เมื่อหลินเทียนส่งห่าวชวนไปที่โลกแห่งจิตของตนแล้วเขาจึงเริ่มที่จะให้ความสนใจกับสถานการณ์ตรงหน้าภูเขามหาสมบัติเป็นจำนวนไม่น้อยถูกหลินเทียนเก็บกวาดจบหมดสิ้นไม่เว้นแม้แต่ทักษะระดับสูงก็ตามสิ่งของเหล่านี้นั้นไม่สามารถที่จะประเมินมูลค่าได้เลย ทักษะเวทแต่ล่ะเล่มนั้นล้วนแล้วแต่มีความเก่าแก่โบราณเป็นอย่างมากเพราะพวกมันนั้นมาจากยุค 1 แสนปีก่อนพวกมันเหล่านี้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นทักษะที่หายสาปสูญไม่ได้รับการสืบทอดแต่ก็มีทักษะระดับสูงบางทักษะเท่านั้นที่ได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันพวกมันแต่ล่ะตัวตนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ภายในยุคสมัยนี้
“นี่ก็ถึงเวลาแล้วที่ตัวของข้านั้นควรที่จะออกไปที่โลกภายนอก” หลินเทียนกล่าวกับตัวเองเพราะตัวของเขานั้นใช้เวลาไปกับสถานที่แห่งนี้ไปมากจริงๆราวกับว่าตัวของเขานั้นตัดขาดจากโลกภายนอกนานนับเดือนนานนับปี
หวืดดด หวืดดด เพียงแค่หลินเทียนใช้ความรู้สึกนึกคิดของตนร่างกายของเขาในยามนี้นั้นกลายเป็นโปร่งแสงในทันทีคล้ายกับว่าตัวของเขานั้นไม่เคยมีตัวตนอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มาก่อน
ณ ที่ด้านนอกหอคอยสวรรค์
ผู้คนจากทั่วทั้งสารทิศในยามนี้นั้นต่างพากันมารวมตัวที่ด้านนอกบริเวณหอคอยสวรรค์ เพราะพวกมันต่างก็ได้รับข่าวลือที่สุดแสนจะน่าเหลือเชื่อ และต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ทั่วทั้งบริเวณสถานที่แห่งนี้ในยามนี้นั้นมันไม่ต่างอะไรไปจากงานเทศกาลเลยเพราะภายในสถานที่แห่งนี้ในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยผู้คนเนืองแน่นเต็มไปหมด
หวืดดด หวืดดด ในระหว่างที่ผู้คนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสนั้นก็เกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติขึ้นเกิดแสงสว่างไสวสว่างจร้าแสบตาไปทั่วทั้งบริเวณ สร้างความตื่นตัวและความสนใจของคนทุกผู้คน หลังจากแสงที่สว่างไสวผ่านไปได้ไม่นานนั้นก็พบว่าที่ด้านหน้าของประตูหอคอยสวรรค์นั้นปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่ง คนผู้นั้นก็คือหลินเทียนนั่นเอง ตัวของหลินเทียนเองในยามนี้นั้นอยู่ในสภาพที่ตื่นตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะในยามนี้นั้นผู้คนที่อยู่ต่อหน้าของตนนั้นมันมากมายจริงๆและที่สำคัญไปกว่านั้นสายตาของทุกผู้คนล้วนแล้วแต่จับจ้องมาที่ตัวของมันเองทั้งสิ้น
“สวรรค์! เขาออกมาแล้ว เขาออกมาแล้ว” ผู้คนต่างพากันส่งเสียงอื้ออึงออกมามากมาย
“เจ้าหนุ่มนี่เหรอ ที่สามารถพิชิตหอคอยสวรรค์แห่งนี้ได้” ภาพลักษณ์ของหลินเทียนในยามนี้นั้นช่างแตกต่างไปจากที่พวกมันวาดฝันจินตนาการเอาไว้เยอะ เพราะพวกมันต่างก็คิดว่าผู้ที่สามารถพิชิตหอคอยาสรรค์แห่งนี้ได้นั้นจะมีร่างกายที่สูงใหญ่เสียอีก หรือไม่ก็มีพลังเวทที่มองดูแล้วน่าสะพรึงกลัว แต่เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นมันไม่ต่างอะไรไปจากเด็กรุ่นเยาว์ธรรมดาผู้หนึ่ง แต่ตัวของมันผู้นี้นั้นกับสามารถที่จะพิชิตหอคอยสวรรค์แห่งนี้ได้เป็นคนแรกในรอบหลายแสนปี ดังนั้นแล้วตัวตนที่แท้จริงของมันจะธรรมดาอย่างที่ตาเห็นไปได้อย่างไร
สถานการณ์ในยามนี้นั้นมีผู้คนมากมายที่ต้องการจะเข้าหาหลินเทียน มีทั้งชาวบ้านสามัญชนธรรมดาไปจนถึงคนใหญ่คนโตที่อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้
