-BAD MASTER-
3
SpecialGapper’s talk
“มีอะไรกันหรือเปล่า” ก่อนที่ผมกับยัยนั่นจะเถียงกันไปมากกว่านี้ริต้าก็เข้ามาได้ทันเวลาพอดีเธอมองหน้าผมกับยัยนั่นสลับกันอย่าง้าคำตอบเพราะต่างฝ่ายต่างเงียบ “ฉันถามว่ามีอะไรกัน”
“ไปบอกให้ผู้จัดการร้านไล่ยัยนี่ออกซะ” ผมหันไปบอกริต้าก่อนจะชี้นิ้วไปที่ยัยนั่น
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ!”
“ใจเย็นก่อนแกปเปอร์” ริต้าเดินเข้าไปจับไหล่ของผมเพื่อที่จะให้ผมใจเย็นลง “ส่วนฟ้าเธอไปรับออเดอร์โต๊ะอื่นไปเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง” เธอหันไปพนักหน้าให้ ฟ้า เพื่อที่จะบอกว่าเธอจะจัดการกับผมเอง
“ขอบคุณค่ะพี่ริต้า” เธอกล่าวขอบคุณริต้าก่อนจะรีบเดินไปทันที
“คราวนี้จะบอกฉันได้หรือยังว่ามีเื่อะไรกัน” เธอปล่อยมือออกไหล่ผมก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามกับผมเธอมองผมด้วยสายตาคาดคั้นอย่าง้าคำตอบ
“ไม่มีอะไร” ผมที่เกลียดการอธิบายก็ได้แต่บอกปัดไปแล้วอีกอย่างผู้หญิงคนนั้นก็ไม่มีอะไรน่าใส่ใจเลยสักนิด
“บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะ เื่นี้ฉันไม่ยอมแน่เพราะฟ้าเป็น้องสาวของฉัน”
“แต่เท่าที่รู้จักเธอมา เธอเป็ลูกคนเดียวนี่”
“ฉันหมายความว่าฉันเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวของฉัน” เธอบอกพร้อมกับเทวอดก้าของผมลงในแก้วของเธอก่อนที่จะยกขึ้นดื่ม “ตกลงนายจะไม่บอกฉันจริงๆใช่มั้ย”
“วันนี้มีคนเรียกเธอไปกี่คน”
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเื่เลยแกปเปอร์” เธอมองผมพลางถอนหายใจออกมาเพราะเธอเองรู้นิสัยของผมดีว่าผมไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้กับผมมากนัก
“เปล่านี่” ผมเพียงแค่ยักไหล่ให้เธอพลางหยิบวอดก้าขึ้นมากระดกรวดเดียวหมด
“ฉันเป็เพื่อนกับนายมาได้ยังไงนะ”
“ก็เป็มาสามปีแล้วนี่” เราสองคนสบตากันนิ่งเมื่อพูดความสัมพันธ์ของเราตอนนี้ “หรือว่าเธอ...”
“เื่เมื่อกี๊น่ะ” เธอพูดขึ้นก่อนที่ผมจะพูดจบเพราะเธอคงรู้ว่าผมจะพูดอะไรต่อและมันคงจะทำให้เธอลำบากใจน่าดู “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอสองคนมีเื่อะไรกันแล้วฉันก็ไม่อยากให้นายไปยุ่งกับฟ้า”
“หึ” ผมแค่นหัวเราะให้กับเื่ที่เธอพูดออกมา
“หัวเราะอะไรของนาย”
“เปล่านี่ เธอคิดว่าฉันจะสนใจยัยบ้านั่นหรือไง”
“ฉันก็แค่บอกไว้ก่อน อย่าแกล้งเธออย่างวันนี้อีก”
“ฉันไม่ได้แกล้งแต่ฉันพูดจริง ไล่ยัยนั่นออกซะ”
“แกปเปอร์ ไหนนายลองบอกเหตุผลมาสิ ว่าทำไมจะต้องไล่ฟ้าออกด้วย”
“เพราะฉันไม่ชอบหน้ายัยนั่น”
“นายไม่ใช่คนที่ไม่มีเหตุผลนะแกป” เธอทำหน้าผิดหวังกับคำตอบของผมทุกคนก็คิดเหมือนกับริต้าใช่มั้ยล่ะผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
ความจริงแล้วผมก็ไม่ได้อยากแบบนี้กับเธอหรอกเพราะเธอก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรกับใครแต่ที่ผมต้องทำแบบนี้เพราะเธอดันมารู้เื่ที่เธอไม่ควรรู้เข้าน่ะสิทุกคนยังจำเื่ที่ผมป่วยได้ใช่ไหมผมรู้ดีว่าเวลาที่ผมป่วยผมเป็ยังไงร่างกายผมจะอ่อนแอและไม่สามารถระงับความรู้สึกที่ตัวเองเก็บไว้ได้ผมก็เลยไม่อยากให้ใครมาเห็น่เวลานั้นแต่ผู้หญิงคนนั้นกลับได้ยินทุกอย่างที่ผมละเมอได้ยินในสิ่งที่ผมไม่้าให้ใครรับรู้นอกจาก...
