คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 32 :ความขัดแย้งที่ระเบิดขึ้น

    ตอนที่ 32 :ความขัดแย้งที่ระเบิดขึ้น

     

            “เจ้าหนุ่มพูดจาอย่าให้มันจองหองเกินไปนัก ! ”

     

            ตอนแรกหลางเวิ่นซิงยังรู้สึกประทับหลิวไคไม่น้อยแต่ตอนนี้ดูท่าเจ้าเด็กคนนี้ไม่คู่ควรแก่การรับเข้ามาฝึกซะแล้ว

     

            “ประธานหลาง เรื่องของเด็ก ๆ ให้พวกเขาจัดการกันเองดีกว่า”ตอนนั้นเอง จู่ ๆ หานจวิ้นชิงก็ลุกขึ้นช่วยพูดแทนหลิวไค

     

            “จวิ้นชิง วันนี้นายเป็นอะไรไป?”

     

            หลางเวิ่นซิงสูงกว่าหานจวิ้นชิงเขาก้มหน้าลงมามองหานจวิ้นชิงพลางเอ่ยว่า “ปกตินายไม่ได้ใจดีกับเด็กใหม่ขนาดนี้นี่นาหากเป็นคนอื่นล่ะก็ นายคงด่าไปนานแล้ว ! ”

     

            ไม่ใช่แค่หลางเวิ่นซิงเท่านั้นแต่ทุกคน ณ ที่นั้นต่างก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน อาจารย์หานท่านนี้เหมือนกำลังปกป้องหลิวไคเป็นพิเศษ!

     

            “อาจารย์หาน ผมเองก็แปลกใจเหมือนกันคุณได้ผลประโยชน์จากหลิวไคคนนี้มากขนาดไหนกัน ทำไมคุณถึงเข้าข้างเขาขนาดนี้ ? ”

     

            เย่หลินเถาถามในสิ่งที่ทุกคนสงสัยเพียงแต่วิธีการพูดของเขานั้นตรงเกินไปเพราะเขาถึงกับหยิบยกเรื่องผลประโยชน์ขึ้นมาพูด

     

            “เย่หลินเถาไม่มีหลักฐานก็อย่าพูดจามั่วซั่ว ! ”

     

            หานจวิ้นชิงสีหน้าเข้มขึ้นทันพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ฉันไม่ได้เงินจากหลิวไคแม้แต่สตางค์แดงเดียวอีกอย่างที่หลิวไคพูดเมื่อกี้ฉันก็เห็นด้วย ฉันเองก็สงสัยเหมือนกันเน็ตไอดอลอย่างหลิวจือเซียคนนี้มีความสามารถอะไรถึงเข้าตาประธานหลางอย่างนั้นหรือ !”

     

            แบ่งแยกสองขั้ว !

     

            หลางเวิ่นซิงและหลิวจือเซียเป็นหนึ่งขั้วหานจวิ้นชิงและหลิวไคเป็นหนึ่งขั้ว จะทะเลาะกันให้ได้เลยหรือไง ?

     

            “นายสงสัยในการตัดสินใจของฉันหรือ ? ” เส้นเลือดบนขมับของหลางเวิ่นซิงถึงกับเต้นตุ๊บๆ “หานจวิ้นชิง นายอย่าลืมนะว่าใครเป็นประธานบริษัท ! ”

     

            “ผมไม่ลืมอยู่แล้ว ! ”ใบหน้าของหานจวิ้นชิงฉาบไว้ด้วยความเย็นชา “บริษัทเป็นของคุณ แต่สิทธิ์เป็นของผมถ้าวันนี้คุณให้คำตอบที่น่าพอใจไม่ได้ อย่าโทษผมก็แล้วกัน หากผมจะลาออกไปทำงานที่อื่น! ”

     

            บัดซบ ข่าวใหญ่แล้ว !

     

            แค่ปัญหารับสมัครเด็กฝึกกลายเป็นประเด็นถึงขั้นจะลาออกจากบริษัท

     

            อาจดูเหมือนว่าปัญหาในครั้งนี้จะมาโดยไม่ทันตั้งตัวราวกับพายุลูกใหญ่แต่จริง ๆ แล้วมันมีความขัดแย้งระหว่างเจ้านายกับลูกน้องของบริษัทมายาวนานแล้ว

     

            ก็แค่อาศัยเรื่องนี้ระเบิดอารมณ์ออกมาเท่านั้น !

     

            นอกจากคณะกรรการของบริษัทแล้ว นักศึกษาทั้งหมดต่างก็หูผึ่งขึ้นมาทันทีเพื่อรอดูการปะทะคารมระหว่างประธานบริษัทกับลูกน้อง

     

            ประธานบริษัทมูลค่าหลายหมื่นล้านกับโปรดิวเซอร์เพลงแนวหน้าของวงการ

     

            เกมนี้น่าสนุกจริง ๆ !

