“ท่านปู่จะไปที่ใดเ้าคะ” จ้าวลู่ชิงเห็นท่านปู่ของนางสะพายกระบุงด้านหลังมีชายฉกรรจ์จำนวนสี่คนเดินตาม ท่านพ่อบอกว่าท่านปู่ไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อคุยเกี่ยวกับเื่บ่าวที่อพยพกันมาจนชาวบ้านแตกตื่นมิใช่หรือ
“ปู่จะขึ้นไปล่าสัตว์บนเขา”
“ข้าขอไปด้วยได้หรือไม่เ้าคะ” นางอยากไปสำรวจป่าอันอุดมสมบูรณ์ของหมู่บ้านในหุบเขาแห่งนี้
“ถ้าเ้าอยากร่วมหาเสบียงด้วยปู่ก็มิขัดขวาง”
จ้าวลู่ชิงกับสาวใช้ทั้งสองรีบวิ่งไปหากระบุงอย่างรวดเร็ว
ขณะกำลังเดินอยู่ในป่าจ้าวลู่ชิงก็เกิดสงสัยว่าชายฉกรรจ์สี่คนคือผู้ใด จะว่าเป็บ่าวในจวนนางก็ไม่เคยเห็นหน้า
พลเงาทั้งสี่นายรู้ว่าถูกจับจ้องแต่ใบหน้ายังนิ่งเฉย ปกติพวกตนจะไม่ปรากฏให้ใครเห็น ถ้ามิใช่ผู้มีวรยุทธ์แกร่งกล้าจริง ๆ จะไม่สามารถรู้ถึงการมีอยู่ของพวกตนได้
พอขึ้นมาบนเขาห่างไกลจากหมู่บ้านท่านปู่ของนางก็ใช้วิชาตัวเบาเหาะเหินไปตามยอดไม้เพื่อเข้าไปในป่าลึก
จ้าวลู่ชิงและสาวใช้วิ่งไปตามยอดไม้ตามหลังชายชรา ชายฉกรรจ์ทั้งสี่ต่างวิ่งอยู่ด้านข้างและด้านหลังคอยเป็องครักษ์
ประมาณครึ่งชั่วยามทุกคนเข้ามาถึงป่าลึกที่ชาวบ้านไม่สามารถขึ้นมาถึงได้ เพราะมีสัตว์ดุร้าย
“ชิงเอ๋อร์ไหวหรือไม่”
“ไหวเ้าค่ะท่านปู่”
จ้าวเฉิงยิ้มให้หลานสาวเล็กน้อย ถือเกาทัณฑ์ออกมาเตรียมพร้อมล่าสัตว์ บุรุษสี่คนภายในมือมีธนูและลูกธนูเตรียมพร้อมสำหรับยิง
ส่วนพวกนางสามคนไม่มีอาวุธมีแค่กระบุงที่สะพายอยู่บนหลังในระหว่างที่กำลังนึกถึงอาวุธดาบก็ถูกยื่นมาต่อหน้านาง
“ให้ข้า?”
เพียงแค่คนที่ยื่นให้พยักหน้านางก็กล่าวขอบคุณและหยิบมันมาถือเอาไว้ สาวใช้ของนางก็ได้รับดาบคนละเล่มจากพวกเขาเช่นเดียวกัน
จ้าวลู่ชิงหยุดเดินเมื่อจมูกได้กลิ่นอันคุ้นเคย
“คุณหนูเป็อันใดไป” ซูเซียงสงสัยว่าเหตุใดจ้าวลู่ชิงถึงได้หยุดเดินกระทันหัน
“พวกเ้าได้กลิ่นหรือไม่”
“กลิ่นอะไรหรือเ้าคะ” สาวใช้ทั้งสองขยับจมูกก็ยังไม่ได้กลิ่นอันใด นอกจากกลิ่นดินกลิ่นหญ้า
“โสม” จ้าวลู่ชิงคลุกคลีอยู่กับสมุนไพรมาั้แ่เด็กจนโตเพราะปู่ที่โลกเดิมของนางเปิดร้านขายสมุนไพรใหญ่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ ตอนที่นางเป็แพทย์ยังค้นคว้าทำวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรจีนมากมาย พอตีพิมพ์ก็ได้รับรางวัลจากสมาคมแพทย์แผนจีนโบราณ และหน่วยงานอื่น ๆ อีกมากมาย
พอคิดทบทวนนางอยากรู้ว่าตัวเองทำงานหนักขนาดนั้นไปเพราะเหตุใดกันนะ อายุแค่สามสิบก็เสียชีวิต สามีก็ยังไม่มี ชีวิตช่างน่าเศร้าเหลือเกิน
“หลานแน่ใจหรือว่าเป็กลิ่นโสม” จ้าวเฉิงถามหลานสาวที่ยืนทำจมูกเหมือนสุนัขกำลังดมกลิ่น
“แน่ใจเ้าค่ะท่านปู่ ข้าได้กลิ่นโสมจริง ๆ”
