วันที่สามหลังงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ เวลานี้หยางเถาอวี้จัดแจงแบ่งหน้าให้พวกคนงานทำอย่างมีระบบระเบียบมากขึ้นงานสำคัญในเวลานี้คือการเตรียมหน้าดินสำหรับเพาะปลูก นาง้าปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพรที่เก็บสะสมมาได้จากในป่าหมื่นอสูรอ้อย มะพร้าว ไม้ผลต่างๆ ตะไคร้ ข่า ขิงและพืชสมุนไพรจำนวนหนึ่งมาลงปลูกในไร่ไว้กินไว้ขายทุกอย่างเริ่มเป็รูปเป็ร่างขึ้นตามแผนการ ขณะที่นางกำลังจะนำเมล็ดและพวกต้นอ่อนของพืชออกมาอนุบาลในโรงเรือนนั่นเองนางเห็นอาเฮยเดินนำพวกคนงานมารวมกัน คล้ายมีเื่รอคอยจะคุยกับนางอยู่
“พี่อาเฮย มีเื่อะไรเหรอ”หยางเถาอวี้ขมวดคิ้วสงสัย หรือจะถูกคนงานประท้วงเรียกค่าแรงเพิ่ม...นี่ฟุ้งซ่านไปถึงโลกไหนกันอวี้เอ๋อ
“คุณหนูขอรับ... เอ่อพวกข้าอยากจะมาขอร้องคุณหนูขอรับ.. คือ ั้แ่วันก่อนที่ได้เห็นฝีมือของคุณหนูพวกข้ารู้สึกว่าจิตใจเร่าร้อนฮึกเหิมนัก อยากฝึกเพลงยุทธ์เช่นเดียวกับคุณหนูพอจะเป็ไปได้หรือไม่ขอรับ.. ที่คุณหนูจะช่วยสอนพวกข้าน้อย...” อาเฮยเอ่ยปากนำ
“พวกท่านทุกคนเลยหรือแม้แต่พวกผู้หญิงก็ด้วยอย่างนั้นหรือ” หยางเถาอวี้งุนงง พวกอาเฮยมิใช่อายุน้อยๆแล้ว ต่างเป็ผู้ใหญ่และมีครอบครัว จะยอมให้เด็กผู้หญิงอย่างนางสอนด้วยหรือ
“ใช่ขอรับ วันก่อนคุณหนูช่าง... เอ่อดูยิ่งใหญ่ เฉียบขาด เก่งกล้า... ยิ่งนักขอรับ” อาจูเอ่ยรับรอง
“พวกท่านจะบอกว่าข้า ‘เท่’ ล่ะสิหึๆๆ” หยางเถาอวี้ใช้สองมือเท้าสะเอวเชิดหน้าภูมิใจยิ่งจอมยุทธ์หญิงคือที่สุดแห่งความฝันของนางในเวลานี้
“เอ๋ เท่..แปลว่าอะไรหรือเ้าคะคุณหนู” ซู่ซินได้ยินคำศัพท์แปลกๆ จึงเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง
“ก็แปลอย่างที่พวกท่านพูดนั่นแหละ เก่งเฉียบ อะไรทำนองนี้ไง” หยางเถาอวี้เอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“อ๋อ ใช่แล้วเ้าค่ะ คุณหนู ‘เท่’อย่างยิ่งเ้าค่ะ พวกข้าอยากเก่งให้ได้แม้เพียงเสี้ยวเดียวของคุณหนูบ้างถึงแม้จะแก่กันแล้ว แต่มันเป็ความปรารถนาของเราทุกคน เมื่อเห็นคุณหนูสู้ราวกับจิตใจของพวกข้าได้รับแรงกระตุ้นให้คิดถึงความฝันแต่ครั้งเยาว์วัยในโลกบำเพ็ญเซียนเช่นนี้ ทุกคนต่างเคยใฝ่ฝันที่จะได้เป็ผู้ฝึกปราณแต่พวกข้าไร้โอกาส ยามนี้ขอให้ได้แค่ฝึกยุทธ์ก็ยังดีเ้าค่ะ” ไฉอิ๋นเอ่ยบอกความปรารถนาของพวกตนบ้าง