“นี่นายฟังฉันอยู่ไหมเนี่ย” เสียงของริต้าขัดขึ้นก่อนที่ผมจะคิดอะไรไปมากกว่านี้
“เธอพูดว่าอะไรนะ”
“นายนี่มันจริงๆเลย” ริต้าถอนหายใจราวกับว่าเธอเหนื่อยกับผมเหลือเกินก่อนที่จะพูดต่อ “ฉันกำลังพูดถึงฟ้าน่ะเธอต้องทำงานหาเงินเรียนเองแล้วไหนจะต้องดูแลน้องชายของเธออีก พ่อของฟ้าเสียไปั้แ่เธออายุสิบหกและยังจะทิ้งหนี้ไว้ให้เธอกับแม่รับผิดชอบอีกนะเธอ...”
“เดี๋ยวก่อนริต้า ฉันไม่ได้อยากรับรู้เื่ของยัยเด็กนั่น”
“ฉันก็แค่พูดให้นายคิด”
“เธอน่าจะไปเป็นักข่าวนะ น่าจะเหมาะกับเธอมากกว่างานที่เธอทำอีก”
“นี่นายกำลังหาว่าฉันชอบเผือกใช่มั้ยฟ้าเล่าเื่พวกนี้ให้ฉันฟังเองต่างหากย่ะ”
“หึ ระวังจะโดนเด็กหลอกเอานะ”
“ไม่มีทาง ฉันรู้จักฟ้าดี ที่ฉันพูดมาทั้งหมดนี่ไม่เคยเข้าหัวนายเลยใช่มั้ยให้ตายเถอะ”
“พอเถอะ ฉันไม่อยากฟัง”
“แต่เธอเป็คนดีนะ”
“ริต้า”
“โอเคๆ แต่สัญญากับฉันก่อนสิว่านายจะไม่ทำเหมือนวันนี้อีก” เธอจ้องหน้าผมเป็การบังคับทางอ้อม
“...”
“แกปเปอร์” เมื่อผมยังไม่รับปากเธอก็เรียกชื่อผมพร้อมกับทำหน้าหงิก
“หยุดทำหน้าแบบนั้นเถอะ ทุเรศชะมัด” เธอรีบทำหน้าเป็ปกติทันทีเมื่อผมพูดออกไปแบบนั้น
“นายเป็คนแรกเลยนะที่บอกว่าฉันทุเรศน่ะ!” เธอกลับมาทำหน้างออีกครั้งก่อนจะรีบลุกแล้วเดินหนีผมไปผมรู้เธอไม่ได้งอนผมจริงๆหรอก ผมรู้นิสัยของเธอดีรู้ดีกว่าใครเลยด้วยซ้ำถึงปากผมจะบอกว่าเธอทุเรศแต่จริงๆแล้วเธอเป็ผู้หญิงที่สวยที่สุดสำหรับผมเสมอ
Gapper’send talk
10.45 น.
