“ คุณชาย พวกตระกูลของเขต X ตัดหน้าเราเข้าไปในหมอกแล้วครับ ”
คุณชายหานค่อยๆลืมตาตื่น พ่อบ้านวิ่งเข้ามาในห้องของมันแล้วรายงานเรื่องไม่น่าฟัง
มันรู้สึกโกรธมากเมื่อรู้ว่ามีตระกูลจากเขตเล็กๆไม่ไว้หน้าของมัน อย่างน้อยควรจะให้พวกมันเคลื่อนไหวก่อนค่อยตามเข้าไป
“ ส่งคนตามไปดูแล้วหรือยัง ”
“ เราให้คนสะกดรอยตามไปแล้วครับ ”
“ ดีดี ถ้าพวกมันรีบก็ให้เดินนำหน้าไปก่อนเลย บอกคนของเราให้พร้อมเราจะเดินทางกันแล้ว แล้วก็ ไปบอกตระกูลเจียงให้เตรียมพร้อมด้วยเราจะเดินทางแล้วเช่นกัน ”
“ คุณชายครับ ตระกูลเจียงเตรียมตัวเสร็จแล้วครับ ”
“ ทำไมแกพึ่งมาบอกฉัน ” พ่อบ้านถูกตบหน้าอย่างแรง พวกมันจำเป็นต้องรอตระกูลเจียงไม่ใช่ตระกูลเจียงต้องรอพวกมัน
การให้ตระกูลเจียงรอสร้างความรู้สึกไม่พอใจให้คุณชายหานมาก มันรู้สึกเสียหน้าที่ต้องให้อีกฝ่ายรอ
“ ไปกันได้แล้ว อ๋อลืมบางอย่าง ขากลับฉันจะต้องมั่นใจว่าฟิตเนสนั่นจะหายไป ”
“ คุณชาย เราติดต่อองค์กรนทีสดับแสงแล้ว พวกเขาบอกว่ายังลงมือไม่ได้ แต่ผมได้จ้างองค์กรใหม่พวกเขาบอกว่าจะทำให้ทุกอย่างจบหลังจากที่เราออกมา นอกจากนั้นแล้วผมได้จ้างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตึกหลังนี้อีกเช่นกัน ก่อนที่มันจะถูกสังหารผมจะทำให้มันหายไปด้วยกฎหมายก่อน ”
“ แกทำดี เมื่อครู่ฉันขอโทษก็แล้วกัน วันหลังอย่าให้ใครต้องมารอฉันอีก มีเพียงแค่ฉันที่ต้องรอคนอื่นๆ ”
“ ทราบแล้วครับคุณชาย ”
---------------------------------------------------------------
“ นั่นใยเหยอ หยูกินได้หยือเปล่า ”
เป่าเป้ยชี้ไปยังร้านไอศกรีม เช้าวันนี้เธอชวนคุณลุงออกมาเล่นขี่ช้างข้างนอกบ้านแทน โดยเธอยังคงขี่มังกรน้อยส่วนคุณลุงที่เดินตามมีบางคนที่ต้องเป็นช้างและบางคนที่ต้องเป็นคนขี่ช้าง การเดินของพวกเขาจึงทำให้คนที่ผ่านไปมาหันมองทุกครั้งเพราะมีคนทำตัวประหลาดๆเดินข้างถนน
“ เป่าเป้ยจ้ะมันเรียกว่าไอศกรีม เป่าเป้ยยังกินไม่ได้นะเพราะมันจะทำให้ฟันผุ ”
“ ฟันผุคืออายัยเหยอ ”
“ ฟันผุคือฟันเป็นรูโบ๋ไง เหมือนฟันข้างหน้าของเป่าเป้ยที่หายไปไงครับ ”
เป่าเป้ยพยักหน้าหงึกหงักพลางใช้มือจิ้มเข้าไปในปาก ฟันทั้งสองยังไม่งอกกลับออกมาเหมือนที่ป๊ะป๋าบอกจึงทำให้ทุกครั้งที่เธอยิ้มจะทำให้เห็นฟันหลอ
“ แล้วนั่นยัยเหยอ ”
ป๋อหลินเป็นคนสลับตอบคำถาม การได้ออกจากบ้านของเด็กสาวราวกับได้เปิดโลกกว้าง แต่สำหรับพวกเขาราวกับได้เป็นครูอนุบาลเพราะทุกอย่างที่วางอยู่สองข้างทางล้วนแล้วเป็นสิ่งที่เด็กสาวไม่รู้จัก บางอย่างเธอรู้จักมันแต่จะถามถึงสิ่งที่ไม่รู้จักแทนเช่น รสชาติเป็นอย่างไร กลิ่นเป็นอย่างไร มีสีอะไรบ้าง จนพวกเขาต้องรีบผลัดกันตอบคำถามพลางระดมความคิดเพื่อมาช่วยกันตอบป้องกันไม่ให้เด็กน้อยร้องไห้