“พวกท่านพูดผิดไปสองอย่างหนึ่งคือไม่มีผู้ใดแก่เกินเรียนหรือสายเกินกว่าจะทำตามความฝัน สองคือ ใครบอกว่าพวกท่านไม่มีโอกาสเป็ผู้ฝึกปราณกันเล่า”หยางเถาอวี้ยิ้มเ้าเล่ห์
“เอ๋ พวกเราอายุกันปูนนี้แล้วยังเริ่มฝึกปราณกันได้อีกหรือขอรับ” หวังจินหนึ่งในคนงานที่ติดตามอาเฮยมาอยู่ด้วยกันกับนางเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าทั้งแปลกใจทั้งคาดหวัง
“ย่อมได้แน่นอน ข้ามีวิธีช่วยให้พวกท่านทุกคนกลายเป็ผู้ฝึกปราณเพียงแต่ว่า... ก็ต้องแลกด้วยบางสิ่ง” หยางเถาอวี้ขู่เล็กน้อย
“ต้องแลกด้วยสิ่งใดหรือขอรับ”อาตงเอ่ยถามขึ้นอย่างตื่นเต้น
“วิธีที่ข้าจะช่วยพวกท่านถือเป็ความลับขั้นสุดยอดทั้งยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของข้าดังนั้นข้าจะสอนและช่วยเฉพาะคนที่ยอมทำพันธะสัญญานายบ่าวกับข้าเท่านั้น” หยางเถาอวี้ไตร่ตรองแล้วเห็นว่านี่เป็สิ่งจำเป็นางยังไม่แข็งแกร่งพอจะเย้ยฟ้าท้าดินได้
ได้ยินเช่นนี้พวกอาเฮยต่างอึ้งกันไปชั่วขณะแม้พวกเขามิใช่ชาวยุทธ์ แต่ย่อมเคยได้ยินเกี่ยวกับพันธะสัญญานายบ่าว สิ่งนี้มีความเกี่ยวพันกับอิสระและหากไม่ซื่อสัตย์ย่อมมีอันตรายถึงชีวิตมิใช่เื่ที่จะสามารถตัดสินใจได้ในทันทีทันด่วน
“เอาล่ะ พวกท่านค่อยๆ กลับไปคิดเถอะหากผู้ใดยินดีทำพันธะสัญญาก็ค่อยมาหาข้าได้ทุกเมื่อ” หยางเถาอวี้รู้ดีว่าเื่นี้เป็เื่ใหญ่จำต้องใช้เวลาใคร่ครวญให้ดี
“อ้อข้าอยากปลูกพืชผักสวนครัวทุกอย่าง ฝากเอาต้นอ่อนและเมล็ดพันธุ์ต่างๆที่ข้าเตรียมไว้ในโรงเพาะชำไปลงดินเมื่อพวกมันเติบโตพอด้วยนะ”หยางเถาอวี้สั่งงานทิ้งท้าย
“ขอรับ” ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ของตนด้วยสีหน้าครุ่นคิดเคร่งขรึมความปรารถนาเดิมจากแค่้าได้ฝึกยุทธ์เล็กๆ น้อยๆกลับขยับขยายขึ้นเพราะหยางเถาอวี้กล่าวว่าสามารถเปิดจุดชีพจรให้พวกเขาเป็ผู้ฝึกปราณได้เื่นี้นับเป็เื่ใหญ่หลวงยิ่งเดิมทีพวกเขาเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาไม่เคยมีโอกาสได้ัักับโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรจู่ๆ กลับมีผู้บอกว่าสามารถทำความใฝ่ฝันของพวกเขาให้เป็ความจริงได้แม้ใน่วัยขนาดนี้นี่ราวกับหยางเถาอวี้โยนขนมเปี๊ยะ์ลงลอยมายั่วยวนอยู่ตรงหน้าก็มิปาน
...
“ท่านยายเ้าคะเื่ตระกูลจางและปัญหาปากท้องของพวกเรานับว่าคลี่คลายไปแล้ว ข้าอยากปิดด่านฝึกตนเป็เวลาสักสามวันเ้าค่ะงานในไร่ข้าได้ฝากอาเฮยไว้เรียบร้อยแล้ว คงไม่มีอันใดต้องห่วง” เมื่อกลับมาจากการสั่งงานหยางเถาอวี้คิดอยากเข้าไปปิดด่านฝึกตนในมิติส่วนตัวของรุ่ยเอ๋อบ้าง เวลา 72ชั่วโมงสำหรับโลกภายนอกสามารถบ่มเพาะพลังในมิติของรุ่ยเอ๋อได้กว่า72 วันทีเดียว
“เช่นนั้นก็ได้อวี้เอ๋อแต่อย่าหักโหมจนเกินตัวเล่า เ้าเพิ่งอายุเท่านี้ หนทางยังอีกยาวไกลนัก”ยายจางเอ่ยเตือนด้วยไม่อยากให้หยางเถาอวี้ใจร้อนเกินไป
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะท่านยาย” หยางเถาอวี้ตรงเข้าไปกอดยายจางคราหนึ่งจึงผละเข้าไปในห้องตนนางสั่งให้อาเหมยกับเสี่ยวเหลยออกไปเฝ้ายามใน่ค่ำคืนของโลกภายนอกตามเดิมด้วยความเป็ห่วงครอบครัวอีกทั้งยังสั่งพวกอาเฮยเอาไว้ให้ดูแลยายจางแทนนางในระหว่างนี้
“เอาล่ะ ก่อนเข้าสู่สมาธิจิตข้าจะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้อีกอย่างหนึ่งในมิตินี้ อีก 72วันข้างหน้าจะได้ดูผลลัพธ์” หยางเถาอวี้วางลำดับสิ่งที่ปรารถนาจะทำ
“อะไรหรือเ้าคะนายหญิง”
“ก็เื่ตอนกิ่งต้นกำเนิดปราณพิภพนี่ไงเล่าไหนเ้าว่ามันใกล้จะออกดอกแล้ว ข้าอยู่มาตั้งเป็เดือนละยังไม่เห็นวี่แววเลย”หยางเถาอวี้แกล้งทวงถาม
“ตามที่ข้าคำนวณอีกไม่เกินสองเดือนต้นกำเนิดปราณพิภพก็คงเริ่มผลิดอกแล้วเ้าค่ะ”
“ฮึ ข้าไม่รอหรอก ลงมือเลยดีกว่า”ครั้นกล่าวจบหยางเถาอวี้ก็เดินไปหยิบเครื่องไม้เครื่องมือมา นางเริ่มลงมือแสดงวิธีตอนกิ่งต่อตาให้รุ่ยเอ๋อดูทันที“นี่ไง วิธีที่ข้าเคยสัญญาว่าจะแสดงให้เ้าดู”
“โอ้ มีวิธีเช่นนี้ด้วยนะเ้าคะช่างน่าอัศจรรย์นักเ้าค่ะปกติเราแค่ถ่ายเทพลังปราณให้ต้นไม้ทั่วไปก็สามารถเจริญเติบโตขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วแต่ต้นกำเนิดปราณพิภพเป็ต้นไม้เซียนจึงไม่อาจเร่งการเจริญเติบโตหรือขยายพันธุ์ด้วยวิธีถ่ายเทลมปราณนอกเสียจากว่าผู้ถ่ายเทพลังปราณจะมีระดับพลังสูงส่งกว่าขั้นเซียนหากวิธีของนายหญิงได้ผลคงจะช่วยให้มิติแห่งนี้หรือกระทั่งโลกภายนอกเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียวเ้าค่ะ”
“อืม เ้าคอยช่วยดูแลรดน้ำทิพย์ให้บริเวณตุ้มตอนมีความชุ่มชื้นเสมอด้วยละกันวันนี้ข้าแค่ทดลอง จะทำแค่สามกิ่งพอ รอดูก่อนว่าชุดแรกนี้จะสำเร็จหรือไม่และจะสำเร็จกี่ส่วน ค่อยลงมือทำเพิ่ม”
“รับทราบเ้าค่ะ”
“ถ้าได้ผลดี ต่อไปพลังปราณในนี้ก็จะได้เข้มข้นยิ่งๆขึ้นไปอีก อีกหน่อยหากข้าแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้หรือได้หินแปรปรวนมาเมื่อไหร่ค่อยนำออกไปปลูกข้างนอกด้วย” หยางเถาอวี้พึมพำ
“ว่าแต่ ข้าคิดไปเองหรือเปล่า กะจะถามเ้ามาพักหนึ่งแล้วเหมือนขนาดของมิติแห่งนี้กว้างใหญ่ขึ้นหรือไม่”
“ถูกต้องแล้วเ้าค่ะนายหญิงเมื่อไรที่นายหญิงเลื่อนขั้น พื้นที่ในมิติแห่งนี้ก็จะกว้างขึ้นตามเ้าค่ะ”รุ่ยเอ๋อตอบ
