ตอนที่ 302 ดาวเด่นดวงใหม่
ใช่แล้วละ ! ริวจิถูกลักพาตัว ทันทีที่ร่างของริวจิหมดสติไป ก็ได้มีเหล่าบุคคลปริศนาพาตัวเขาไปโดยทันที มันดูเป็นการลักพาตัวที่อุกอาจมาก แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นพวกเขาเลย
หลังจากนั้นไม่นาน
คนอื่นๆที่เป็นหัวหน้าหน่วยก็ได้เข้ามาใน Black Market และเมื่อพวกเขาได้เดินทางเข้ามา แต่ละคนก็ได้เดินทางไปเช็กถึงสภาพแวดล้อมว่าเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนตามที่ตนสนใจ แต่แน่นอนสิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้พวกเขาเพิ่มเลเวลได้นั่นก็คือ Rule ถึงแม้พวกเขาจะแยกย้ายกันไป แต่สุดท้ายก็ต้องไปที่ Rule เหมือนกัน และเมื่อแต่ละคนไปถึง ก็ต่างได้ยินพวกเขาพูดถึงริวจิกันอย่างล้นหลาม ดาวเด่นดวงใหม่บ้างละ ผู้เล่นปริศนาปรากฏตัวบ้างละ ยังมีอีกหลายชื่อที่พวกเขาได้ยินจากคนเหล่านั้น พวกเขารับรู้ได้เลยว่าริวจินั้นต้องทำอะไรบ้าๆอยู่แน่นอน ถึงเขาจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ว่ามันกลับกลายเป็นจุดสนใจของเหล่าคนเสมอ
ณ โถง แห่งหนึ่ง
ริวจิได้นั่งนิ่งบนโต๊ะไม้ที่ดูธรรมดาๆ มือของเขาได้ถูกไขว้ผูกไปทางด้านหลัง ซึ่งดูจากเชือกนั้นมันไม่น่าจะสามารถต้านทานพละกำลังของริวจิได้
ใช้เวลา 5 วินาที ริวจิก็ได้ตื่นขึ้น พร้อมกับรู้ตัวทันทีว่าเขาโดนมัดมืออยู่ และเขาลองพยายามดิ้นดูทันที แต่ดูเหมือนการออกแรงแค่ครึ่งๆกลางๆจะไม่สามารถทำให้เชือกบ้าๆนี่ขาดแน่ ริวจิรู้สึกสนใจกับความเหนียวของเชือกนี้ไม่น้อย มันน่าจะสามารถเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง แต่เขาก็ได้รู้ตัวเสียก่อนว่าไม่ใช่เวลาไปทำอะไรแบบนั้น เขาถูกลักพาตัว ริวจิรีบกวาดสายตาไปรอบๆอย่างรวดเร็ว
เขาอยู่ที่ห้องๆหนึ่งขนาดประมาณ 4x4 ซึ่งมันแคบมาก
" ไม่ได้การ เราต้องหนีออกไป "
เมื่อถูกลักพาตัวมันย่อมไม่ใช่เรื่องดี ถ้าหากใครที่พยายามลักพาตัวของเขา เจตนาที่อีกฝ่ายคิดกับเขาย่อมไม่ใช่สิ่งดีดีแน่ แต่เขาไม่รู้อะไรของอีกฝ่ายสักอย่าง สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือต้องพยายามหนี
ริวจิพยายามอีกแรงขึ้นทีละนิดๆ เพื่อไม่ให้เชือกที่รัดแขนของเขาเกิดเสียงเมื่อมันขาดออก แต่ทันใดนั้นเอง เสียงปริศนาก็ได้ดังขึ้น
" เปล่าประโยชน์น่า Super Rookie เชือกนี้เจ้าไม่สามารถทำลายมันได้หรอก มันไม่ใช่เชือกธรรมดาๆที่เจ้าคิดหรอก "
เสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากนอกลูกกรง ริวจิไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่เพียงชั่วครู่เขาก็ได้มาปรากฏตัวต่อหน้าเขา และเผยให้เห็นใบหน้าที่ดูบึกบึน สีผิวทั้งตัวเป็นสีดำ พร้อมกับเครื่องแต่งกายที่ดูเหมือนอาลาดิน แนวๆอินเดีย ทุกอย่างของเขาล้วนเป็นสีดำ น่าจะยกเว้นฟันของเขา มันขาวใส เมื่อเขาเห็นริวจิพยายามทำให้เชือกเส้นนั้นขาดออก เขาก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
" จับข้ามาทำไม ! "
ถึงริวจิจะยังงงๆอยู่ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเรียกเขาว่า Super Rookie แต่เขาอยากจะรู้เหตุผลว่าทำไมอีกฝ่ายถึงจับเขามา
แต่อีกฝ่ายก็ตอบกลับด้วยท่าทีไม่รู้ไม่ชี้พร้อมกับผายมือ
" ข้าไม่รู้ ข้าที่หน้าที่ที่มาเฝ้ารอเจ้าตื่น "
" ตอนนี้ข้าก็ตื่นแล้ว แล้วเจ้าจะทำอะไรกับข้าต่อไป "
อีกฝ่ายยกมือขึ้นข้างหนึ่ง
" เจ้าเป็นคนตรงมาดี ถ้างั้นข้าจะพาเจ้าไปพบกับหัวหน้า นั่นคือคำสั่งที่ข้าได้รับมา"
พูดจบ เขาก็ไขกรงริวจิ จากนั้นก็ได้เดินเข้าหาริวจิและพาตัวของริวจิไปทันที
แต่ใช่ว่าริวจิจะยอม เขาเร่งกำลังของเขาขึ้นอย่างสุดขีดแบบกะทันหัน และได้ทำการแยกมือของเขาหลุดออกจากเชือกบ้าๆนี่ทันที
