ตอนที่ 148 องค์หญิงออกโรง
“เท่านี้พอมั้ยครับ” นิทานถามยิ้ม ๆ แม้เขาจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วจากใบหน้าของอารากะ ทั้งปากที่อ้ากว้าง หางตาที่สั่นสะท้าน และถ้วยชาที่หล่นจากมือ
“นะ แน่นอนครับ” เสียงของอารากะสั่นเล็กน้อย หากนัยน์ตากลับเต็มไปด้วยความปีติอันเอ่อล้น
เขาเห็นความหวัง หากเป็นชายหนุ่มผู้นี้ เขาอาจเข้าไปถึงส่วนลึกที่สุดได้จริง ๆ กลุ่มการค้าอิสึกะมีหวังได้รับข้อมูลการผสมข้ามสายพันธุ์เหล่านั้น!
นิทานหัวเราะเบา เขาจงใจทำเช่นนี้เองด้วยเหตุผลหลายประการ หนึ่งคือต้องการทดสอบความสามารถของตน สองคือเป็นการระบายอารมณ์จากที่ต้องปกปิดพลังมานานและไม่อาจใช้พลังเยอะ ๆ ได้
สุดท้ายคือเพื่อเอาไว้โก่งราคาในอนาคต ยิ่งเขาเปิดเผยศักยภาพมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้อารากะไว้วางใจและเขาสามารถเรียกค่าต่อรองให้สูงขึ้นไปอีกได้
“ถ้าเช่นนั้นได้โปรดติดตามผมไปพบกับเหล่าสมาชิกท่านอื่นด้วยครับ พวกเราจะได้นัดหมายเรื่องรายละเอียดและแนะนำแต่ละท่านให้รู้จักกัน” อารากะพูดอย่างกระตือรือร้น เขาลุกจากศาลาอย่างรีบร้อน ความหวังที่ท่วมอกเขาในตอนนี้ทำให้เขาอยากจะโยนนิทานเข้าสุสานของขุนนางพันธุ์ผสมตอนนี้เสียเลยด้วยซ้ำ
“ก่อนหน้านั้นผมต้องการตกลงเรื่องค่าจ้างก่อนครับ” นิทานไม่ยอมเดินเข้าหาอารากะ เพียงพูดอย่างสบายใจและกลับไปนั่งตรงศาลา ไม่มีทีท่าจะลุกออกไปแม้แต่น้อย
“ผมลืมไปได้ยังไงเนี่ย” อารากะตบหน้าผากตัวเอง เขารีบกลับมานั่งที่เก้าอี้อย่างรวดเร็ว ไม่มีทีท่าของอริยะเลยแม้แต่น้อย
องค์หญิงไพลินเห็นดังนั้นก็แอบยิ้ม เธอรู้สึกได้ว่านิทานเริ่มพัฒนาด้านศาสตร์การต่อรองของตนเองแล้ว เขาเลือกใช้เวลานี้ในการย้ำเตือนเพราะอารากะกำลังต้องการตัวเขามากที่สุด โอกาสที่จะเพิ่มราคาได้จะสูงมากขึ้น
อารากะหยิบสัญญาเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ตบมือเบาเรียกให้คนใช้นำอาหารและเครื่องดื่มอย่างดีมาวางเพิ่ม
“ตอนแรกผมนั้นได้ร่างสัญญาไว้แล้วครับ 5ล้านไกอา รวมถึงส่วนลดตลอดชีพสำหรับร้านค้าในเครือของกลุ่มการค้าอิสึกะ” อารากะยิ้มแย้ม รีบกางสัญญาให้ดู
5 ล้าน! นิทานภายในใจลอบร้องยินดีอย่างตื่นเต้น หากสีหน้ายังคงนิ่งเฉย เขาเรียนรู้มาว่าทำเช่นนี้สมควรเรียกราคาเพิ่มได้อีก
“แต่ผมหลังจากเห็นศักยภาพในวันนี้ ผมเพิ่มให้เป็น 10ล้านไกอาครับ และถือเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของกลุ่มการค้าอิสึกะ” อารากะยิ้มกว้าง เขารีบเสนอราคาเพิ่มเพื่อชักจูงนิทาน
“เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมากครับคุณอารากะ เพียงแต่ความเสี่ยงของสุสานนั้น” นิทานเริ่มเอ่ยปากบ้าง หากเป็นอารากะที่ไวยิ่งกว่า
“อันนี้เป็นข้อตกลงส่วนตัวของผมกับคุณนิทานเองครับ หากครั้งนี้สำเร็จ ผมย่อมได้รับรางวัลจากสำนักงานใหญ่ ผมจึงจะเพิ่มให้คุณนิทานเองเป็นพิเศษ 5ล้านไกอา และหากสำเร็จเป็น 10ล้านไกอา โดยไม่นับรวมกับสัญญาก่อนหน้าครับ” อารากะยิ้มมุมปาก เขาโจมตีเรื่องความชอบในด้านเงินของนิทานโดยตรง
นิทานเปลี่ยนสีหน้า หางตาของเขากระตุกเป็นจังหวะ พยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่ให้สีหน้าของตนหลุดว่าตนพอใจแค่ไหน
“ถ้าข้อตกลงนั้น..” นิทานกัดฟันเอ่ยปาก เก็บสีหน้าอย่างที่สุด แต่มีหรือว่าจะรอดพ้นสายตาของนักธุรกิจผู้ช่ำชองอย่างอารากะ เขาสังเกตเห็นนานแล้วว่านิทานรับข้อตกลงนานแล้ว เหลือเพียงปิดประตูตาย
“และด้วยคำสั่งของผม คุณนิทานจะสามารถเข้ารับการซ่อมแซมและบำรุงสมบัติที่ร้านสาขาของกลุ่มการค้าได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ” อารากะยิ้ม เป็นดั่งหมัดหนักที่กระแทกเข้าไปในใจของนิทาน ปริมาณที่เขาจะได้รับนี้มากเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากมายเพียงไหน
ได้แน่นอน 15 ล้าน ถ้าสำเร็จได้อีก 5ล้าน นิทานแทบกลั้นสีหน้ายิ้มไว้ไม่อยู่ เขาพยายามหาความคิดดูว่าตนจะต่อรองเพิ่มอะไรได้อีกเล็กน้อยบ้างมั้ย หากอารากะกลับปิดประตูตายอย่างรวดเร็ว
“และมีชุดสมบัติสำหรับบำรุงสัตว์อสูรและเสริมสร้างพัฒนาครับ เราจะรีบจัดหามาให้หลังเสร็จงานอย่างรวดเร็ว โดยคัดเน้นเฉพาะที่เหมาะสมกับสัตว์อสูรประเภทสุนัข ขอเพียงข้อมูลชุดนั้นถูกเอาออกมาได้ ทั้งหมดจะเป็นของคุณนิทานทันทีครับ” คำพูดของอารากะเป็นดั่งค้อนที่กระแทกใส่ขมับของนิทาน จุดอ่อนของเขาถูกกุมไว้อย่างรวดเร็ว เขาไม่มีข้อต้องการอื่นใดอีก
อารากะเห็นสีหน้าที่หลุดยิ้มของนิทานออกมาก็ลอบกำหมัดใต้โต๊ะ เขาชนะแล้ว!
เขานั้นสืบเรื่องของนิทานมาและได้รู้ว่านิทานนั้นรักและห่วงใยคีตามากขนาดไหน จึงเลือกใช้ข้อนี้มาโจมตีโดยการให้ของแก่คีตาด้วย
“ตกลงคร!” นิทานรีบผุดลุกจากที่นั่ง เอื้อมมือไปจะจับกับมือของอารากะอย่างมีความสุข หากมือขาวนวลกลับพุ่งเข้ามาจับมือของเขาเอาไว้ก่อน
“ความใส่ใจของคุณตาอารากะทำให้ไพลินประทับใจมากค่ะ” องค์หญิงไพลินลากมือของนิทานกลับมาที่เดิม พูดด้วยเสียงหยดย้อยกับอารากะ หากมือใต้ที่นั่งที่กุมมือของนิทานไว้หยิกหลังมือเขาเบา ๆ รอยยิ้มหวานหยดของเธอบ่งบอกว่าหลังจากนี้เธอรับช่วงต่อเอง
