[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    85 ทางออก

    “ คุณชาย พวกตระกูลของเขต X ตัดหน้าเราเข้าไปในหมอกแล้วครับ ”


    คุณชายหานค่อยๆลืมตาตื่น พ่อบ้านวิ่งเข้ามาในห้องของมันแล้วรายงานเรื่องไม่น่าฟัง


    มันรู้สึกโกรธมากเมื่อรู้ว่ามีตระกูลจากเขตเล็กๆไม่ไว้หน้าของมัน อย่างน้อยควรจะให้พวกมันเคลื่อนไหวก่อนค่อยตามเข้าไป 


    “ ส่งคนตามไปดูแล้วหรือยัง ”


    “ เราให้คนสะกดรอยตามไปแล้วครับ ”


    “ ดีดี ถ้าพวกมันรีบก็ให้เดินนำหน้าไปก่อนเลย บอกคนของเราให้พร้อมเราจะเดินทางกันแล้ว แล้วก็ ไปบอกตระกูลเจียงให้เตรียมพร้อมด้วยเราจะเดินทางแล้วเช่นกัน ”


    “ คุณชายครับ ตระกูลเจียงเตรียมตัวเสร็จแล้วครับ ”


    “ ทำไมแกพึ่งมาบอกฉัน ”  พ่อบ้านถูกตบหน้าอย่างแรง พวกมันจำเป็นต้องรอตระกูลเจียงไม่ใช่ตระกูลเจียงต้องรอพวกมัน


    การให้ตระกูลเจียงรอสร้างความรู้สึกไม่พอใจให้คุณชายหานมาก มันรู้สึกเสียหน้าที่ต้องให้อีกฝ่ายรอ


    “ ไปกันได้แล้ว อ๋อลืมบางอย่าง ขากลับฉันจะต้องมั่นใจว่าฟิตเนสนั่นจะหายไป ”


    “ คุณชาย เราติดต่อองค์กรนทีสดับแสงแล้ว พวกเขาบอกว่ายังลงมือไม่ได้ แต่ผมได้จ้างองค์กรใหม่พวกเขาบอกว่าจะทำให้ทุกอย่างจบหลังจากที่เราออกมา นอกจากนั้นแล้วผมได้จ้างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตึกหลังนี้อีกเช่นกัน ก่อนที่มันจะถูกสังหารผมจะทำให้มันหายไปด้วยกฎหมายก่อน ”


    “ แกทำดี เมื่อครู่ฉันขอโทษก็แล้วกัน วันหลังอย่าให้ใครต้องมารอฉันอีก  มีเพียงแค่ฉันที่ต้องรอคนอื่นๆ ”


    “ ทราบแล้วครับคุณชาย ”


    ---------------------------------------------------------------


    “ นั่นใยเหยอ หยูกินได้หยือเปล่า ”


    เป่าเป้ยชี้ไปยังร้านไอศกรีม เช้าวันนี้เธอชวนคุณลุงออกมาเล่นขี่ช้างข้างนอกบ้านแทน โดยเธอยังคงขี่มังกรน้อยส่วนคุณลุงที่เดินตามมีบางคนที่ต้องเป็นช้างและบางคนที่ต้องเป็นคนขี่ช้าง การเดินของพวกเขาจึงทำให้คนที่ผ่านไปมาหันมองทุกครั้งเพราะมีคนทำตัวประหลาดๆเดินข้างถนน


    “ เป่าเป้ยจ้ะมันเรียกว่าไอศกรีม เป่าเป้ยยังกินไม่ได้นะเพราะมันจะทำให้ฟันผุ ”


    “ ฟันผุคืออายัยเหยอ ”


    “ ฟันผุคือฟันเป็นรูโบ๋ไง เหมือนฟันข้างหน้าของเป่าเป้ยที่หายไปไงครับ ”


    เป่าเป้ยพยักหน้าหงึกหงักพลางใช้มือจิ้มเข้าไปในปาก ฟันทั้งสองยังไม่งอกกลับออกมาเหมือนที่ป๊ะป๋าบอกจึงทำให้ทุกครั้งที่เธอยิ้มจะทำให้เห็นฟันหลอ


    “ แล้วนั่นยัยเหยอ ”


    ป๋อหลินเป็นคนสลับตอบคำถาม การได้ออกจากบ้านของเด็กสาวราวกับได้เปิดโลกกว้าง แต่สำหรับพวกเขาราวกับได้เป็นครูอนุบาลเพราะทุกอย่างที่วางอยู่สองข้างทางล้วนแล้วเป็นสิ่งที่เด็กสาวไม่รู้จัก บางอย่างเธอรู้จักมันแต่จะถามถึงสิ่งที่ไม่รู้จักแทนเช่น รสชาติเป็นอย่างไร กลิ่นเป็นอย่างไร มีสีอะไรบ้าง จนพวกเขาต้องรีบผลัดกันตอบคำถามพลางระดมความคิดเพื่อมาช่วยกันตอบป้องกันไม่ให้เด็กน้อยร้องไห้


    “ เป่าเป้ยครับ เรากลับไปกินข้าวกันก่อนไหม ตอนนี้น่าจะเที่ยงแล้วถ้ากินข้าวช้าหนูจะตัวไม่โตนะ ”


    “ ใช่ใช่ ป๊ะป๋าบอกว่าจาตัวเย็กถ้ากินข้าวไม่ตรงเวลาเรากลับกันเตอะ ”


    เป่าเป้ยชี้แครอทบอกทางให้มังกรวิ่งนำหน้า อ้ายเสินเห็นว่าเป่าเป้ยวิ่งไปแล้วจึงรีบวิ่งตามไปให้ไว นับว่าโชคยังดีที่มังกรใช้ความเร็วไม่ต่างจากคนวิ่งทำให้พวกเขาขี่หลังกันตามมาทัน


    “ เอ๊ะนั่นน้องหมานี่ ”


    มังกรน้อยหยุดวิ่งหลังจากที่เป่าเป้ยชี้มือไปที่น้องหมาตัวสีน้ำตาลที่เคยวิ่งไปฉี่รดล้อรถลูกค้าหน้าร้านเป็นประจำ


    ครั้งนี้มันไม่ได้อยู่หน้าร้านแต่แอบออกมาเล่นข้างนอกไกลกว่า 5 ช่วงตึก  นอกจากจะมาเล่นไกลบ้านแล้วข้างๆมันยังมีสุนัขอีกตัวมีขนสีขาวกำลังนั่งคลอเคลียกัน


    “ หมาย้อยกลับบ้านกัน ”


    มังกรวิ่งเข้าไปใกล้สุนัขตัวสีน้ำตาล ก่อนที่เป่าเป้ยจะใช้มือน้อยกำขนของมันติดมือเพื่อพากลับมา


    สุนัขสีน้ำตาลที่กำลังเล่นกับแฟนสาวรีบหันกลับไปมองดูคนที่กำลังลากมัน ปรากฎว่าสิ่งที่แยกมันออกจากแฟนสาวคือเด็กตัวน้อยๆที่คอยไล่มันหน้าร้านประจำ


    “ ยัยหนูบ้านี่ปล่อยข้า.. อุ๊บ! ”


    หางของมังกรพันรอบปากของสุนัขที่กำลังจะด่าเด็กน้อยทำให้เสียงที่เอ่ยเงียบลง


    เด็กน้อยไม่ได้ยินอะไรเลยเพราะมีรถวิ่งสวนมา แต่สำหรับคุณลุงด้านหลังกลับขนลุกชันเมื่อรู้ว่าหมาข้างบ้านที่มาฉี่หน้าร้านไม่ใช่หมาธรรมดา แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะมังกรสามารถหุบปากของสุนัขตัวนี้ได้


    “ หัวหน้าหมามันเลเวลแค่ 10 เอง ไม่นับว่าอันตราย ถ้าเป่าเป้ยน้อยของเรามีค่าสถานะโดยรวม 20 หน่วย มันคงทำได้แค่เลียหน้าเธอ ”


    “ งั้นก็ค่อยโล่งหน่อย ฉันเห็นมันพูดได้ก็เลยตกใจ ”


    อ้ายเสินถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากป๋อหลินตรวจสอบเลเวลของหมาสีน้ำตาล มังกรที่อยู่ด้านหน้าไม่พูดขัดทำให้มั่นใจชัดเจนมากขึ้นว่าสุนัขตัวนี้ไม่อันตราย


    “ ปายนะหมาย้อย ไปไปเข้าบ้าน ”


    มือน้อยๆโบกไล่สุนัขให้กลับเข้าไปในบ้านของตนเอง สุนัขที่พยายามดิ้นตลอดทางพยายามหันมองเด็กน้อยเตรียมจะด่า แต่เมื่อเห็นเหล่าคุณลุงที่ยืนเป็นภาพพื้นหลังให้กับเด็กน้อยชักมีดออกมา มันจึงแกล้งกระดิกหางวิ่งหายเข้าไปในบ้านของตนเอง


    “ บ้าเอ้ย กว่าฉันจะไล่หมาตัวผู้พวกนั้นหนีไปได้ แบบนี้แฟนสาวของฉันก็เสร็จหมาตัวอื่นอีกแล้วสินะ ยัยเด็กตัวแสบนี่เกิดมาเป็นดาวโชคร้ายของฉันหรือไง พ่อของเธอก็อีกคน ”


    แผละ


    สุนัขสีน้ำตาลหยุดเท้าพลางมองดูพื้น เมื่อกี้มันสัมผัสได้ว่าเท้าหน้าเหยียบบางอย่าง สายตาทั้งสองมองลงไปพบว่าสิ่งที่เหยียบไปนั้นคือกับระเบิดที่มันวางทิ้งเอาไว้ให้คนที่เดินผ่านหน้าบ้านมาเหยียบ วันนี้มันกลับเป็นคนที่เหยียบกับระเบิดนั้นเสียเอง


    “ ยัยหนูเฮงซวย เอาดวงของฉันคืนมา!!! ”


    ---------------------------------------------------------------


    “ เราจะออกไปใน สาม ”


    เจ้าหน้าที่หยางพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ ตลอด 5 วันที่ผ่านมาเขาวิ่งเต็มฝีเท้าโดยไม่พลาดการวางเท้าจากที่วางแผนเอาไว้เลยสักจุด


    ความสามารถของหน่วยพวกเขาคือการวางแผนล่วงหน้าหลังจากที่เข้ามาสำรวจซากโบราณสถานหมายเลข 1 แล้วหนึ่งครั้ง  การวิ่งครั้งนี้จึงทำตามแผนที่วางเอาไว้ทุกอย่างและไม่มีสิ่งใดผิดพลาดไปจากแผนที่วางเอาไว้


    “ สอง หนึ่ง ”


    ร่างของทั้ง 4 พุ่งออกมาจากทางเดินพร้อมๆกัน คนที่หมดแรงทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นพร้อมกับถืออาวุธเอาไว้ภายในมือเพราะตอนนี้พวกเขาอยู่ในพื้นที่ล่าแล้ว


    เฉินห่าวที่วิ่งตามออกมาจับไปยังด้ามดาบห้อยข้างสะเอว แม้จะเคยหนีตายโดยใช้เวลานานนับปี การที่เขาลดระดับพลังลงมาเหลือเพียงเท่านี้ทำให้การวิ่งตลอด 5 วันเต็มเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย


    สองตาของเขารีบกวาดผ่านออกไปสองข้างทางอย่างรวดเร็ว พื้นที่ใหม่มีไอพลังอันตรายอยู่รอบๆตัว


