ตอนที่ 9 เื่ไม่คาดฝัน
เช้าวันใหม่มาถึง คีตาตื่นก่อนคนอื่นเหมือนเช่นเคย เมื่อตื่นแล้วต่อมาจึงทำหน้าที่ปลุกนิทานอย่างแข็งขัน ลิ้นหนาใหญ่ยังแข็งแรงเหมือนเช่นทุกเช้า
นิทานลูบหัวมันน้อย ๆ ก่อนจะลุกขึ้นมาสำรวจรอบตัว ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ จากเต็นท์อื่น บรรดานกเริ่มออกบินหากิน เสียงแมลงต่าง ๆ ที่ซอกแซกตามใบหญ้า เสียงสัตว์ป่าที่เริ่มออกล่า สรรพเสียงต่าง ๆ เริ่มดังขึ้นจากทั่วป่าเป็สัญญาณว่าป่าแห่งนี้เริ่มตื่นแล้วเช่นกัน
นิทานหันไปเห็นตาไกรยืนอยู่ข้างเต็นท์ของอินจันทร์เช่นเดิม แม้แต่ท่าทางการยืนและสีหน้าก็ยังเป็เช่นเมื่อคืน เมื่อนิทานขยับตัว ตาไกรชำเลืองมองเล็กน้อยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
ตาแก่นี้ได้นอนบ้างมั้ยเนี่ย
นิทานหวีขนคีตาอันเป็กิจวัตรประจำวัน พลางคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ที่จะต้องทำในวันนี้
ตามกำหนดการ วันนี้พวกเราจะเข้าเขตป่าไปลึกกว่าเดิม ถึงแม้ภารกิจจะกำหนดแค่ระดับผู้เรียนรู้ แต่ผู้เรียนรู้ก็มีั้แ่ 1-5คำ ตามหลักการแล้ว ล่าระดับ 1คำแค่ 3ตัวก็จบแล้ว ง่ายและสะดวก แต่การที่อินจันทร์จ้างคนมามากขนาดนี้ แถมคัดคนมากทั้งฝีมือและประสบการณ์มามากขนาดนี้ ยังไง ๆ ก็คงไม่เล็งจะจัดการแค่พวกระดับ 1คำล่ะนะ
หมาป่าหางหนามจ่าฝูงตัวเมื่อวานเป็ระดับ 2คำ ถึงจะเอ่ยปากชมพวกเรามากแค่ไหน แต่เท่าที่เห็นก็ไม่ได้มีการเก็บหลักฐานการกำจัดอะไรจากตัวเ้าหมาป่าหางหนามจ่าฝูงไปด้วย หมายความว่าตาไกรเป็คนจดบันทึกงั้นเหรอ หรือแค่ระดับ 2คำยังไม่ดีพอ
เล็งพวกระดับ 3คำไว้งั้นสิ น่าจะหวังให้เป็ระดับ 3คำทั้ง 3ตัว แต่หากหาไม่ได้จริง ๆ ก็คงจะเอาพวกระดับ 2คำไปเสริม
การแข่งขันสูงจริงแฮะ น่าจะ้าสร้างผลงานที่เหนือกว่าผู้มีสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งเ้าพระยาคนอื่นสินะ เป็คนใหญ่คนโตนี่ลำบากจัง
ถ้าแค่จัดการพวกระดับ 3คำก็สมควรไม่มีปัญหาอะไร นักผจญภัย 4คนนั้นก็แกร่งมากพอจะจัดการกับระดับ 3คำได้ด้วยกลุ่มของพวกเขาเองอยู่แล้ว ถึงเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เรากับคีตาก็รับมือกับพวก 3คำไหว
แต่ถ้าเจอพวกระดับ 4คำขึ้นมาล่ะก็ 2ตาของนิทานทอประกาย
ฟ้า ไพร อรุณ และราตรีตื่นตามกันหมดแล้ว ทั้ง4ต่างคุยกันสัพเพเหระหลังจากออกมาจากที่นอน
“ลำบากที่สุดในการค้างแรมกลางป่าก็เื่ไม่ได้อาบน้ำร้อนนี่ละน้า กลับไปฉันจะเหยียดขาแช่ตัวสบาย ๆ ให้เปรมเลย” ฟ้าบ่นขึ้นมา
“ตัวเหี่ยวกันหมดพอดี” อรุณหัวเราะ
“ส่วนฉันกลับไปน่าจะแวะไปหาร้านลุงชัยหมูปิ้งหน่อย กินบาร์บีคิวเมื่อวานมาละอยากกินเนื้อเยอะ ๆ ชะมัดยาด” ไพรลูบท้อง
“ได้เงินจากงานนี้แล้วฉันว่าจะเปลี่ยนธนูใหม่แล้วล่ะ ธนูจากต้นสน5ริ้วน่าสนใจมากเลย” ราตรีกล่าวเสริม
“ว่าแต่พอนายพูดถึงหมูปิ้งลุงชัยแล้วฉันหิวเลยแฮะ นายว่าเย็นนี้นิทานจะทำเมนูอะไรให้เรากิน” ฟ้ายิ้ม
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ ๆ ฉันว่าจะลองไปขอให้นิทานทำให้เยอะกว่าเดิม เมื่อวานฉันยังกินไม่อิ่มเลย” ราตรีตาเป็ประกาย
นิทานที่อยู่ห่างออกไปหางคิ้วกระตุกอย่างไร้สาเหตุแม้อากาศในป่าของที่นี่จะค่อนข้างร้อน
“อรุณสวัสดิ์ครับทุกคน” อินจันทร์ก้าวออกมาจากเต็นท์ เสื้อเรียบเนียน หน้าใสสะอาด กลิ่นหอมอ่อน ๆ จางออกมา สะอาดสะอ้านไร้ร่องรอยสกปรก สภาพสมบูรณ์แบบเหมือนยามพบกันครั้งแรกในเมืองศิลาลัย อินจันทร์รักษาภาพลักษณ์ของคุณชายผู้ร่ำรวยได้เป็อย่างดี
เห็นดังนั้นนิทานจึงก้มลงมองตัวเองที่ยังใส่เสื้อฮู้ดตัวเก่งนอน ผมเผ้าฟูกระเซิงและยังไม่ได้มัด เขาลอบเบ้ปากให้ตัวเองน้อย ๆ ไม่ได้
“เดียวเราจะออกเดินทางต่อกันในอีก 15นาทีนะครับ”
“เป้าหมายของเราในวันนี้ยังเหมือนเดิม ล่าสัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้ ถ้าทำได้เราจะหลีกเลี่ยงระดับ 1คำ มุ่งเน้นไปที่ ระดับ 3คำนะครับ แต่หากเจอระดับ 2คำ เราก็จะเข้าจู่โจมเช่นกันหากสถานการณ์เป็ใจ”
นั่นไง
“ผมคิดว่าเราควรเดินทางไปทิศตะวันตกเฉียงเหนือเพิ่มหน่อย จะได้เข้าใกล้กลางป่ามากขึ้นแทนที่จะเข้าใกล้ทางออกป่าอีกด้านแทน”
เมื่ออินจันทร์พูดถึงทางออกป่าอีกด้าน สีหน้าของทุกคนก็ซีดลงอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนย่อมทราบว่าเขตอีกด้านของป่าคือหุบเหวแห่งผู้บิดเบี้ยว เขตต้องห้ามของมนุษย์ แม้อริยะเข้าไปโอกาสรอดก็ยังน้อยนิด
“การเข้าสู่เขตกลางป่ามีโอกาสจะเจอสัตว์อสูรระดับสูงได้ง่ายกว่า และแน่นอนครับว่าหากเราเจอสัตว์อสูรถี่จนเกินไป ผมจะชดเชยค่าจ้างเพิ่มให้” อินจันทร์อธิบายต่อ
“จากความแข็งแกร่งของคณะเรา การจัดการสัตว์อสูรระดับ 3คำย่อมไม่ใช่ปัญหา ผมจึงอยากมุ่งเน้นที่ระดับ 3คำเป็สำคัญนะครับ”