คราวนี้เป็นฝั่งอารากะที่พยายามเก็บสีหน้า หากเหงื่อที่ไหลบนหน้าผาก คิ้วที่ย่นน้อย ๆ และมือขวาที่ค้างเติ่งไร้คนจับก็แสดงให้เห็นชัดถึงความเสียดายที่พลาดโอกาสนั้นไป
หากนิทานจับมือเขาตกลง เขาก็จะเสียเพียงสิ่งที่เขาเตรียมไว้และยอมรับได้โดยง่ายเท่านั้น ถึงแม้องค์หญิงไพลินจะพูดภายหลังก็ไม่ได้อยู่ในสัญญาอีกต่อไป
ใบหน้าหวานขององค์หญิงไพลินและนัยน์ตาสีชมพูคู่นั้นยามนี้คือศัตรูที่โหดร้ายที่สุดสำหรับอารากะ ปากที่เชิดยิ้มนั้นทำให้อารากะทอดถอนใจ แม้นิทานจะพัฒนาด้านการต่อรองมากขึ้นแล้วหากก็ยังไม่ใกล้เคียงสตรีคนนี้แม้แต่น้อย
“แต่ไพลินกลับคิดว่ายังคงไม่เพียงพอ สถานะกิตติมศักดิ์จะได้รับก็ต่อเมื่อซื้อสินค้ากับทางกลุ่มการค้ามากกว่า 15ล้านไกอา สิทธิ์พิเศษอื่น ๆ ก็รวมแล้วไม่เกิน 5ล้านไกอา ยิ่งสมบัติบำรุงสัตว์อสูรหลายอย่างด้วยโครงข่ายของกลุ่มการค้าอิสึกะก็สมควรจัดหามาได้ไม่ลำบากนัก” องค์หญิงไพลินยิ้มหยดย้อย
“สิริรวมทั้งหมด อย่างมากก็เพียง 50ล้านไกอาเท่านั้น มิใช่ว่าข้อมูลชุดนั้นจะทำกำไรให้แก่กลุ่มการค้าอิสึกะได้นับพันล้านหรอกหรือคะ” เสียงขององค์หญิงไพลินทิ่มแทงไปยังทุกภาคส่วนของอารากะ เธอจี้ทุกจุดอย่างแม่นยำ
สิ่งเหล่านั้นเพียงฟังจากชื่อก็ดูสูงค่าจริง หากสำหรับกลุ่มการค้าอิสึกะแล้วแทบไม่นับว่าเป็นอะไร หลายอย่างอารากะจัดหาให้เองได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นโดยแท้แล้วหากสำเร็จ กำไรที่กลุ่มการค้าอิสึกะจะได้รับนั้นมหาศาลกว่านี้อีกหลายร้อยเท่า
“องค์หญิงครับ ยังมีเรื่องที่กลุ่มการค้าอิสึกะทั้งกลุ่มยินดีสนับสนุนองค์หญิง เรื่องนั้นก็เป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลและยากจะประเมินคุณค่าแล้ว ผมคิดว่าสมควรมากเพียงพอนะครับ” อารากะกัดฟันพูด หากใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม
“ต้องขออภัยด้วยค่ะ แต่ไพลินคิดว่าคุณตาอารากะอาจหลงลืมข้อตกลงของเราไปบ้าง การสนับสนุนเราคือสิ่งที่เราได้รับโดยแลกมากับการที่คุณตาอารากะสามารถเจรจากับนิทานได้ในตอนนี้ค่ะ มิใช่รางวัลของนิทาน” องค์หญิงไพลินยิ้ม
“ส่วนการสนับสนุนเต็มกำลังก็อยู่ในข้อตกลงก่อนหน้า มิได้เกี่ยวอันใดกับครั้งนี้” เธอยกชาขึ้นจิบ สองตาจับจ้องไปอารากะ
อารากะยิ้มแห้ง เขาต้องการบิดผันข้อมูลส่วนนี้เพื่อประโยชน์ของตน หากองค์หญิงไพลินกลับไม่อ่อนข้อแม้แต่น้อย
“เป็นอย่างที่องค์หญิงว่าครับ ดังนั้นการเจรจาครั้งนี้จึงสมควรขึ้นอยู่กับคุณนิทานนะครับ” อารากะหันหน้าไปทางนิทานที่พยายามเก็บสีหน้า เขาต้องการพูดเพื่อเจรจากับนิทานโดยตรง ไม่ใช่องค์หญิงเขี้ยวลากดินคนนี้
นิทานขณะนี้ลอบมองสลับระหว่างสองฝั่งไปมา ว่ากันตามจริง แค่สิ่งที่อารากะเสนอมาเขาก็มองว่ามากเพียงพอแล้ว ทุกอย่างคือสิ่งที่เขาอยากได้โดยแท้จริง เพียงแต่หลังมือขวาของเขาขณะนี้โดนหยิกจนเขียว แถมยังหยิกแรงยิ่งขึ้นไปอีกหลังจากอารากะแสดงเจตนาถามความเห็นของเขา
“ประสบการณ์ของผมยังน้อย จึงต้องหวังพึ่งองค์หญิงในเรื่องนี้ครับ คุณอารากะสามารถถือว่าคำพูดของเธอคือความเห็นของผมได้เลยครับ” นิทานยิ้มฝืน ๆ
อารากะเม้มปากแน่น แล้วจึงหันกลับไปมององค์หญิงไพลินผู้ยังมีรอยยิ้มประดับใบหน้า
“เช่นนั้นองค์หญิงไพลินคิดว่าเช่นไหนจึงเป็นการสมควรสำหรับค่าจ้างนี้ครับ” อารากะปั้นยิ้ม หากหนวดของเขากระตุกน้อย ๆ
นิทานมองใบหน้าของอารากะด้วยความสงสาร เขารู้ว่าเพื่อนของเขาคนนี้เตรียมปอกลอกชายแก่ตรงหน้าแล้ว
“อย่างแรก 25ล้านไกอาสมควรเป็นราคาเริ่มต้นค่ะ และหากสำเร็จจึงเพิ่มเป็น 50ล้านไกอา” องค์หญิงไพลินเปิดข้อแรกนัยน์ตาของนิทานก็เบิกกว้าง แค่ข้อเรียกร้องแรกก็ทำให้มูลค่าโดยรวมสูงขึ้นกว่า 2เท่าตัว
“ดูจากความสามารถของคุณนิทานและความสำคัญของงานนี้แล้ว แม้จะเป็นมูลค่าที่สูงมาก...แต่ผมยินดีครับ” อารากะตอบรับอย่างฉับไว
อ่าว ไอแก่นี่ นิทานลอบหมายหัวชายแก่ไว้ในใจ หากเขายอมรับราคาที่สูงเช่นนี้ได้ง่าย ๆ แสดงว่าในตอนแรกนิทานนั้นกำลังโดนกดราคาโดยที่ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย
“สิทธิประโยชน์อื่น ๆ แน่นอนว่าเหมาะสมกับรางวัลแล้วค่ะ” องค์หญิงไพลินกล่าวต่อ เป็นการยืนยันว่าสิทธิ์สมาชิกกิตติมศักดิ์ ส่วนลด และการซ่อมแซมสมบัติโดยไร้ค่าใช้จ่ายยังอยู่ครบ
“เรื่องเล็กน้อยครับ” อารากะเป่าปาก สิทธิประโยชน์เหล่านั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับกลุ่มการค้าอิสึกะ
“แต่สมบัติบำรุงร่างกายสัตว์อสูรเหล่านั้น ไพลินคิดว่าสมควรประกอบไปด้วยสิ่งล้ำค่าทางธรรมชาติด้วยใช่มั้ยคะ” เธอยิ้มมุมปาก
“เรื่องนี้..” คราวนี้อารากะชะงักไป
“อาจจะยากสักหน่อยครับ สิ่งล้ำค่าตามธรรมชาติเพียงได้พบเจอโดยวาสนาเท่านั้น ยากจะให้คำมั่นสัญญาได้ครับ” อารากะสีหน้าซีดลง เธอต้องการให้เขาเสริมสิ่งล้ำค่าตามธรรมชาติที่เหมาะกับสัตว์อสูรเพิ่มลงไป
สิ่งล้ำค่าตามธรรมชาติไม่เพียงหายากเท่านั้น ยังมีราคาสูงมากอีกด้วย แต่ก็นับรวมอยู่ในหมวดหมู่สมบัติบำรุงร่างกายสัตว์อสูรจริง
“กลุ่มการค้าอิสึกะที่มีสาขานับหมื่นแห่งทั่วมหาทวีป โครงข่ายย่อมไม่อ่อนด้อย แต่ถ้าคุณตาอารากะยืนยันเช่นนั้น งั้นไพลินขอเสนอให้เพิ่มสมบัติที่มีความสามารถในการเติมน้ำในมหานทีรากวิญญาณทดแทนค่ะ” เธอฉีกยิ้ม
ร่างกายของอารากะพวยพุ่งไปด้วยพลัง แรงกดดันจากร่างของเขาถาโถมอย่างรุนแรงเพราะความผันผวนทางอารมณ์ หากก็เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นก่อนที่พลังสายนั้นจะหายกลับเข้าร่างของอารากะไป พร้อมกับอริยะแปลงเพลิงที่มาปรากฏตัวหลังเด็กทั้งสอง
อารากะไม่ตอบคำ เขาจดจ้องไปยังดวงหน้าหวานใสขององค์หญิงไพลิน ในดวงตาของเขาแฝงไปด้วยความโกรธ หากก็อับจนหนทาง
“กลุ่มการค้าอิสึกะย่อมครอบครองไว้เป็นจำนวนมาก การจะมอบให้สองสามชิ้นแลกกับโอกาสที่จะพัฒนาสายพันธุ์ปลาคาร์ปผนึกอักษร เรามั่นใจว่าคุ้มค่านะคะ” องค์หญิงไพลินยังคงรักษาท่าทีเป็นต่อ เธอไม่มีท่าทีจะอ่อนข้อเลยแม้แต่น้อย
นิทานสูดลมหายใจลึกกับข้อเสนอของไพลิน เขาไม่คิดว่าเธอจะกล้าตั้งรางวัลไว้สูงเช่นนั้น
สมบัติที่สามารถเติมน้ำในมหานทีรากวิญญาณ สมบัติเหล่านั้นไม่อาจประเมินค่าได้ด้วยเงิน มีเพียงผู้ที่อยู่บนจุดยอดสุดเท่านั้นที่ครอบครองเป็นจำนวนมาก และมันคือเป้าหมายของเขาเพื่อทำพิธีสลักคำอีกครั้ง
“สมบัติระดับนั้นเพียงชิ้นเดียวก็มีมูลค่ามากกว่ารางวัลทั้งหมดรวมกันแล้วครับ ไม่ต้องพูดถึงหลายชิ้นเลย เป็นข้อเรียกร้องที่ไม่สมเหตุสมผลเลยครับองค์หญิงไพลิน สมบัติตามธรรมชาติสำหรับคีตายังไม่อาจเทียบได้แม้แต่น้อย” อารากะสงบสติอารมณ์ กล่าวตอบอย่างใจเย็น
เรื่องนี้เขาไม่อาจตัดสินใจได้ สมบัติเหล่านั้นสำหรับขุมกำลังใหญ่เช่นกลุ่มการค้าอิสึกะสมควรมีไว้เพื่อมอบให้อัจฉริยะในตระกูลเท่านั้น เป็นการมอบโอกาสที่จะเสริมความแข็งแกร่งของเหล่าอัจฉริยะ พวกเขาเหล่านั้นต่างหากคือเสาหลักที่แท้จริง อริยะอายุน้อยที่ทำพิธีสลักคำในเวลาที่สมควร แม้จะมีเพียง 3 คำ หากก็มีความหวังจะค้นพบคำเพิ่ม ซึ่งหากค้นพบได้จริง สมบัติเหล่านี้คือสิ่งที่สมควรมอบให้แก่พวกเขา
ผู้แสวงวิถีส่วนมากล้วนเกิดขึ้นด้วยวิธีการนี้ อัจฉริยะที่ติดขัดอยู่ที่อริยะ ผู้ใดสามารถค้นพบคำจนครบห้าหลังจากขึ้นเป็นอริยะ ขุมกำลังก็จะสนับสนุนคนผู้นั้นเพื่อโอกาสในการเกิดผู้แสวงวิถีคนใหม่
“คุณตาอารากะคิดว่านิทานจะติดขัดอยู่เพียงระดับอริยะหรือไม่คะ” องค์หญิงไพลินถามขึ้นโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
อารากะนิ่งเงียบ ภาพของนิทานยามจัดการหมียักษ์ขนมรกตวนฉายอีกครั้ง และก่อนหน้านั้นที่เขาสามารถโจมตีได้รุนแรงไม่ต่างกับอริยะตั้งแต่ 2เดือนก่อน
เป็นความเร็วในการเติบโตอันน่าทึ่งโดยแท้จริง แม้จะเป็นเช่นนั้นจริงหากชะตาก็มิอาจคาดเดาได้
“นอกจากจะได้พัฒนาสายพันธุ์แล้ว การได้เป็นสหายกับผู้แสวงวิถีก็สมควรมีค่ามากเกินกว่าสมบัติเช่นนั้นแล้วนะคะ” องค์หญิงไพลินยิ้มกว้าง