หน้าของอีกฝ่ายเหว๋อทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนริวจิเขาไม่รีรอ เขาไม่รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่าย แต่ใครก็ตามที่ทำแบบนี้กับเขาย่อมไม่ใช่คนดี ดังนั้นเขาต้องหนีออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
ตาของเขาจ้องไปที่อีกฝ่ายเขม็งพร้อมกับแพร่จิตสังหารออกมา แต่เมื่อริวจิกำลังจะเงื้อไปหยิบดาบปีศาจก็ต้องพบว่า มันไม่อยู่บนร่างกายของเขา พร้อมกับแหวนมิติของเขาก็เช่นกัน
เขารู้ได้ทันที ริวจิรีบพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายทันที
ถึงเขาจะไม่มีอาวุธไม่มีอะไร แต่นิ้วของเขามันก็สามารถใช้เป็นอาวุธที่แหลมคมได้ไม่ต่างอะไรกับมีดที่แหลมคมดีดีนี่เอง
จิตสังหารที่แผ่ออกมาอย่างมหาศาล ทำให้อีกฝ่ายแข็งทื่อไปเลย เขาไม่สามารถตอบโต้ริวจิได้แม้แต่น้อย ริวจิสามารถใช้เขาเป็นตัวประกันได้อย่างสมบูรณ์
" ดาบและของของข้าอยู่ที่ไหน "
ด้วยความที่รักชีวิตทำให้อีกฝ่ายตอบมาแบบกล้าๆกลัวๆ โดยไม่ได้คิดอะไร
" ดาบ ดาบอะไร เจ้าหมายถึงอะไร "
" อย่ามาไขสือ มันอยู่ที่ไหน "
เนื่องจากเวลาผ่านไป ทำให้อีกฝ่ายดึงสติของตนกลับมาได้ ทำให้เขาตอบกลับไป
" ข้าไม่รู้ว่ามันใช้อาวุธของเจ้าหรือไม่ มันถูกพันด้วยผ้าแต่รูปร่างของมันก็คล้ายกับดาบอยู่พอสมควร เหตุผลที่มันถูกเก็บเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหนีเมื่อเจ้าตื่นขึ้นมา ข้าคิดแบบนั้น เพราะงั้นอย่าฆ่าข้าเลย ปล่อยข้าไปเถอะ "
ริวจิรู้ได้เลยว่ามันต้องเป็นดาบปีศาจของเขาแน่นอน แต่เขาไม่เชื่อ เขาไม่เชื่ออีกฝ่ายที่พึ่งเจอแน่นอน เขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะพูดความจริงและจะปล่อยเขาปล่อย ริวจิใช้นิ้วจ่อคอของเขาต่อ
" พาฉันไปหามันเดี๋ยวนี้ "
เขารู้สึกกังวลเล็กน้อยว่า ชีวิตของคนคนนี้จะพอมาเป็นตัวประกันหรือไม่ แต่มันก็ไม่มีทางเลือก เพราะเขาไม่รู้เลยว่าที่นี่มันอยู่ที่ไหนและเขาต้องออกไปทางไหนถึงจะออกไปได้ อย่างน้อยมันก็น่าจะดีที่สุดแล้ว
ทันใดนั้นเอง
เสียงปรบมือดังขึ้น 3 ครั้ง
จากนั้นก็ปรากฏร่างของชายอัศวินสวมชุดเกราะใหญ่สูงเกือบสองเมตรได้ปรากฏตัวขึ้น
ใช่เขาคือ Zos
------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 303 อัศวินเพี้ยน
ริวจิจำชุดเกราะที่เขาสวมใส่ได้ และเขาแน่ใจว่าชายสามชุดเพราะอัศวินดูน่าเกรงขามผู้นี้คือ Zos อย่างแน่นอน เขาคือคนที่ริวจิเคยเห็นเมื่อนานมาแล้ว ในตอนที่เขามาที่นี่แต่มันก็นานมากจริงๆ แต่ด้วยชุดเกราะและส่วนสูงที่ดูจดจำได้ง่าย ทำให้เขาสามารถระบุตัวตนของชายตรงหน้าได้ไม่ยาก
ยังไงก็แล้วแต่ เหตุผลที่ตามมาของริวจินั้นก็คือ ทำไมละ ! และเขาไม่รีรอ
" ท่านจับข้ามาทำไม "
ริวจิกล่าวถามไปตรงๆ แต่มันไม่ได้หยาบคาย เขาพูดด้วยน้ำเสียงกลางๆ ถึงจะมีแนวโน้มที่อีกฝ่ายจะมีเจตนาที่ไม่ดีแฝงอยู่ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเอาอารมณ์มาเข้าร่วมด้วย เขาต้องแน่ใจว่าเขาต้องเจอกับอะไรและเขาจึงจะตัดสินใจต่อไป ว่าจะต่อสู้หรืออะไรก็ต้องตัดสินใจกับสถานการณ์ตรงหน้า
เมื่อได้ยินเสียงของริวจิดังขึ้น ทาง Zos ที่กำลังปรบมือให้กับริวจิกลับส่งน้ำเสียงหัวเราะออกมาซะอย่างงั้น
โดนแบบนี้ริวจิก็งงสิ คนคนนี้แปลกประหลาดแบบบอกไม่ถูก
" ท่านจับข้ามาทำไม ข้าไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร "
ริวจิพูดย้ำไปอีกครั้งและพร้อมกับแสดงจุดยืนของตนเอง เขาไม่เคยสร้างศัตรูและไม่เคยสนทนากับใครเลยนอกจากเจ้าของร้านขายของต่างๆ
ได้ยินริวจิ Zos ก็หัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะผายมือให้คนคุมขังถอยออกไป
ชายคนนั้นดูเหมือนจะลังเล ที่จะปล่อยให้เจ้านายของตนอยู่กับริวจิสองต่อสอง แต่ว่าเมื่อมันเป็นคำสั่งก็ไม่สามารถขัดขืนได้
เมื่อริวจิเห็นคนที่ใส่ชุดเกราะข้างหน้าเอาแต่หัวเราะใส่เขา เขายิ่งมีความคิดว่าคนคนนี้มีนิสัยที่แปลกประหลาดมากขึ้นไปเรื่อยๆ และยากที่จะพูดคุยขึ้นไปอีก เขากำลังจะตัดสินใจเดินหนี แต่ก็ถูกหยุดด้วยเสียงของ Zos
" เจ้ายังมีหน้าบอกว่า เจ้าไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใครเลยอย่างงั้นเหรอ น่าขำ "
ริวจิหยุด พร้อมกับหันมา เขาคิดว่าตัวเขาไม่ได้ทำสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวหาแน่นอน
" ใช่ ข้ามั่นใจ และข้าคิดว่าท่านคงจะจับผิดตัวแล้วละ ข้าไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร "
เห็นริวจิปฏิเสธหลังชนฝา อีกฝ่ายเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง
" ถ้าเจ้าพูดแบบนั้นแล้วละก็ ข้าก็ถามเจ้าเพียงหนึ่งคำถาม เจ้าจงตอบความจริงและห้ามโกหก และถ้าหากว่าเจ้าไม่ใช่คนที่ข้าตามหา ข้าจะปล่อยเจ้าไปโดยไร้รอยขีดข่วน "
ได้ยินแบบนั้น ริวจิก็เกิดความลังเลเล็กน้อย มันเหมือนกับการเล่นเกมของอีกฝ่าย เขาต้องการให้ริวจิเดินไปตามเกมของเขา แต่ว่าก็มี % ที่เขาจะพูดจริงอยู่เหมือนกัน มันทำให้ริวจิลังเล
" เหตุใดเจ้าถึงลังเล "
" ได้ข้ายอมรับข้อเสนอ "
เขามั่นใจว่าเขาไม่มีศัตรูอยู่ที่นี่แน่นอน มีที่เดียวก็คือใน Rule พวกเขาอาจจะแค้นที่สูญเสีย Exp ให้กับริวจิ รวมถึงพวกที่พนัน ริวจิคิดพวกที่มีความคิดแค้นกับเขาได้เพียงคนพวกนี้เท่านั้นตอนนี้ แต่คนพวกนั้นก็ไม่น่าจะรู้ถึงตัวตนของเขาได้ เพราะการแต่งการและรูปลักษณ์ของริวจิใน Rule และข้างนอกนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เมื่อได้ยินที่ริวจิพูดออกมา
" เจ้าคือ Japan ใช่หรือไม่ "
ริวจิตกใจนิดหน่อยที่อีกฝ่ายถามแบบนี้ แต่ครุ่นคิดอยู่สักพัก และคิดวิเคราะห์ถึงสถานการ์ตอนนี้ที่ เขาอาจจะอยู่ในดงอะไรสักอย่าง เขาอาจจะดูตกอยู่ในสถานการ์ลำบาก ถ้าหากโกหก มันไม่ต่างอะไรที่คุณถูกจับและคุณต้องพูดความจริงกับตำรวจ เขาพลาดเอง
เมื่อคิดอย่างถี่ถ้วนริวจิตัดสินใจจะบอกความจริงไป โดยการพยักหน้า
เท่านั้นแหละ !
อากัปกิริยาของ Zos ก็เปลี่ยนไปแบบกะทันหัน พร้อมกับทำท่าอะไรแปลกๆ ไม่ต่างกับคนที่ดีใจกับบ้า เขาดูไม่เหมือนอัศวินเลยแม้แต่น้อย
"--------------- "
ริวจิก็ได้แต่งงงวยถึงความแปลกประหลาดของชายผู้นี้ มันช่างแตกต่างในสนามที่เขาเคยเห็น และเท่านั้นยังไม่พอ ภาษาที่เขาพูดออกมา มันก็ไม่ใช่ภาษากลางของที่นี่ด้วย ทำให้ริวจิไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเขาพูดอะไร แต่ไม่ใช่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เพราะถึงแม้คุณจะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดอะไร ถึงแม้ภาษาจะแตกต่าง แต่ด้วยน้ำเสียงและการแสดงออก ก็ทำให้ริวจิรู้ได้ว่าเขากำลังดีใจและบ้าแบบสุดเหวี่ยงอยู่ แต่แปลกที่ว่าริวจิไม่รู้สึกถึงจิตสังหารหรือความโกรธแค้นจากชายที่อยู่ตรงหน้าเลย ยิ่งทำให้เขาคิดไม่ตกเข้าไปอีก
และคิดว่าตัวเองช่างโชคร้ายอะไรแบบนี้ที่ต้องมาเจอกับสถานการณ์บ้าๆเช่นนี้
ถ้าหากอยู่กับอัศวินบ้านี่ต่อไป มีหวังเขาได้เป็นบ้าจริงๆแน่ๆ ดังนั้นริวจิพูดขึ้นทันที
" ข้าตอบสิ่งที่ท่านต้องการแล้ว ข้าไปได้แล้วใช่มั้ย "
ได้ยินน้ำเสียงของริวจิ อีกฝ่ายก็ได้หยุดท่าทีที่กำลังแสดงอยู่เมื่อครู่
" เจ้าถามข้าใช่มั้ยว่าข้าจับเจ้ามาทำไม "
ริวจิพยักหน้า
" และเจ้าก็คิดว่าเจ้าไม่ใช่คนที่ข้าตามหาใช่หรือไม่ "
ริวจิก็พยักหน้าเช่นเดิม
" แต่ผิดแล้วละ เจ้าคือคนที่ข้าตามหา "
คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ริวจิถึงกับระวังตัว ถึงจะไม่มีอาวุธ แต่เขาก็ถอยหลังไปจากอีกฝ่าย เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายแสดงจุดประสงค์ของเขาออกมา
" ไม่ต้องกลัวไป ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย "
เขาพูดพร้อมกับโยนดาบปีศาจและแหวนมิติของริวจิคืนให้กับเขา
ริวจิรับไว้อย่างนิ่มนวล พร้อมกับทำการตรวจเช็กของของเขาอย่างรวดเร็ว
" ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้เปิดดูของ ของเจ้าแม้แต่ชิ้นเดียวสบายใจได้ "
ริวจิไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะไม่เปิดดู เขาตรวจดูด้วยตนเอง จนครบ และรู้ว่าไม่มีสิ่งใดหายไปจริงๆ และตอนนี้ริวจิก็พอจะเชื่อแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาทำร้ายเขาจริงๆ ทำไมหนะหรอ ก็เพราะว่าอีกฝ่ายโยนอาวุธคืนให้เขา
แต่ทันใดนั้น ยังไม่ทันที่ริวจิจะพูดอะไรออกมา
" เจ้าอยากจะรู้ใช่หรือไม่ ว่าทำไมข้าถึงจับเจ้ามา "
ริวจิพยักหน้า
" ข้าไม่มีทางเลือก ข้าต้องขอโทษที่ต้องใช้วิธีนี้ แต่เพราะว่าการตามตัวเจ้านั้นยากเหลือเกิน เจ้าเข้ามาและหายไปราวกับภูตผี "
ริวจิตั้งใจฟังพร้อมกับระวังตัวไปด้วย แต่สิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นก็ไม่ผิดนักหรอก เพราะเขาเข้ามาที่นี่แปปๆ ก็ออกไปแล้ว
แต่สิ่งที่เขาพูดออกมานั้นทำให้ริวจิถึงกับผงะ
" แต่ข้าก็พอที่จะเข้าใจถึงเหตุผลนั้น ก็เพราะว่าดินแดนของเจ้าคือดินแดนที่ 32 "
เขารู้ได้ยังไง นี่คือสิ่งที่ริวจิคิด
------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 304 สาเหตุในการลักพาตัว
ความคิดของริวจิมันตีกันไปหมด เขาพยายามหาเหตุผลว่าทำไม Zos ถึงได้รู้เรื่องนี้ได้ เพราะเขาไม่เคยบอกและไม่เคยเผยแพร่ข้อมูลส่วนนี้ให้ใครรู้เลยแม้แต่คนเดียว
แต่ทันใดนั้น Zos ก็ได้พูดต่อ
" เจ้าคงอยากรู้ใช่มั้ยละ ว่าทำไมข้าถึงรู้เรื่องนั้น "
ริวจิไม่ได้ตอบรับว่าเขามาจาก Server ที่ 32 แต่ Zos ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจถึงแม้ริวจิจะไม่เห็นใบหน้าของเขา ณ เวลานี้ก็ตาม ริวจิสัมผัสมันได้ผ่านเสียงของเขา
ริวจิก็เริ่มที่จะคิดแล้วว่า อัศวินเพี้ยนคนนี้ อาจจะรู้เรื่องของเขามากกว่าที่เขาคิดก็เป็นได้ ดังนั้นเขากล่าวถามขึ้นทันที โดยการพยายามบ่ายเบี่ยง
" ทำไมถึงคิดว่าเป็นข้าละ คนข้างในนี้มีไม่รู้กี่หมื่นกี่แสน "
เท่านั้นแหละ Zos ก็ได้หัวเราะดังขึ้นมาทันที
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
" ข้าชื่นชมในการพยายามปกปิดความลับของเจ้า แต่อย่าทำมันอีกเลย มันไม่มีประโยชน์อันใด เพราะข้ารู้เรื่องของเจ้าหมดแล้ว "
แต่แล้วที่จริงนั้น Zos เขาไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าริวจิคือ Japan หรือไม่ เขาแค่เล่นเกมวัดใจ และกำลังโยนหินเพื่อถามทางไปเท่านั้น แต่ว่าข้อมูลที่ว่า Japan มาจากดินแดนที่ 32 นั้นเขามีข้อมูลมาอยู่แล้ว เนื่องจากเขารับรู้ว่ามีคนที่มีเชื้อสายราชวงศ์เข้ามาในนี้ 2 คน และหนึ่งในนั้นถูกริวจิจัดการไปในการประลองภายใน Rule มันจึงสร้างข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของเขา และเกิดข้อสมมุติฐานขึ้นมากมาย และส่วนตัว Zos นั้น เขามั่นใจว่า ริวจิจะต้องไม่ได้มาจาก Server ที่ 30-31 อย่างแน่นอน เพราะถ้าพวกเขามาจาก Server เดียวกัน พวกเขาคงไม่ต่อสู้กันภายใน Rule และมี% น้อยมากที่คนที่มาจาก Server เดียวกันจะมีเชื้อสายราชวงศ์ ดังนั้นความคิดเดียวของเขาจากการตั้งสมมุติฐานก็คือ ริวจิจะต้องมาจาก Server ที่ 32 อย่างแน่นอน
ส่วนทางด้านริวจิ เขาคิดว่า Zos นั้นรู้มาก นี่คือข้อเสียเปรียบของเขา ในการที่เข้าๆออกๆและไม่มีการสร้างพรรคพวกหรือสายข่าวทำให้เขามีข้อมูลข้างในนี้น้อยมาก ถ้าหากเทียบกับคนอื่นๆที่อาศัยอยู่ข้างในนี้
ดังนั้นริวจิไม่รู้ว่า Zos นั้นไม่รู้ จึงได้เอ่ยปากพูดขึ้น เพราะเขามั่นใจว่าชายตรงหน้าน่าจะไม่มีเจตนาดีไม่ดีต่อเขาจริงๆ
" แล้วท่านจับข้ามาด้วยเหตุผลอันใด "
คำพูดของริวจิมันกลายๆว่าเขานั้นยอมรับแล้วว่าตนคือ Japan และ Zos ก็ฉลาดพอที่จะรับรู้ถึงเหตุผลนั้น เขาเผยรอยยิ้มออกมา แต่ริวจิไม่ได้เห็นมันหรอก เพราะเขาอยู่ภายใต้ชุดเกราะ ก่อนเขาจะพูดต่อ
" เปลี่ยนสถานที่คุยกันเถอะ ข้ารู้สึกว่ามันเป็นการไม่ค่อยให้เกียรติเจ้าเท่าไหร่นัก ที่จะต้องมาพูดคุยในห้องคุมขัง "
ริวจิก็ไม่ได้ปฏิเสธ แต่เขาก็ระวังตัวทุกฝีก้าว เขาเปิดใช้โลเกียตลอดเวลา พร้อมกับธาตุอื่นๆก็เตรียมพร้อมเช่นเดียวกัน เอาง่ายๆคือพร้อมรบ ถ้าหากอีกฝ่ายคิดไม่ซื่อ แต่ตอนนี้เขาต้องตามน้ำไป เขาจะได้ทั้งข้อมูลและเอาตัวรอดในเวลาเดียวกัน
เดินตาม Zos มาสักพัก เขาก็พบกับห้องโถงกว้าง จากนั้นเขาก็เชิญให้ริวจินั่งลง ภายในโถงนี้มีแค่พวกเขาเพียงสองคน มันดูเป็นส่วนตัวมาก
ถึงริวจิจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายให้เกียรติเขาโดยการไม่ให้พรรคพวกเขามายุ่มย่าม แต่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่อยู่ข้างนอกหนิ ตอนนี้เขาไม่มีสกิลตรวจสอบ ดังนั้นเขาไม่รีรอ รีบส่งสายตาทำให้อีกฝ่ายรีบพูดโดยทันที และดูเหมือน Zos ก็จะรู้สึก
เขาถอนหายใจหนึ่งที ก่อนที่จะพูดขึ้น
" ข้าจะไม่อ้อมข้อมอะไรเท่าไหร่นักนะ ข้าขอพูดตรงๆ "
ริวจิพยักหน้า
" การที่เจ้าเข้าออกที่นี่ได้บ่อยครั้งแสดงว่าดินแดนของเจ้ายังไม่แหลกสลายใช่หรือไม่ "
ริวจิเริ่มวิเคราะห์ทันที และเมื่อคิดถี่ถ้วนแล้ว เขาก็ตอบไปตามความจริง
" ใช่ "
เขาพอจะรู้ว่าคำว่าแหลกสลายหมายถึงอะไร มันก็คงน่าจะประมาณว่าโลกเต็มไปด้วยซอมบี้และผู้คนถูกฆ่ากันหมดนั่นแหละ
" เข้าใจละะ "
มันแสดงถึงความอิ่มเอมใจผ่านน้ำเสียงของเขา ก่อนที่เขาจะพูดต่อ แต่ริวจิก็ได้เบรกเอาไว้
" ช้าก่อน ! เราจะเปลี่ยนกันถามคนละคำถาม "
Zos หยุดชะงักไป ก่อนจะยินยอม ผายมือให้ริวจิถาม
" ท่านมาจาก Server ใด "
" หนึ่ง "
ริวจิตกใจในคำตอบเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า
" ตาของข้าบ้างนะ "
" ธาตุลมของเจ้าเป็นเชื้อสายราชวงศ์ใช่หรือไม่ "
" ไม่ "
ริวจิตอบตามความจริง เพราะเขาอยากให้คนอื่นรู้เพียงแค่เขามีความสามารถในการใช้ธาตุลมแค่อย่างเดียว นั้นคือสิ่งที่เขาต้องการให้คนอื่นคิดแบบนั้น
" ถ้าข้าบอกว่าข้ามาจาก Server ที่ 33 ท่านจะเชื่อหรือไม่ "
เขาอยากจะรู้ว่าเขาเป็น Server สุดท้ายใช่หรือไม่ เพราะเขาจะไปรู้ละ Zos อาจจะปั้นน้ำเป็นตัว และหลอกเขาให้ยอมรับก็ได้ และถ้าหากคำตอบของ Zos ก็มี เขาก็จะหลุดออกไป และพลิกลิ้นไม่ยอมรับว่าเขาคือ Japan มันอาจจะมี Server ที่ 33 34 35 ขึ้นไปก็ได้
แต่เมื่อได้ยินคำพูดของริวจิ Zos ก็ขำหัวเราะอีกครั้ง ก่อนจะพูดขึ้น
" Server 32 เป็น Server ล่าสุดแล้วละ มันไม่มี Server 33 หรอกนะ ดูเหมือนเจ้าจะไร้ซึ่งข้อมูลนะ "
กลับกลายเป็นว่าตอนนี้เขาโดนสวนกลับมาซะอย่างงั้น
แต่จังหวะนั้นเอง Zos ก็ได้พูดขึ้น
" คำถามต่อไป ไม่สิ จะเรียกว่าคำถามก็ไม่ใช่ มันควรจะเป็นคำขอร้องมากกว่า "
ได้ยินแบบนี้ริวจิก็งงสิ อัศวินเพี้ยนนี้ หลังจากหักหน้าของเขาแล้ว และยังจะมาพูดอะไรแบบนี้อยู่อีก เขางงไปหมดแล้วตอนนี้ แต่ริวจิก็ไม่ได้พูดอะไร ทำให้ Zos พูดต่อ
" ข้าขอเปลี่ยน Server ไปยัง Server ของเจ้าได้หรือไม่ "
------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 305 เรื่องราวของ Server
ริวจิหยุดชะงักไปครู่หนึ่งหลังจากได้ยินคำพูดของ Zos และคิดว่ามันเป็นได้ไปด้วยเหรอในการทำแบบนั้น แต่เมื่อคิดถึงการเปลี่ยนประตูเชื่อมของ Black Market เขาก็คิดว่ามันก็มี % ที่จะเป็นไปได้ ตอนนี้เขาเสียเปรียบในการเจรจาจริงๆนั่นแหละ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายก็รู้ไต๋ของเขาหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงถามไปตรงๆ
" ที่ท่านพูดมาหมายความว่ายังไง "
ได้ยินริวจิพูด เขาก็รู้ได้ทันทีว่าริวจิไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ เขากระแอ่มหนึ่งครั้งก่อนที่จะพูดต่อ
" ก็ตามที่ข้าพูดไปนั่นแหละ "
" ฟังนะเจ้าหนู ! ข้าจะพูดเรื่องอะไรให้เจ้าฟัง "
ริวจิไม่ได้ตอบโต้อะไร แต่เขาคิดในใจว่าอยู่ดีดีเขากลายเป็นเจ้าหนูไปตั้งแต่ตอนไหน
" มันเป็นเรื่องที่มีเพียงคนกลุ่มน้อยเท่านั้นที่จะรู้ แต่ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง "
ริวจิไม่ขัดให้เขาพูดต่อ และเขาก็เริ่มร่ายทันที
" ข้าค่อนข้างมั่นใจว่าเจ้าเป็นคนแรกที่เข้ามาในชั้นนี้เป็นคนแรกใน Server ของเจ้า และข้าเอาหัวเป็นประกันว่าเจ้าจะต้องได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบเป็นแน่แท้ "
เขาพูดถูกทั้งหมด ริวจิเป็นคนแรกและได้ยินเสียงระบบอย่างที่เขาพูดจริงๆ
" แต่สิ่งที่ข้าจะบอกก็คือ Server มันไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง 32 Server หรอกนะ "
มันทำให้ริวจิตกใจ เขาคิดว่าระบบมันต้องสร้าง Server มาพร้อมกันทั้ง 32 เพื่อให้ผู้เล่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์พร้อมๆกัน แต่คราวนี้เขาไม่หยุดให้เขาพูดต่อ ริวจิพูดขึ้นสวน
" ท่านมีหลักฐานหรือไม่ "
ได้ยินริวจิพูด เขาก็หัวเราะ พร้อมกับพูดขึ้น
" ฮ๋า ฮ่า ฮ่า ถามได้ดี เจ้าเป็นคนที่มีไหวพริบ และไม่หลงเชื่อคนอื่นง่ายๆ "
" แต่ข้าสามารถยืนยันเรื่องนั้นได้ เพราะข้ามาจาก Server ที่ 22 "
แน่นอนว่าริวจิยังไม่ปักใจเชื่อ 100% แต่เขาไม่ได้ขัด เขาต้องการให้อีกฝ่ายเผยข้อมูลออกมาให้มากกว่านี้ รวมถึงเจตนาที่แท้จริงของเขา
เมื่อเห็นริวจิไม่พูดอะไรต่อ Zos ก็ได้พูดต่อทันที
" ข้าจะขอพูดตรงๆกับเจ้าเลยแล้วกัน Server ของข้านั่นมันล่มสลายไปแล้ว ข้าไม่มีที่ให้กลับไปอีกแล้ว มีเพียงภายในนี้เท่านั้นที่จะทำให้ข้ามีชีวิตรอดต่อไป มันไม่ต่างอะไรจากคุกเลยแม้แต่น้อย "
ริวจิฟังน้ำเสียงของเขา มันดูเศร้าสร้อย เขาดูเศร้าจริงๆถ้าฟังจากน้ำเสียงของเขา แต่เรื่องแบบนี้มันแสดงได้
" ข้าเข้าใจเจตนาของท่านแล้ว แต่อย่างที่ท่านพูดข้าไร้ซึ่งข้อมูล ท่านต้องตอบคำถามที่ข้าต้องการเสียก่อน ข้าไม่มั่นใจว่ามันจะมีกี่คำถาม จากนั้นเราถึงจะพูดคุยกันถึงเรื่องของท่าน "
" ตกลง "
Zos เขาไม่ลังเลเลยเมื่อได้ยินคำพูดของริวจิ และเมื่อริวจิได้ยินเขาก็ยิงคำถามใส่ Zos ทันที
เริ่มด้วยริวจิถามกับ Zos ว่า เขาเป็นคนแรกที่เข้ามาที่นี่รึเปล่า ซึ่งคำตอบก็คือใช่ ส่วนคำถามต่อมา ริวจิก็ถามถึงระยะเวลาที่ Server ที่ 2 ได้เข้ามาที่นี่ และคำตอบก็คือราวๆ 3 ปี เมื่อได้ยินคำตอบริวจิก็ได้คาดเดาเอาเองว่า Server ต่อไป มันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ Server แรกได้ล่มสลายไปแล้ว แต่มันไม่มีอะไรมียืนยัน ซึ่ง Zos เขาไม่สามารถบอกริวจิได้หมดและแม่นยำ 100% ถึงระยะเวลาของคนถัดๆไปของแต่ละ Server เพราะเมื่อ Server มีมากขึ้นเรื่อยๆ คนก็จะยิ่งเยอะ และแน่นอนว่ามันยากต่อการสืบข้อมูล
" ข้าต้องขอโทษท่านก่อนที่ข้าจะถามคำถามต่อไป เพราะมันอาจจะกระทบกับจิตใจของท่าน "
ได้ยินริวจิพูด Zos ก็ไม่ได้อะไร เขาตอบตกลง เหมือนเขาจะรู้สิ่งที่ริวจิจะถามคร่าวๆ
" เหตุผลอันใดกันทำให้ Server ของท่านล่มสลาย "
ริวจินั้นมั่นใจว่า Zos แข็งแกร่งอย่างแน่นอน ถึงจะเคยต่อสู้กับเขาแค่เพียงครั้งเดียว
" มันคือ Boss ระดับ S "
ริวจิผงะถึงจะพอจะรู้แล้วว่าคำตอบน่าจะเป็นแบบนี้ แต่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้อยู่ๆร่างกายของ Zos ก็ดูสั่นๆ ดูเหมือนเขาจะกลัว และฝังใจ เขาต้องเจอเรื่องร้ายๆมาไม่น่อยเลยละ
ริวจิไม่พูดอะไรเขาให้ Zos พูดต่อ
" มันเป็นตัวตนที่แข็งแกร่ง ข้างกายของมันยังมีสี่จตุรอาชา คอยปกป้องและกำจัดศัตรูที่ปองร้ายเจ้านายของมัน ข้ารู้เหตุผลที่เจ้าถามคำถามนี้กับข้า เจ้าคงอยากที่จะประเมินความแข็งแกร่งของมันสินะ แต่ว่าข้าและพรรคพวกไม่เคยต่อสู้กับ Boss หรอก ข้าเสียใจด้วย เพราะเพียงแค่พวกสี่จตุรอาชา พวกเราก็ได้พลาดท่าจนได้หนีเข้ามาภายในนี้ ถึงตอนนั้นข้าจะยังแข็งแกร่งไม่เท่ากับตอนนี้ แต่ถึงแบบนั้นข้าก็ไม่มั่นใจเลยว่าด้วยความแข็งแกร่งของข้าในตอนนี้ ข้าจะสามารถเข้าไปถึง Boss "
ได้ฟังคำพูดของ Zos ริวจิก็รู้ได้ทันทีว่า Gate ระดับ S นั้นมันต้องยากเอามากๆ และมีโอกาสมากเลยที่พวกเขาจะพ่ายแพ้ถ้าหากเขายังไม่สามารถเลื่อนระดับไปขั้นที่ 6 ได้เป็นอย่างน้อย
ริวจิไม่มั่นว่ามันจะเป็น Boss ตัวเดิมรึเปล่าที่จะปรากฏตัวออกมาใน Gate ต่อๆไป แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเสียงถ้าหากเขารู้ถึงความสามารถของสี่จตุรอาชา
" คำถามสุดท้าย "
" ข้าอยากจะทราบถึงข้อมูลของสี่จตุรอาชา และหลังจากนั้นเราจะมาพูดคุยถึงเรื่องการย้าย Server "
------------------------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 306 4 จตุรอาชา
ได้ยินสิ่งที่ริวจิพูด Zos ก็ไม่มีทางเลือก แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินกว่าแรงของเขาอยู่แล้ว แต่จู่ๆ เมื่อปากของเขากำลังจะเปิดปากขึ้น อยู่ๆร่างกายของเขาก็สั่น ราวกับว่าเขากำลังนึกถึงเรื่องสยดสยอง ที่มันน่ากลัว และมันฝั่งเข้าไปอยู่ในจิตสำนึกของเขา
ริวจิรับรู้ แต่เขาไม่ได้พูดอะไร เขาไม่เคยมีประสบการณ์หนีตายแบบ Zos หรือคนอื่นๆ แน่นอนว่าเขาไม่รู้หรอกว่าการพ่ายแพ้รสชาติมันเป็นเช่นไร ส่วนหนึ่งก็มาจากการดวงดีของเขา ถึงเขาจะมีดวง แต่ถึงแบบนั้นมันก็มีความสามารถในการประเมินและการพัฒนานหลายๆด้าน ช่วยให้มีกำลังพอให้ทางที่เขาก้าวเดินมา แต่ถึงเขาจะไม่เคยรู้ว่าความพ่ายแพ้เป็นอย่างไร แต่แน่นอนริวจิเคยเจอกับความสูญเสีย คนแรกก็คือพ่อของเขา และพลเมืองที่กรุงโตเกียว ที่โดนฆ่าล้างไปตอนที่ซอมบี้บุกเข้าโจมตี
Zos ตะกุกตะกักอยู่ชั่วครู่ ไม่นานเสียงของเขาก็ได้ดังขึ้น
" ข้าอยากรู้ว่าเจ้าอยากจะรู้ข้อมูลของพวกมัน แต่อย่างที่ข้าบอกไป ข้าได้พ่ายแพ้ให้พวกมันก่อนจะได้เข้าถึงตัว Boss เสียอีก ถ้าเจ้าอยากรู้ข้อมูลเชิงลึก ข้าเกรงว่าข้าจะไม่สามารถตอบเจ้าได้ "
Zos เขาตอบไปตามความจริง ซึ่งริวจิไม่ได้เกี่ยงอะไร เขาแค่อยากจะรู้ข้อมูลของพวกมันเพียงเท่านั้น ถึงจะเล็กน้อยเท่าไหร่ก็ตาม
เมื่อเป็นดั่งนั่น Zos เขาก็พูดขึ้นทันที
" พวกมันกล่าวขานเรียกตัวของพวกมันเองว่า 4 จตุรอาชา "
" ทหารทุกตนล้วนขึ้นขี่บนหลังม้าที่แตกต่าง มีสามตนที่ใช้อาวุธและอีกหนึ่งที่น่าจะเป็นจอมเวท จอมเวทตนนี้ที่อยู่แนวหลังสุดมีธาตุไฟและมีความสามารถในการทำลายล้างที่สูง แต่ก็สามารถหลบหลีกการโจมตีระยะประชิดได้ดี แนวหน้าตนแรก มันมีธาตุดิน ผิวหนังของมันแข็งเกินกว่าจะเรียกกว่าผิวหนัง มันบ้าพลังไม่ต่างอะไรกับสัตว์ร้ายที่โหยหาการต่อสู้ แนวหน้าตนที่สอง ธาตุน้ำ มันฉลาดเป็นกรด เจ้าเล่ห์ และที่สำคัญมันชอบการฆ่าเป็นชีวิตจิตใจ ส่วนแนวหน้าตนสุดท้าย ข้าไม่มั่นใจในธาตุของมัน ..."
ในจังหวะนี้อยู่ๆ Zos ก็ได้สะดุดไปอีกครั้ง เขารู้สึกกลัว และภาพในอดีตมันก็ตามหลอกหลอนเขา
" แต่. ข้าสั่งเกตเห็นสายฟ้าได้แพร่ออกมาจากร่างของมัน นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่ข้ามีแล้ว "
เขารีบตัดจบ ดูเหมือนการเล่าเรื่องแบบนี้มันจะทำให้เขานึกถึงเรื่องแย่ๆและอดีตที่ไม่น่าจดจำ ซึ่งริวจิก็ไม่ได้อะไร เขารู้ธาตุของพวกมันทั้งสี่แล้ว เหลือแค่ตัวของ Boss แต่เขาก็ได้เดาเอาไว้แล้วประมาณหนึ่งแล้วแหละ แต่ว่าสิ่งที่เขาแปลกใจก็คือคำพูดสุดท้ายของ Zos
" ธาตุสายฟ้างั้นเหรอ ! ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยแฮ่ะ "
เขาสงสัยว่าธาตุสายฟ้ามันจะมีความสามารถยังไง และถ้าเทียบกับความมืดของเขา มันจะเป็นยังไง มันเกิดคำถามขึ้นเล็กๆในใจของเด็กหนุ่ม
เมื่อคุยเรื่องนี้จบ ริวจิก็ไม่ผิดสัญญา เขากล่าวถามขึ้นถึงเรื่องย้าย Sever ทันที และ Zos ก็ให้คำตอบมาว่า
Sever ที่ล่มสลายไปนั่นจะไม่สามารถก้าวผ่านไปในด่านถัดไปได้ พวกเขาทำได้เพียงรอความตายในสถานที่แห่งนี้เพียงเท่านั้น หนทางเดียวของพวกเขาที่จะก้าวผ่านไปในด่านต่อไปมีเพียงหนึ่งเดียวก็คือ พวกเขาเหล่านั้นต้องได้รับการยินยอมของผู้เล่นที่เข้ามาภายใน Black Market ชั้นที่ 4 เป็นคนแรกใน Sever ที่ยังไม่ล่มสลายอยู่เท่านั้น
เมื่อริวจิได้ฟังคำพูดของ Zos มันฟังดูเหมือนง่าย ไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยนสัญชาติเลย จะว่าไปการที่จะเปลี่ยนสัญชาติในสมัยก่อนยังยุ่งยากกว่านี้ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า
แต่ริวจิยังไม่ได้ตอบตกลง 100% เขาแค่บอกว่าจะพูดคุย เขาให้คำตอบกับ Zos ไปว่า เขาต้องการอยากรู้ว่า Zos นั้นเชื่อใจได้ 100% รึเปล่า เพราะถ้าเขาพา Zos ไป และเขาไปมั่วบ้านงาน มันไม่ต่างอะไรกับการพาสัตว์ประหลาดเข้าบ้านตัวเองเลย ดังนั้นมันต้องใช้เวลาในการสร้างความเชื่อใจ และริวจิก็หวังว่า Zos จะเข้าใจ เขาดูซึมเล็กน้อย แต่ริวจิก็ปลอบใจไปว่า เขาจะไม่มีทางตายอยู่ในที่แห่งนี้แน่นอน เขาสัญญา มันต้องเป็นกระบวนการ และริวจิก็พูดเหตุผลให้กับ Zos ฟังไปตรงๆ และเขาก็เข้าใจ สุดท้ายริวจิก็ได้ออกมาจากสถานที่นั่น โดยสัญญาว่าจะมาหา Zos อีกเมื่อมีเวลาและจะฟังข้อมูลต่างๆจากเขา ตอนนี้เขามีเรื่องที่ต้องทำ
หลังจากออกมาจากสถานที่อยู่ของ Zos ริวจิก็มุ่งหน้าไปยังที่ๆหนึ่ง มันค่อนข้างที่จะเก่าและทรุดโทรม แต่ไม่รู้ทำไม กลิ่นอายและความรู้สึก มันช่างดึงดูดริวจิให้ย่างก้าวเข้าไปเหลือเกิน
และเมื่อเขาได้เปิดประตูบานเก่าบานนี้เข้าไปนั้น ความมืดก็ได้แผ่เข้าสู่ดวงตาของเขา และไม่นานหลังจากเขาเปิดประตู มันก็ได้ปิดลงโดยอัตโนมัติ
พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น
" ล่าสุดที่เราพบกันนั้นมันเมื่อใดกันนะ เจ้าจำมันได้หรือไม่ "
รูปร่างตัวสีขาวเผือก หูแหลม แต่งตัวด้วยชุดสูทสีดำ ดูแล้วเป็นคนที่เรียบร้อยเอามากๆ พร้อมกับผมที่เป็นสีขาวสวมหมวก แฟนตาซี ใช่แล้ว เขาก็ Lask
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากกดติดตามกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