“ เป่าเป้ยครับ เรากลับไปกินข้าวกันก่อนไหม ตอนนี้น่าจะเที่ยงแล้วถ้ากินข้าวช้าหนูจะตัวไม่โตนะ ”
“ ใช่ใช่ ป๊ะป๋าบอกว่าจาตัวเย็กถ้ากินข้าวไม่ตรงเวลาเรากลับกันเตอะ ”
เป่าเป้ยชี้แครอทบอกทางให้มังกรวิ่งนำหน้า อ้ายเสินเห็นว่าเป่าเป้ยวิ่งไปแล้วจึงรีบวิ่งตามไปให้ไว นับว่าโชคยังดีที่มังกรใช้ความเร็วไม่ต่างจากคนวิ่งทำให้พวกเขาขี่หลังกันตามมาทัน
“ เอ๊ะนั่นน้องหมานี่ ”
มังกรน้อยหยุดวิ่งหลังจากที่เป่าเป้ยชี้มือไปที่น้องหมาตัวสีน้ำตาลที่เคยวิ่งไปฉี่รดล้อรถลูกค้าหน้าร้านเป็นประจำ
ครั้งนี้มันไม่ได้อยู่หน้าร้านแต่แอบออกมาเล่นข้างนอกไกลกว่า 5 ช่วงตึก นอกจากจะมาเล่นไกลบ้านแล้วข้างๆมันยังมีสุนัขอีกตัวมีขนสีขาวกำลังนั่งคลอเคลียกัน
“ หมาย้อยกลับบ้านกัน ”
มังกรวิ่งเข้าไปใกล้สุนัขตัวสีน้ำตาล ก่อนที่เป่าเป้ยจะใช้มือน้อยกำขนของมันติดมือเพื่อพากลับมา
สุนัขสีน้ำตาลที่กำลังเล่นกับแฟนสาวรีบหันกลับไปมองดูคนที่กำลังลากมัน ปรากฎว่าสิ่งที่แยกมันออกจากแฟนสาวคือเด็กตัวน้อยๆที่คอยไล่มันหน้าร้านประจำ
“ ยัยหนูบ้านี่ปล่อยข้า.. อุ๊บ! ”
หางของมังกรพันรอบปากของสุนัขที่กำลังจะด่าเด็กน้อยทำให้เสียงที่เอ่ยเงียบลง
เด็กน้อยไม่ได้ยินอะไรเลยเพราะมีรถวิ่งสวนมา แต่สำหรับคุณลุงด้านหลังกลับขนลุกชันเมื่อรู้ว่าหมาข้างบ้านที่มาฉี่หน้าร้านไม่ใช่หมาธรรมดา แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเพราะมังกรสามารถหุบปากของสุนัขตัวนี้ได้
“ หัวหน้าหมามันเลเวลแค่ 10 เอง ไม่นับว่าอันตราย ถ้าเป่าเป้ยน้อยของเรามีค่าสถานะโดยรวม 20 หน่วย มันคงทำได้แค่เลียหน้าเธอ ”
“ งั้นก็ค่อยโล่งหน่อย ฉันเห็นมันพูดได้ก็เลยตกใจ ”
อ้ายเสินถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากป๋อหลินตรวจสอบเลเวลของหมาสีน้ำตาล มังกรที่อยู่ด้านหน้าไม่พูดขัดทำให้มั่นใจชัดเจนมากขึ้นว่าสุนัขตัวนี้ไม่อันตราย
“ ปายนะหมาย้อย ไปไปเข้าบ้าน ”
มือน้อยๆโบกไล่สุนัขให้กลับเข้าไปในบ้านของตนเอง สุนัขที่พยายามดิ้นตลอดทางพยายามหันมองเด็กน้อยเตรียมจะด่า แต่เมื่อเห็นเหล่าคุณลุงที่ยืนเป็นภาพพื้นหลังให้กับเด็กน้อยชักมีดออกมา มันจึงแกล้งกระดิกหางวิ่งหายเข้าไปในบ้านของตนเอง
“ บ้าเอ้ย กว่าฉันจะไล่หมาตัวผู้พวกนั้นหนีไปได้ แบบนี้แฟนสาวของฉันก็เสร็จหมาตัวอื่นอีกแล้วสินะ ยัยเด็กตัวแสบนี่เกิดมาเป็นดาวโชคร้ายของฉันหรือไง พ่อของเธอก็อีกคน ”
แผละ
สุนัขสีน้ำตาลหยุดเท้าพลางมองดูพื้น เมื่อกี้มันสัมผัสได้ว่าเท้าหน้าเหยียบบางอย่าง สายตาทั้งสองมองลงไปพบว่าสิ่งที่เหยียบไปนั้นคือกับระเบิดที่มันวางทิ้งเอาไว้ให้คนที่เดินผ่านหน้าบ้านมาเหยียบ วันนี้มันกลับเป็นคนที่เหยียบกับระเบิดนั้นเสียเอง
“ ยัยหนูเฮงซวย เอาดวงของฉันคืนมา!!! ”
---------------------------------------------------------------
