ็ดเสร็จมาก...” คนข้างสนามหลุดปากออกมา
เหอชิงหยวน เปียนหง อู่เจ๋อ และศิษย์สายตรงของอาจารย์ซีหลานทั้งหลายประหลาดใจยิ่งต่างคนต่างสัมผัสได้ว่าพลังสีดำที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างฉู่เหินนั้นเด็ดขาดกว่าพลังหยวนแท้ธรรมดามากมายนัก
...
“เห็นทีเด็กระยำนี่คงเก็บงำความลับอะไรไว้มาก”อาจารย์สำนักวายุจักรพรรดิสีฮุ่ยหรี่ตาอย่างไม่อาจห้ามหว่างคิ้วทวีแววเย็นยะเยือกมืดดำขึ้นหลายส่วน แล้วพลันหัวเราะ “ฮึต่อให้แกไม่ธรรมดาแค่ไหน ก็ไม่ใช่คู่ต่อกรของเหรินเหว่ยหรอก”
ตูม ปึง!
แสงหอกคมกริบถล่มโจมตีโซ่เหล็กเรืองแสงทองในบัดดลเสียงกัมปนาทหนักหน่วงดุจฟ้ากระหน่ำสะท้านอากาศ
พลังของเหรินเหว่ยเหนือกว่าฉู่เหินสามขั้นเต็ม
เมื่อพลังปะทะกันซึ่งๆ หน้า ฉู่เหินจึงไม่อาจหาความได้เปรียบอันใดได้พลังพุ่งชนรุนแรงราวขุนเขาจู่โจมเต็มอัตรา ฉู่เหินแขนชาไปทั้งแขน ฝ่ามือเจ็บแปลบหอกพิชิตมารกระเด็นลอยไป
เคร้ง!
หอกพิชิตมารที่หลุดลอยไปวาดเป็นองศากลางอากาศแล้วปักลงที่ช่องโหว่ระหว่างแผ่นอิฐอย่างหมิ่นเหม่
“งดงาม ศิษย์พี่เหรินเหว่ย!”
“ฮะ ขนาดอาวุธยังกระเด็นหลุดมือ ไอ้เด็กเวรนั่นยังไม่ตายอีกหรือ?”
“ศิษย์พี่เหรินเหว่ยฆ่ามันเสีย แก้แค้นให้ศิษย์พี่เหรินชง”
...
ฝูงชนฝั่งสำนักวายุจักรพรรดิกู่ร้องก้องดัง เดือดดาลเป็นนักหนาส่วนมากจะรอดูฉู่เหินจบชีวิตด้วยน้ำมือของเหรินเหว่ยเสียก่อนจึงเลิกราวี
ฟ้าว!
พริบตานั้นเอง โซ่เส้นที่สี่ก็บุกมาถึง
ครืนๆ
เสียงสนั่นหวั่นไหวดุจฟ้าคำรณ โซ่เส้นที่สี่ขยายขนาดเป็นยี่สิบกว่าเมตรแผ่หลากลางอากาศ ส่วนแรกของโซ่พันวนเป็นกลุ่มก้อนอย่างรวดเร็ว ยามมาถึงที่ข้างหน้าฉู่เหินก็ก่อตัวเป็นลูกกลมตรวนเหล็ก
แสงเจิดจ้าเบ่งบาน ลูกกลมนั้นดุจดวงสุรีย์ดวงน้อยพราวระยับ
พลานุภาพปราณทำลายล้างน่าสะพรึงเอ่อล้นเต็มพื้นที่จิตสังหารเหน็บหนาวนำพากระแสอากาศทั่วทิศทางให้เคลื่อนไหว
“แย่แล้ว...”
คนสำนักดาราสวรรค์หน้าเปลี่ยนสีฉู่เหินที่ยังไม่ทันโรยตัวถึงพื้นไม่มีทางหลบการโจมตีนี้ได้เลย ฤทธานุภาพพลังคลั่งคะนองเช่นนี้ต่อให้สังหารฉู่เหินไม่ได้แต่ก็มากพอให้เขาครึ่งเป็นครึ่งตายได้แน่
ยามซ่งเฉิงเลี่ยลังเลว่าจะลงมือดีหรือไม่อยู่นั่นเอง แสงสว่างสีม่วงก็เคลื่อนไหวรอบสองแขนของฉู่เหินอย่างรวดเร็วแสงม่วงประหลาดล้ำประหนึ่งมังกรเข้าพันพัวรอบแขน
“นี่มัน?”
ทุกผู้ที่ได้ยลต่างพิศวง
ทันใดนั้น พลังหยวนแท้รุนแรงรวมตัวที่สองฝ่ามือแสงสว่างเคลื่อนไหววนเป็นวังน้ำวนเล็กๆ ฉู่เหินวาดฝ่ามือออกไป คลื่นกระแทกซัดสาดกวาดล้างออกไปดั่งคลื่นสมุทร
“ฝ่ามือน้ำตกทลายภูผา!”
ตึง!
ฤทธานุภาพฝ่ามือน้ำตกทลายภูผาได้ขีดจำกัดสายเลือดกายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจเพิ่มพูนพลังให้หลายเท่าตัวดูประดุจเขาถล่มปะทุออกคลื่นกระแทกของพลังมหาศาลกวาดล้างเกิดเป็นคลื่นลมแรงกล้าหวีดร้องต้านรับลูกกลมสีทองจากโซ่เหล็กไว้อย่างจัง
การปะทะกันของพลังอันบ้าคลั่งรุนแรงทำให้กระแสอากาศรอบด้านสั่นสะท้านไม่มีหยุดเสียงคลื่นกู่ร้องดังซ้อนกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวท้องทะเล
แสงทองกับแสงม่วงดุจสองดวงสุริยาขันแข่งกันเปล่งแสงคลื่นลูกหลงอันป่าเถื่อนบดขยี้แผ่นหินบนพื้นจนแหลกเป็นผุยผงไปมากมาย รูโบ๋เส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสิบเมตรปรากฏแก่คลองสายตาอย่างน่าตะลึง
“อะไร?”
“ต้านไว้ได้หรือ?”
“เจ้านี่มันเป็นใครกันแน่? ถึงได้ต้านท่าสังหารของศิษย์พี่เหรินเหว่ยได้”
...
ฉู่เหินถอยไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว แสงม่วงแตกซ่านดูดั่งฝุ่นควันร่ายระบำ
ไม่ว่าจะทางสำนักวายุจักรพรรดิหรือสำนักดาราสวรรค์ก็ล้วนแล้วแต่ตื่นตกใจกับภาพเบื้องหน้าอานุภาพการโจมตีครานี้ของเหรินเหว่ยต่อให้เป็นคนระดับพลังเท่ากันก็ยังมิอาจต้านรับได้โดยง่าย
แต่ฉู่เหินผู้มีพลังด้อยกว่าเขาถึงสามขั้นกลับรับท่าสังหารนี้ไว้ได้เสียอย่างนั้น
ฉู่เหินถอยกรูดไปสิบกว่าก้าวติดต่อกันทรงตัวอยู่ในที่สุดใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียวเล็กน้อย เลือดลมตีขึ้น กลืนรสชาติเค็มที่คอหอยกลับลงไป
ฉู่เหินรู้ดีเป็นที่ยิ่งว่าหากไม่ใช่เพราะมีพลังของขีดจำกัดสายเลือดกายโกลาหลกับกายศักดิ์สิทธิ์เนตรปีศาจเพิ่มพูนพลังแล้วไซร้การจู่โจมเมื่อครู่ต้องปลิดชีวิตของเขาได้แน่
เท่านี้ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเหรินเหว่ยจงใจออกท่าที่โหดเหี้ยมอำมหิตและต้องการฝังร่างเขาไว้ที่นี่อย่างแน่แท้
ชั่ววินาทีนั้น แสงหนาวเย็นยะเยือกล้นเอ่อในดวงตาฉู่เหินเพลิงพิโรธลุกโชนอย่างเงียบเชียบ
...
