Chapter 9
Opéra Cake สื่อใจ
ดิ๊งด่อง!
เช้าวันเสาร์เสียงออดจากหน้าบ้านดังมาแต่ไกล เมื่อเดินออกไปดูก็พบโยมันมายืนยิ้มหน้าบานรออยู่ที่หน้ารั้วบ้าน ผมจึงเดินออกไปเพื่อเปิดให้อีกคนเข้ามา
“สวัสดีครับคุณเชฟ” เ้าตัวก็เอ่ยทักทายโดยในมือถือพวกอาหารเช้ามาเยอะแยะไปหมด
“รีบ ๆ เข้ามาเหอะ..พูดมาก” ว่าจบเราก็เดินเข้ามาข้างในตัวบ้าน
“แล้วนี่ อยู่บ้านคนเดียวเหรอ?” เ้าตัวถามขณะมองไปซ้ายทีขวาที ซึ่งวันนี้ผมอยู่บ้านคนเดียวครับเนื่องจากพี่ชินกลับบ้านที่ชลบุรีไปั้แ่เมื่อวาน
“พี่ชินกลับบ้านไปหาคุณป้าน่ะ ่นี้เห็นเขาบอกว่าท่านไม่ค่อยสบาย..ก็เลยอยากกลับไปดูแลท่านบ่อย ๆ” โยพยักหน้ารับฟังพร้อมกับนำของกินที่ซื้อมาไปวางไว้ยังโต๊ะกินข้าวที่ตั้งอยู่หน้าห้องครัว ส่วนผมก็เดินไปจัดแจงเตรียมวัตถุดิบที่จะใช้สอนทำเค้กต่อ
“เวลาเธอตั้งใจทำงาน..ก็ดูน่ารักดีนะเนี่ย” โยพูดชมทำเอาผมต้องชะงักมือไปเล็กน้อย แต่ก็ทำเมินไม่สนใจปล่อยคำพูดนั้นให้ผ่านหู
“แล้วจะยืนมองอยู่อีกนานไหม? มาช่วยกันดิ”
“แล้วมันต้องเริ่มจากตรงไหนก่อนเหรอ?” ร่างสูงมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยท่าทีเงอะงะ
“เริ่มจากเอาของแห้งใส่ลงในอ่างผสมก่อน แล้วก็เทใส่ที่ร่อนแป้งจากนั้นก็ค่อย ๆ ร่อนมันลงใส่ถ้วยแก้วอีกที” ผมบอกขั้นตอนแล้วจัดการหยิบส่วนผสมทั้งหมดเทใส่อ่างผสมให้อีกคนดู แล้วจึงหันไปมองยังเ้าตัวเพื่อให้เขาลองร่อนแป้งดูตามที่บอก
แต่ทว่า..
ฟึบ!
“แค่ก ๆ ทำอะไรของมึงเนี่ย ค่อย ๆ ร่อนสิวะ” ความที่เป็การทำเค้กครั้งแรกเ้าตัวจึงกะน้ำหนักมือในการร่อนไม่ถูก ทำให้แป้งที่อยู่ในที่ร่อนฟุ้งกระจาย ผมจึงเอื้อมมือไปจับมือของอีกคน เพื่อสอนการกะแรงในการร่อนแป้งอีกรอบ โดยจังหวะที่ผมกำลังสอนก็เหลือบไปเห็นว่ามันกำลังมองมาแล้วยิ้มให้
“ย..ยิ้มอะไรล่ะ ตั้งใจทำหน่อยสิ”
“ครับ ๆ” มันขานรับน้ำเสียงกวน ๆ แต่กลับทำตรงกันข้ามโยมันยื่นมือมาแตะที่หน้าแล้วใช้นิ้วหัวแม่ลูบเบา ๆ ทำหัวใจเต้นไม่หยุด
“แก้มเลอะน่ะ” ประโยคที่ฟังดูธรรมดา แต่มันกลับมีพลังทำร้ายล้างเล่นซะผมทำตัวไม่ถูก จึงทำเป็วางที่ร่อนแป้งแล้วรีบหลบตาโดยทำทีเป็ใช้หลังมือตัวเองเช็ดรอยแป้งซ้ำที่เดิมแก้เขิน
“โยชอบเธอจริง ๆ นะ..ั้แ่คืนนั้น” จู่ ๆ โยมันก็บอกชอบผมอีกครั้งทำเอาความร้อนบนหน้าพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“ม..มาพูดอะไรตอนนี้วะเนี่ย”
“ก็โยอยากบอกให้เธอรู้นี่นา..ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาโยคิดถึงเธอทุกวัน” เขาพูดน้ำเสียงจริงจังพลางเดินเข้ามารวบเอวผมเข้าไปกอดแล้วจึงโน้มหน้าเข้ามาใกล้เล่นซะไปไม่เป็เลยครับ มือผมจิกลงบนเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินอ่อนจนมันเริ่มยับ เพราะไม่ได้เตรียมใจมาฟังอีกคนสารภาพรักแบบนี้
“ทำเค้กต่อดีกว่าเนอะ” แต่อยู่ ๆ โยมันกลับเป็ฝ่ายหยุดไว้กลางทาง มันปล่อยมือจากเอวผมแล้วหันกลับไปร่อนแป้งต่อตามเดิม
เกือบไปแล้วไหมล่ะ..เฮ้อออ
หลังจากสอนเคี่ยวเข็ญอยู่นานในที่สุด Opéra Cake ที่เ้าตัวตั้งใจทำเพื่อเป็ของขวัญสุดพิเศษในงานวันเกิด และงานฉลองครบรอบแต่งงานของคนสำคัญของเขาก็สำเร็จ
“ทำไมมันเก่งอย่างนี่นะ ไอ้โย!” เ้าตัวพูดชมตัวเองด้วยรอยยิ้มขณะที่ยืนจ้องมองเค้กชิ้นสวยนั่นด้วยความภูมิใจ
“ลองชิมดูสิ” ผมยื่นช้อนไปให้ซึ่งเ้าตัวก็พยักหน้าแล้วรับช้อนจากผมไป จากนั้นจึงลงมือตักเนื้อเค้กใส่เข้าปากชิมรสชาติ
“หื้มม! อร่อย! เหมือนที่คุณเชฟทำเลยอะ” เ้าตัวหลับตาเคี้ยวเค้กในปากอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันมาพูดว่าอร่อยด้วยรอยยิ้มทำเอาผมเองก็เผลอกระตุกยิ้มตามด้วยที่ได้เห็นท่าทีดีใจแบบนั้น
“อืม เธอ..ม๊าฝากชวนไปงานด้วยนะ ท่านบอกว่าอยากเจอหน้าว่าที่ลูกสะใภ้”
“ฮะ!? อะไรนะ?” ระหว่างมองอีกคนชื่นชมความอร่อยกับเค้กที่ทำเองอยู่นั้น จู่ ๆ โยมันก็เอ่ยปากชวนผมไปงานดังกล่าวเพียงประโยคท้ายทำเอาผมละล่ำละลักไปต่อไม่ถูก
“ม๊าให้ชวนเธอไปวันเกิดน่ะ” โยทวนคำพูดให้ฟังอีกครั้ง
“ไม่ใช่! ประโยคหลังอะ?” ผมค้านเพราะไม่ใช่ประโยคที่ว่า
“อ๋อ..ท่านบอกว่าอยากเจอว่าที่ลูกสะใภ้” โยว่าพลางตักเค้กเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ แล้วจ้องมายังหน้าผมด้วยสายตาเ้าเล่ห์อีกเช่นเคย
“ล..ลูกสะใภ้อะไร มึงอย่าพูดไปเรื่อยนะ” ผมเถียงกลับคนตรงหน้าคอเป็เอ็น
“อ้าว เดี๋ยวอีกหน่อยก็เป็นี่” โยว่าสวนเล่นซะผมกลับมาหน้าร้อนผ่าวอีกครั้ง ผมรีบหันหลังให้และเตรียมจะเดินหนีแต่กลับถูกอีกคนดึงให้เสียการทรงตัวแล้วเซเข้าไปหาอ้อมกอดของอีกคนแบบตั้งใจ
“ไอ้โย! ปล่อยย..ตัวมึงเลอะแป้งยังจะมาจับอีก” ผมโวยเสียงอู้อี้ ซึ่งเป็จังหวะที่ผมกำลังหันหน้าไปหาเขาพอดี ทำให้ใบหน้าของเราเข้ามาใกล้กันโดยบังเอิญ ก่อนที่โยมันจะโน้มหน้าลงมาจูบพลางเลื่อนมือมาจับยังท้ายทอยเพื่อหมายจะล็อกต้นคอไม่ให้ผมสามารถขยับหนีไปไหนได้ โดยมืออีกข้างก็เข้ามาคว้าเอวแล้วดึงเข้าหาตัว