     

            “นายอยากได้คำตอบแบบไหน”หลางเวิ่นซิงเงียบไปสักพักก่อนจะถามขึ้น

     

            “ก็ไม่มีอะไรมาก ! ”หานจวิ้นชิงแสยะยิ้มพลางเอ่ยว่า “หลิวจือเซียอยู่ที่นี่พอดี ผมจะให้หลิวไคและหลิวจือเซียแข่งกันส่วนการตัดสิน... ผอ.หวาง ด้านนอกคงยังมีนักศึกษาอยู่อีกจำนวนหนึ่งใช่ไหม ? ”

     

            หวางฉีที่เฝ้าอยู่หน้าประตูได้ยินก็รีบตอบกลับทันทีว่า“ด้านนอกยังมีนักศึกษาอีกประมาณ 200 คนครับ”

     

            “โรงละครของคุณมีอุปกรณ์ลงคะแนนที่เชื่อมต่อกับจอหน้าไหม? ” หานจวิ้นชิงชี้ไปที่หน้าจอLED บนเวที

     

            “มีครับ ! ” หวางฉีพยักหน้า “โรงละครทั้งหมดในอาคารนี้มีอุปกรณ์ครบครันบางโปรแกรมอาจเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้ใหม่มากและเทียบเท่ากับการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ได้แต่ขอเพียงมีบุคลากรเพียงพอ ก็ยังสามารถบันทึกรายการได้ด้วยครับ ! ”

     

            “ดี ! ”

     

            หานจวิ้นชิงทำความเข้าใจโครงสร้างของโรงละครก่อนจะหันไปพูดกับหลางเวิ่นซิงว่า “ให้หลิวไคและหลิวจือเซียแข่งขันกันร้องเพลงบนเวทีนี้ผู้ตัดสินก็คือเหล่านักศึกษาที่อยู่ด้านนอกใครที่ได้รับคะแนนโหวตมากกว่าก็จะถือเป็นผู้ชนะไป คิดว่ายังไง ? ”

     

            หลางเวิ่นซิงไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ส่งสายตาเชิงคำถามไปให้กับหลิวจือเซีย

     

            “ถ้าผมชนะ ประธานหลางจะได้อะไรครับ ? ” หลิวจือเซียเอ่ยถามหางจวิ้นชิงออกไปตรงๆ

     

            “ถ้านายชนะงั้นหรือ ? ฮ่าฮ่าฮ่า”หานจวิ้นชิงหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “นายคิดว่านายเป็นใครกัน ฉัน หานจวิ้นชิง อยู่ในวงการมานานขนาดนี้จะแพ้ให้เด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างนายได้ยังไงกัน ? ”

     

            “ไม่มีใครเป็นผู้ชนะได้ตลอดกาลหรอกครับ! ” หลิวจือเซียเอ่ยเนิบ ๆ “ไม่แน่ผู้อาวุโสในวงการอย่างคุณอาจจะแพ้ให้กับเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างผมก็ได้”

     

            “เอ่อ...”

     

            หานจวิ้นชิงเกือบใบ้กินเพราะคำพูดของหลิวจือเซีย

     

            “หลิวจือเซีย ถ้าฉันแพ้ ฉันจะไม่เข้าไปเป็นเด็กฝึกของบริษัท”

     

            หลิวไคที่อยู่บนเวทีมองหลิวจือเซียด้วยใบหน้าดุดัน “แต่ถ้านายแพ้นอกจากจะต้องออกจากบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์แล้ว นายต้องประกาศบนอินเทอร์เน็ตว่านายสู้ฉันไม่ได้และยอมรับฉันเป็นอาจารย์ ! ”

     

            ช่างน่ารังเกียจจริง ๆ !

     

            ถ้านายแพ้แค่ไม่เข้าเป็นเด็กฝึกของบริษัทแต่อีกฝ่ายแพ้ไม่เพียงแต่ต้องทำลายอนาคตตัวเอง ยังต้องรับนายเป็นอาจารย์อีกเนี่ยนะ?

     

            หน้าไม่อายจริง ๆ อย่าทำให้พ่อแม่นายต้องอับอายผู้คนเลย!

