อภินิหารศาสตราวุธ

    ตอนที่​ 143 สำนักนอกรีต​

    ตอนที่​ 143 สำนักนอกรีต​

    "เกือบถูกแล้วละ"

    "แต่คนนี้คือ เจ้าสำนักพยัคฆ์​ ตัวจริง"

    "แต่ข้างใน​คือ ข้า ซือฟาง แห่งสำนักโลหิตสมิง​ตะหาก"

    ซือฟางตอบออกมาเป็นรางวัลแก่อีกฝ่ายที่เหลือรอดมาได้จากการลอบจู่โจม​ของตน

    ตอนนี้เจ้าสำนักพยัคฆ์​ ที่ได้ตายไปเรียบร้อย​แล้วถูกซือฟางเข้ายึดครอง​ร่างกาย​ไป

    หรือกล่าวได้ว่า รูปร่าง​ภายนอกคือเจ้าสำนักพยัคฆ์​ แต่จิตใจ​เป็น ซือฟาง

    "ทำได้ยังไงกัน"

    อาวุโส​จากสำนักอินทรีไม่เข้าใจ​อีกฝ่ายใช้วิชานอกรีต​อะไรกันแน่

    ด้วยกาลเวลาที่ล่วงเลยมาเป็นเวลานานเกินร้อยปีหลังจาก​สำนักนอกรีต​ ที่มีทักษะ​ วิชานอกรีต​ทั้งหลายถูกทำลายลงไป

    จนทำให้วิชานอกรีต​ต่างๆล้วนถูกทำลายลงไปด้วยแต่แม้ว่าจะยังมีวิชานอกรีตหลุดรอดออกมาได้ ก็ถูกเก็บเอาไว้อย่างมิดชิดจนยากที่ใครจะหยิบอออกมาใช้ได้อีกนอกเสียจากเป็นคนของสำนักนอกรีตเท่านั้น​ที่ต้องรู้จักวิชานอกรีต​ของสำนักตัวเองอย่างดี

    ส่วนอาวุโส​ที่เคยเข้าร่วมกำจัดสำนักนอกรีตก็ล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา แม้บางคนจะยังคงมีชีวิต​อยู่แต่ก็ล้วนลืมวิชานอกรีต​ที่หายสาบสูญ​ไปนานแล้วเช่นกัน​

    "ปราณ​จิตขั้น 6 โลหิตปราณ​ กับขั้น 7 สร้างจิตวิญญาณ​ ไงละ"

    ซือฟาง ที่คิดว่าอีกฝ่ายไม่มีทางรอดไปได้อยู่แล้วจึงตอบให้อีกฝ่ายหายสงสัย

    ซือฟาง ที่ใช้วิชา โลหิต​ปราณ​นอกจากจะนำโลหิตมาสร้างตัวตนของเจ้าของโลหิตนั้นได้แล้วยังสามารถ​ใช้โลหิตที่ใส่จิตวิญญาณ​ของตนย้ายเข้าไปในร่างกาย​คนอื่นได้ด้วย

    เมื่อโลหิตปราณ​ของซือฟางเข้าสู่ร่างกาย​เจ้าสำนักพยัคฆ์​เสร็จ​แล้วก็จัดการครอบครอง​ร่างกาย​เจ้าสำนักพยัคฆ์​ให้ตกเป็นของตัวเองอย่างสมบูรณ์​ทันที

    "ปราณ​จิตขั้น 6 กับขั้น 7 รึ"

    อาวุโส​จากสำนักอินทรีที่ได้ยินเช่นนั้นต้องระวังตัว​ขึ้นมาทันที เมื่อตอนนี้ตนเองกำลังเผชิญหน้า​กับศัตรู​ที่แสนร้ายกาจ​สามารถ​บรรลุปราณ​จิตขั้น7 ได้

    "ในที่สุด​ก็ยอมขยับตัว​เสียทีนะ"