“ฮึ ข้าดูถูกเจ้าเกินไป เช่นนั้นจากนี้ไปข้าจะสอนให้เจ้าได้หลั่งเลือดชโลมดิน!”
เหรินเหว่ยเหยียดยิ้มโหดร้ายเหี้ยมเกรียมเปลวปราณแข็งแกร่งเกรี้ยวกราดกว่าเมื่อครู่หลายเท่าตัวพวยพุ่งขึ้นมาคลื่นอากาศปั่นป่วนพัดพาฝุ่นดินหินแร่บนพื้นให้ปลิวลอยไป
ทุกผู้ทุกนามหน้าเปลี่ยนสีอีกรอบ
“หยุดเดี๋ยวนี้!” ซ่งเฉิงเลี่ยนัยน์ตาเยือกเย็น ตวาดเฉียบขาด“ครบสามท่าแล้ว เจ้ายังคิดอะไรอยู่อีก?”
ว่าจบเขาก็จะพุ่งตัวออกไปยับยั้ง
กระนั้น สีฮุ่ยสำนักวายุจักรพรรดิกลับเคลื่อนกายขวางทางของเขา “ฮะสามท่าเพิ่งผ่านไปสองท่า ยังเหลือท่าสุดท้ายอยู่อีก รีบร้อนอะไรไม่ทราบ?”
“ขวางหน้าหาแม่แกเรอะ หลีกไป”
“หึ”
เมื่อต้องเผชิญกับซ่งเฉิงเลี่ยที่พ่นคำหยาบเต็มที่ สีฮุ่ยก็มีสีหน้ามืดมนลงอย่างมากเขาตวาดเสียงต่ำ “นี่เป็นเรื่องของผู้เยาว์ พวกเราอย่าสอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว หากคิดจะเข้าไปก็ผ่านด่านข้าไปก่อน”
...
ตูม!
กระนั้น ตอนนี้เองที่เหรินเหว่ยสำเร็จกระบวนท่าสุดท้ายแล้ว
โซ่เหล็กสี่เส้นที่คุมไว้ด้วยสองมือพันเข้าหากันกลายเป็นโซ่เหล็กเส้นใหญ่กระด้างยิ่งกว่าแสงสีทองอำไพพราวระยับจับตา
เพียงพริบตา ตรวนกระด้างสองเส้นที่เสร็จสมบูรณ์ดุจอสรพิษเลื้อยจากรูนำพาฤทธานุภาพน่าพรั่นพรึงสุดต้านบุกจู่โจมฉู่เหิน
กึงๆ
ยามเคลื่อนไหวแสงทองบนตัวโซ่แปรผันเป็นภาพมายาเค้าโครงเหมือนงูเหลือมยักษ์
มองจากที่ไกลตา ช่างดุร้ายน่าเกรงขามดุจสัตว์ปีศาจเหี้ยมเกรียมหมายคร่าชีวิต
“แย่แล้ว ศิษย์พี่ฉู่เหินอยู่ในอันตราย...” หลี่ฮุยเย่กำหมัดหน้าตาหนักอึ้ง
เทียบกันกับที่เหรินชงใช้ท่านี้ในประชุมใหญ่ดาวชิงดวงแล้ว ที่กำลังได้เห็นอยู่เบื้องหน้าช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเหรินชงสร้างงูเหลือมทองได้เพียงตัวเดียว แต่เหรินเหว่ยกลับปล่อยออกมาถึงสองตัว
ไม่เพียงต่างเรื่องจำนวนแม้แต่รังสีปราณยังกระจายอานุภาพทำลายล้างขั้นสุดยอดออกมาด้วย
นับประสาอะไรกับการที่ฉู่เหินในยามนี้ไม่มีอาวุธในมือด้วยซ้ำ
แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะต้านทานท่านี้
ฉู่เหินอันตรายแล้ว!
ทุกคนในที่นั้นคิดเป็นเสียงเดียวกัน
…………………………