     

            “ฟู่ ฮ่าฮ่าฮ่า...”หลิวจือเซียหัวเราะเสียงดังลั่น พลางชี้ไปทางหลิวไค

     

            หานจวิ้นชิงและหลิวไคต่างขมวดคิ้วมุ่น“นายหัวเราะอะไร ? ”

     

            “ฉันหัวเราะที่นายสำคัญตัวเองผิดยังไงล่ะ”

     

            หลิวจือเซียหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ไหว“เงื่อนไขของนายไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ดีกว่า ระหว่างพวกเราสองคนถ้าฉันแพ้ฉันจะทำตามที่นายพูดแต่ถ้านายแพ้ นายต้องคุกเข่าแล้วโขกหัวกับพื้นเพื่อขอโทษฉันสามครั้งพร้อมกับตะโกนออกมาว่า ผมเป็นหมูหน้าโง่ เป็นยังไง ? ”

     

            ได้ ในเมื่อนายปัญญาอ่อนใส่ฉันก่อนฉันก็จะทำตัวปัญญาอ่อนกลับไป !

     

            ยังไงซะ เรื่องก็ปานปลายมาถึงขนาดนี้แล้วปั่นประสาทอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป ยอมรับนายเป็นอาจารย์ใช่ไหม ถ้างั้นนายก็ต้องคุกเข่าแล้วบอกว่าตัวเองเป็นหมูด้วยก็แล้วกัน!

     

            “ได้ ! ” หลิวไคครุ่นคิดสักพักก็ตอบตกลงทันที

     

            หลิวไคและหลิวจือเซียตกลงกันเรียบร้อยแล้วเหลือก็แค่ฝั่งหลางเวิ่นซิงและหานจวิ้นชิงเท่านั้น

     

            ในเมื่อนายอยากเป็นหมาบ้างั้นฉันก็ขอเป็นคนบ้าด้วยสักตั้ง ดูว่าสุดท้ายแล้วใครกันแน่ที่จะบ้าดีเดือดกว่ากัน!

     

            คิดได้ดังนั้นหลางเวิ่นซิงก็มองไปทางหานจวิ้นชิง“พวกเด็ก ๆ แค่ท้าทายกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ระหว่างฉันกับนายจะเอายังไง ? ”

     

            “ถ้าผมชนะนับแต่นี้ไป คุณห้ามมายุ่งเรื่องของผมอีก”หานจวิ้นชิงเอ่ย “และจะต้องแบ่งหุ้นของบริษัทให้ผมอีก 1% ! ”

     

            บริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์เป็นบริษัทมหาชนนอกจากหุ้น 70% ในมือของหลางเวิ่นซิงแล้วยังมีผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ถือหุ้นกระจัดกระจายอยู่อีก 25% และอีก 5%ที่เหลืออยู่ในมือของผู้ถือหุ้นรายใหญ่

     

            ตามมูลค่าตลาดของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ในปัจจุบันอยู่ที่15,000 พันล้าน และหุ้น 1% นี้ต้องแย่งมาจากมือของหลางเวิ่นซิงเท่านั้น

     

            หุ้น 1%สำหรับหลางเวิ่นซิงแล้วถือว่าไม่น้อยทีเดียว เพราะเท่ากับ 150 ล้านเข้าไปแล้ว !

     

            แต่หากเขาเอามันมาเดิมพันแล้วต้องพ่ายแพ้เขาคงทำได้เพียงยอมรับว่าตัวเองไม่มีความสามารถในการบริหารคนก็เท่านั้น !

     

            “ตกลง ! ” หลางเวิ่นซิงพยักหน้า“ถ้าฉันชนะ นับแต่นี้ไปฉันสั่งให้นายทำอะไรนายก็ทำตามนั้น อีกอย่างเก็บนิสัยห่วย ๆนั่นของนายไปซะ เพราะคนในบริษัทไม่มีใครอยากเป็นที่ระบายอารมณ์ของนายหรอก ! ”

     

            “ลูกผู้ชาย ! ”หานจวิ้นชิงยื่นมือออกมา

     

            “แปะ ! ”

     

            หลางเวิ่นซิงจับมือกับหานจวิ้นชิง“คำไหนคำนั้น ! ”

     

             ………………….

     

            “ให้เวลาพวกนายเตรียมตัว 20 นาที!” หลางเวิ่นซิงเอ่ยกับหลิวจือเซียและหลิวไค“หลังจาก 20 นาทีแล้ว การแข่งขันของพวกนายสองคนก็จะเริ่มขึ้น ! ”

     

            “ตกลงครับ ! ” หลิวจือเซียพยักหน้ารับและตรงไปที่ห้องเก็บเสียงหลังเวทีทันที

     

            “ผอ.หวาง ให้นักศึกษาด้านนอกเข้ามาได้แล้ว”หานจวิ้นชิงมองไปทางหวางฉี

     

            หวางฉีพยักหน้ารับพร้อมกับเปิดประตูโรงละครออกแล้วตะโกนออกไปว่า “นักศึกษาทุกคน เข้าไปด้านในให้หมด ฉันมีเรื่องต้องแจ้งพวกเธอ! ”

     

     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน