หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    ปัญหาคลี่คลาย การกลับมาของหยางจื่อ

            ในช่วงที่กองกำลังของตระกูลหยางกำลังเตรียมตัวในตอนนั้นเองที่มีพลังปราณที่น่าสะพรึงกลัวปรากฏอยู่นอกตระกูลหยางหยางเทียนอวี้ได้นำผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งออกไป

            "เจ้าหนุ่มหยางเทียนไม่เจอกันนาน"ชายชราในชุดสีดำกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง

            รูปลักษณ์ของชายชราคนนี้เหมือนกับซากศพที่ยังมีชีวิตอยู่หยางเทียนอวี้ขมวดคิ้วเเล้วคารวะไปข้างหน้า

            "ข้าไม่คิดว่าจะเจอท่านที่นี่ ผู้อาวุโสที่เป็นพรรพบุรุษของนิกายซากศพจากดินแดนเทวะทิศตะวันตก มาหาข้ามีธุระอะไรหรือเปล่า" หยางเทียนอวี้กล่าว

            ชายชราคนนี้คือบรรพบุรุษของนิกายซากศพที่อยู่ดินแดนเทวะทิศตะวันตกและมีพลังอยู่ปราณเซียนสวรรค์ขั้นที่2 ซึ่งหยางเทียนอวี้ในตอนนี้ไม่ใช่คู่มือ

            "ข้าก็แค่จะมายุติิความขัดแย้งของพวกเจ้านิกายมารทมิฬและนิกายอาคมได้ตกลงว่าจะสวามิภักดิ์ต่อนิกายซากศพของข้าเเล้วเพราะงั้นข้าก็เลยอยากจะบอกให้เจ้าหยุดโจมตีพวกเขา"ชายชรากล่าว

            "เป็นแบบนี้เองสินะแต่ถ้าเป็นแบบนั้นนิกายทั้งสองจะต้องออกไปจากดินแดนเทวะทิศใต้ของพวกเราไม่อย่างงั้นข้าก็ไม่สามารถปล่อยพวกมันไปได้"หยางเทียนอวี้กล่าว

            ชายชราขมวดคิ้วแต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและขุมอำนาจต่างๆที่ตระกูลหยางผูกมิตรไว้ รวมถึงบิดาของหยางเทียนอวี้ที่หายตัวไปแต่มีข่าวลือว่ายังไม่ตายแล้วยังทะลวงสู่ปราณเซียนสวรรค์อีกด้วยก็ทำให้ชายชราตองถอนหายใจ

            "ตกลงข้าจะให้ทั้งสองนิกายไปอยู่ที่นิกายซากศพของข้า" ชายชรากล่าว

            หลังจากตกลงกันได้ชายชราก็จากไปรวมทั้งหยาง้ทียนอวี้ก็กลับเข้าไปบนเกาะลอยฟ้าเช่นกันในตอนนี้มีคนในตระกูลส่วนน้อยที่รู้ว่าหยางจื่อยังไม่ตายและยังได้รับสืบทอดทักษะของราชันดาบอัคคีอยู่แต่ส่วนคนที่ไม่รู้คือกลุ่มของ หยางฮัวและผู้อาวุโสของพวกเขากลุ่มคนเหล่านี้กำลังแสดงความสุขออกมาเมื่อรู้ข่าวว่าหยางจื่อตายไป

            หลังจากนั้นไม่นานข่าวเกี่ยวกับการที่นิกายมารทมิฬและนืกายอาคมได้สวามิภักดิ์ต่อนิกายซากศพก็กระจายออกไปรวมทั้งทั้งสองนิกายได้ออกจากดินแดนเทวะทิศใต้และไปอยู่กับนิกายซากศพอีกด้วย

            เมื่อหมดเสี้ยนหนามของวิหารหย่างวิหารสุริยันและวิหารจันทราก็ลดความตรึงเคลียดลงแต่มีหลายคนที่รู้สึกเสียใจกับกายหายตัวไปของหยางจื่อแต่ทางด้านหญิงสาวและสหายของหยางจื่อได้รับรู้ความจริงจากหยางเทียนอวี้ทำให้พวกเขายังสงบอยู่ได้

            เวลาผ่านไป1 ปี ทุกอย่างกลับมาสงบอีกครั้งเรื่องราวของหยางจื่อเริ่มเงียบลงและหายไปในตอนนั้นเองที่บริเวณสุสานของราชันดาบอัคคีเกิดการฉีกขาดของมิติขึ้นกลุ่มคนของตระกูลหยางที่เฝ้าอยู่ตรงนั้นตกตะลึงกับความเปลี่ยนเเปลงนี้และไม่นานพวกเขาก็ตกตะลึงและยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเพราะมีชายหนุ่มที่หล่อเหลาก้าวออกมาจากช่องว่างของมิติ

            "นายน้อยกลับมาเเล้ว!!!!!!"

            "หืม? พวกท่านคือ " หยางจื่อกล่าว

            "นายน้อยพวกเราเป็นกลุ่มลับของท่านประมุขหยางเทียนอวี้ท่านประมุขได้สังให้พวกเราคอยเฝ้าอยู่ที่นี่เพื่อต้อนรับการกลับมาของนายน้อย”ชายวัยกลางคนกล่าว

            "อย่างงี้นี่เองแสดงว่าท่านพ่อรู้อยู่เเล้วว่าข้ายังมีชีวิตอยู่สินะ"หยางจื่อคิด

            "งั้นพวกเรากลับตระกูลกันเถอะ" หยางจื่อกล่าว

            เกาะลอยฟ้าที่ไม่ได้เคลื่อนใหวไปใหนเป็นเวลา1 ปีและหยุดกับที่เป็นเวลานานในตอนนั้นเองก็มีข่าวที่แสนจะมีความสุขสำหรับตระกูลหยาง

            "นายน้อยหยางจื่อกลับมาเเล้ว!!!!!"

            นี่คือสิ่งแรกที่หยางจื่อได้ยินหลังกลับขึ้นมาบนเกาะลอยฟ้าผู้คนในตระกูลต่างก็เริ่มออกมามากขึ้น ไม่นานก็มีหญิงสาวและชายวัยกลางคนเดินออกมาโม่หงเย่วิ่งเข้ามากอดหยางจื่อด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตานางนั้นอดที่จะเป็นห่วงและกังวลเกี่ยวกับหยางจื่อไม่ได้ ตลอด 1ปีมานี้นางตั้งใจที่จะแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุดเพื่อหวังว่าสักวันนึงนางจะเป็นกำลังให้หยางจื่อได้แต่ในตอนนี้นางอยู่ปราณนักบุญขั้นที่ 5 เเล้วด้วยความเร็วของนางแม้แต่คนในตระกูลหยางยังต้องตกใจ

            ในตอนแรกมีคนไม่เห็นด้วยที่จะให้หยางจื่อแต่งงานกับโม่หงเย่และมู่โหลวเพราะพวกนางนั้นอ่อนแอเกินไปแต่ไม่นานความสามารถของนางก็เริ่มแสดงออกมาให้เห็นนางเริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วรวมถึงเริ่มเข้าใจและใช้เจตจำนงสายฟ้าร่วมกับเจตจำนงของวายุได้เเล้ว

            "คงทำให้เจ้าเป็นห่วงมากเลยสินะ" หยางจื่อกล่าว

            "ใช่ เจ้าทำให้ข้ากังวลอย่างมาก" โม่หงเย่กล่าว

            "จื่อเอ๋อเข้าไปคุยกันข้างในเถอะ" หยางเทียนอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

            หยางจื่อโม่หงเย่และหยางคงได้ตามหยางเทียนอวี้ไปพวกเขาเข้าไปคุยกันในห้องและหยางเทียนอวี้ก็ถามเกี่ยวกับสิ่งที่หยางจื่อได้รับ

            "มิน่าละข้าก็สงสัยว่าทำไมหญิงสาวจากตำหนักฟีนิกซ์อัมตะถึงได้รับดาบอัคคีผลาญสวรรค์ไปมันเป็นเพราะเจ้ามีดาบมังกรสวรรค์อยู่กับตัวเเล้วทำให้ดาบเล่มนั้นไร้ความหมายสำหรับเจ้า"หยางเทียนอวี้กล่าว

            "ใช่เเล้ว ท่านพ่อข้าเลยได้รับทักษะของราชันดาบอัคคีมาแทน"หยางจื่อกล่าว

            "ข้าเคยได้ยินมาว่าทักษะที่ทรงพลังที่สุดของราชันดาบอัคคีคือทักษะที่โจมตีเป็นวงกว้างและยังมีพลังทำลายสูงอย่างมากจะบอกว่ามันเป็นทักษะที่ต้องใช้ความสามารถในการใช้เจตจำนงของเปลวเพลิงอย่างเดียวก็ว่าได้ใช่หรือไม่" หยางเทียนอวี้กล่าว

            "ถูกต้อง ทักษะนี้ไม่เกี่ยวกับวิชาดาบแต่มันเป็นทักษะที่มีไว้กวาดล้างศัตรูเป็นวงกว้างแต่ข้าก็ได้รับทักษะดาบของเขามาเช่นกัน" หยางจื่อกล่าว

            "ดูเหมือนเจ้าจะเก็บเกี่ยวได้เยอะทีเดียวและดูเหมือนเจ้าจะทะลวงสู่ปราณราชันสวรรค์เเล้ว" หยางเทียนอวี้่กล่าว

            หยางจื่อยิ้มและปลดปล่อยพลังปราณออกมาพร้อมกับเจตจำนงดาบและเจตจำนงเปลวเพลิง

            "ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่ 1 เจตจำนงดาบระดับ 5 เจตนงเปลวเพลิงระดับ 5 !!!!" หยางคงอดที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตกตะลึงไม่ได้เพียงเวลาแค่1 ปีการพัฒนาของหยางจื่อนั้นรวดเร็วเกินไปด้วยพลังที่แท้จริงของหยางจื่อทำให้สามารถต่อกรกับคนที่อยู่ปราณราชันสวรรค์ขั้นที่9 ได้อย่างสูสีเลยก็ว่าได้

            "และนี่ท่านพ่อ ข้าด้รับมันมาจากจิตวิญญาณของราชันดาบอัคคี "หยางจื่อยื่นกล่องหยกให้กับหยางเทียนอวี้

            หยางเทียนอวี้รับกล่องมาเเล้วเปิดดูแต่ในตอนนั้นเองมือของหยางเทียนอวี้ก็สั่นสะท้าน

            "เม็ดยาโอรถทะลวงสวรรค์ " หยางเทียนอวี้กรีดร้อง

            "ใช่เเล้วนี่คือโอรถที่จะช่วยให้ท่านทะลวงสู่ปราณเซียนสวรรค์"หยางจื่อกล่าว

            -------------------------------------------------------------------------------------

            ​

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน