รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    เจ้าสนใจจะมาทำธุรกิจร่วมกัยข้าสักหน่อยไหม?

            “อูย...ขอบคุณค่ะ”

             

            เสียงสั่นของหญิงสาวดังขึ้นทันทีที่สำลีสีขาวซึ่งถูกชุบด้วยแอลกอฮอล์นั้นป้ายลงไปบนบาดแผลที่แขนของเธอ  เซี่ยซูเหยามองรอยฟกช้ำและถลอกบนร่างกายอย่างปลงๆ

             

            ฮุ่ยเอ๋อที่เป็นคนทำแผลให้ยิ้มแหยๆเด็กน้อยทันกลับมาเห็นฉากที่ปรมาจารย์เซี่ยคนนี้ไม่ทันดูตาม้าตาเรือแล้วกระโดดเข้าไปร่วมวงการฝึกนรกแตกของหลิวเยี่ยนเฟยและเจิ้งเหรินอี้ได้พอดี

             

            “สถานการณ์ทางเหนือเป็นยังไงบ้างครับ?”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยยกโอสถแบบน้ำที่มีสรรพคุณช่วยในเรื่องการรักษาอาการช้ำในขึ้นมาจิบ  เขานั้นถูกถังเย่เย่ใช้ผ้าพันแผลพันที่หัวจนใกล้จะเหมือนมัมมี่เข้าไปทุกที

             

            ส่วนทางท่านจอมดาบนั้นโชคดีหน่อยเพราะมีหลานสาวของตนคอยปฐมพยาบาลให้  สภาพของเขาจึงถือว่าดูดีที่สุดในทั้งสามคนแล้ว

             

            “เรียบร้อยแล้วค่ะ พวกที่พูดคุยด้วยไม่รู้เรื่องก็ส่งไปนอนในโรงพยาบาลหมดแล้ว”  หญิงสาวสามารถพูดเรื่องที่โหดร้ายออกมาได้หน้าตาเฉย

             

            “ดูเหมือนว่าจนกว่าจะมีการตัดสินใจเลือกตำแหน่งประธานสมาพันธ์อย่างจริงจัง  พวกเขาก็คงจะโผล่ออกมาก่อเรื่องไม่หยุดแบบนี้แหละค่ะ”

             

            จังหวะที่พูดประโยคนี้เซี่ยซูเหยาแอบเหล่สายตาไปมองยังพี่หญิงของเธอที่กำลังนั่งจิบน้ำชาพร้อมกับเล่นคอมพิวเตอร์พกพาอยู่ที่โต๊ะของนาง

             

            เซี่ยซูเหยาเองก็เป็นอีกคนที่ค่อนข้างจะเชียร์ให้ไป่ฟานเซียนรับตำแหน่งนี้เหมือนกัน

             

            แต่ไป่ฟานเซียนก็ยังไม่สนใจ  เป้าหมายของนางในตอนนี้นั้นมีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า

             

            เมื่อไม่มีภาระเรื่องการแข่งขันของเด็กๆ  ทั้งช่วงนี้ยังเริ่มอยู่ว่างๆ  นางจึงปรึกษาเรื่องหนึ่งกับหวงจื่อหานมาสักพักหนึ่งแล้ว

             

            “เจ้าคิดว่าที่นี่เป็นอย่างไร?”

             

            หญิงสาวชี้ไปยังรูปภาพในหน้าจอของนาง  มันเป็นแผนที่ซึ่งกำลังแสดงเกาะขนาดใหญ่เกาะหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ห่างไกลออกไปทางทะเล

             

            “...มันเกินน่านน้ำของประเทศนี้ไปแล้วผมคิดว่าเรื่องการเจรจาซื้อขายคงเป็นไปไม่ได้ครับ”

             

            “แล้วที่นี่ล่ะ?”

             

            “ตรงนั้นเป็นอุทยานแห่งชาติ...ผมคิดว่าก็คงจะซื้อไม่ได้เหมือนกันครับ”

             

            สองนายบ่าวกำลังสนทนากันอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยมีไป่ฟานเซียนกำลังชี้ไปตามแผนที่และมีหวงจื่อหานคอยอธิบายลักษณะของพื้นที่บริเวณนั้นให้ฟัง

             

            “พี่หญิงกำลังทำอะไรเหรอคะ?”

