บทที่ 14 ตอบแทนบุญคุณ
ทั้งสามเดินเข้าไปในห้อง เห็นคนชราคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง เนื่องจากไอ ร่างกายของเขาสั่นไหวไม่หยุด ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาลึกโบ๋ สายตาแฝงไปด้วยความสิ้นหวังและความรู้สึกไร้ที่พึ่ง
หลิงเหยาเดินเข้าไปใกล้ แล้วใช้นิ้วจิ้มที่ตัวของผู้เฒ่าหยางอย่างรวดเร็วหลายครั้ง
ในทันใดนั้น ผู้เฒ่าหยางก็หยุดไอ
คุณนายหยางมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ เพราะรู้ดีว่าสามีั้แ่ป่วยมา แม้กระทั่งตอนหลับ ก็มักจะตื่นขึ้นมาเพราะอาการไอ ยิ่งตอนตื่นด้วยแล้ว แทบจะไม่เคยหยุดไอเลย ดูเหมือนสาวน้อยคนนี้จะมีความสามารถจริง ๆ
ลู่ชิงอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในดวงตามีรอยยิ้มแวบหนึ่ง
หลิงเหยาเดินเข้าไปใกล้ เริ่มทำการรักษาให้กับผู้เฒ่าหยาง เธอสังเกตสีหน้า ชีพจร และสภาพร่างกายของผู้เฒ่าหยางอย่างละเอียด จากนั้นได้สอบถามประวัติการเจ็บป่วยและนิสัยการใช้ชีวิตต่าง ๆ
หลังจากนั้น หลิงเหยาหยิบเข็มและกล่องสำลีกับแอลกอฮอล์ออกมาจากกระเป๋า พร้อมทำความสะอาดเข็มไปด้วย "ผู้เฒ่าหยาง หนูจำเป็ต้องฝังเข็มให้คุณก่อน หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือนะคะ"
ผู้เฒ่าหยางพยักหน้ารับ "เชิญเลย" เขาหยุดไอ และรู้สึกดีขึ้น ่นี้เขาแทบจะทรมานจากอาการไอ กินยามามากมาย และเคยฝังเข็มแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก
"้าให้ผมช่วยไหม?" ลู่ชิงอวิ๋นเดินเข้าไปใกล้ และถามด้วยความเป็ห่วง
"ช่วยถอดเสื้อของผู้เฒ่าหยางหน่อยค่ะ ฉันจะทำการฝังเข็ม" หลิงเหยาก็ไม่ได้เกรงใจ สั่งการเขาทันที
ลู่ชิงอวิ๋นพยักหน้าเล็กน้อย เดินเข้าไปข้างหน้าแล้วยื่นมือประคองผู้เฒ่าหยาง ช่วยปลดกระดุมเสื้อ จากนั้นจึงถอดเสื้อออก
"เรียบร้อยแล้ว"
หลิงเหยาพยักหน้าเล็กน้อย ก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วฝังเข็มเงินลงในตัวของผู้เฒ่าหยางทีละเล่ม
เข็มเงินในมือของหลิงเหยาเคลื่อนไหวไปมาในอากาศอย่างคล่องแคล่ว ราวกับกำลังเต้นรำระบำอันงดงาม
ในขณะนั้น ประตูห้องถูกผลักเปิด ชายชราคนหนึ่งรีบเร่งเดินเข้ามา
วันนี้หลิวเหวินซานมาตรวจติดตามอาการของผู้เฒ่าหยาง ได้ยินจากคนรับใช้ของตระกูลหยางว่ามีสาวน้อยคนหนึ่งกำลังรักษาผู้เฒ่าหยางาุโอยู่ชั้นบน จึงรีบวิ่งขึ้นมาอย่างเร่งด่วน
โรคของผู้เฒ่าหยางไม่ใช่โรคธรรมดา แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะรักษาหายได้ สาวน้อยคนหนึ่งจะรักษาหายได้อย่างไร นี่เป็เื่ที่งี่เง่าจริง ๆ
แต่เมื่อเปิดประตูเข้ามา เห็นวิธีการใช้เข็มของหลิงเหยาเขาก็ตะลึงงัน หากไม่เข้าใจผิด เธอน่าจะใช้วิธีการฝังเข็มไท่อี้
เขามองหลิงเหยาด้วยความใและไม่อยากเชื่อ เธอดูอายุราวยี่สิบปีเท่านั้น แต่กลับรู้จักการฝังเข็มไท่อี้ในตำนานได้ อาจารย์ของเธอเป็ใครกัน?