“ถึงจะครบ 3ตัวแล้ว แต่ในกรณีที่เรายังเจอสัตว์อสูรระดับ 3คำเพิ่มอีก ผมขอความร่วมมือให้ล่าต่อด้วยนะครับ ผมมีค่าจ้างพิเศษเพิ่มให้แน่นอน” อินจันทร์ยังคงอธิบายยืดยาว นักผจญภัยทั้ง 4พยักหน้ารับ
การล่าตัวที่อยู่นอกเหนือเป้าหมายเป็เื่ธรรมดาของนักผจญภัย นักผจญภัยคงไม่สามารถขอให้สัตว์อสูรทั้งป่าหลบไปนอนก่อนหลาย ๆ ชั่วโมงขณะที่พวกเขาพยายามล่าเป้าหมายได้อยู่แล้ว
การเจอกับสัตว์อสูรอื่นจึงถือเป็กำไรสำหรับเหล่านักผจญภัยในกรณีที่มีวัตถุดิบมีค่าและอยู่ในขอบเขตที่พวกเขาสังหารได้และผู้ว่าจ้างมือเติบอย่างอินจันทร์ย่อมเป็ผู้ว่าจ้างที่หายาก ทั้ง 4คนจึงไม่มีใครมีปัญหาใด ๆ
แม้แต่หมาป่าหางหนามจ่าฝูงเมื่อวานอินจันทร์ก็อนุญาตให้พวกเขาแบ่งส่วนเขี้ยวกับหางหนามซึ่งเป็ส่วนอวัยวะที่มีค่าในร่างกายของพวกมันกันเองได้เลยโดยที่ไม่ต้องให้เขา
“แต่ในกรณีที่เจอระดับ 4คำ” อินจันทร์เงียบเสียงลง กวาดสายตามองไปที่นักผจญภัยทั้ง 4คน ก่อนหยุดลงที่นิทาน
“เราจะลองเข้าต่อสู้ดูครับ หากมันไม่แข็งแกร่งจนเกินไป ผมขอให้ทุกคนใช้พลังทั้งหมดออกมาเพื่อสังหารมันให้ได้ครับ”
คราวนี้เป็ฝ่ายนักผจญภัยเองที่เงียบลง การสังหารระดับ 4คำสำหรับพวกเขาไม่ใช่เื่เป็ไปไม่ได้ แต่ก็เสี่ยงมาก การเสียสละชีวิตคนหรือสองคนอาจเกิดขึ้นได้ ยิ่งขอให้พวกเขาใช้พลังทั้งหมดคล้ายกับการบอกให้พวกเขาแบไพ่ในมือออกมาทั้งหมด
อินจันทร์สูดลมหายใจลึกก่อนกล่าวต่อ
“หากทำสำเร็จ ผมยินดีจ่ายเพิ่มให้เป็ 3เท่าครับ ผมไม่สามารถรับรองความปลอดภัยของทุกคนได้ แต่ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน สามารถหลบหนีด้วยตนเองได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากผมครับ”
นักผจญภัยทั้งหลายยังคงเงียบอยู่ หันไปมองหน้ากันและกัน ก่อนเป็ไพรที่พูดออกมา
“ด้วยความเคารพนะครับคุณอินจันทร์ เราไม่มีปัญหากับเื่ล่าสัตวือสูรเพิ่ม แถมสัญญาก่อนที่เราจะรับงานก็ครอบคลุมเื่นี้อยู่แล้ว แต่การลองเข้าสู้กับระดับ 4คำไม่มีในสัญญาครับ”
“เป็ผมที่ตัดสินใจเพิ่มเองวันนี้หลังจากเห็นความสามารถของพวกคุณครับ ผมเข้าใจดีว่าการแก้สัญญาเช่นนี้เป็เื่ไม่สมควร แต่ในเมื่อผมเห็นโอกาส ผมก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคว้ามันมา”
“ผมมั่นใจว่าผมสามารถชดใช้พวกคุณทุกคนได้มากพอ และแน่นอนครับ นี่ไม่ใช่คำสั่ง พวกคุณทุกคนสามารถถอนตัวได้ ผมจะยังจ่ายเต็มจำนวนเช่นเดิมครับ” อินจันทร์อธิบาย สีหน้าจริงจัง
ไพรมองหน้าของอินจันทร์สักพัก เขาจับไม่ได้ถึงเล่ห์เหลี่ยมหรือการคดโกงใด ๆ มีเพียงความซื่อสัตย์และปณิธานอันมุ่งมั่น
ไพรหันไปมองหน้าเพื่อนร่วมทีมก่อนยิ้มออกมา
“พวกเราไม่มีปัญหาครับ ถ้าเป็ไปได้ ขอเพิ่มค่าแรงเริ่มต้นสักหน่อยก็ดีครับ” นักผจญภัยทั้ง 4คนยิ้มตาม
“ได้ทันทีเลยครับ” อินจันทร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“แล้วพี่นิทานว่ายังไงบ้างครับ แน่นอนว่าสามารถถอนตัวทันทีได้เช่นกันนะครับ” อินจันทร์หันมาทางนิทาน
“ผมก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ เกิดอะไรขึ้นมาจริง ผมหนีคนแรกแน่นอน” นิทานยิ้มขำ
“บอกทางที่ปลอดภัยให้พวกเราก่อนหนีด้วยนะนิทาน” อรุณแซว
“งั้นเพื่อให้เป็การไม่เสียเวลา พี่นิทานได้ร่องรอยอะไรใหม่ ๆ บ้างมั้ยครับ” อินจันทร์ถาม
“มีสัตว์อสูรทั่วไปนิดหน่อยทางด้านหน้าเรา แต่ถ้าจะไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีตัวน่าสนใจอยู่ครับ” นิทานหันไปมองคีตาก่อนตอบ
“ว่าต่อเลยครับ”
“ห่างออกไปประมาณ 1กิโลเมตร จะเป็ทะเลสาบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 300เมตร” นิทานพูดต่อ
“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะ แต่พวกเราสู้กับสัตว์อสูรใต้น้ำไม่ไหวหรอกนะ” ฟ้ายกมือพูด
“ผมก็ไม่ไหวครับ” นิทานหัวเราะขำ
“ตัวที่ผมบอกว่าน่าสนใจคือวานรวังวนวารีครับ เป็ลิงขนาดใหญ่ ขนาดตัวราว 2เมตร กล้ามเนื้อเยอะแข็งแรง เป็สัตว์ประเภทอาศัยอยู่ตัวเดียว ไม่รวมฝูง”
“มันมีพลังจากสายพันธุ์เป็วังวนน้ำ สามารถบังคับน้ำหมุนมาซัดใส่ศัตรูได้ แข็งแกร่งขึ้นหากอยู่ใกล้แหล่งน้ำ”
“และจากการลาดตระเวนครั้งหนึ่งของผม มีวานรวังวนวารีระดับ 3คำตัวหนึ่งทำรังอยู่แถวนั้นครับ ผมรู้คำแห่งพลังคำหนึ่งของมัน คำนั้นคือ ย่อขนาด มันสามารถย่อขนาดตัวของมันเอง เพิ่มความว่องไวปราดเปรียว หรือย่อขนาดสิ่งที่ััได้ระดับหนึ่ง ผลอยู่ไม่นาน ยิ่งเป็ผู้เรียนรู้ด้วยกันคงอยู่เพียงแค่ไม่กี่วินาที แต่หากโดนหดตัวลงเหลือเท่าเด็ก 15ปีตอนต่อสู้ก็ไม่ใช่เื่เล่น ๆ” นิทานอธิบายยืดยาว
“มันมักอาศัยอยู่ในถ้ำตลอด่บ่ายเพื่อนอนไม่ก็เล่นน้ำวน ไม่มีสัตว์อสูรระดับ 1คำขึ้นไปตัวไหนอยู่รอบ ๆ ในระยะ 200เมตร”