             

            เซี่ยซูเหยานั่งจ้องมองมาสักพักแล้วอดสงสัยไม่ได้จนต้องถามออกมา  เพราะท่าทางของไป่ฟานเซียนนั้นราวกับกำลังตัดสินใจเลือกอะไรบางอย่างอยู่

             

            ไม่ใช่แค่เธอ  แม้แต่หลิวเยี่ยนเฟยและเจิ้งเหรินอี้ก็สนใจเหมือนกัน

             

            “นายหญิงกำลังหาสถานที่สร้างตำหนักน่ะครับ...”

             

            เป็นพ่อบ้านชราที่อธิบายให้ฟังพร้อมกับรอยยิ้มแห้งๆ ตอนแรกที่ไป่ฟานเซียนมาถามเขาเรื่องนี้เขาก็ค่อนข้างจะตกใจไปพักหนึ่งเหมือนกัน

             

            ก่อนหน้านี้นั้นเขาพยายามช่วยหาที่ดินว่างๆโล่งๆมาให้นางเลือก  แต่ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ไม่ถูกใจนางทั้งสิ้น  จนระยะหลังมานี้นางพยายามที่จะค้นหาด้วยตัวเองแล้วมาถามเขาแทนเสียแล้ว

             

            “สาวน้อยเอาจริงเหรอเนี่ย?”

             

            เจิ้งเหรินอี้เองก็เป็นหนึ่งในคนที่เคยได้ยินไป่ฟานเซียนพูดเรื่องนี้ขึ้นมา  แต่เขาก็ไม่คิดว่านางจะจริงจังถึงขนาดนี้

             

            “...”

             

            ไป่ฟานเซียนไม่ได้ตอบ  แต่จากท่าทีของนางนั้นแน่นอนแล้วว่านางเอาจริงแน่นอน

             

            “ถ้าอย่างนั้นพี่หญิงอยากจะได้ที่ดินแบบไหนเหรอคะ?”

             

            เซี่ยซูเหยาถามขึ้นอย่างสงสัย  ขณะเดียวกันเธอก็พร้อมที่จะใช้อำนาจของตระกูลเซี่ยมาช่วยเหลือ สำหรับตัวตนอย่างหนึ่งในสี่ตระกุลใหญ่แล้วนั้นการซื้อที่ดินผืนเดียวมันไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด

             

            “...เอ่อ...นายหญิงอยากจะได้เกาะน่ะครับ”

             

            “...อะไรนะคะ?”

             

            “เกาะครับ  เกาะส่วนตัวที่เหมาะกับการก่อสร้างตำหนักขนาดใหญ่ และยังมีพื้นที่เพียงพอต่อการเพาะปลูกสมุนไพรด้วยครับ”

             

            “...นั่นมันค่อนข้างจะยากเลยนะคะ”

             

            เซี่ยซูเหยาเข้าใจแล้วว่าทำไมหวงจื่อหานถึงทำสีหน้าแบบนั้น  ในตอนนี้อำนาจของตระกูลถังนั้นเองก็กำลังเติบโตอย่างมั่นคงในภาคตะวันออก  ถังเทียนจี๋กำลังค่อยๆกลืนกินตระกูลหานที่เป็นตระกูลใหญ่ในอดีตทีละน้อย  เมื่อไม่มีตัวตนอย่างหานจุนโป๋อยู่แล้วจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำเลยสักนิด

             

            ดังนั้นการซื้อที่ดินสักผืนให้ไป่ฟานเซียนก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับตระกูลถังเช่นกัน  แต่ถ้ากำลังพูดถึง “เกาะส่วนตัว”มันก็จะกลายเป็นอีกเรื่องทันที

             

            เพราะการปฏิวัตินโยบายเชิงพื้นที่เมื่อหลายปีก่อน  ทำให้ทางรัฐบาลต้องการควบรวมเอาหมู่เกาะและเกาะที่ไม่มีเจ้าของมาเป็นที่ดินของทางการเพื่อนำมาใช้ในการพํฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว   บ้างก็กลายเป็นอุทยานแห่งชาติที่ถูกอนุรักษ์ไว้ ทำให้ราคาที่ดินของเกาะที่มีเจ้าของอยู่แล้วพุ่งขึ้นสูงมากขึ้นมาหลายเท่าตัว  ทั้งยังมีส่วนน้อยที่จะยอมปล่อยต่อไปให้คนอื่น

             

             

            “ลองดูพื้นที่ประเภทอื่นหรือยังคะ?”

             

            เซี่ยซูเหยาพยายามกล่อม เธอลุกขึ้นแล้วมาชะโงกดูอยู่ด้านหลังหน้าจอของไป่ฟานเซียนที่ตอนนี้มีข้อมูลที่ดินทั้งที่ขายและไม่ประกาศขายอยู่เต็มไปหมด

             

            “พี่หญิงไม่ชอบพื้นที่ภูเขาทางภาคเหนือเหรอคะ?”

             

            หญิงสาวชี้ไปดูตามแผนที่ ทางภาคเหนือนั้นมีที่ดินที่ทำเลดีและวิวสวยหลายแห่งกำลังขายอยู่

             

            “ข้าอยากได้พื้นที่ที่มันค่อนข้างจะส่วนตัวหน่อย...”

             

            นั่นคือเหตุผลหลักของไป่ฟานเซียน เพราะว่าหลังจากนี้ถ้านางเริ่มสร้างตำหนักขึ้นมาแล้ว  สิ่งที่จะตามมาก็คือศาสตร์โบราณมากมายรวมไปถึงวิชาต่างๆจะถูกนางนำออกมาปัดฝุ่นจากชั้นหนังสือทั้งหมด

             

            แล้วยังมีการทดลองแปลกๆและการเพาะปลูกสมุนไพรที่ต้องการความเป็นส่วนตัว  ต่อให้นางจะกางอาณาเขตเอาไว้แล้วแต่บางครั้งมันก็ค่อนข้างน่ารำคาญที่จะต้องมากลายเป็นจุดสนใจโดยไม่จำเป็น

             

            ดังนั้นหากได้พื้นที่ส่วนตัวไปเลยนางจะค่อนข้างสบายใจกว่า

             

            ติ๊ง!

             

            ในหน้าเว็บไซต์ที่เป็นพื้นที่สำหรับการขายบ้านและที่ดินอยู่ๆก็มีแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา  ไป่ฟานซียนประหลาดใจเล็กน้อยแล้วคลิกเข้าไปดูก็พบเข้ากับประกาศขายพื้นที่เกาะส่วนตัวแห่งหนึ่งทางตะวันออก

             

            “เอ๋?...เกาะนี้ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไรนี่คะ?”

             

            เซี่ยซูเหยาเลิกคิ้วขณะที่กำลังเทียบแผนที่กับรายการที่ประกาศขาย  หวงจื่อหานที่มีความชำนาญมากกว่าเองก็ชะโงกหน้าเข้ามาดู  เมื่อเห็นพื้นที่ซึ่งประกาศขายแล้วเขาก็ยืนยันเช่นเดียวกัน

             

            “อยู่ทางใต้ของบ้านหลังนี้ประมาณหนึ่งกิโลเมตร  แล้วออกนอกชายฝั่งไปอีกสองกิโลเมตรครับ”

             

            ชายชราอธิบายให้ฟัง แต่ขณะเดียวกันเขาก็ประหลาดใจที่พื้นที่นี้ถูกประกาศขาย

             

            เขาทำงานให้ตระกูลถังมานานหลายปี  ทำให้ค่อนข้างจะคุ้นเคยกับเรื่องราวและพื้นที่ในทางตะวันออกนี้มาก เกาะที่เขาพูดถึงนั้นเป็นเกาะส่วนตัวของมหาเศรษฐีชราคนหนึ่งที่มาซื้อมันไปและย้ายไปอาศัยอยู่ที่นั่นกว่าสิบปีแล้ว  เพราะอยู่ไม่ไกลจากแผ่นดิน  ทำให้การเดินทางระหว่างเกาะเป็นไปได้สะดวกสบาย ยิ่งเป็นยุคสมัยของผู้ฝึกตนนี้สำหรับตัวตนเช่นนายหญิงของเขาการเหาะข้ามทะเลแค่สองกิโลคงจะเป็นเรื่องง่ายดายอย่างยิ่ง

             

            ไม่นึกไม่ฝันว่ามันจะถูกประกาศขายแบบนี้

             

            “...ลองติดต่อไปหน่อย”

             

            ไป่ฟานเซียนมองสภาพเกาะจากภาพถ่ายหลายๆรูป   ซึ่งยิ่งนางมองก็ยิ่งถูกใจ ดังนั้นจึงหันไปขอให้หวงจื่อหานโทรไปตามเบอร์โทรศัพท์ที่ทางนั้นทิ้งไว้ให้

             

            พ่อบ้านชราไม่ปฏิเสธคำของนายหญิง  เขาหายไปประมาณห้านาทีแล้วก็เดินกลับมาด้วยท่าทางยุ่งยากใจนิดหน่อย

             

             

            “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”

             

            เซี่ยซูเหยาสามารถสัมผัสได้ถึงความผิดปกติทางสีหน้าของพ่อบ้านชราได้  ซึ่งก็เป็นอย่างที่คาด  หวงจื่อหานตอบกลัมาด้วยสีหน้าลำบากใจ

             

            “ราคาของมันค่อนข้างจะมีปัญหาน่ะครับ...”

             

            ชายชราพยายามติดต่อไปยังตระกูลถังเพื่อยืนยันอะไรบางอย่าง  และเมื่อแน่ใจแล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

             

            “...เท่าไรรึ?”

             

            แม้แต่เจิ้งเหรินอี้ยังอยากรู้  ถ้ามันไม่พอจริงๆตัวเขาที่เป็นปรมาจารย์มานานก็พอจะมีเงินเก็บเอาไว้ก้อนหนึ่งที่ใช้สำหรับรักษาเหม่ยอิงเหมือนกัน  แต่ตอนนี้เหม่ยอิงทั้งหายดีและโตวันโตคืน  เขาก็ไม่จำเป้นต้องใช้เงินส่วนนี้แล้ว

             

            “ทางนั้นเรียกมาที่สี่พันล้านเหรียญ  ไม่สามารถต่อรองได้แล้วครับ”

             

            ชายชราถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง เขานึกว่าเงินในบัญชีประมาณร้อยล้านที่เขามีมันก็เยอะพอแล้ว แต่พอมาเทียบกับราคาที่อีกฝ่ายต้องการมันไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวเลย

             

            “...แพงขนาดนั้นเลยเหรอคะ”  เซี่ยซูเหยาเองก็ขมวดคิ้ว  ราคาของเกาะส่วนตัวในยุคสมัยนี้มันกำลังพุ่งทะยานจริงๆ  ถึงตัวเธอจะมีตระกูลเซี่ยอยู่ด้านหลัง  แต่เมื่อมาพูดถึงเงินที่เธอสามารถหยิบออกมาโดยไม่ทำให้ตระกูลเดือดร้อนในตอนนี้มันก็อยู่ที่หลักร้อยล้านเหรียญเหมือนกัน

             

            อย่าเห็นว่าตระกูลใหญ่นั้นจะร่ำรวยล้นฟ้า  ถึงพวกเขาจะเป็นเจ้าของธุรกิจมากมายและมีทรัพย์สินมหาศาล แต่นั้นคือทรัพย์สินที่หมุนเวียนอยู่ในวงจรของธุรกิจ มันเป็นเงินร้อนที่ได้มาแล้วก็ต้องจ่ายไปเพื่อประคองให้ระบบของตระกูลนั้นยังดำรงอยู่ได้   

             

            หากนำมาใช้จ่ายมั่วซั่วรับรองว่าได้เกิดการติดขัดไปทุกภาคส่วนแน่ๆ                            

             

            นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญคือตระกูลเซี่ยนั้นพึ่งจะผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤติมาเหมือนกัน  ก่อนหน้านี้น้องชายของเธอก็ต้องใช้จ่ายไปเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อประคองตระกูลเซี่ยเอาไว้  ทำให้ตอนนี้จะบอกว่าบัญชีตระกูลเซี่ยกำลังติดตัวแดงอยู่ก็คงจะไม่ผิดนัก

             

            คงต้องใช้เวลาอีกพักหนึ่งถึงจะประคับประคองให้กลับมาได้  ทำให้ตระกูลเซี่ยไม่สามารถช่วยออกเงินสี่พันล้านส่วนนี้ให้ได้อย่างแน่นอน

             

            เช่นเดียวกับตระกูลถังที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน  พวกเขากำลังพัฒนาตัวเองให้ขึ้นแทนที่ตระกูลหานที่กำลังตกต่ำ ดังนั้นเงินในบัญชีของพวกวเขาก็กำลังร่อยหรอ  ถึงจะไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันแต่หากจะต้องควักเงินกว่าสี่พันล้านออกมาจริงๆถังเทียนจี๋คงต้องขายธุรกิจทิ้งแน่ๆ

             

            ส่วนไป่ฟานเซียนนั้นพึ่งจะได้รับเงินมาจากสมาคมโอสถประมาณสามร้อยล้านเป็นค่าสมุนไพรโบราณพวกนั้น  แต่มันก็ยังห่างไกลจากเป้าหมายเหลือเกิน 

             

            “...ครั้งนี้ข้าจะไม่รบกวนพวกเจ้า”

             

            ไป่ฟานเซีหกยนส่ายหน้า  นางตัดสินใจแล้วว่าที่ดินผืนนั้นนางจะใช้เงินของนางซื้อมาเองอย่างถูกต้องโดยไม่ต้องยืมมือตระกูลถังและตระกูลเซี่ย อย่างนี้นางจึงจะสบายใจมากกว่าและเป็นเจ้าของเกาะแห่งนั้นได้อย่างเต็มภาคภูมิ

             

            หญิงสาวไม่คิดมาก่อนว่านางจะประสบปัญหาขาดแคลนเงินทองอีกครั้งแบบนี้  ถ้านางคิดจะอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรทรัพย์สินที่นางมีก็เพียงพอที่จะอยู่ไปได้สบายๆ  แต่ในเมื่อนางคิดจะลงมือทำแล้ว  นางก็จำเป็นต้องทำให้ถึงที่สุด

             

            ตอนนี้ทำให้นางคิดไปถึงตอนที่นางพึ่งจะตื่นขึ้นมาในยุคสมัยนี้ไม่ได้  ในตอนนั้นนางกับฮุ่ยเอ๋อเดินเข้าไปขายโสมต้นหนึ่งเพื่อใช้เป็นค่ากินค่าอยู่ก่อนที่จะพบกับคนตระกูลถังที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้นางจนถึงตอนนี้

             

            ใช่แล้ว

             

            “...ข้าขายสมุนไพรที่มีได้หรือไม่?”

             

            ไป่ฟานเซ๊ยนนั้นมีสมุนไพรเก็บเอาไว้ในมิติของนางอยู่ระดับหนึ่ง  หากนำออกมาเทขายโดยเทียบกับราคาของโสมที่นางเคยขายไปนางคิดว่าน่าจะเพียงพอ

             

            แต่ความคิดของนางนั้นถูกพ่อบ้านชราห้ามไว้ทันควัน

             

            “นายหญิงครับ ถ้าท่านปล่อยสมุนไพรมีค่าเข้าตลาดไปทีเดียวมากๆราคาของมันจะตกและส่งผลกระทบกับความต้องการของผู้คนนะครับ...”  หวงจื่อหานเตือนด้วยความหวังดี

             

            “ถ้าท่านจะขายจริงๆผมแนะนำให้ท่านทยอยขายจะดีกว่าครับ”

             

            “...นั่นสินะ”  หญิงสาวพยักหน้า นางเองก็พอจะเข้าใจเรื่องพวกนี้จากหนังสือที่นางอ่าน นอกจากนี้หากมานั่งคิดดูดีๆสมุนไพรที่นางเก็บไว้นั้นล้วนค่อนข้างจะหายากในยุคนี้ทั้งสิ้น  บางชนิดก็ไม่สามารถหาได้แล้ว  ดังนั้นหากนางขายออกไปแล้วเกิดต้องการใช้ทีหลังก็เกรงว่าคงจะตามหากลับมาลำบาก

             

             

            “นอกจากนี้ข้ายังต้องการเงินมากกว่านั้นอีก...การก่อสร้างต่างๆก็ต้องใช้เงินใช่ไหม?”

             

            ไป่ฟานเซียนเข้าใจกระบวนการทำงานของยุคนี้ดี  ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น  นางคงต้องหาวิธีหาเงินเพิ่มเติมอีกสักทาง

             

            “...เปิดรักษาผู้คนเป็นไงครับ? ถ้าใช้ชื่อเสียงของปรมาจารย์นักปรุงโอสถขั้นที่สี่ต้องดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยอะแน่ๆ”

             

            หลิวเยี่ยนเฟยช่วยแสดงความคิดเห็น  และมันก็ดูจะเป็นไอเดียที่ดี  ไป่ฟานเซียนสามารถเลือกที่จะรักษาด้วยโอสถของนางแล้วเก็บเงินแพงๆได้ มันคุ้มค่ากว่าแน่นอนเมื่อเทียบกับการถ่ายสมุนไพรไปเปล่าๆชายหนุ่มเชื่อว่ามีคนจำนวนมากในประเทศนี้ที่ยินดีจะจ่ายเงินหลายล้านเพื่อให้ได้รับยาจากจักรพรรดินีโอสถ 

             

            นอกจากนี้ยังไม่นับเหล่าผู้ฝึกตนที่อยากจะให้นางปรุงโอสถสำหรับฝึกตนให้ด้วย

             

            “แต่ข้าไม่ใช่หมอ...”  ไป่ฟานเซียนถอนหายใจ ถึงตัวนางจะศึกษาศาสตร์การแพทย์จากหนังสือมามากมาย  แต่ก็ยังเปลี่ยนความจริงที่ว่านางเป็น“นักปรุงโอสถ” ไม่ใช่ “หมอรักษา” ไม่ได้ หรือนางจะทำเหมือนสมัยก่อนที่ตำหนักของนางเน้นรับคำขอร้องจากตัวตนที่ยิ่งใหญ่หลายๆคนในการหลอมโอสถแลกกับทรัพยากรมหาศาลดี?

             

            แกว๊ก!

             

            ทันใดนั้นที่ทางด้านระเบียงชายหาดพลันปรากฏวิหคตัวสีดำสองตัวที่มีขนาดใหญ่เพียงพอให้ผู้คนขึ้นไปขี่ได้สบาย บนหลังของมันมีร่างของหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีนั่งโดยสารมาอยู่  วิหคสีดำนั้นเต็มไปด้วยพละกำลัง แต่เมื่อพวกมันร่อนมาจอดที่ระเบียงก็พลันถูกสายตาไม่สบอารมณ์ของเจ้าแดงน้อยจับจ้องมาจนพวกมันตัวสั่นอย่างกับลูกนก

             

            “ที่นี่ยังคนเยอะเหมือนเคย...”

             

            บุรุษที่อยู่บนหลังนกนั้นกระโดดลงมาขณะเดียวกันก็ส่งมือประคองเอาเด็กสาวอีกคนลงมาด้วย  การที่พวกเขาสามาถผ่านเข้ามาในเขตแดนนี้ได้แปลว่าต้องเป็นคนรู้จักชองไป่ฟานเซียนแน่นอน

             

            จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหมอเทวดาอู๋เจี่ยและลูกศิษย์สาวของเขาหลินเสี่ยวถิง!

             

            “ได้เวลารักษาให้นายสักทีแล้ว”  อู๋เจี่ยจุดสมุนไพรที่เขาผลิตเองแล้วคาบไว้ที่ปากในยามที่หันมาคุยกับหลิวเยี่ยนเฟย

             

            แต่เขากลับต้องแปลกใจ  เพราะไม่มีใครสักคนที่จะพูดกับเขา  อู๋เจี่ยเอียงคออย่างสงสัยก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ไป่ฟานเซียนหายตัวไปแล้วมาปรากฏตัวเบื้องหน้าเขาสายตาของนางเป็นประกายแปลกๆราวกับได้พบกับสิ่งที่ต้องการเข้าพอดิบพอดี

             

            “...เจ้าสนใจจะมาทำธุรกิจร่วมกันกับข้าสักหน่อยหรือไม่?”

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 516
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185