เมื่อได้ยินคำกล่าวของจักรพรรดิหญิงหลายคนก็คิดว่ามันสมเหตุสมผล สัตว์เวทของต้าหมิงนั้นแปลกประหลาดและทรงพลังอย่างมากซึ่งพวกเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนแต่ถ้าในส่วนลึกของดินแดนรกร้างละก็นั่นก็สามารถเป็นคำตอบได้ดีเพราะที่นั่นมีเพียงระดับจักรพรรดิเท่านั้นที่เข้าไปได้
“แบบนี้นี่เอง มิน่าชายชราผู้นี้ถึงไม่มีข้อมูลของสัตว์เวทตัวนี้” ผู้อาวุโสของตระกูลปิงกล่าว
“ถ้ามีใครสนใจสัตว์เวทหายากข้าแนะนำให้พวกเจ้าเข้าไปสำรวจได้ ไม่แน่พวกเจ้าอาจจะเจอสัตว์เวทหายากกว่านี้อีกก็ได้” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับยกยิ้ม
หลายคนกลายเป็นขมขื่นขนาดจอมเวทสูงสุดยังไม่กล้าเข้าไปแล้วพวกเขาจะกล้าเข้าไปได้อย่างไร เพื่อสัตว์เวทตัวเดียวและนำชีวิตไปทิ้งมันคุ้มที่ใหน หลังจากนั้นงานเลียงฉลองก็ดำเนินต่อไป
บนท้องฟ้าในยามค่ำคืนปรากฎแสงสว่างหลากสีทั่วท้องฟ้าภาพที่ปรากฎชั่งงดงามเหลือเกิน ต้าหมิงในตอนนี้ผ่านการต่อสู้อย่างหนักมากมายทำให้แกนเวทย์แข็งแกร่งมากขึ้น
“ดูเหมือนว่าจะสามารถยกระดับแกนเวทย์ได้แล้ว” ต้าหมิงที่ยืนดื่มสุราชั้นดีภายใต้แสงสีจำนวนมากกล่าวขึ้น
ต้าหมิงนั่งลงพร้อมกับหลับตา ไม่นานพลังเวทย์จำนวนมากก็พวยพุ่งออกมาพร้อมกับแกนเวทย์ของต้าหมิงได้ถูกยกระดับขึ้นอีกครั้ง
“ยินดีด้วยที่เจ้าสามารถไปถึงระดับ 3 ได้แล้ว” ในตอนนั้นเองที่ไพเราะก็ดังขึ้น
“แล้วพี่สาวหยูเฟยไม่คิดจะมอบรางวัลให้ข้าบ้างงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยกยิ้ม
“แน่นอนว่าย่อมต้องมี นี่คือรางวัลในความพยายามของเจ้า” จ้าวหยูเฟยกล่าวพร้อมกับโยนถุงผ้ามาให้กับต้าหมิง
ต้าหมิงเปิดถุงผ้าดูด้วยสีหน้าตื่นเต้น และเมื่อเห็นว่าด้านในมีศิลาธาตุจำนวน 5 ก้อนอยู่ต้าหมิงก็ตื่นเต้นทันที
“ขอบคุณพี่สาวมาก” ต้าหมิงพุ่งออกไปหมายจะกอดจ้าวหยูเฟยแต่จ้าวหยูเฟยกลับเคลื่อนใหวหลบได้อย่างรวดเร็ว
“เจ้าอย่าได้คิดว่าจะใช้ลูกไม้เดิมเป็นครั้งที่สอง” จ้าวหยูเฟยกล่าวพร้อมกับใบหน้าที่แดงซ่าน
“อะไรกันข้าก็แค่ดีใจที่ท่านใจดีกับข้าเท่านั้นเองท่านคิดไปถึงใหนกัน” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยิ้มหยอกล้อออกมา
“เอาเถอะ อย่างน้อยวันนี้เจ้าก็ทำได้ดี แต่ว่าหลังจากนี้เจ้าจะต้องระวังตัวเอาไว้ให้มากๆ คราวนี้ไม่เพียงแต่ตระกูลหวังเท่านั้นที่เล็งมาที่เจ้าตระกูลเหล่ยเองก็อาจจะมองเจ้าเป็นศัตรูไปแล้วก็ได้” จ้าวหยูเฟยกล่าว
ขณะที่ทั้งสองคนคุยกันได้ไม่นานและกำลังจะกลับเข้าไปในงานเลี้ยง ในตอนนั้นเองใบหน้าของจ้าวหยูเฟยก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนก นางระเบิดพลังเวทย์ออกมาพร้อมกับสร้างม่านพลังวายุออกมา
“พี่สาวหยูเฟย!!!!!!!!” ต้าหมิงเองก็สัมผัสได้ถึงอันตรายและจิตสังหารจึงกลายเป็นกังวล
“ตูม!!!!!!!!!!!”
พลังเวทย์ที่ทรงพลังพุ่งเข้าปะทะม่านพลังวายุของจ้าวหยูเฟยทันที ม่านพลังแตกกระจายทำให้ร่างของจ้าวหยูเฟยและต้าหมิงกระเด็นออกไป
“อัก!!!!!!”
ต้าหมิงกระอักโลหิตออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด ต้าหมิงมองไปยังร่างเงาทั้งสองที่ปรากฎออกมา
“ครึ่งอสูรอย่างพวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่” จ้าวหยูเฟยกล่าวพร้อมกับเช็ดเลือดที่มุมปาก
“โห้ รับรู้ได้ในทันทีว่าพวกข้าคือครึ่งอสูรสมแล้วที่เป็นขุนพลสาวข้างกายจักรพรรดิหญิง” อสูรเฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“นั่นคือเป้าหมายของพวกเรา รีบลงมือกันเถอะ” อสูรเฟยกล่าวพร้อมกับมองไปยังร่างของต้าหมิงที่กำลังลุกขึ้นมา
“อย่าได้หวังว่าจะแตะต้องเขาได้” จ้าวหยูเฟยกล่าวพร้อมกับบีบแผ่นหยกในมือทันที
“หึคิดจะเรียกกำลังเสริมงั้นเหรอมันไม่ง่ายขนาดนั้น” อสูรเฟิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมา
“วูบ!!!!!!!!!!”