    ทันใดนั้นเขาก็พบว่าทางฝั่งขวามือมีคนซ่อนตัวอยู่ข้างในโขดหินจากการใช้สกิลแทรกตัวเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อมองไปทางซ้ายมือเขาก็พบว่ามีชายคนหนึ่งแนบลำตัวไปกับต้นไม้ยักษ์จนทำให้ร่างของเขากลมกลืนไปกับเปลือกไม้ยากจะแยกออก 


    ห่างออกไปราว 100 เมตรมีคนซ่อนตัวอยู่ในหลุมปิดทับตัวเองด้วยดินลึกราว 1 เมตร เฉินห่าวจึงมองดูเจ้าหน้าที่หยางเพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายสัมผัสคนที่หลบอยู่รอบๆได้หรือเปล่า


    ปรากฎว่าทักษะที่เจ้าหน้าที่หยางใช้นำทางสามารถสัมผัสคนที่หลบซ่อนตามสถานที่ต่างๆได้ เฉินห่าวจึงต้องเงียบเสียงแล้วหลบไปหลังโขดหินใกล้ๆทางออกเพื่อพูดคุยว่าจะทำอย่างไรต่อ


    “ เฉินห่าว เรามาถึงพื้นที่ล่ากันแล้ว ”


    “ พวกพี่จะแยกไปแล้วเหรอ ”


    “ ใช่ ต่อจากนี้เราไม่สามารถเปิดเผยตำแหน่งได้ คงต้องทางใครทางมัน ”


    “ ขอบคุณครับพี่ ผมไม่รบกวนแล้ว ส่วนขากลับเดี๋ยวผมหาทางกลับเอง ขอบคุณมากเลยนะครับ ”


    “ ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ ถ้านายทำอะไรสะดุดตาเกินไปพวกขุมอำนาจสีดำๆและสีเทาๆพร้อมจะปล้นนายหรืออาจจะฆ่านายได้ทุกเมื่อ ”


    “ ผมจะระวังตัวครับพี่ ว่าแต่ซากโบราณสถานหมายเลข 2 อยู่ทางนั้นใช่ไหม ”


    เฉินห่าวชี้ไปทางทิศเหนือ ตามข้อมูลที่เจ้าหน้าที่หยางบอกและจากข้อมูลจากการบินสำรวจของเฟยหลง พื้นที่แห่งนี้กว้างเทียบเท่าเขต X   พื้นที่รอบๆซากโบราณสถานหมายเลข 2 เป็นพื้นที่วงกลมรัศมีราว 100 กิโลเมตร นับว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่พอสมควร


    เขาไม่รู้เช่นกันว่าซากโบราณสถานหมายเลข 1 พามาโผล่ที่ไหน รู้เพียงแค่ว่าเขาจำเป็นต้องรีบล่าที่นี่ให้ไวก่อนที่ฮันเตอร์จะบุกมาเยอะกว่านี้


    “ ฉันไปก่อน ”


    เจ้าหน้าที่หยางนำผ้าสีดำออกมาคลุมทับร่าง ไม่นานเขาก็หายไปจากการมองเห็น เจ้าหน้าที่อีก 2 คนใช้ไอเทมรูปแบบเดียวกันเพื่อพรางตัวก่อนจะวิ่งหายไป


    เฉินห่าวใช้เนตรหมื่นวิถีเซียนยังคงมองเห็นพลังงานจากทั้ง 3 เขากลับไม่คิดตาม ถึงเวลาแล้วที่เขาจะล่าอย่างจริงจังเพื่อเก็บผลประโยชน์จากพื้นที่แห่งนี้ให้ได้เยอะที่สุด


    “ เป้าหมายคือเลเวล 50 ไปจนถึง 70 สินะ ”