    เสี่ยหาย ที่มั่นใจมากว่าซือฟางต้องไม่ตายอย่างแน่นอน​ เมื่อมองเห็นสภาพศพของซือฟางที่ถูกท่าไม้ตายดาบผ่าสวรรค์​ ผ่าร่างกาย​ออกเป็นสองท่อนขึ้นมา

    โดยสภาพศพซือฟางที่ไม่มีเลือดไหลออกมาจากตัวศพแม้แต่น้อย​เลย จึงเป็นหลักฐานชั้นดีว่าซือฟางต้องใช้วิชาเอาตัวรอดได้แน่

    "นอกจากจะแช่งข้า เจ้ายังสู่รู้​เหมือนเดิม"

    ซือฟาง ที่ด่าสวนกลับ​ทันทีเมื่ออีกฝ่ายแช่งตัวเอง​ออกมาหลายรอบหลายคราว

    "เสี่ยหาย จากสำนักเดือนเพ็ญ"

    "ซือฟาง จากสำนักโลหิตสมิง"

    "แบบนี้แสดงว่า สำนักนอกรีตในอดีต ล้วนแต่มีผู้รอดชีวิต​กันหมดเลยรึเนี่ย"

    อาวุโส​จากสำนักอินทรีที่เริ่มวิตกกังวล​กับสิ่งที่ตนเองคิดมากที่สุด​ในตอนนี้ออกมาแม้ว่าจะยังไม่แน่ใจ​ว่ามี สำนักนอกรีตแห่งใดบ้างที่มีผู้รอดชีวิต​แล้วมีผู้รอดชีวิต​กี่คนกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแบบใดล้วนแต่​เป็นสัญญาณ​ที่ไม่ดีต่อสำนักตนเอง และทุกคนในทวีปแห่งนี้อย่างมาก

    "ต้องรีบกลับไปรายงาน​แก่เจ้าสำนักโดยเร็วที่สุด"

    อาวุโส​จากสำนักอินทรี​ที่เหลือรอดคนสุดท้าย​จากการมาตรวจสอบ​สถานที่เกิดเหตุ​คิดหาทางรอดในทันที เมื่อตอนนี้​หากต่อสู้​กันต่อไปก็ไม่สามารถ​โค่นศัตรู​ที่ร้ายกาจ​ทั้งสองคนนี้ได้แน่

    จากนั้น​กระบี่​จำนวนมากปรากฏ​ออกมารอบตัวอาวุโส​แห่งสำนักอินทรีในพริบตา​

    "คิดจะเอาชีวิต​เข้าแลกรึไง"

    ซือฟาง ยิ้มเยาะ​ขึ้นมามองดู​หมาจนตรอก​ด้านหน้า​ที่ตัดสินใจ​จะทุ่มพลังโจมตี​ทั้งหมด​ออกมา

    "วิชา กระบี่พันมายา"

    กระบี่พันมายา เกิดจากปราณ​จิตขั้น 4 กับขั้น 5ผสานรวมกัน ก่อเกิดกระบี่หลายพันเล่มรอบด้านในพริบตา​

    ฟุ่บ เฟี้ยว

    กระบี่พันเล่มลอยตรงเข้าหาศัตรู​ที่อยู่ด้านหน้า ด้านหลัง

    "เฮ้อๆ จะฆ่าเจ้าซือฟาง มาจู่โจม​ข้าได้กัน"

    เสี่ยหาย ที่จ้องมอง​กระบี่พุ่งตรงมาโจมตี​ใส่ตัวเองทั้งที่ไม่คิดว่าตนเองจะโดนเล่นงานไปด้วย

    "ดี หากกระบี่ฆ่าเจ้าปากหมาได้ ข้าจะดีใจอย่างมาก"

    ซือฟาง ที่แช่งอีกฝ่ายคืนกลับไปด้วยเช่นกัน​

    ดาบยักษา หมุนควงไปมาอย่างรวดเร็ว​ดั่งโล่อันแข็งแกร่ง​ที่เตรียมป้องกัน​วิชา กระบี่พันมายา ของฝ่ายตรงข้าม​ทันที

    ในขณะที่​เสี่ยหายใช้สามง่ามหมุนควงแบบเดียวกัน​ เพื่อรับมือกับ กระบี่พันมายา ตรงหน้า

    ...

    เวลาผ่านไปสักพัก

    หลังจาก​ที่ซือฟาง กับ เสี่ยหายที่ใช้ศาสตราวุธ​ตนเองเตรียมตัว​รับมือ​การโจมตีของอีกฝ่ายกับไม่มีเสียงปะทะกันของอาวุธ​ดังขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย​

    กระบี่พันมายาของอาวุโส​จากสำนักอินทรี ที่ถูกสร้างออกมาจำนวนมาก ล้วนหยุดอยู่ตรงหน้าศาสตราวุธ​ศัตรู​ทั้งสิ้น

    เฟี้ยว

    ในขณะที่​ศัตรู​ต่างมองดู​กระบี่พันมายาที่หยุดอยู่กับที่​จนเริ่มเอะใจบางอย่างออกมา ทำให้ใช้ศาสตราวุธ​เข้าไปสัมผัส​กับกระบี่พันมายาแทน

    "ภาพลวงตา"

    ตอนนี้ศัตรู​ต่างรู้สึก​ตัวแล้วว่าพวกตนเอง​ถูกอีกฝ่ายหลอกด้วย กระบี่ลวงตา จนปล่อยให้อาวุโส​จากสำนักอินทรีหนีรอดไปได้แล้ว

    "หนอย กล้าใช้กระบี่ลวงตา หลอกข้า"

    เสียงโกรธ​แค้นจากเสี่ยหายกับซือฟางดังออกมาพร้อมกัน​

    รีบค้นหาอาวุโส​จากสำนักอินทรีอย่างรวดเร็ว​

    "ไม่ต้องมองหาหรอก มันขี่กระบี่ลอยไปแล้ว"

    บุคคลลึกลับ ที่มาพร้อมกับ​ซือฟางและเสี่ยหาย กล่าวออกมา หลังจาก​ที่ปล่อยให้บุคคล​ทั้งสองแสดงฝีมือ​ออกมาอย่างต่อเนื่อง​จนตนเองเป็นเพียงผู้ชมเท่านั้น​

    "นั่นเองสินะ"

    เสี่ยหาย กับ ซือฟางจ้องมองบนท้องฟ้า​ทันทีที่ได้ยินบุคคล​ลึกลับ​บอกขึ้นมา

    แต่ทั้งสองกับพบว่าตอนนี้มีบุคคล​ลึกลับ​ที่ได้หายตัวจากด้านข้างพวกตนไปปรากฏ​บนท้องฟ้า​ไล่ตามอาวุโส​แห่งสำนักอินทรีไปเรียบร้อย​แล้ว

    "ต้องรีบแจ้งข่าวแก่เจ้าสำนัก"

    อาวุโส​จากสำนักอินทรี​ที่ใช้ปราณ​เต็มที่​ลอยกลับไปสำนักอินทรีอย่างรวดเร็ว​รีบหันกลับมามองด้านหลังจนต้องตกใจ เมื่อมีศัตรู​ไล่ตามตนเองมาทางท้องฟ้า​ได้อยู่ด้วย

    "ฮึ่ม แค่คนเดียวเอง"

    อาวุโส​จากสำนักอินทรีที่ชั่งใจว่าจะหันกลับมาเล่นงานอีกฝ่ายดี หรือทุ่มีสมาธิ​ไปกับการกลับสำนักอินทรี​ดีในตอนนี้

    "เอาสิ ตามมาเลย"

    "เมื่อถึงสำนักอินทรีเมื่อไร ก็ถึงวาระสุดท้าย​ของเจ้า"

    อาวุโส​จากสำนักอินทรีที่ตัดสินใจ​ได้เช่นนั้น​ จึงหันกลับมามองทิศทางของสำนักอินทรีเพื่อทุ่มพลังทั้งหมด​ออกไปในทันที