ในตอนนั้นเองม่านพลังขนาดใหญ่ก็ปกคลุ่มพื้นที่รอบๆพวกต้าหมิงอยู่ เห็นได้ชัดว่านอกจากครึ่งอสูรทั้งสองแล้วยังมีคนอื่นให้ความช่วยเหลืออยู่อีก
“ตระกูลหวังงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับมองไปที่ครึ่งอสูรด้วยสีหน้าเย็นชา
“นี่มันอะไรกัน” อสูรเฟยที่สบตากลับต้าหมิงสั่นสะท้านไปทั้งตัวนางไม่เข้าใจว่าทำไมสายตาของต้าหมิงถึงทรงพลังขนาดนี้
“เจ้าเด็กนี่คงไม่ธรรมดาจริงๆสายเลือดในร่างของข้ากำลังสั่นใหว” อสูรเฟิงกล่าว
“บางที่เจ้านี่อาจจะมีความลับบางอย่างจับไปให้ท่านจักรพรรดิเป็นคนตรวจสอบเถอะ” อสูรเฟยกล่าว
“ก่อนอื่นก็ต้องรับสังหารขุนพลสาวก่อนที่จักรพรรดิหญิงจะปรากฏตัวออกมา” อสูรเฟิงกล่าวพร้อมกับพุ่งเข้าหาจ้าวหยูเฟยทันที
จ้าวหยูเฟยกัดฟันก่อนจะเข้าต่อสู้กับอสูรเฟิง อสูรเฟิงนั้นเป็นถึงจอมพลขั้นกลางซึ่งมีพลังเหนือกว่าจ้าวหยูเฟยอย่างมาก ดังนั้นจ้าวหยูเฟยจึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอสูรเฟิงอย่างไม่ต้องสงสัย
“ความต่างระหว่างพวกเรานั้นมากเกินไปถ้าพี่สาวของเจ้าอยู่พวกข้าก็อาจจะมีหวั่นเกรงบ้างแต่ถ้าเจ้าคนเดียวนั้นไม่คู่ควรที่จะเป็นคู่มือของข้า” อสูรเฟิงกล่าว
ในขณะเดียวกันอสูรเฟยก็เดินเข้าหาต้าหมิงอย่างช้าๆ ต้าหมิงเรียกอสูรสายฟ้าคลั่งออกมา ทันใดนั้นเองสายตาของอสุรสายฟ้าคลั่งก็มองไปยังที่อสูรเฟยด้วยสายตาเย็นชา ดวงตาสีแดงทับทิมเผยแววจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวจนสายเลือดในร่างของอสูรเฟยกลานยเป็นสั่นใหว
“นี่มันอะไรกันสายเลือดในร่างของข้ากำลังหวาดกลัว หรือว่าเจ้าสิ่งนี้คือตัวตนในตำนาน” อสูรเฟยกล่าว
“โฮก!!!!!!!!!!!!!!” อสูรสายฟ้าคลั่งคำรามออกมาด้วยความโกรธเมื่ออสูรเฟยเข้ามาใกล้
“ตูม!!!!!!!” ในตอนนั้นเองร่างของจ้าวหยูเฟยก็ตกลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับมีโลหิตเต็มตัวของนาง
“หยูเฟย!!!!!!!!” ต้าหมิงคำรามออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“เจ้าหนูถ้าไม่อยากให้นางตายก็ตามพวกข้าไปซะดีๆ” อสูรเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“เป็นแค่สัตว์เวทระดับ 3 แต่กลับทำให้สายเลือดของข้าสั่นใหวดูเหมือนเจ้าจะไม่ธรรมดาจริงๆ เอาละจงจอมกลับไปกับพวกเราพร้อมกับนายของเจ้าซะไม่งั้นชีวิตของเจ้านายของเจ้าอาจจะตกอยู่ในอันตรายก็ได้” อสูรเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาตอนนี้นางรับรู้ได้แล้วว่าตัวตนของต้าหมิงและอสูรสายฟ้าคลั่งนั่นจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“ก็ได้ข้าจะกับพวกเจ้าแต่พวกเจ้าห้ามทำอะไรนางเด็ดขาด” เมื่อเห็นว่าชีวิตของจ้าวหยูเฟยตกอยู่ในอันตรายเพราะตนต้าหมิงจึงได้แต่กำหมัดและโทษในความอ่อนแอของตัวเอง
“ตัดสินใจได้ดี” อสูรเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา
“ไม่...ต้าหมิง...เจ้าห้ามตามพวกมันไปไม่งั้นเจ้าจะถูกพวกมันฆ่าตาย” จ้าวหยูเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” ต้าหมิงกล่าว
ขณะที่ต้าหมิงเรียกอสูรสายฟ้ากลับมาแต่อสูรสายฟ้าคลั่งกลับไม่ยอมกลับมาและยังคงมองอสูรเฟิงและอสูรเฟยด้วยสายตาเย็นชา พริบตานั้นเองตำราอสูรมายาก็ส่องแสงออกมาหน้าที่ 2 ของอสูรมายากลับเกิดออกมาทันที กลิ่นอายเก่าแก่โบราณแผ่กระจายออกมาจนทำให้อสูรเฟิงและอสูรเฟยต้องถอยห่างออกไป