ผู้เฒ่าหยางรู้สึกได้ถึงความเย็นสบายในร่างกายอย่างรวดเร็ว ทำให้เขารู้สึกสบายทั้งตัว ไม่นานความเย็นนั้นก็กลายเป็กระแสความร้อน อบอุ่นไปทั่วร่าง ทำให้เขารู้สึกสดชื่นโปร่งโล่ง โดยเฉพาะบริเวณปอด ซึ่งเขาไม่เคยรู้สึกสบายขนาดนี้มานานแล้ว
หลิงเหยามองเวลาแล้วว่าใกล้เหมาะสมแล้ว จึงถอดเข็มเงินออก ชุดการใช้เข็มนี้เป็สิ่งที่หมอจีนผู้เฒ่าในชาติก่อนถ่ายทอดให้เธอ ครั้งนั้นเธอไปร่วมประชุมแลกเปลี่ยนทางการแพทย์ที่เมืองหยาง และได้พบกับหมอจีนผู้เฒ่าคนหนึ่ง ภรรยาและลูกของหมอจีนผู้เฒ่าคนนั้นเสียชีวิตหมดั้แ่ตอนที่เขายังหนุ่ม เหลือเพียงเขาคนเดียวที่โดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่ง
หลิงเหยาและเขาคุยกันถูกคอ และกลายเป็เพื่อนสนิทต่างวัย หลังจากนั้น หมอจีนผู้เฒ่าคนนั้นก็ถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่เรียนมาตลอดชีวิตให้กับหลิงเหยา เขากล่าวว่าหวังให้เธอนำความรู้ไปใช้ และเผยแพร่การแพทย์แผนจีน ช่วยเหลือผู้คนให้มากขึ้น
"เมื่อกี้เธอใช้เข็มไท่อี้ใช่ไหม?" หลิวเหวินซานเคยเห็นคำอธิบายเกี่ยวกับเข็มไท่อี้ในหนังสือ เขาแน่ใจว่าตนไม่ได้มองผิด
หลิงเหยาหันไปมองหลิวเหวินซาน พยักหน้าเล็กน้อย "ใช่ค่ะ เป็เข็มไท่อี้"
"ขอถามหน่อยได้ไหมว่าอาจารย์ของเธอเป็ใคร?"
"ขอโทษนะคะ พอดีว่าไม่สะดวกที่จะบอก"
หมอจีนผู้เฒ่าคนนั้นยังอยู่ต่างประเทศ และจะกลับมาที่ประเทศในอีกสิบปีข้างหน้า ถึงเธอจะบอกก็ไม่มีใครรู้จักเขาอยู่ดี และที่สำคัญหมอจีนผู้เฒ่าคนนั้นไม่้าให้ใครรู้ตัวเขามากนัก
ในชาติก่อน เขาเคยบอกเธอแล้วว่า เขาไม่สนใจชื่อเสียงและผลประโยชน์ เขาไม่้าให้ใครรู้ตัวเขา เขาเพียง้าให้โลกรู้จักและใช้การแพทย์แผนจีน และยังบอกเธออีกว่า หากมีใครถามว่าใครสอนเทคนิคเข็มพิเศษของเธอ ให้เธอระวังอย่างยิ่งที่จะบอกว่าเขาเป็ผู้สอน
หลิงเหยามองไปที่คุณนายหยาง "คุณนายหยาง กรุณาหยิบกระดาษกับปากกาให้หนูหน่อยได้ไหมคะ"
"ได้" คุณนายหยางเห็นผู้เฒ่าหยางมีอาการดีขึ้น รู้สึกโล่งใจที่ไม่ยืนกรานตามความคิดของตนเองก่อนหน้านี้ เธอคิดว่าตนเองตัดสินคนด้วยรูปลักษณ์มากเกินไป ต่อไปเธอจะต้องขอโทษหลิงเหยา
เธอหยิบกระดาษกับปากกามาส่งให้หลิงเหยา
หลิงเหยารับกระดาษกับปากกา เริ่มเขียนสูตรยารักษาอาการป่วยของผู้เฒ่าหยาง
ลู่ชิงอวิ๋นและหลิวเหวินซานยืนล้อมรอบหลิงเหยาทั้งสองข้าง สังเกตดูเธอเขียนสูตรยา เมื่อเห็นลายมือของเธอ ทั้งสองก็รู้สึกชื่นชม