“โอ้ มีเื่เช่นนี้ด้วยสุดยอดไปเลย งั้นข้าต้องขยันบ่มเพาะพลังให้มากขึ้นๆ ละ” หยางเถาอวี้ปรบมือถูกใจเป็การใหญ่
เมื่อปลดเปลื้องภาระหน้าที่ลงหยางเถาอวี้จึงเข้าสู่สมาธินางเริ่มโคจรพลังปราณตามเคล็ดวิชาในขั้นมัชฌิมเพื่อกลั่นพลังปราณให้กลายเป็หยดน้ำสะสมภายในจุดตันเถียนเพิ่มขึ้นเวลาผ่านไปจนล่วงเข้าถึงวันที่เจ็ดสิบสองของการปิดด่านบ่มเพาะพลังในที่สุดบ่อหยดน้ำพลังปราณของหยางเถาอวี้ก็ได้รับการเติมเต็ม นางเลื่อนขึ้นเป็ผู้ฝึกปราณขั้นมัชฌิมตอนปลายเป็ที่เรียบร้อยจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“ยินดีกับนายหญิงด้วยเ้าค่ะ”รุ่ยเอ๋อเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหยางเถาอวี้ออกจากสมาธิจิต
“เฮ่อ ข้ารึอุตส่าห์แอบหวังไว้เชียวว่าจะได้เลื่อนขึ้นสู่ขั้นปัจฉิม”หยางเถาวอี้บ่น
“ยิ่งระดับสูงขึ้น บ่อพลังปราณในจุดตันเถียนของท่านก็กว้างขึ้นตามจึงยิ่งต้องใช้พลังปราณจำนวนมากขึ้นในการสะสมเพื่อไต่ระดับพลัง นายหญิงมิอาจใจร้อนเกินไปนะเ้าคะมิเช่นนั้นอาจเกิดธาตุไฟเข้าแทรกได้” รุ่ยเอ๋อกล่าวเตือนด้วยความเป็ห่วง
“ข้ารู้ๆ..”หยางเถาอวี้บ่นกะเง้ากะงอด
“จริงสิ ข้าเกือบลืมไป การตอนกิ่งของต้นกำเนิดปราณพิภพได้ผลเป็ยังไงบ้าง”นางนึกได้จึงลุกขึ้นเดินไปดูกิ่งต้นปราณกำเนิดพิภพที่ตอนไว้ทั้งสามกิ่ง
“ข้าเห็นตุ้มตอนทั้งสามมีรากงอกงดงามแ่าดีตัวรากมีสีเข้ม ปลายรากมีสีขาวตามที่นายหญิงเคยอธิบายให้ฟังั้แ่สามสิบวันแรกจึงตัดกิ่งลงมาชำตามที่นายหญิงกำชับไว้เ้าค่ะ”รุ่ยเอ๋อชี้ไปยังหลุมดินที่นางทำไว้อภิบาลกิ่งตอนทั้งสามกิ่งที่ชำไว้ได้รับการดูแลตามที่หยางเถาอวี้บอกและมีลักษณะแข็งแรงดีขณะนี้มีอายุสี่สิบสองวัน เหมาะสมกับการย้ายลงไปปลูกลงดินได้แล้ว“ทั้งสามต้นยังคงมีคุณสมบัติเฉกเช่นต้นกำเนิดปราณพิภพครบถ้วนดังที่นายหญิงบอกเ้าค่ะ”
“เยี่ยมไปเลย เ้านำกิ่งต้นกำเนิดปราณพิภพทั้งสามไปปลูกยังอีกสามมุมของมิติแห่งนี้ข้าจะตอนเพิ่มอีกซักสิบกิ่ง เผื่ออนาคตข้างหน้าจะได้นำไปขยายพันธุ์ยังโลกภายนอก”หยางเถาอวี้ดีใจที่การทดลองของนางสำเร็จตามประสงค์ นางลงมือตอนกิ่งเพิ่มอีกสิบกิ่งขณะมือไม้วุ่นวายกับการทำงานนางก็นึกทบทวนถึงสิ่งที่พึงจะทำต่อไป
“รุ่ยเอ๋อหนแรกที่ข้ากับทีเจวันออกไปสำรวจป่าหมื่นอสูร เราพบสถานที่ที่ไม่อาจสแกนได้สองจุดจุดแรกคือถ้ำที่พบกุญแจหยกวารี แต่อีกแห่งพวกเรายังไม่ได้ไปสำรวจเลย มีความเป็ไปได้หรือไม่ว่าจะเป็กุญแจหยกชิ้นที่สอง”หยางเถาอวี้เอ่ยถาม ยามนี้ปัญหาคุณภาพชีวิตได้รับการคลี่คลาย นางจึงคิดทุ่มเทกับการพัฒนาตนและการค้นหาเส้นทางกลับบ้าน
“ข้าไม่คิดว่ากุญแจหยกชิ้นอื่นจะอยู่ในทวีปชิงหลงหากเป็เช่นนั้นข้าควรััถึงความคงอยู่ของมันได้เ้าค่ะ”
“อ้อ งั้นหรอกหรือ แต่ข้าว่ายังไงๆมันก็ยังน่าสนใจอยู่ดี คงได้เวลาที่พวกเราจะออกไปสำรวจสถานที่แห่งนั้นกันเสียที” นางตั้งเป้าหมายต่อไป
----------------
การตอนกิ่ง: https://www.baanlaesuan.com/232260/ideas/garden-ideas/grafting-plant