“อืออ..อึก อืมม” กลิ่นความหวานของขนมที่อบอวลอยู่ในปากของอีกคนผสมกับฟีโรโมนอ่อน ๆ ลอยเข้ามาให้ความรู้สึกอยากให้ทำมากกว่าแค่การจูบลิ้นร้อนแทรกตัวเข้ามาพลางกวัดแกว่งหยอกเย้าไปตามไรฟันแล้วเปลี่ยนมาดูดเบา ๆ ที่ลิ้นผมจนเสียงดังจาบจ้วงน่าอาย
ร่างหนาดันตัวผมไปพิงยังซิงค์ล้างจาน ขณะที่่ล่างของเ้าตัวก็ดันเข้ามาใกล้แล้วถูไถส่วนกลางกายความกำหนัด แต่แล้วจู่ ๆ เ้าตัวกลับหยุดชะงักพลางถอนริมฝีปากออกห่างจากผม
“ฮาา ถ้าเธอไม่้า..โยจะหยุดซะตอนนี้ เพราะถ้าเธอไม่หยุดโยจะโมเมแล้วนะว่าเธอก็รู้สึกเหมือนกัน” คำพูดของโยทำให้ผมหยุดคิดไปชั่วขณะถึงความรู้สึกที่มีต่ออีกคนว่าเป็เช่นไร ถ้าถามว่าชอบคนตรงหน้าไหม? ตอนนี้มันก็ยังไม่ได้รู้สึกถึงขั้นนั้นแต่หากถามว่าผมหวั่นไหวกับเขาหรือไม่นั่นอาจเป็คำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็ว่าได้
“หยุดก็บ้าแล้ว” พูดจบผมก็โผเข้าไปกดจูบริมฝีปากของอีกคน แล้วทุกอย่างก็กลายเป็ภาพช้าลงถนัดตา ร่างสูงจูบตอบผมพร้อมกับยกร่างผมไปนั่งบนโต๊ะข้าวของทุกอย่างถูกปัดกระจายลงไปกองกับพื้นโดยไม่สนใจแม้กระทั่งเค้กที่เพิ่งทำเสร็จ
ผมยื่นแขนไปคล้องคอคนตรงหน้ารับจูบอันแสนเร่าร้อนจากที่ตอนแรกยังเป็จูบอันแสนหวาน เสียงจาบจ้วงดังหนักขึ้นท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงแค่ผมกับโยอยู่ในบ้าน ก่อนที่อีกคนจะเลิกชายเสื้อผมขึ้นก่อนจะถอดมันออกแล้วโยนทิ้งไป
“อืออ ด..เดี๋ยวโย นี่มันข้างล่างนะ” ผมร้องห้ามเนื่องจากตอนนี้เป็ตอนกลางวันแสก ๆ และเราทั้งสองยังอยู่กันในครัวที่เลอะเทอะราวกับผ่านสมรภูมิรบมา
“อยู่กันแค่สองคน..ไม่มีใครเห็นหรอกน่า” โยว่าพลางเข้ามาพรหมจูบไปตามกรอบหน้าและลำคอ ขณะที่มืออีกข้างจับชายเสื้อตัวเองขึ้นเพื่อถอดออกพลางก้มลงมาซุกไซ้นัวเนียบนตัวผมอีกครั้ง
“อืออ..ซี๊ดด อาา” ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้ไม่ว่าโยจะััไปโดนส่วนไหน ผมก็ตอบรับและส่งเสียงครางกระเส่าไปซะหมด โยปลดตะขอกางเกงผมแล้วดึงมาลงจนเหลือเพียงกางเกงชั้นในที่เปียกชุ่มทั้งด้านหน้าและด้านหลังทำให้คนตรงหน้าถึงกับเม้มปากตัวเองเบา ๆ
“เธอมีอารมณ์ขนาดนี้เลยเหรอครับ หืม?” โยถามเสียงทุ้มต่ำ แต่น่าฟัง อาจเป็เพราะผมกำลังรู้สึกอายที่เราทำกันทั้งที่มีแสงสว่างอยู่โดยรอบแถมนี่ยังไม่ใช่ห้องนอนอีก
โยใช้นิ้วชี้เกี่ยวขอบกางเกงชั้นในลงมาเล็กน้อย เผยให้เห็นแกนกายที่ชูชันและฉ่ำไปด้วยน้ำรื่น ๆ ก่อนจะจัดการครอบปากลงมาแล้วเริ่มดูดเลียสลับกับรูดรั้งขึ้นลงจนผมเสียวซ่านไปหมด
“อืออ..อาา ย..โย อึก ซี๊ดด”
สวบ! สวบ! สวบ!
โยถอดกางเกงชั้นในผมออกแล้วโยนมันไปกองรวมกับเสื้อผ้าขณะที่เ้าตัวก็เล้าโลมผมไปด้วย
“ตรงนี้แฉะแล้วเธอ..โยเตรียมให้นะ” ผมยังไม่ทันได้ตอบ อีกคนกลับดันนิ้วยาวใส่เข้ามาด้านในแล้วค่อย ๆ ขยับเข้าออกเนิบช้าก่อนจะเร่งความถี่ขึ้นทีละสเตป
*****
พอเตรียมความพร้อมให้คุณเชฟจนได้ที่ผมจึงถอนนิ้วออกแล้วเปลี่ยนมาใช้ลิ้นโลมเลีย และสอดใส่แทงเข้าไปในรูรักจนอีกคนกระตุกเกร็งไม่หยุด
“อืออ!! โย! มัน!!..อ๊ะ” คุณเชฟร้องลั่นสะโพกแอ่นรับเร่า ๆ ก่อนจะมีน้ำขุ่นข้นหลั่งออกมาทั้งสองช่องทางพร้อม ๆ กันทำให้รู้ได้เลยว่าเ้าตัวถึงจุดสุดยอดไปแล้วเรียบร้อย
เพี้ยะ!
ฝ่ามือเล็ก ๆ ตีลงมายังแขนผมแต่ไม่แรงนักแค่พอให้รู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ ก่อนจะตามมาด้วยคำสบถด่าจากคุณเชฟทำเอาผมหลุดขำเพราะเห็นว่าเ้าตัวมีสีหน้าแดงก่ำน่าเอ็นดู
“มึงแม่ง!”
“หึ..ไม่เป็ไร ๆ เดี๋ยวโยจะทำให้เธอเสร็จอีกหลาย ๆ รอบเลย” ผมผุดลุกขึ้นแล้วดึงร่างตามเข้ามากอด โดยมิวายพูดหยอกล้อจนถูกเ้าตัวทุบเข้าที่อกไปทีหนึ่ง
15 นาทีผ่านไป..
สวบ! สวบ! สวบ!
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
“อือ อ๊ะ..อ๊ะ โย ซี๊ดด อาา” ต้องตามครางเรียกชื่อผมไม่หยุด ขณะที่เ้าตัวนอนหงายอยู่บนโต๊ะให้ผมกระแทกเข้าไปซ้ำ ๆ ด้วยสีหน้าที่บอกว่าเขากำลังเสียวเอามาก ๆ
“อืออ..ครับว่าไง?” ผมขานรับแต่ก็ยังคงขยับสะโพกเข้าออกรัว ๆ และเน้นหนักทุกดอกจนร่างบางใช้มือมาตีหน้าขาผมรัว ๆ เพื่อขอให้ผมผ่อนแรงลงหน่อย แต่ว่า..
พั่บ ๆๆๆๆๆๆ พั่บ! พั่บ!