    เฉินห่าวเปิดใช้งานวรยุทธ์ร่างเงาซ่อนเซียนแล้วกระโจนขึ้นไปบนยอดต้นไม้สูงเพื่อมองดูอาณาเขตของพื้นที่แห่งนี้ ต่อให้เขาจะมองเห็นได้ไกลกลับไม่สามารถมองเห็นทุกพื้นที่ได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่เขาเห็นคือส่วนสำคัญต่างๆที่จะใช้ในการบอกทิศทาง กระทั่งเขาเห็นต้นไม้ประหลาดๆตามที่เฟยหลงบอกเฉินห่าวจึงพุ่งไปที่นั่นก่อนเป็นลำดับแรกทันที


    ต้นไม้ประหลาดที่เขาเห็นตรงตามคำบอกเล่าของเฟยหลง ลักษณะแปลกประหลาดที่ว่าคือมันเป็นหินยักษ์สูง 500 เมตร บริเวณดอกเห็ดมีสีแดงส่องสว่างราวกับว่ามันเป็นลาวาร้อน ส่วนลำต้นของมันเป็นสีขาวคล้ายกับหลอดไฟที่คอยให้แสงสว่าง


    นอกจากสีสันที่เปล่งประกายออกมามันไม่มีพิษภัยแต่สีของมันมักดึงดูดมอนสเตอร์ให้เข้าไปอาศัยรอบๆต้นของมัน


    ---------------------------------------------------------------


    “ คุณชายคนของเราหายไปอีกแล้วครับ ”


    คุณชายหานมองไปด้านหลังด้วยใบหน้าเจ็บปวด นับเป็นเวลา 5 วันแล้วที่พวกมันติดอยู่ในซากโบราณสถานหมายเลข 1  ทั้งที่ให้คนตามตระกูลของเขต X มาก่อนเพื่อสร้างเส้นทาง พวกมันที่ตามหลังกลับถูกตัดทอนเรื่อยๆจากทางเดินที่เปลี่ยนไปทุกๆ 5 วินาทีแม้แต่คุณหนูตระกูลเจียงยังหายไป


    “ หาทางออกให้ได้ก่อน ยังไงทุกคนก็ต้องไปเจอกันที่ทางออก รีบหามันให้เจอซะ ”


    คุณชายหานตัดสินใจมุ่งหน้าต่อ ไม่มีใครตายในซากโบราณสถานแห่งนี้ พวกเขาเตรียมตัวมาอย่างดีต่อให้จะติดอยู่เป็นปีก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นจึงต้องหาทางออกต่อไปเพราะสุดท้ายทุกคนก็ต้องไปเจอกันในพื้นที่ล่าที่อยู่อีกฝั่ง แต่ถ้าโชคร้ายพวกเขาก็แค่ถูกส่งตัวไปยังทางเข้ามา


    ---------------------------------------------------------------

    ตึง!


    จินม่ายมองไปด้านหลังพบว่าผนังปิดตัวลงแล้ว เมื่อมองไปด้านหน้าเธอพบว่าผู้อาวุโสกำลังร้องตะโกนให้เธอตามไป


    เพียงแต่ว่าเธอแกล้งสะดุดล้มจนทำให้ผนังเคลื่อนตัวเข้าขวางจนคลาดกับผู้อาวุโสและสมาชิกในตระกูลเจียง


    เมื่อเธอได้อยู่คนเดียวสายตาทั้งสองก็เริ่มเผยให้เห็นความเด็ดเดี่ยวก่อนจะหันหลังก้าวเท้าวิ่งไปยังเส้นทางที่เคยใช้เข้ามา  อย่างน้อยเธอก็มีโอกาสสูงที่จะกลับออกจากซากโบราณสถานแห่งนี้


    ในระหว่างที่ทุกคนมุ่งเป้าไปที่ซากโบราณสถานแห่งที่ 2 เธอจะขอใช้โอกาสนี้กลับไปที่เขต X เพื่อยืนยันให้เห็นกับตาว่าสามีและลูกสาวยังมีชีวิตจริงๆ


    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน