ช่างมนตราผ่าโลกเวทมนต์

    บทที่ 49 ไฟและแรงโน้มถ่วง

           ภัทรก้าวเท้าเข้ามาในถ้ำด้วยความระมัดระวัง แต่แล้วเขาก็ต้องแปลกใจเล็กน้อย ภายในถ้ำไม่ได้มืดสนิทอย่างที่เขาจินตนาการไว้ในตอนแรก แต่มันกลับมีจุดแสงสีฟ้าอ่อนๆ เรืองรองออกมาจากผนังถ้ำเป็นระยะๆ ช่วยให้พอมองเห็นทางเดินได้รางๆ


           เขาใช้ไม้คีบยาวๆ ยื่นเข้าไปเขี่ยดูวัตถุต้นกำเนิดแสงนั้น พบว่ามันมีลักษณะเป็นเปลือกทรงกลมแข็งๆ ที่แตกออก


    “หืม... นี่มัน...”


             ภัทรหยิบมันขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ผ่านหมวก มันคือ ‘เปลือกไข่ฝ่อ’ ของมดกระสุนนั่นเอง ดูเหมือนว่าไข่ใบไหนที่ไม่สามารถฟักเป็นตัวอ่อนได้ จะเกิดปฏิกิริยาเคมีจนเรืองแสงออกมา และพวกมดก็นำมันมาแปะไว้ตามผนังเพื่อใช้เป็นโคมไฟธรรมชาติ หรืออาจจะเพื่อเหตุผลทางสุนทรียศาสตร์บางอย่างของเผ่าพันธุ์มัน


           “เก็บไปวิจัย(ขาย)หน่อยดีกว่า...” ภัทรหยิบใส่กระเป๋ามาจำนวนหนึ่ง (พอประมาณเพื่อไม่ให้มดสังเกตเห็นว่าของหายไป) อย่างน้อยมันก็น่าจะขายเป็นของประดับตกแต่งบ้านได้


           เขาเดินลึกเข้าไปพักใหญ่ก็เริ่มพบเจอกับเจ้าถิ่น ‘มดทหารลาดตระเวน’ เดินเรียงแถวสวนออกมาเป็นขบวน กลุ่มละประมาณสิบตัว เขี้ยวโง้งยาวของพวกมันดูน่าสยดสยองเมื่อมองในระยะประชิด บ้างก็มีมดงานเดินขนชิ้นส่วนสัตว์หรือผลไม้เข้ามาจากปากถ้ำ


           แต่ด้วยอานุภาพของน้ำยาสูตรพิเศษของรินและชุดถุงขยะนี้ พวกมันเดินเลี่ยงภัทรออกไปราวกับเขาเป็นเพียงก้อนหินไร้ค่าก้อนหนึ่ง ไม่มีตัวไหนสนใจหรือหยุดดมด้วยซ้ำ


           ภัทรลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก การเดินทางในรังมดจึงราบรื่นกว่าที่คิด นอกเสียจากทางเดินที่ขรุขระ และลาดชันบ้างในบางช่วง


           “นั่นอะไรน่ะ?”


           สายตาของนักสำรวจสะดุดเข้ากับแสงสีเขียวสว่างไสวที่มุมหนึ่งของทางแยก มันคือกอเห็ดขนาดยักษ์ที่มีรูปร่างคล้ายเห็ดโคน แต่เปล่งแสงสีเขียวนวลตาออกมา


           “เห็ดโคนแสงจันทร์? หรือเห็ดราตรี? ...มันจะมีพิษหรือเปล่านะ แต่ถ้าเก็บไปขายให้นักปรุงยาน่าจะได้ราคาดี”

           ภัทรพึมพำกับตัวเองในถังครอบหัว ก่อนจะใช้มือที่สวมถุงมือหนาเด็ดดอกเห็ดพวกนั้นออกมาอย่างเบามือ ใส่ลงในกระเป๋าขยายพื้นที่ข้างเอวที่เตรียมมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากตอนอ่านหนังสือเกี่ยวกับมด มีข้อมูลว่ามีสมุนไพรมีค่าในถ้ำด้วย แต่เมื่อเขาเก็บไปได้ประมาณสามในสี่ส่วน เขาก็หยุดมือ


           ‘พอแค่นี้แหละ...’


           เหตุผลมีสองข้อ หนึ่งคือหากมันเป็นแหล่งอาหารสำคัญของมด แล้วจู่ๆ หายไปหมดเกลี้ยง พวกมันอาจจะแตกตื่นจนแห่กันมาตรวจสอบ


           และข้อสอง... คำสอนของคุณครูวิชาเกษตรในโรงเรียนสามัญแวบเข้ามาในหัว ‘ไม่ว่าเราจะเก็บเกี่ยวอะไรจากธรรมชาติ เราควรเหลือส่วนหนึ่งไว้ให้มันฟื้นฟูและขยายพันธุ์ต่อเสมอ’


           ภัทรยิ้มภูมิใจในจรรยาบรรณนักเก็บของป่าของตัวเอง แล้วเดินหน้าต่อ จนกระทั่งเขาเดินมาจนสุดทางเดินแยกหนึ่ง