ตอนนี้ฉันกำลังทำความสะอาดในห้องของแกปเปอร์ส่วนเ้าของห้องน่าจะอาบน้ำอยู่ล่ะมั้ง
“โอ๊ะ...นี่มันอะไรเนี่ย” เมื่อฉันกวาดเข้าไปใต้เตียงก็มีสิ่งนี้ออกมามันเป็กล่องสี่เหลี่ยมสีสวยมากเลย “กลิ่นสตอเบอรี่งั้นเหรอหมากฝรั่งหรือเปล่านะ”
เมื่อเห็นว่ามันเขียนไว้ว่าเป็กลิ่นสตอเบอรี่ฉันก็รีบแกะกล่องแล้วเทของที่อยู่ข้างในออกมาทันที
“กรี๊ดดดดด...อุบ” เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในฉันก็กรี๊ดออกมาทันทีแต่ก็มีมือมาปิดปากฉันไว้จากทางด้านหลังเสียก่อน
“กรี๊ดบ้าอะไรของเธอฮะ อยากจะให้ฉันไล่เธอออกอีกใช่มั้ย” เมื่อได้ยินสิ่งที่แกปเปอร์พูดฉันก็รีบส่ายหัวทันทีแต่เขาก็ไม่ยอมเอามือออกไปสักที และมันทำให้ตอนนี้เราอยู่ใกล้เกินไปใกล้จนฉันรับรู้ถึงลมหายใจของเขา ใกล้จนได้กลิ่นตัวของเขา เฮ้ย ไม่ใช่ๆๆอย่าเพิ่งคิดว่าฉันหื่นนะคะ แต่ฉันก็ได้กลิ่นจริงๆนั่นแหละเป็เพราะเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จยังไงล่ะเอ๊ะ เพิ่งอาบน้ำเสร็จงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นตอนนี้แผ่นหลังของฉันก็กำลังัักับหน้าอกเปล่าๆของเขาเลยน่ะสิกรี๊ดดด(กรีดร้องในใจ)
“อื้อ...” ถ้าเขายังไม่ยอมปล่อยฉันคงได้สติแตกแน่ๆ
“ถ้าฉันได้ยินเธอกรี๊ดอีกฉันไล่เธอออกจริงๆแน่”
“อื้มๆๆ ” ฉันพยักหน้าหงึกๆเพื่อให้เขามั่นใจว่าฉันจะไม่ร้องออกมาอีกเขาถึงได้ยอมเอามือออกจากปากฉันสักที
เมื่อเขาปล่อยฉันแล้วฉันจึงรีบหมุนตัวไปหาเขาทันทีเพื่อจะถามเื่กล่องสี่เหลี่ยมที่อยู่ในมือฉันแต่ฉันลืมไปว่าเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แล้วตอนนี้ร่ายกายเขามีแค่ผ้าขนหนูแค่ผืนเดียวที่พันรอบเอวอยู่และมันทำให้ฉันเห็นแผงอกที่มีซิกแพคเล็กน้อยซึ่งตอนนี้ยังมีหยดน้ำเกาะอยู่
“เธอจะจ้องให้มันสึกเลยหรือไง” เสียงของแกปเปอร์ทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ความหื่นของตัวเองฉันรีบส่ายหัวสองสามทีก่อนจะมองหน้าของเขา
“เอ่อ...” ฉันคิดว่าฉันคิดผิดที่เปลี่ยนจากมองหน้าอกไปมองหน้าเขาแทนใบหน้าของเขานั้นใสมากๆเลย คิ้วหนาดกดำจมูกโด่งที่รับกับริมฝีปากที่หนาเล็กน้อยน่าััฉันไม่เคยสังเกตเลยว่าดวงตาของเขานั้นเป็สีดำสนิทเช่นเดียวกับสีผมที่ตอนนี้เริ่มหมาดแล้วละมันทำให้เขาดูเซ็กซี่เป็บ้าเลยนี่ฉันกำลังคิดบ้าอะไรเนี่ย หวังว่าตอนนี้หน้าฉันคงจะไม่แดงใช่มั้ย
“หน้าเธอแดง”
“หา! เอ่อ...คะ...คือ” โอ๊ยยทำไมฉันชอบติดอ่างแบบนี้นะ “ไอ้นี่ ใช่นี่มันคืออะไรกัน”
ฉันชูสิ่งที่อยู่ในมือให้เขาดูเมื่อนึกขึ้นได้และ้าที่จะเปลี่ยนเื่ด้วยแต่ดูสิ่งที่ฉันถามเขาสิ มันคืออะไรงั้นเหรอฉันทำอะไรลงไปเนี่ยเขาต้องหาว่าฉันโง่แน่ๆเลย
“ถุงยางไงล่ะ เธอไม่รู้จักเหรอไง” เขามองมาที่ถุงยางที่อยู่ในมือของฉันก่อนจะตอบ
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”
“หรือเธออยากใช้มันล่ะ” เขามองฉันด้วยสายตาเ้าเล่ห์
“เอ๊ะ! นี่นาย...” เขาไม่พูดอย่างเดียวแต่เขาค่อยๆเดินเข้ามาหาฉันทำให้ฉันต้องก้าวถอยหลังไปอย่างอัตโนมัติ
“อยากให้ฉันใช้มันกับเธอเหรอไง” ทำไมเขาต้องทำเสียงแหบแบบนี้ด้วยล่ะ
“ไม่ ไม่นะ”
ฉันรู้ว่าเขา้าจะแกล้งฉันก็เท่านั้นแต่ฉันก็ห้ามหัวใจไม่ให้เต้นแรงแบบนี้ไม่ได้เลยยิ่งตอนนี้ฉันถอยมาจนติดกับผนังห้องแล้วก็ไม่มีท่าทีว่าเขาจะหยุดแกล้งฉันเลยเขาเอามือทั้งสองข้างยันกับผนังห้องไว้เหมือนเขากำลังขังฉันไว้ไม่ให้ฉันหนีไปไหนแล้วดูสภาพเขาตอนนี้สิเขานุ่งแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวนะมันจะหลุดตอนไหนก็ได้แล้วจะไม่ให้ฉันใจเต้นเร็วได้ยังไง
“ไม่ให้ใช้ถุงยางด้วยเหรอ ร้ายเหมือนกันนี่”
“บะ...บ้า! ฉันออกไปทำงานต่อนะ” ฉันรีบผลักเขาออกไปแล้วรีบออกมาจากห้องนั้นทันทีขืนปล่อยให้เขาแกล้งต่อไปฉันได้สติแตกแน่ๆเลย
ฉันเอามือมาทาบหน้าอกตัวเองแล้วพบว่าหัวใจฉันมันยังเต้นอย่างบ้าคลั่งอยู่เลย
R PUB
ฉันเปลี่ยนชุดจากยูนิฟอร์มของร้านมาเป็ชุดเล่นเรียบร้อยแล้วเมื่อผับปิดและตอนนี้ฉันกำลังจะเดินไปป้ายรถเมล์เพื่อที่จะรอรถกลับบ้านดีนะที่มันอยู่หน้าผับพอดี
“ฟ้า เดี๋ยวก่อน”
“พี่ริต้ามีอะไรเหรอคะ” ฉันหันไปตามเสียงเรียกก็พบว่าเป็พี่ริต้านั่นเอง
“พรุ่งนี้เราว่างหรือเปล่า”
“พรุ่งนี้เหรอคะ...” ฉันหยุดพูดพลางใช้ความคิด
พรุ่งนี้วันอาทิตย์ฉันไม่ต้องเข้าไปทำงานที่คอนโดของแกปเปอร์แล้วก็ไม่ต้องมาทำงานที่ผับด้วยแต่ไม่ใช่ว่าผับนี้ปิดวันอาทิตย์หรอกนะจริงๆแล้ววันอาทิตย์มันจะเปิดแบบฟรีดอมน่ะ อธิบายคร่าวๆก็คือวันนั้นจะไม่มีพนักงานเสิร์ฟไม่มีพนักงานต้อนรับมีแต่ดีเจกับบาร์เทนเดอร์เท่านั้นเหมือนเป็วันที่เปิดให้มั่วสุมกันเต็มที่เลยแล้วก็ถือเป็วันที่ให้พนักงานได้พักผ่อนด้วย
“ว่างค่ะ พี่ริต้ามีอะไรเหรอคะ”
“พี่จะชวนเราไปเที่ยวทะเล ไปด้วยกันมั้ย”
“หา...ทะเลเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ มีอะไรเหรอ” พี่ริต้าทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นว่าฉันใ
“เอ่อคือ...ฟ้าไม่เคยไปทะเลน่ะค่ะ” ฉันยิ้มแห้งๆไปให้พี่ริต้าจริงๆนะั้แ่เกิดมาฉันยังไม่เคยไปเที่ยวทะเลเลยเพราะแม่ฉันก็เอาแต่ทำงานฉันยังไม่ได้บอกใช่มั้ยว่าแม่ฉันก็เป็แม่บ้านเหมือนกัน ท่านทำงานนี้มานานแล้วั้แ่ฉันยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำและเท่าที่ฉันจำความได้ท่านก็ยังไม่เคยเปลี่ยนงานเลยท่านกลายเป็คนเก่าแก่ของบ้านนั้นไปแล้วมั้งแล้วอีกอย่างฉันก็ไม่มีเงินพอที่จะให้ไปเที่ยวตามใจชอบได้ด้วย
“ถ้างั้นก็ไปด้วยกันนะ”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่จ้ะ งานนี้พี่เลี้ยงเองไม่ต้องห่วงเื่เงินหรอก” ฉันกำลังจะแย้งพี่ริต้าแต่เธอก็รู้ทันซะก่อนก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่มีเงินเหลือพอให้ไปเที่ยวหรอกแล้วยิ่งเธอบอกว่าจะเลี้ยงแบบนี้ฉันก็ยิ่งไม่อยากรบกวนเธอไปอีก “พี่ได้บัตรกำนัลเป็ที่พักฟรีมาน่ะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเกรงใจพี่ด้วยรู้มั้ย”
“แต่...”
“หืม” ฉันกำลังจะแย้งอีกครั้งแต่พี่ริต้าก็จ้องฉันเขม็งเลย “เดี๋ยวพรุ่งนี้แปดโมงพี่ไปรับที่บ้านนะ”
พูดจบเธอก็เดินหนีไปเลยแบบนี้เค้าเรียกว่าบังคับกันทางอ้อมชัดๆ
“เฮ้อ” ฉันส่ายหัวให้กับนิสัยจอมเผด็จการของเธอ แต่ก็ดีเหมือนกันฉันจะได้ไปเปิดหูเปิดตากับเค้าบ้างคิดแล้วก็ตื่นเต้นเหมือนกันนะฉันจะได้เห็นทะเลกับเค้าสักที ฮ่าๆๆมันทำให้ฉันหุบยิ้มไม่ได้เลย
7.20น.
เชื่อมั้ยว่าตอนนี้ฉันแต่งตัวเสร็จแล้วเหลือแต่รอพี่ริต้ามารับเท่านั้นฉันเก็บของเสร็จั้แ่เมื่อคืนแล้ว นี่ฉันไม่ได้ตื่นเต้นเกินไปใช่มั้ยไม่หรอกฮ่าๆๆ
วันนี้แม่ฉันจะพาน้องไปบ้านที่ท่านทำงานด้วยเพราะว่าไม่มีใครอยู่บ้านตอนเด็กๆฉันก็เคยไปที่นั่นเหมือนกัน คุณลุงกับคุณป้าหรือก็คือเ้าของบ้านนั่นแหละท่านทั้งสองใจดีกับครอบครัวเรามาก คุณป้าเคยซื้อตุ๊กตามาให้เป็ของขวัญวันเกิดฉันด้วยแถมยังเคยให้แม่ฉันยืมเงินมารักษาตอนที่พ่อฉันป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลอีกฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแม่ฉันถึงทำงานอยู่ที่นั่นมานานขนาดนี้
“อ้าวเมฆ ตื่นแล้วเหรอ” ฉันถามน้องชายอายุสี่ขวบที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนด้วยท่าทางที่ยังงัวเงียอยู่
“พี่ฟ้าจะไปไหนเหรอฮะ”
“วันนี้พี่จะไปเที่ยว เดี๋ยวเราไปทำงานกับแม่นะ”
“ฮะ แล้วพี่จะไปนานหรือเปล่า”
“ไม่นานหรอกจ้ะ เดี๋ยวพี่ก็กลับมาแล้วไปที่อยู่ที่นู่นก็อย่าดื้อนะรู้มั้ยเดี๋ยวพี่ซื้อขนมมาฝาก”
“ครับผม” เมื่อพูดถึงขนมนี่ยิ้มจนแก้มแทบปริเลยนะน่ารักจริงๆ
“ไว้พี่มีเงินเมื่อไหร่พี่จะพาเรากับแม่ไปด้วยนะ” ฉันเอื้อมมือไปลูบผมน้องชายตัวเองเบาๆ
เมฆเป็เด็กน่ารักถึงจะยังเด็กอยู่ก็รู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำเด็กคนนี้ไม่เคยทำให้แม่กับฉันลำบากใจเลยแล้วอย่างนี้จะไม่ให้ฉันรักมากๆได้ยังไงล่ะ
ปริ๊น ปริ๊น
“พี่จะไปแล้วนะ มาหอมแก้มก่อนเร็ว” เมื่อได้ยินเสียงแตรรถฉันก็คิดว่าน่าจะเป็พี่ริต้าเพราะตอนนี้ก็แปดโมงแล้วฉันยื่นหน้าไปให้น้องชายหอมแก้มฉันก่อนที่ฉันจะหอมกลับ “ไปล้างหน้าแปรงฟันด้วยนะ พี่ไปล่ะ”
“ซื้อขนมมาเยอะๆนะคร้าบบบ” เราโบกมือให้กันก่อนที่เ้าตัวเล็กจะวิ่งเข้าไปในห้อง
ฉันรีบไปยกกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วออกไปหน้าบ้านทันทีและก็พบกับรถอออดี้สีดำซึ่งมันไม่ใช่รถของพี่ริต้า
“เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย ขึ้นรถเลยจ้ะ” กระจกฝั่งตรงข้ามคนขับถูกเลื่อนลงทำให้ฉันเห็นว่าเป็พี่ริต้านั่นเอง
“เรียบร้อยแล้วค่ะ...เอ๊ะ” ฉันยิ้มให้พี่ริต้าก่อนจะเดินไปขึ้นรถแต่สายตาฉันกลับไปประสานกับคนที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับเสียก่อนคนทำให้ฉันใจนต้องอุทานออกมาและหุบยิ้มแทบไม่ทัน “กะ...แกปเปอร์”
“เธอคงจำแกปเปอร์ได้สินะขอโทษด้วยนะที่พี่ไม่ได้บอกก่อนว่าเค้าจะไปร่วมทริปนี้กับเราด้วย”
“มะ...ไม่เป็ไรค่ะ” ฉันส่งยิ้มให้พี่ริต้าก่อนจะเดินไปขึ้นรถซึ่งฉันคิดว่ามันคงจะเป็ยิ้มแหยๆแน่เลยฉันยังใที่เห็นนายแกปเปอร์ไปด้วยก็อีตาบ้านี่ชอบฉันที่ไหนกันล่ะถึง่นี้เค้าจะไม่ได้อะไรกับฉันเหมือน่แรกๆแล้วก็เถอะแต่เวลาเจอหน้ากันฉันยิ้มให้จนปากจะฉีกเขายังไม่เคยยิ้มตอบฉันเลยสักครั้งเลยไม่รู้จะคีปคาแรคเตอร์เป็จอมเ็าไปถึงไหนฉันก็แค่อยากทำตัวเป็มิตรกับเขาก็เท่านั้นแหละกลายเป็ว่าเขากำลังทำลายความสุขที่ฉันมโนมาทั้งคืนเลยนะถ้ารู้ว่าเขาไปด้วยฉันคงปฏิเสธพี่ริต้าไปแล้วดูท่าแล้วเขาก็คงไม่อยากให้ฉันไปด้วยเหมือนกันแต่คงไม่อยากขัดใจพี่ริต้า
“ตื่นเต้นหรือเปล่า จะได้เห็นทะเลแล้วนะ” พี่ริต้าหันมาถามฉันในขณะที่แกปเปอร์ก็ออกรถไปทันทีที่ฉันขึ้นมานั่งเรียบร้อยแล้ว
“ก็นิดหน่อยค่ะ”
“หึ”
ประโยคข้างบนนี่ไม่ใช่เสียงของพี่ริต้าหรอกนะทุกคนคงรู้ใช่มั้ยว่าใครเป็คนพูด เหอะ ถ้านายไม่พูดคงไม่มีใครคิดว่านายเป็ใบ้หรอกนะ
“มีอะไรเหรอแกปเปอร์”
“เปล่านี่” เขาตอบพร้อมกับยักไหล่ไปให้พี่ริต้า
“อ้อ นายคงจำฟ้าได้ใช่มั้ย”
โอ๊ะ!ตายแล้วพี่ริต้ายังไม่รู้เื่ที่ฉันไปทำงานกับแกปเปอร์นี่นาฉันลืมเื่นี้ไปได้ยังไงกันนะฉันมองหน้าแกปเปอร์ผ่านกระจกมองหลังซึ่งเขาก็มองมาทางฉันแวบนึงเหมือนกัน
เขาจะตอบพี่ริต้าว่ายังไงนะตอนนี้ฉันลุ้นกับคำตอบของเขามากยิ่งกว่าลุ้นล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเสียอีก
“มีค่าให้จดจำด้วยเหรอ”
เฮ้อออออฉันถอนหายใจออกมาเมื่อได้ยินคำตอบของเขาถึงมันจะเป็คำตอบที่ดูโหดร้ายไปหน่อยก็เถอะถ้านายจำไม่ได้จริงๆนายก็ควรจะไปโรงพยาบาลแล้วล่ะแกปเปอร์(แอบเคืองเบาๆ)
ฉันว่าฉันต้องไปขอร้องเขาไม่ให้บอกพี่ริต้าว่าฉันทำงานกับเขาหน่อยแล้วใครจะไปรู้ว่าบางทีเขาอาจจะพูดถึงเื่นี้ก็ได้ ถึงรู้ว่าเขาคงไม่พูดถึงฉันหรอกแต่ก็กันไว้ดีกว่าแก้ไม่ใช่เหรอไงแล้วฉันก็ไม่อยากมีปัญหากับพี่ริต้าด้วย
เพียะ!
“พูดแบบนั้นได้ยังไง ถ้าฉันเป็ฟ้าคงเสียใจแย่” พี่ริต้าตีแขนแล้วทำหน้างอใส่แกปเปอร์
“เธอก็เป็เธอจะไปเป็คนอื่นได้ไง”
“ฉันแค่เปรียบเทียบหรอกย่ะ ใช่ไหมฟ้า” พี่ริต้าหันมาถามความเห็นจากฉัน
“คะ...เอ่อไม่เป็ไรหรอกค่ะ” ฉันได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆไปให้เท่านั้นเพราะเขาไม่มีทางพูดแบบนี้กับพี่ริต้าแน่นอน
“เธอก็เป็แบบนี้ตลอด” พี่ริต้าหันกลับไปบ่นอุบอิบอยู่คนเดียวแล้วเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย
ระหว่างทางยังคงเงียบเพราะพี่ริต้าหลับไปแล้วส่วนฉันก็พยายามที่จะหลับแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จไม่รู้เป็เพราะสายตาของแกปเปอร์ที่คอยมองฉันผ่านกระจกมองหลังหรือเปล่ามันทำให้ฉันรู้สึกเกร็งแปลกๆ ถ้าฉันเผลอนอนท่าน่าเกลียดขึ้นมาก็แย่น่ะสิแต่อยู่แบบนี้ก็อึดอัดแฮะ หรือว่าฉันควรจะลองชวนเขาคุยดี
“เอ่อ...” ฉันเอ่ยไปได้แค่นั้นเพราะไม่รู้จะพูดอะไรต่อก็คนมันคิดไม่ออกนี่นา
“มีอะไร” เมื่อเห็นว่าฉันไม่พูดอะไรต่อเขาเลยถามฉันกลับ
“ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร”
“เธอเป็โรคติดอ่างหรือไง”
“หา...มะ...ไม่ ไม่ๆๆ ไม่ใช่สักหน่อย” ฉันก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมทุกครั้งที่คุยกับเขาฉันต้องติดอ่างด้วยแต่ก็อย่างว่าอ่ะนะเป็เพราะเขาไม่เคยพูดดีกับฉันเลยไงฉันถึงได้ไม่มั่นใจเวลาที่จะพูดกับเขาน่ะสิ
“เธอไม่เคยไปทะเลหรือไง”
“อืม ทำไมเหรอ นายคงคิดว่ามันแปลกสินะ”
“อืม แปลกดี” ไม่ใช่แค่ทะเลหรอกนะฉันไม่เคยไปความจริงแล้วฉันไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนเลยนอกเสียจากว่าได้ไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียน
ฉันเผลอไปสบตากับแกปเปอร์ที่กำลังมองฉันผ่านกระจกเหมือนกันฉันคงจะแสดงสีหน้าเศร้าๆออกไปสินะแกปเปอร์ถึงได้มองฉันด้วยสายตาอ่อนลงแบบนั้นฉันก็ไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไรหรอกแต่มันก็ไม่ใช่สายตาโหดๆที่ใช้มองฉันเหมือนที่ผ่านมาคงจะสงสารฉันล่ะมั้ง และเหมือนต่างคนต่างรู้สึกตัวว่าเรากำลังสบตากันก็รีบหลบตากันทันทีเขาก็สนใจการขับรถต่อส่วนฉันก็ทำเป็มองออกไปนอกกระจกข้างๆแทนแล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก
- TBC -