“ถ้าได้กลิ่นจริง พวกเราก็ตามกลิ่นไป” เคยเห็นหลานสาวใช้เวลาว่างจากการฝึกยุทธ์ อ่านตำรา ศึกษาเกี่ยวกับเื่สมุนไพรและยังมีท่านหมอหลวงสวีมาสอนวิชาแพทย์ จ้าวเฉิงจึงไม่ได้สงสัยว่าเพราะเหตุใดหลานสาวถึงรู้ว่ากลิ่นที่ได้เป็กลิ่นโสม
หากเป็โสมจริงพวกตนสามารถนำไปแลกเป็เงินได้ ตอนนี้ที่บ้านมีหลายปากหลายท้องต้องเลี้ยงดู บ่าวภักดีพวกนี้อุตส่าห์ดั้นด้นมาจนถึงหมู่บ้านจะขับไล่ก็ทำไม่ลงเพราะทุกคนอยู่ด้วยกันมานาน
จ้าวลู่ชิงเดินตามกลิ่นยิ่งเดินเข้าใกล้มากเท่าใดกลิ่นหอมของโสมคนก็ยิ่งแรงขึ้น
“น่าจะอยู่บริเวณนี้”
ทุกคนต่างช่วยกันมองหา อาวุธในมือกวัดแกว่งต้นหญ้า กิ่งไม้ที่ขวางทางออก
จ้าวลู่ชิงรีบพุ่งไปด้านหน้าบริเวณที่มีร่มรำไรเพราะโสมคนไม่ชอบแสงสักเท่าไหร่แถมนางยังได้กลิ่นของมันเข้มข้นขึ้น
“เจอแล้ว!” นางจำใบต้นโสมคนได้อย่างแม่นยำ “ใครเอามีดสั้นมาบ้าง” นางไม่มีอาวุธติดกายมาเลยสักอย่าง โสมคนจำเป็ต้องขุดเอารากอย่างระมัดระวัง
รับมีดสั้นจากท่านปู่ของนางมาขุดรากโสมอย่างระมัดระวัง จ้าวลู่ชิงยิ่งขุดลึกไปเท่าใดยิ่งตื่นเต้นโสมคนต้นนี้ลักษณะคล้ายคลึงกับมนุษย์เป็อย่างมากมีหัวแขนและขาสมบูรณ์
โสมคนมีลักษณะใกล้เคียงกับมนุษย์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งแสดงว่าโสมนั้นมีคุณค่าและขายได้ราคาแพง โสมต้นนี้แตกรากฝอยมากเหลือเกินทำให้นางจำต้องใช้ความระมัดระวังในการขุด
“คุณหนู นี่ใช่ต้นโสมคนหรือไม่” ซูเซียงอยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่งจั้ง (ประมาณ 3.33 เมตร) ชี้ไปยังต้นที่มีลักษณะใบเหมือนที่คุณหนูของนางกำลังขุด
จ้าวลู่ชิงหยุดมือที่กำลังขุด หันไปมองจึงเห็นว่าเป็โสมคนอีกต้น
“ใช่! นั่นคือต้นโสมคน” มิน่าล่ะนางถึงได้กลิ่นโสมเข้มข้นนัก ป่าแห่งนี้อุดมไปด้วยสมุนไพรหายากจริง ๆ โสมคนที่นางกำลังขุดดูแล้วอายุน่าจะถึงร้อยปีเพราะสภาพมันสมบูรณ์
“เ้าระวังอย่าให้รากโสมได้รับความเสียหาย”
“ขอรับ” พลเงากำลังจะลงมือขุดโสมอีกต้น ใช้ความระมัดระวังตามที่จ้าวลู่ชิงบอก
ระหว่างหลานสาวกำลังขุดโสมจ้าวเฉิงก็ดีดก้อนหินใส่กระต่ายที่อยู่ในพุ่มไม้
“ท่านผู้เฒ่าฝีมือเก่งกาจมากเลยเ้าค่ะ” ซูเซิงรีบวิ่งไปหยิบกระต่ายที่นอนสลบเพียงเพราะถูกก้อนหินดีดใส่ไว้ในกระบุง
ไก่ฟ้าที่ไม่รู้เซ่อซ่าโผล่มาจากไหนถูกก้อนหินดีดใส่จนสลบเช่นเดียวกับกระต่าย
จ้าวลู่ชิงขุดโสมคนขึ้นมาได้แบบสภาพสมบูรณ์ เด็ดใบไม้ห่ออย่างประณีตแล้วใส่ไว้ในกระบุงของตัวเอง
หลังจากขุดโสมคนเรียบร้อยแล้วพวกตนก็เดินหน้าล่าสัตว์กันต่อ จ้าวลู่ชิงเก็บสมุนไพรจนมือเป็ระวิง พืชที่เป็พิษในป่านี้ก็มีไม่น้อย นางเก็บพืชมีพิษใส่ถุงผ้าใบย่อมที่นำมาด้วย