           เบื้องหน้าคือหลุมลึกขนาดมหึมาที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงโชยขึ้นมา จนแม้แต่ระบบกรองอากาศของลุงประดิษฐ์ยังกันกลิ่นได้ไม่หมด เมื่อชะโงกหน้าลงไปดูผ่านแสงไฟฉาย เขาก็พบกับ ‘กองภูเขาขยะ’


           มันเต็มไปด้วยซากสัตว์วิเศษจำนวนมากที่ถูกแทะกินจนเหลือแต่กระดูก หรือชิ้นส่วนแข็งๆ ที่พวกมดไม่กิน และตามผนังหลุมยังมีช่องทิ้งขยะเป็นระยะๆ


           “พวกมันก็รักสะอาดเหมือนกันนะเนี่ย... มีบ่อขยะส่วนกลางด้วย” แต่แล้วสายตาของเขาก็เบิกกว้าง


           “เดี๋ยวนะ... นั่นมันซากสัตว์วิเศษระดับสามเหรอ!?” ภัทรเพ่งมองลงไปเห็นแผ่นหนังที่มีขนสีเหลืองทอง และมีลายรูปดาวสีน้ำตาลประดับอยู่บนขนนั้นอย่างชัดเจน


           “นั่นมัน ‘ลิงดารา’ ในหนังสือสารานุกรมสัตว์วิเศษ บอกไว้ว่ามันเป็นธาตุดินระดับสอง! จำได้ว่าเมื่อวันก่อนในงานประมูล ราคาของอุ้งมือมันพุ่งไปถึงห้าเหรียญเงินเลยนะ! นี่มันทิ้งกันเป็นขยะเลยเหรอ!?” ความโลภเริ่มครอบงำจิตใจ ภัทรคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว


           ‘ถ้าเราลงไปเก็บแค่แป๊บเดียว... แค่เอาอุ้งมือนั่นกับหนังส่วนดีๆ มา...’


    บึ้มมมมมมม!!!


           ขณะที่ภัทรกำลังชั่งใจวิเคราะห์ความคุ้มค่าอยู่นั้น จู่ๆ ก็เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากภายนอกถ้ำ!


           แรงระเบิดนั้นรุนแรงมหาศาลจนทำให้พื้นดินใต้เท้าของเขาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง เศษหินร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ


           เสียงพวกมดกรีดร้องดังระงมไปทั่วรังด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว พวกมันเริ่มวิ่งพล่านออกมาจากรูต่างๆ


           “เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย! แผ่นดินไหว! สัตว์วิเศษอาละวาด! หรือว่า ..


           ภัทรสะดุ้งโหยง เตรียมจะหันหลังวิ่งหาที่หลบภัย แต่ทว่า... พื้นดินริมปากหลุมที่เขายืนอยู่นั้น เป็นเพียงดินร่วนๆ ที่ไม่มั่นคงอยู่แล้ว เมื่อต้องรับแรงสั่นสะเทือน บวกกับน้ำหนักตัวของภัทรและ ‘ชุดถังน้ำ’ ที่หนักอึ้งรวมกันไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบกิโลกรัม...


    ครืนนน!


          ขอบหลุมทรุดตัวพังทลายลงทันที!


           “บ้าเอ๊ยยยยยยย!” เสียงสบถฟังไม่ได้ศัพท์ดังอู้อี้อยู่ในถังเหล็ก ก่อนที่ร่างของมนุษย์ถังน้ำจะร่วงหล่นหายลงไปในความมืดของหลุมขยะ ท่ามกลางเสียงความวุ่นวายของรังมดที่กำลังแตกตื่น!


    สิบห้านาทีก่อนหน้านี้...


           กลุ่มของภาคินเดินขึ้นเขามาถึงรังมดกระสุนอีกจุดหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากรังของภัทรประมาณหนึ่งยอดเขา


           รังแห่งนี้ตั้งอยู่ใต้ต้นหูกวางยักษ์ที่ยังยืนต้นตระหง่าน แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมผืนป่า แสดงให้เห็นว่าเป็นรังใหม่ที่สมบูรณ์และมีขนาดใหญ่กว่ารังที่ภัทรเจอเล็กน้อย แม้ความซับซ้อนภายในอาจจะไม่เท่ารังเก่าแก่ แต่จำนวนประชากรมดและความดุร้ายย่อมมีมากกว่า


           ภาคินถอดถุงมือสีเงินระดับสูงขั้นต้นของตนมาเก็บใส่กระเป๋า ก่อนจะหยิบอาวุธคู่กายประจำตัวออกมา ‘ไม้กายสิทธิ์สีดำแดง’ ความยาวสิบสี่นิ้ว ที่มีวงแหวนเวทมนตร์จางๆ หมุนวนอยู่รอบตัวไม้ตลอดเวลา


           ในโลกผู้วิเศษ มีกฎที่รู้กันดีว่า “ไม้กายสิทธิ์” เป็นอุปกรณ์เพียงชนิดเดียวที่ได้รับการ ‘อนุโลม’ ให้ใช้ได้โดยไม่จำกัดระดับ ไม่ว่าจะในการสอบหรือภารกิจใดๆ ตามธรรมเนียมโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามผู้วิเศษครั้งที่สอง และไม่มีใครมีสิทธิ์ตรวจสอบไม้กายสิทธิ์ของผู้อื่น