“ฮ่า ฮ่า หลินเทียนความสามารถของเจ้าเกินกว่าที่ตัวของข้าคาดคิดไปไกลนัก” ผู้อำนวยการชิงหลงกล่าวออกมาอย่างคนอารมณ์ดี ด้วยความสามารถของหลินเทียนที่มีในยามนี้นั้นไม่สามารถที่จะปกปิดไปได้อีกต่อไปแล้ว ผู้ที่มากไปด้วยฝีมือและประสบการณ์อย่างแท้จริงมีหรือที่จะคาดเดาระดับพรสวรรค์ที่แท้จริงของหลินเทียนไม่ได้
“ข้าเพียงแค่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่เท่านั้น” หลินเทียนกล่าวออกมาอย่างถ่อมตน ถึงแม้ว่าตัวของเขาจะพึ่งพิชิตหอคอยสวรรค์ที่ไม่มีผู้ใดเลยที่จะสามารถพิชิตมันได้ตลอดระยะเวลา 1 แสนปีก็ตาม
“พวกเราไปหาสถานที่เงียบๆคุยกันเถอะเจ้าหนูสถานที่แห่งนี้มีผู้คนมากเกินไปจริงๆ” นี่มันไม่ใช่เวลาที่จะมาดีใจเสียทีเดียวเพราะตัวของเขานั้นมีเรื่องที่สำคัญจะบอกกับหลินเทียน
ณ ห้องพักส่วนตัวของผู้อำนวยการชิงหลง
“หลินเทียนข้าขอแสดงความยินดีกับเจ้าด้วยที่สามารถพิชิตสถานที่แห่งนั้นได้ และด้วยการกระทำของเจ้าที่ด้านในนั้นดูเหมือนว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับคนกลุ่มนึง เจ้ารู้ใช่ไหมว่าตัวของข้านั้นกำลังหมายถึงเรื่องอะไร” เพียงถ้อยคำที่กล่าวออกมาไม่กี่ประโยคของผู้อำนวยการชิงหลงหลินเทียนก็เข้าใจสถานการณ์ในทันทีเพราะภายในหอคอยสวรรค์นั้นตนเองหักแขนหักขาผู้คนเป็นจำนวนนับสิบคนก็ย่อมที่จะมีผู้คนที่จะหมายหัวตนเป็นเรื่องธรรมดาและตัวของหลินเทียนเองก็คาดคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้แต่แรกแล้ว
“คงเป็นเรื่องที่ข้าจัดการเจ้าเศษสวะพวกนั้น” หลินเทียนกล่าวออกมาโดยไม่ต้องคิด
“เห้อ…เป็นเช่นนั้นจริงคนที่กำลังหมายหัวเจ้าอยู่ในตอนนี้เป็นตัวของเขาเป็นถึง ศิษย์หลักลำดับที่ 5 นามของมันผู้นั้นคือ หมิงโจว มันต้องการที่จะท้าประลองเป็นตายกับเจ้า” ผู้อำนวยการชิงหลงนั้นกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดอย่างถึงขีดสุดตัวของมันนั้นถึงกับไม่เป็นอันกินอันนอนเป็นระยะเวลาหลายวัน เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังของหมิงโจวผู้นี้ตัวของเขาเป็นถึงคนใหญ่คนโตของสภาจอมเวท ดังนั้นแล้วผู้อำนวยการชิงหลงจึงยากที่จะบอกปัดหลีกเลี่ยงการประลองในครั้งนี้
“มันผู้นี้มีระดับพลังที่เท่าใด” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความสนใจ
“จอมเวทที่แท้จริงขั้นที่ 7” ผู้อำนวยการชิงหลงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่บึ่งตึงเป็นอย่างมากตั้งแต่ตัวของหลินเทียนออกมาจากภายในหอคอยสวรรค์ตัวของมันนั้นก็ไม่ได้ตรวจสอบวัดระดับพลังของหลินเทียนเลย
“เหอะ ช่างหาเรื่องตายนัก ข้าจะทุบตีมันจนหาทางกลับบ้านไม่เจอเลย” เมื่อผู้อำนวยการชิงหลงได้ยินวาจาของหลินเทียนตัวของเขาในยามแรกพยายามดุด่าว่ากล่าวว่าเจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้ประเมินตนเองสูงเกินไปแต่เมื่อตัวของเขาตรวจสอบวัดระดับพลังของหลินเทียนนั้นตัวของเขาจำต้องยอมกลืนคำพูดของตนเองลงไป พร้อมทั้งกับร่างกายที่สั่นสะท้านจนสูญเสียการควบคุม
“อะไรกันระดับพลังของเจ้าตอนนี้คือจอมเวทชั้นสูงอย่างงั้นหรือ ไม่อยากจะเชื่อ” สภาพการของผู้อำนวยการชิงหลงในยามนี้นั้นตัวเองราวกับรู้สึกว่าอยู่ในโลกแห่งความฝัน ความแข็งแกร่งที่หลินเทียนมีในยามนี้นั้นมันแข็งเหนือยิ่งกว่าอาจารย์ผู้สอนบางคนเสียอีก เห็นทีอนาคตของเจ้าหมิงโจวผู้นี้คงไม่แตกต่างอะไรไปจากผู้เป็นน้องของมัน