เห็นได้ชัดว่าลายมือของหลิงเหยาราวกับเขียนด้วยเส้นเหล็กและเส้นเงิน แต่ละเส้นแต่ละขีดล้วนเต็มไปด้วยพลังและอารมณ์ ราวกับกำลังจะลอยขึ้นจากกระดาษ ลายมือของเธอเสมือนผลงานชั้นเยี่ยมของนักเขียนพู่กัน หรือราวกับร่างของนางฟ้ากำลังร่ายรำ ทำให้ผู้คนหลงใหลไปกับมัน
ทั้งสองรู้สึกประทับใจ ลายมือนี้ไม่เพียงแค่เป็ตัวอักษร แต่ยังเป็ศิลปะ และการสืบทอดวัฒนธรรมอีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าเธอยังอายุน้อยจะมีความสามารถทางการเขียนอักษรได้ถึงเพียงนี้ นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
หลิงเหยาวางปากกาลง ส่งใบสั่งยาให้คุณนายหยาง "คุณนายหยาง นี่คือใบสั่งยาค่ะ ต้มรับประทานวันละสองครั้ง เช้าและเย็น"
"อืม ขอบคุณคุณหนูหลิง และฉันขอโทษสำหรับทัศนคติก่อนหน้านี้ ฉันตัดสินคนจากภายนอก"
"ไม่เป็ไรค่ะ หนูเข้าใจความรู้สึกของคุณ" หลิงเหยายิ้มและส่ายหน้า บนใบหน้าไม่มีความเย่อหยิ่งแม้แต่น้อย
"ต่อไปถ้ามีเื่อะไร ก็มาหาพวกเราได้เลย ตราบใดที่ตระกูลหยางของเราทำได้ ก็จะไม่ปฏิเสธ" ผู้เฒ่าหยางกล่าว ตอนนี้เขารู้สึกสบายตัวและอารมณ์ดี
หลิงเหยารอคำพูดนี้พอดี จึงเอ่ยขึ้น "หนูมีเื่หนึ่งที่ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้เฒ่าหยางค่ะ"
ผู้เฒ่าหยางชะงักเล็กน้อย แล้วยิ้มพลางพยักหน้า "เชิญพูดมา"
"เพื่อนของหนูเป็ผู้จัดการโรงงานยา ชื่อจ้าวคุน ยาใหม่ของเขาถูกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอายัดไว้ หวังว่าคุณจะช่วยพูดให้หน่อยนะคะ"
หลิงเหยาอธิบายรายละเอียดทั้งหมด วันนั้นที่ร้านน้ำชา จ้าวคุนนำเอกสารมาให้เธอดู และเธอได้ตรวจสอบยาใหม่แล้ว ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
"แล้วยานี้ผ่านมาตรฐานไหม?"
"หนูนำยาและเอกสารมาให้แล้ว ลองตรวจดูนะคะ" หลิงเหยาหยิบยาและเอกสารออกจากกระเป๋าของตน แล้วส่งให้ผู้เฒ่าหยางด้วยมือทั้งสองข้าง
ผู้เฒ่าหยางรับเอกสาร เปิดออกและตรวจดูอย่างละเอียด จากนั้นพยักหน้า "ดี ฉันจะช่วยเื่นี้ให้"
"ขอบคุณค่ะ!" หลิงเหยายิ้มอย่างมีความสุข เื่นี้ดูเหมือนจะสำเร็จลุล่วงแล้ว
"คุณปู่หยาง ให้ผมจัดการเื่นี้เองเถอะครับ" ลู่ชิงอวิ๋นเอ่ยปากขึ้น
หลิงเหยามองไปที่ลู่ชิงอวิ๋นด้วยความประหลาดใจ
ลู่ชิงอวิ๋นยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็รอยยิ้มจาง ๆ รอยยิ้มนี้ราวกับแสงอาทิตย์อ่อนโยน ลูบไล้ผ่านใบหน้าที่เคร่งขรึม ละลายความเ็า ทำให้บุคลิกของเขาอ่อนโยนลงในชั่วขณะ "คุณช่วยชีวิตน้องชายของผม ผมก็ควรตอบแทนบุญคุณคุณสิ"