           ไม้ของภาคินทำจาก ‘ไม้กราวิตัส’ (Gravitas Wood) ไม้หายากที่เติบโตเฉพาะในหุบเหวลึกใกล้ปากประตูปีศาจแห่งหุบเขาไร้แรงโน้มถ่วง กินนุนก้า (The Gravityless Valley of Ginnunga) และบรรจุแกนกลางด้วย ‘เขาของมังกรเพลิงอิกนิส’ (Ignis Dragon) สัตว์วิเศษระดับ 6 ทำให้มันมีอานุภาพเทียบเท่ากับอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับสูงขั้นกลางเป็นอย่างน้อย!


           “คุณหนูครับ ผมเตรียมยาป้องกันพิษแมลงสูตรเฉพาะของตระกูลเรามาด้วย” ประสาน ชายหน้าปรุผู้ติดตามคนสนิท หยิบขวดน้ำยาสีเขียวเข้มข้นออกมาเตรียมไว้


           “ไม่ต้องหรอกครับคุณประสาน... ผมไม่จำเป็นต้องใช้มันในครั้งนี้ ผมมีแผนอยู่นิดหน่อย” ภาคินปฏิเสธอย่างสุภาพก่อนมองไปทางถ้ำมดเบื้องล่างด้วยความมั่นใจ


           “คุณช่วยบันทึกภาพหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากทดสอบคาถาใหม่ที่ผมเพิ่งคิดค้นขึ้น... ‘กล้า’ เอาของที่ฉันสั่งออกมา!”


           ชายร่างยักษ์นามว่า ‘กล้าหาญ’ รีบนั่งลงเพื่อเปิดกระเป๋าสะพาย หยิบกล่องหยกมาวางอย่างเบามือแล้วเปิดออก เขาหยิบขวดแก้วเจียระไนที่บรรจุของเหลวสีแดงเดือดพล่านออกมา... ‘โลหิตมังกรเพลิงสกัดเข้มข้น’ ยาต้องห้ามที่ต่อให้มีเงินหลายสิบเหรียญทองก็หาซื้อไม่ได้หากไร้เส้นสาย


           ภาคินรับขวดมาแล้วกระดกมันรวดเดียวหมด! เส้นเลือดข้างขมับของเขาปูดโปนขึ้นทันที นัยน์ตาสีขี้เถ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ไอความร้อนมหาศาลพวยพุ่งออกจากร่างกายจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวราวกับภาพลวงตา


           เขายกไม้กายสิทธิ์ขึ้นเหนือหัว รวบรวมมานาที่เอ่อล้นสร้างบอลไฟขนาดยักษ์ขึ้นมา


           “เวทมนตร์เพลิงระดับสอง: อิกนิส สเฟียรา! (Ignis Sphaera)” 

           ลูกไฟขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือยอดไม้ ส่องแสงจ้าจนป่าทึบสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ตกลงมาบนดิน


           แต่ภาคินยังไม่ได้โยนลงไปในทันที เขากำมือข้างที่ว่างแน่น ร่ายคาถาซ้อนลงไปในลูกบอลเพลิงนั่น


           “เวทมนตร์แรงโน้มถ่วง : กราวิตัส คอมพริเมเร! (Gravitas Comprimere)” 

           แรงโน้มถ่วงรอบทิศทางบีบอัดลูกไฟยักษ์นั่นให้เล็กลง... เล็กลง... จนเหลือขนาดเท่ากำปั้น สีของมันเปลี่ยนจากสีเหลืองอ่อนกลายเป็นสีส้มและ ‘สีแดงบริสุทธิ์’ ซึ่งนับว่าเป็นเปลวเพลิงแท้จริงจนเกือบเทียบได้กับเพลิงมนตราระดับที่หนึ่ง


           เปลวเพลิงสีแดงแซมไปด้วยสีดำจางๆ จากเวทมนตร์แรงโน้มถ่วง ก้อนพลังงานที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างจนสั่นระริก ปล่อยคลื่นพลังงานความร้อนออกมาจนทำให้เสื้อผ้าของภาคินมีควันอ่อนๆ ลอยขึ้นมา แม้ว่ามันจะถูกชุบด้วยน้ำยาเวทมนตร์ป้องกันไว้แล้วก็ตาม ภาคินพยักหน้าพอใจกับมันเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่ปากถ้ำ


           “เวทมนตร์ผสาน: โนวายุบตัว (Nova Collapse)!!” 

            ลูกบอลสีแดงแซมดำพุ่งเหมือนลูกกระสุนไปทางปากถ้ำ ตลอดเส้นทางของมันปล่อยคลื่นพลังงานความร้อนออกมาหลายระลอก ก่อนจะลอยหายเข้าไปในปากถ้ำอย่างรวดเร็ว ชั่วอึดใจต่อมา...


    ตูมมมมมมมมมมม!!!