“อือ อ๊ะ..อ๊ะ..อ๊ะ ย..โย โอ๊ย! เบาหน่อย..มันเสียว” คุณเชฟตวาดลั่นแต่นั่นยิ่งทำให้ผมอยากกระหน่ำใส่เข้าไปอีก เพื่อให้เ้าตัวรู้สึกมากยิ่งกว่านี้ผมดึงร่างเขาให้ลุกขึ้นพลางช้อนแขนอุ้มร่างให้ตัวลอย เพื่อเปลี่ยนให้ผมที่เป็ฝ่ายยืนพิงขอบโต๊ะบ้างจากนั้นจึงรัวสะโพกใส่คนตรงหน้าต่ออีก ซึ่งร่างบางก็ยังคงกอดผมไว้แน่น
“อืออ อ๊ะ..โย อืมม” เราโผเข้ามาจูบแลกลิ้นกันนัวเนียขณะที่่ล่างยังคงขยับเข้าออกต่อเรื่อย ๆ ช่องทางสีสวยตอดรัดลูกชายผมถี่ ๆ จนผมเริ่มทนไม่ไหว
“อืออ เธอครับ..โยขอทำแรง ๆ นะไม่ไหวแล้ว” ผมปล่อยคุณเชฟลงไปยืนเท้ากับขอบซิงค์ แล้วจับสะโพกกลมไว้ให้มั่นจากนั้นก็สวนกายเข้าไปรัว ๆ แบบไม่ยั้ง
พั่บ! พั่บ! พั่บ ๆๆๆๆๆๆๆๆ
“อือ..อ๊ะ อ๊ะ อืออ โย อึก..ตามไม่ไหวแล้ว อืออ” ต้องตามร้องบอกว่าตัวเองก็เริ่มไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“งั้นพร้อมกันนะที่รัก” ผมว่าพลางก้มลงไปจูบที่หลังคองับเบา ๆ แล้วจับที่ไหล่อีกคนทั้งสองข้างแล้วสวนสะโพกเข้าออกอย่างบ้าคลั่งก่อนที่ทั้งผมและคุณเชฟกระตุกเกร็งพร้อมกัน
“อืออ แฮ่ก..แฮ่ก อืออ”
“โยรักเธอนะครับ ฟอด!”
*****
หลังจากเสร็จกิจเราทั้งสองคนต่างช่วยกันเก็บของในครัวกันยกใหญ่ ปากผมก็บ่นไปเก็บไปเพราะโยมันเล่นทำทุกอย่างสะเละเทะไปหมด
“มึงนี่นะ! พองี่แล้วปัดทุกอย่างทิ้งแบบนี้ได้เหรอ ฮะ?”
“ก็ใครใช้ให้เธอน่ารักแบบนั้นล่ะ..ยิ่งตอนที่เธอบอกว่า ‘หยุดก็บ้าแล้ว’ รู้ป่ะ? หัวใจโยสั่นแบบสุด ๆ ไปเลย” โยว่าพร้อมกับทำตาวิ้งวับ ทำเอาผมหน้าร้อนขึ้นมาอีกครั้งเพราะผมดันพูดคำสะเหล่อออกไปจริง ๆ
ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนเลยเนี่ย..
โยก็เดินเข้ามาใกล้พลางเข้ามากอดแล้วหอมแก้มผมซ้ำ ๆ จนมันเริ่มรู้สึกเจ็บที่แก้มขึ้นมาบ้างแล้ว
ฟอด! ฟอด! ฟอด!
“พอแล้วมึง..เจ็บแก้มไปหมดแล้วเนี่ย!” ผมโวยลั่น
“ก็เธอน่ารักอะ” มันว่าก่อนจะยอมผละออกแล้วไปยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อช่วยล้างจานแทน แต่ก็มิวายล้วงมือลงมาในอ่างจับมือผมเล่นอีก
“โย..มึงจะหยุดแต๊ะอั๋งกูกี่โมง ฮะ?” ผมหันไปดุมันก่อนที่เ้าตัวจะทำหน้าหงอย ๆ แล้วก็เดินออกไปไปนั่งยังเก้าอี้ทำท่าเหมือนน้อยใจ ผมถอนหายใจทิ้งเพราะรู้ทันว่าโยมันใช้มุกขี้น้อยใจอีกแล้ว แต่ก็ไม่นึกอยากจะต่อว่าอีกคนแต่อย่างใด รีบปิดก๊อกน้ำแล้วเอาจานที่ล้างเสร็จไปคว่ำเช็ดมือตัวเองให้แห้งก่อนจะเดินไปหาอีกคนที่นั่งเงียบอยู่
“คืนนี้ค้างนี่ไหมล่ะ..ไงกูก็อยู่คนเดียว” ผมเอ่ยปากชวนโยให้อยู่ค้างที่นี่ ซึ่งพอเ้าตัวได้ยินก็หันกลับมามองหน้าพลางพยักหน้ารับถี่ ๆ แล้วทำดี้ด้ายิ้มร่าโผเข้ามากอดและหอมแก้มผมฟอดใหญ่
“ครับผม”
โปรดติดตามตอนต่อไป..
--โอ๊ย ตามลูกใจอ่อนง่ายแล้วอ่าาา--