“ เราจะออกไปใน สาม ”
เจ้าหน้าที่หยางพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ ตลอด 5 วันที่ผ่านมาเขาวิ่งเต็มฝีเท้าโดยไม่พลาดการวางเท้าจากที่วางแผนเอาไว้เลยสักจุด
ความสามารถของหน่วยพวกเขาคือการวางแผนล่วงหน้าหลังจากที่เข้ามาสำรวจซากโบราณสถานหมายเลข 1 แล้วหนึ่งครั้ง การวิ่งครั้งนี้จึงทำตามแผนที่วางเอาไว้ทุกอย่างและไม่มีสิ่งใดผิดพลาดไปจากแผนที่วางเอาไว้
“ สอง หนึ่ง ”
ร่างของทั้ง 4 พุ่งออกมาจากทางเดินพร้อมๆกัน คนที่หมดแรงทิ้งตัวลงไปนอนบนพื้นพร้อมกับถืออาวุธเอาไว้ภายในมือเพราะตอนนี้พวกเขาอยู่ในพื้นที่ล่าแล้ว
เฉินห่าวที่วิ่งตามออกมาจับไปยังด้ามดาบห้อยข้างสะเอว แม้จะเคยหนีตายโดยใช้เวลานานนับปี การที่เขาลดระดับพลังลงมาเหลือเพียงเท่านี้ทำให้การวิ่งตลอด 5 วันเต็มเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย
สองตาของเขารีบกวาดผ่านออกไปสองข้างทางอย่างรวดเร็ว พื้นที่ใหม่มีไอพลังอันตรายอยู่รอบๆตัว
ทันใดนั้นเขาก็พบว่าทางฝั่งขวามือมีคนซ่อนตัวอยู่ข้างในโขดหินจากการใช้สกิลแทรกตัวเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อมองไปทางซ้ายมือเขาก็พบว่ามีชายคนหนึ่งแนบลำตัวไปกับต้นไม้ยักษ์จนทำให้ร่างของเขากลมกลืนไปกับเปลือกไม้ยากจะแยกออก
ห่างออกไปราว 100 เมตรมีคนซ่อนตัวอยู่ในหลุมปิดทับตัวเองด้วยดินลึกราว 1 เมตร เฉินห่าวจึงมองดูเจ้าหน้าที่หยางเพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายสัมผัสคนที่หลบอยู่รอบๆได้หรือเปล่า
ปรากฎว่าทักษะที่เจ้าหน้าที่หยางใช้นำทางสามารถสัมผัสคนที่หลบซ่อนตามสถานที่ต่างๆได้ เฉินห่าวจึงต้องเงียบเสียงแล้วหลบไปหลังโขดหินใกล้ๆทางออกเพื่อพูดคุยว่าจะทำอย่างไรต่อ
“ เฉินห่าว เรามาถึงพื้นที่ล่ากันแล้ว ”
“ พวกพี่จะแยกไปแล้วเหรอ ”
“ ใช่ ต่อจากนี้เราไม่สามารถเปิดเผยตำแหน่งได้ คงต้องทางใครทางมัน ”
“ ขอบคุณครับพี่ ผมไม่รบกวนแล้ว ส่วนขากลับเดี๋ยวผมหาทางกลับเอง ขอบคุณมากเลยนะครับ ”
“ ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ ถ้านายทำอะไรสะดุดตาเกินไปพวกขุมอำนาจสีดำๆและสีเทาๆพร้อมจะปล้นนายหรืออาจจะฆ่านายได้ทุกเมื่อ ”
“ ผมจะระวังตัวครับพี่ ว่าแต่ซากโบราณสถานหมายเลข 2 อยู่ทางนั้นใช่ไหม ”
เฉินห่าวชี้ไปทางทิศเหนือ ตามข้อมูลที่เจ้าหน้าที่หยางบอกและจากข้อมูลจากการบินสำรวจของเฟยหลง พื้นที่แห่งนี้กว้างเทียบเท่าเขต X พื้นที่รอบๆซากโบราณสถานหมายเลข 2 เป็นพื้นที่วงกลมรัศมีราว 100 กิโลเมตร นับว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่พอสมควร
เขาไม่รู้เช่นกันว่าซากโบราณสถานหมายเลข 1 พามาโผล่ที่ไหน รู้เพียงแค่ว่าเขาจำเป็นต้องรีบล่าที่นี่ให้ไวก่อนที่ฮันเตอร์จะบุกมาเยอะกว่านี้
“ ฉันไปก่อน ”