ทุกคนเข้าป่าเก็บสมุนไพรและล่าสัตว์กันมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้ยามอู่ (11.00 – 12.59 น.) ได้มาพบเข้ากับฝูงกวาง จ้าวเฉิงกับพลเงากำลังน้าวคันธนูเล็งเป้าหมาย พลันท้องของหลานสาวก็ดังโครกครากจนฝูงกวางใ
แต่ทว่ากวางตัวใหญ่ห้าตัวก็มิพ้นถูกลูกธนูยิงสังหารภายในครั้งเดียว
“ท่านปู่ฝีมือร้ายกาจมากเ้าค่ะ พวกท่านทุกคนเช่นกัน”
“คุณหนูทำแบบนี้มันหมายความว่าเช่นไรเ้าคะ” ซูเซียงยกนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างขึ้นเลียนแบบที่จ้าวลู่ชิงทำ
“เป็ท่าทางการชมเฉยคนที่ฝีมือร้ายกาจ”
พลเงาที่หน้านิ่งตลอดเวลาต่างยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นทำตามจ้าวลู่ชิงด้วยความฉงน
“พวกเรารีบกลับกันเถอะ เข้ามาในป่าลึกครั้งนี้ได้กวางอวบอ้วนห้าตัว ” จ้าวเฉิงบอกทุกคน ยื่นแผ่นแป้งให้หลานสาวและสาวใช้อีกสองคน พลเงาสี่นายต่างมีแผ่นแป้งติดตัวมาบรรเทาความหิว
“ท่านปู่ข้าได้กลิ่นสมุนไพรอีกแล้วเ้าค่ะ”
“ครานี้กลิ่นอะไรอีกล่ะ”
จ้าวลู่ชิงเงียบสูดดมกลิ่นสักพักก่อนจะตอบออกมาว่า “เห็ดหลินจือ” นางเดินตามกลิ่นไปยิ่งเข้าใกล้มากเท่าใดกลิ่นก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น
ต้นไม้ใหญ่ที่หักโคนเหลือแค่ตอผุพังมีเห็ดหลินจือขึ้นอยู่ห้าดอก รอยยิ้มของจ้าวลู่ชิงทำให้พลเงาต่างหันหน้าหนีด้วยอาการเขินอาย ใบหน้านิ่งอยู่ตลอดเวลาขึ้นสีแดง คุณหนูของพวกตนช่างงดงามยิ่งนัก
กระบุงของจ้าวลู่ชิงมีไว้สำหรับสมุนไพรเท่านั้น ส่วนของคนอื่นเต็มไปด้วยสัตว์เล็ก
“จมูกเ้าทำด้วยอันใด ทำไมถึงรับรู้กลิ่นสมุนไพรได้ดีเช่นนี้”
นั่นสิ! นางก็สงสัยเหมือนอย่างที่ท่านปู่สงสัย เ้าของร่างเดิมเวลาว่างศึกษาหมกมุ่นอยู่กับสมุนไพรก็จริง แต่ความสามารถเรียกได้ว่าน้อยนิดนัก แยกกลิ่นสมุนไพรก็ไม่ค่อยออก ถ้าแยกออกจะถูกวางยาง่ายได้อย่างไร
ั้แ่ฟื้นขึ้นมาเวลาได้กลิ่นสมุนไพรนางจะแยกออกทันทีว่าคือสมุนไพรชนิดใด ต่อมรับกลิ่นของนางนั้นดีมาก
กวางห้าตัวน้ำหนักแต่ละตัวประมาณสองร้อยห้าสิบจิน [1] ถูกท่านปู่ของนางและบุรุษทั้งสี่คนแบกขึ้นบ่าวิ่งไปตามยอดต้นไผ่เหมือนไม่รับรู้น้ำหนัก
จ้าวลู่ชิงคิดไม่ถึงว่าจะมีวิชาตัวเบาเหมือนในละครโทรทัศน์ที่นางเคยดูในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด นางใช้วิชาตัวเบารีบวิ่งตามไปไม่ห่าง กระบุงนางเบาที่สุดในบรรดาผู้ที่มาล่าสัตว์แต่ทว่ามีมูลค่าสูงกว่าสัตว์ที่ล่ามาได้หลายเท่านัก
ใกล้จะถึงตีนเขาทุกคนกลับลงเดินบนพื้นดินเหมือนชาวบ้านทั่วไป ระหว่างกำลังเดินอยู่จมูกของจ้าวลู่ชิงก็ได้กลิ่นหอม ๆ ของสมุนไพรอีกครั้ง
หมายเหตุ
(1) จิน มาตรวัดนำ้หนักของจีน โดย 1 จินมีค่าเท่ากับ 500 กรัม