“นี่คือทั้งหมดที่ผมรู้ครับ”
ทุกคนฟังข้อมูลละเอียดยิบด้วยสายตาชื่นชม
“สมแล้วจริง ๆ หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนพิเศษ นิทาน วงจันทรา” อินจันทร์ยิ้มกว้าง
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“คุณอรุณจำกัดการเคลื่อนไหวไว้แค่ขาหลังของมันก็พอครับ คุณไพรดึงความสนใจด้านหน้ามันไว้นะครับ” เสียงะโชัดถ้อยชัดคำของอินจันทร์ก้องไปทั่วพื้นที่
ไม่นาน หอกใหญ่ผสานพลังของฟ้าก็เสียบเข้าไปตรง่คอของนกอสูรที่เวลานี้เหลือเพียงปีกเดียว แรงสั่นสะท้านจากหอกทะลวงเข้าสู่ร่างกาย
ร่างของนกอสูรสั่นสะท้าน เสียงแหบร้องด้วยความทรมานดังขึ้นสู่ฟ้า เืแดงฉานสาดกระจายไปทั่ว ศรไร้สภาพจำนวนมากมายปักลงไปที่ร่างกายของมันราวกับเป้าซ้อมยิง
ไพรเงื้อมือขึ้นไปคว้าลำคอของนกอสูร ดึงมันให้ล้มลงสู่พื้น รากไม้มากมายผุดขึ้นมาจากพื้นดิน รัดพันลำคอไว้อย่างหนาแน่นไร้ทางหนี
อินจันทร์พุ่งเข้ามาอย่างถูกจังหวะพร้อมกับมีดสีเงินในมือ มีดสีเงินนั้นเรืองแสงขึ้นจาง ๆ แล้วจึงขยายกลายเป็ดาบยาวสีเงินคมกล้า ปักลงไปที่ลำคอของนกอสูร
นกอสูรขยับร่างกายไปมาสุดชีวิตหวังฝืนชะตา เอาตัวรอดจากสถานการณ์ถึงตายนี้ แรงหนาหนักอีกแรงหนึ่งพลันโถมลงมา เป็คีตาที่พุ่งเข้ามา กดหัวของนกอสูรกลับลงสู่พื้น สะกดความเคลื่อนไหว
อินจันทร์ใช้จังหวะนี้ออกแรงทั้งร่างกาย ปักดาบยาวสีเงินลงไปให้ทะลุลำคอของนกั์ เืไหลทะลัก ตาสัตว์ป่าดุร้ายของมันกลายเป็ไร้ประกาย ก่อนร่างของมันจะพับลง แรงขัดขืนหายไปสิ้น
ฟ้าแทงหอกไปกลางหัวใจอีกครั้ง แรงสั่นะเืบดขยี้หัวใจของมัน นกอสูรในเวลานี้ขยับเคลื่อนไหวไม่ได้อีกต่อไป เสียชีวิตลง
“ทีนี้ก็ครบ 3ตัวละนะ” ไพรคลายรากออก เก็บโล่ขนาดั์ขึ้นหลัง
“หมาป่าหางหนามจ่าฝูง วานรวังวนวารี นกอสูร ผู้เรียนรู้ระดับ 3คำ 2ตัว 2คำ 1ตัว” ฟ้ายิ้มพลางดึงหอกออกมาจากร่าง
“ส่วนสัตว์อสูรทั่วไป 10ตัวก็เรียบร้อยระหว่างทางมาแล้ว” อรุณยิ้ม
“ตามที่สัญญาครับ ภารกิจลุล่วงแล้ว ผมจะจ่ายค่าตอบแทนเพิ่มให้แน่นอนครับ” อินจันทร์ยิ้มกว้าง
“น่าเสียดายนิดหน่อยนะที่ไม่เจอระดับ 4คำเลย” ราตรีส่ายหน้า
“ตัวผมเองก็้าแบบนั้นครับ แต่ในเมื่อหาไม่เจอก็คือหาไม่เจอ ผลลัพธ์ระดับนี้ก็ยอดเยี่ยมมากแล้วครับ” อินจันทร์ยักไหล่
“พูดตามตรง ฉันก็อยากลองสู้กับระดับ 4คำเหมือนกันนะ ด้วยสมาชิกระดับนี้ มีโอกาสสำเร็จพอตัวเลยล่ะ ถึงพลาดไปก็เป็ประสบการณ์ที่ดี” ไพรกล่าวต่อ
“ใครจะไปรู้ ระหว่างทางกลับอาจโชคดีก็ได้” อรุณรับ
“ผมไม่แน่ใจหรอกนะครับว่าการเจอสัตว์อสูรระดับ 4คำนี่นับเป็โชคดี” นิทานหัวเราะ
“ส่วนจะงอยปากของนกอสูรขายได้ราว ๆ 3000ไกอา เช่นเคย ผมไม่รับส่วนแบ่งครับ” อินจันทร์ยิ้ม
“เดียวเราพักกันสักครู่แล้วเราจะเดินทางกลับเมืองศิลาลัยกันเลย ถ้าเราเดินทางกันแบบไม่พบอุปสรรคอะไรมาก ก่อนฟ้ามืดก็คงจะถึงเมืองแล้วล่ะครับ”
ทุกคนพยักหน้ารับ ไพรรับหน้าที่เข้าไปแล่วัตถุดิบ ฟ้ากับไพรหาที่นั่งลง เช็ดคราบเืที่อาวุธของตน ส่วนนิทานกับราตรีก็คอยจับตาดูรอบ ๆ ทุกคนต่างแยกย้ายทำหน้าที่ของตนอย่างคล่องแคล่ว
พวกไพรต่างมีสีหน้ายินดีที่ภารกิจสำเร็จด้วยดี แม้พวกเขาจะชินชากับการค้างคืนในป่าแต่ก็อดชคิดถึงเตียงนุ่ม ๆ ในเมืองไม่ได้ ข้อดีคงมีแค่อาหารที่นิทานบรรจงเอาของแปลก ๆ มาปรุงนั้นอร่อยกว่าอาหารแห้งที่พวกเขากินกันเป็ประจำมากนัก
เวลาแห่งความสงบอยู่ไม่นาน เมื่อคีตาเงยหน้าขึ้นฟ้า ทำจมูกฟุดฟิด ๆ แยกเขี้ยวขึ้นมาแล้วทำเสียงขู่เบา ๆ ไปทางชายป่า นิทานเหมือนกับรับรู้บางอย่างได้ คิ้วขมวดลงก่อนพูดเสียงต่ำ
“เหมือนเราจะโชคดีจริง ๆ ด้วยนะครับ” เสียงของนิทานเรียกสายตาให้มารวมกัน
“ห่างออกไป 200เมตร ตอนแรกคีตาไม่พบร่องรอยอะไร เหมือนอยู่ ๆ มันก็โผล่ออกมา ผมเดาว่ามันอาจจะมุดดินขึ้นมา” นิทานพูดเสียงเครียด
“เดินทางใต้ดินได้ สัตว์อสูรประเภทตุ่นหรือตัวหนูรึเปล่าครับ” อินจันทร์ขมวดคิ้ว
“แมงป่องครับ จากเปลือกหุ้มและกลิ่น คาดว่าเป็แมงป่องเมฆาม่วง มีพลังจากสายพันธุ์ที่สามารถรวมพลังสายฟ้าไว้ที่หางและปล่อยออกมาได้ มีพิษร้ายแรงพร้อมเกราะแข็งรอบตัวและก้ามหนีบขนาดั์ เป็อาวุธาดี ๆ นี่เอง” นิทานสูดหายใจลึก
“จากกลิ่นและขนาดตัวกว่า 3เมตรของมัน อาจเป็ได้ที่จะเป็ระดับ 3คำ แต่คีตาบอกว่าอันตราย ผมเลยคิดว่ามีโอกาสสูงกว่าที่จะเป็ระดับ 4คำ” นิทานอธิบายจนจบ
ทุกคนเงียบเสียงลง ก่อนหันไปมองที่อินจันทร์ อินจันทร์คือหัวหน้าภารกิจนี้ เป็ผู้ว่าจ้างของพวกเขา สิทธิ์ในการตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่เขา
อินจันทร์ก้มหน้าครุ่นคิดสักพัก เงยหน้าขึ้นมองไปที่นิทาน
“พี่นิทานครับ แมงป่องเมฆาม่วงมีอสูรรับใช้หรือฝูงมั้ยครับ”
“ไม่มีครับ แมงป่องเมฆาม่วงเหมือนกับสัตว์อสูรระดับ 3คำส่วนใหญ่ที่เลือกออกล่าด้วยตัวเอง ไม่พึ่งพาฝูง” นิทานตอบ
“สภาพแวดล้อมแถวนั้นเป็ยังไงครับ มีสัตว์อสูรอื่นที่ระดับสูงกว่า 2คำในระยะ 500เมตรมั้ย”
“ไม่มีครับ ส่วนพื้นที่เป็แอ่งขนาดเล็ก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็โคลนแห้ง หญ้าและต้นไม้ค่อนข้างน้อย ยากต่อการลอบโจมตี จากการที่มันขุดดินขึ้นมา ผมคาดว่ามันน่าจะเตรียมออกล่าเหยื่ออีกครั้ง เป็สภาวะที่มันกำลังดุร้ายที่สุดครับ”
คราวนี้อินจันทร์หันไปทางไพร
“คุณไพรคิดว่าตัวเองรับมือกับการโจมตีของมันได้มั้ยครับ”
“ถ้าเป็การโจมตีจากก้ามั์ไม่มีปัญหาครับ แต่สายฟ้าที่ปล่อยจากหางนั้นค่อนข้างร้ายแรง โล่ของผมเป็โลหะชั้นดี นำไฟฟ้าเยี่ยมเลยล่ะครับ แต่ผมพอจะรับมือกับสายฟ้าได้หากไม่โดนโจมตีย้ำ ๆ” ไพรพูดเป็นัย
“ส่วนพิษ หมดสิทธิ์ครับ” ไพรยิ้มแห้ง
“คุณอรุณครับ คุณสามารถป้องกันพิษได้มั้ยครับ” อินจันทร์ถามอรุณบ้าง
“ถ้าโดนฉีดตรง ๆ ผมก็ไม่ได้ดีไปกว่าไพรครับ” อรุณพูด อินจันทร์นิ่วหน้าลง กำลังคิดถึงความเป็ไปได้อื่น ๆ ในหัว
“แต่ผมห้ามไม่ให้มันฉีดพิษได้ครับ” อรุณพูดต่อด้วยรอยยิ้ม
“แมงป่องเมฆาม่วงใช้พิษผ่านการฉีดโดยตรงจากหาง ยิงพิษออกมาตรง ๆ ไม่ได้ เพราะงั้นแค่ป้องกันหางของมันก็พอแล้วครับ”
อินจันทร์ยิ้มออกอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทางมั่นใจของอรุณ
“เื่เกราะหนาของมัน พลังของคุณฟ้าเป็ดาวข่มอยู่แล้วเพราะทำลายจากภายใน แต่เราไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะส่งผลกับมันได้ดีอย่างที่หวัง ถ้าเราไม่มีวิธีทำลายเกราะของมัน ก็ต้องใช้ระบบการต่อสู้แบบยืดเยื้อ” อินจันทร์พึมพา
“ทำได้ค่ะ อาจจะไม่ถึงขั้นทำลายเกราะทั่วทั้งตัว แต่แค่ทำให้เกราะส่วนหนึ่งไร้ผล ฉันทำได้ค่ะ” ราตรีพูดขึ้น
อินจันทร์มองหน้าทุกคนสักพัก ก่อนนั่งลงกับพื้น หยิบกระดาษแผ่นเล็กและปากกาออกมาขีดเขียนตัวอักษรมากมายบนกระดาษ ปากพึมพำไปมา สมองหมุนเร็วรี่เพื่อมองความเป็ไปได้ต่าง ๆ และร่างแผนที่สามารถมอบโอกาสสำเร็จสูงสุด
ผ่านไปสักพักใหญ่ อินจันทร์ลุกขึ้นยืน เป่าปากเบา ๆ “ผมคิดถูกจริง ๆ ที่เลือกจ้างพวกคุณ”
“นอกจากค่าจ้างเพิ่ม 3เท่าแล้ว ทุกคนเตรียมท้องให้ว่างรอไว้เลยครับ จบงานเราจะมีงานเลี้ยงมื้อใหญ่ที่ร้านจอกเหล้าใบชา” อินจันทร์ยิ้มกว้าง สองตาเป็ประกาย