เจ้าหน้าที่หยางนำผ้าสีดำออกมาคลุมทับร่าง ไม่นานเขาก็หายไปจากการมองเห็น เจ้าหน้าที่อีก 2 คนใช้ไอเทมรูปแบบเดียวกันเพื่อพรางตัวก่อนจะวิ่งหายไป
เฉินห่าวใช้เนตรหมื่นวิถีเซียนยังคงมองเห็นพลังงานจากทั้ง 3 เขากลับไม่คิดตาม ถึงเวลาแล้วที่เขาจะล่าอย่างจริงจังเพื่อเก็บผลประโยชน์จากพื้นที่แห่งนี้ให้ได้เยอะที่สุด
“ เป้าหมายคือเลเวล 50 ไปจนถึง 70 สินะ ”
เฉินห่าวเปิดใช้งานวรยุทธ์ร่างเงาซ่อนเซียนแล้วกระโจนขึ้นไปบนยอดต้นไม้สูงเพื่อมองดูอาณาเขตของพื้นที่แห่งนี้ ต่อให้เขาจะมองเห็นได้ไกลกลับไม่สามารถมองเห็นทุกพื้นที่ได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่เขาเห็นคือส่วนสำคัญต่างๆที่จะใช้ในการบอกทิศทาง กระทั่งเขาเห็นต้นไม้ประหลาดๆตามที่เฟยหลงบอกเฉินห่าวจึงพุ่งไปที่นั่นก่อนเป็นลำดับแรกทันที
ต้นไม้ประหลาดที่เขาเห็นตรงตามคำบอกเล่าของเฟยหลง ลักษณะแปลกประหลาดที่ว่าคือมันเป็นหินยักษ์สูง 500 เมตร บริเวณดอกเห็ดมีสีแดงส่องสว่างราวกับว่ามันเป็นลาวาร้อน ส่วนลำต้นของมันเป็นสีขาวคล้ายกับหลอดไฟที่คอยให้แสงสว่าง
นอกจากสีสันที่เปล่งประกายออกมามันไม่มีพิษภัยแต่สีของมันมักดึงดูดมอนสเตอร์ให้เข้าไปอาศัยรอบๆต้นของมัน
---------------------------------------------------------------
“ คุณชายคนของเราหายไปอีกแล้วครับ ”
คุณชายหานมองไปด้านหลังด้วยใบหน้าเจ็บปวด นับเป็นเวลา 5 วันแล้วที่พวกมันติดอยู่ในซากโบราณสถานหมายเลข 1 ทั้งที่ให้คนตามตระกูลของเขต X มาก่อนเพื่อสร้างเส้นทาง พวกมันที่ตามหลังกลับถูกตัดทอนเรื่อยๆจากทางเดินที่เปลี่ยนไปทุกๆ 5 วินาทีแม้แต่คุณหนูตระกูลเจียงยังหายไป
“ หาทางออกให้ได้ก่อน ยังไงทุกคนก็ต้องไปเจอกันที่ทางออก รีบหามันให้เจอซะ ”
คุณชายหานตัดสินใจมุ่งหน้าต่อ ไม่มีใครตายในซากโบราณสถานแห่งนี้ พวกเขาเตรียมตัวมาอย่างดีต่อให้จะติดอยู่เป็นปีก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นจึงต้องหาทางออกต่อไปเพราะสุดท้ายทุกคนก็ต้องไปเจอกันในพื้นที่ล่าที่อยู่อีกฝั่ง แต่ถ้าโชคร้ายพวกเขาก็แค่ถูกส่งตัวไปยังทางเข้ามา
---------------------------------------------------------------
ตึง!
จินม่ายมองไปด้านหลังพบว่าผนังปิดตัวลงแล้ว เมื่อมองไปด้านหน้าเธอพบว่าผู้อาวุโสกำลังร้องตะโกนให้เธอตามไป
เพียงแต่ว่าเธอแกล้งสะดุดล้มจนทำให้ผนังเคลื่อนตัวเข้าขวางจนคลาดกับผู้อาวุโสและสมาชิกในตระกูลเจียง
เมื่อเธอได้อยู่คนเดียวสายตาทั้งสองก็เริ่มเผยให้เห็นความเด็ดเดี่ยวก่อนจะหันหลังก้าวเท้าวิ่งไปยังเส้นทางที่เคยใช้เข้ามา อย่างน้อยเธอก็มีโอกาสสูงที่จะกลับออกจากซากโบราณสถานแห่งนี้
ในระหว่างที่ทุกคนมุ่งเป้าไปที่ซากโบราณสถานแห่งที่ 2 เธอจะขอใช้โอกาสนี้กลับไปที่เขต X เพื่อยืนยันให้เห็นกับตาว่าสามีและลูกสาวยังมีชีวิตจริงๆ