เธอ“เรื่องที่เจ้าว่าประวัติศาสตร์ไม่เหมือนกันน่ะ คงเป็นเพราะเรื่องการเผาตำรา ในสมัยจิ๋นซีน่ะนะเจ้าคงรู้เรื่องนี้ใช่หรือไม่?”
ผม“ย่อมต้องรู้อยู่แล้ว เรื่องเผาตำรา ฝังบัณฑิต เป็นเรื่องใหญ่โตมากประวัติศาสตร์บอกชัดเจนถึงการสูญเสียบันทึกอันเก่าแก่ทั้งหลาย”
เธอ “ใช่เป็นเรื่องเลวทรามเรื่องนึงของไอ้จิ๋นซี แต่ก็ช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ข้า และมัน ก็ได้ตายไปแล้ว ..ควรปล่อยมันไปซะ”
ผม“คิดได้เช่นนั้นก็ดี” ดี ดีมากๆ ปลงซะ! อย่าไปคิดถึงม๊าน! มาอยู่กับปัจจุบันดีกว่า มาช่วยกันทำงาน..

เธอจ้องผม“ข้าขอให้เจ้าสาบานอีกได้รึไม่ ว่าเจ้าจะไม่ทรยศหักหลังข้า และหากว่าเราเจอไอ้จิ๋นซีในโลกใบนี้เจ้าจะช่วยข้าสังหารมันซะ!”
เอ้ายังจะมาให้สาบานเพิ่มอีก นี่แม่คุ๊นจะเอาทุกทางเลยใช่ไหม?? .. แน่นอน บ่นก็บ่นไป.. ให้สาบานก็ได้ อะไรที่มันดีๆไม่เลวร้าย ตอนนี้เอาด้วยหมดแหละ! จะได้ไปทำงานด้วยกันซะที!!
ผม “ได้ ข้าขอสาบานต่อสวรรค์ ข้าอินทราจะไม่มีวันทรยศหักหลังชิงชิง นอกเสียจากนางจะประพฤติร้ายต่อข้า และหากว่าเราเจอจิ๋นซีในโลกใบนี้ข้าจะช่วยชิงชิงสังหารเขา หากชิงชิงต้องการ!”
เธอยิ้ม ท่าทีพอใจมาก
ผม “เอาล่ะ ชิงชิงตอนนี้เรามาปรึกษาเรื่องการเตรียมพร้อมของตระกูลตงฟางกันเถอะนะ” เออได้เวลาเป็นการเป็นงานซะที ^_^
เธอยิ้มเล็กน้อย มีแววเจ้าเล่ห์“ประเดี๋ยวก่อนซิ .. ข้าบอกเจ้าตอนไหนว่าจะช่วย
เรื่องการเตรียมพร้อมของตระกูลตงฟางกันน่ะ?”
ผม “หา!!!!?” อะไรกัน!เธอ ผมดูแววตาเธอ ไม่ได้พูดเล่นนี่..
ผม“ชิงชิง เจ้าอย่าทำเป็นเล่นเลย ตอนนี้เป็นวิกฤตของตระกูลเราต้องช่วยกันฝ่าฟันเรื่องนี้ไปนะ ตอนนี้เราต้องจริงจังกับปัญหาที่เกิดขึ้น”
เธอยิ้มน้อยๆ“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ ว่าตลอดเวลาที่เราสนทนากันนี้ข้าไม่เคยพูดเล่นแม้แต่ประโยคเดียว .. เช่นเดียวกับที่จะมิได้กล่าวคำโป้ปดเลย .. “
ผมกัดฟัน“ชิงชิง ข้ารู้ว่าจะไม่ได้ทำเป็นเล่น เจ้าไม่ได้กล่าวหลอกลวง ข้ารู้! เช่นเดียวกับที่เราสามารถรู้ใจกันได้ แต่เวลานี้ นับเป็นวิกฤตของตระกูลตงฟางเราต้องช่วยกันฝ่าฟันเรื่องนี้ไปนะ เจ้าเข้าใจหรือไม่”
เธอยังคงยิ้ม“ข้าเชื่อว่าข้าเข้าใจสถานการณ์ดี แต่ไม่แน่ใจว่าเจ้าเข้าใจจริงๆ”
ผมรู้สึกอยากจะจับเธอมาฟาดก้นชะมัดตีให้รู้สึกเจ็บ! ให้ก้นบวมหน่อยๆ ..จะมาเล่นอะไรตอนนี้! เวลายิ่งไม่คอยท่าอยู่ ..จะมาแสดงภูมิรู้อะไรมิทราบ .. หา! .. อืม ใจเย็นจากแม่ทัพมาเป็นเด็กน้อย สมองอาจจะช็อคอยู่ก็ได้ ตบหัวเบาๆสัก2ทีนี่ จะหายดีไหมน้อ..
